โอตาคุวันสิ้นโลก ปก2

[ทดลองอ่าน] โอตาคุวันสิ้นโลก บทที่ 2 : ที่หลบภัยสุดล้ำเลิศในวันสิ้นโลก

โอตาคุวันสิ้นโลก
重生宅男的末世守则  

暖荷 หน่วนเหอ เขียน
เมิ่งเหวิน เเปล

** หมายเหตุ : ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **

———————————————————————————–

บทที่ 2 ที่หลบภัยสุดล้ำเลิศในวันสิ้นโลก

ขณะนี้เหลืออีกห้าสิบเจ็ดวันก่อนถึงวันสิ้นโลก

นายหน้าขายบ้านรีบลุกขึ้นพาหลัวซวินออกไป ทันทีที่ออกมาข้างนอกก็ชี้ไปยังตึกสูงที่อยู่ไม่ไกลกันพลางกล่าวแนะนำ

“นั่นคือเขตชุมชนหงจิ่ง เป็นชุมชนที่พักอาศัยใหม่ของเขตตะวันตกเฉียงใต้ อาคารในโซนนี้ยังสร้างไม่เสร็จดี มีบางส่วนเป็นที่อยู่สำหรับครอบครัวที่ถูกรัฐเวนคืนที่ดินจากในเมือง ส่วนที่เหลือเป็นห้องที่เปิดขายปกติทั่วไป ห้องที่คุณถูกใจห้องนี้เป็นห้องทำเลทองอยู่ริมสุด ไม่ติดถนน เงียบสงบ วิวสวย มิหนำซ้ำยังเพิ่งตกแต่งห้องเสร็จหมาดๆ คุณอย่าเพิ่งมองว่าที่นี่ค่อนข้างเปลี่ยว มีผู้คนบางตาไปหน่อย แต่ในอนาคตที่นี่ต้องกลายเป็นย่านศูนย์กลางเศรษฐกิจอย่างแน่นอน คุณเห็นสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ตรงทำเลด้านข้างซึ่งไม่สูงมากหลังนั้นไหมครับ นั่นเป็นอาคารที่เพิ่งสร้างเสร็จเตรียมเปิดเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่เลยนะครับ”

หลัวซวินนิ่งฟังพลางพยักหน้ายิ้มๆ แต่ไม่ได้พูดอะไร เขารู้ชัดว่า ตอนหลังตึกใหม่ที่เหลือจะสร้างเสร็จเพียงแค่สองอาคาร ส่วนนั่นคือศูนย์การค้าในตำนาน และก็ได้กลายเป็นตำนานไปตลอดกาล ส่วนที่ดินผืนนี้ ในวันข้างหน้าจะกลายเป็นทำเลทองที่เจริญรุ่งเรืองมากๆ อย่างแท้จริง

เพราะที่นี่อยู่ใกล้กับกองกำลังทหารของเมืองเอมาก และกองพลทหารปืนใหญ่อีกหน่วยก็อยู่ไม่ไกล ประจวบเหมาะที่มาตั้งอยู่ในเขตตะวันตกเฉียงใต้ด้วยกันทั้งคู่

วันข้างหน้า ช่วงแรกของวันสิ้นโลก ตอนไวรัสซอมบี้ระบาด เมืองเอได้สร้างฐานที่มั่นขึ้นทั้งหมดสองแห่ง หนึ่งคือฐานที่มั่นตะวันตกเฉียงใต้ที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของกองกำลังสองหน่วยข้างต้น อีกหนึ่งคือฐานที่มั่นตะวันออก

ตัวเขาในตอนนั้น หลังเมืองเอ็มถูกทำลาย ก็หนีจากทางเหนือลงมาถึงฐานที่มั่นตะวันตกเฉียงใต้ หลังเกิดเหตุการณ์วันสิ้นโลกปีที่สอง หลังจากหลัวซวินหนีมาที่เมืองเอได้ไม่นาน ฐานที่มั่นตะวันออกก็ถูกฝูงซอมบี้กับสัตว์กลายพันธุ์ผนึกกำลังโจมตีทำลายจนย่อยยับ

หลัวซวินเดินเข้ามาในเขตชุมชนหงจิ่งกับนายหน้าขายบ้าน เขามองชั้นล่างของอาคารหมายเลขสามด้วยความคิดถึงอยู่นิดๆ … ห้องใต้ดินมุมตะวันออกของอาคารหมายเลขสามห้องนั้น ก็คือสถานที่ลงหลักปักฐานหลังเขาลี้ภัยมาอยู่เมืองเอ และก็เป็น ‘บ้าน’ ที่เขาใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นมานานกว่าแปดปี

แต่ในเมื่อชาตินี้เขามีตัวเลือกที่ดีกว่า เขาย่อมไม่กลับไปอยู่ในห้องใต้ดินนั่นอีก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าห้องใต้ดินในเขตชุมชนย่านนี้มีไว้สำหรับปล่อยเช่าเป็นโกดังเก็บสินค้าของห้างร้านละแวกนี้

บริเวณทางเดินในอาคารใหม่เอี่ยม ถูกบางพวกใช้ปากกาสีน้ำมันเขียนหมายเลขโทรศัพท์และวาดรูปเอาไว้เลอะเทอะ ไปจนถึงการติดประกาศโฆษณา ช่วงท้ายยังเขียนว่า ‘รับตกแต่ง’ หรือไม่ก็เขียนว่า ‘รับติดตั้งเครื่องปรับอากาศ’ ไปจนถึง ‘รับส่งน้ำ’ แม้แต่บนประตูลิฟต์ก็ยังไม่เว้น เมื่อคนทั้งคู่เดินเข้าลิฟต์ ภายในลิฟต์ใหม่เอี่ยมก็ยังมีข้อความทำนองเดียวกันนี้ทั้งเขียนและติดแปะไปทั่ว

นายหน้าขายบ้านเห็นหลัวซวินมองข้อความพวกนี้ด้วยสีหน้าสนใจใคร่รู้ จึงได้แต่ยิ้มเจื่อนพลางอธิบาย “ฝ่ายนิติบุคคลของชุมชนยังไม่มาประจำตำแหน่ง ตอนนี้ยังไม่มีผู้ดูแล คนพวกนี้เลยรีบแห่กันมาโฆษณาไว้ล่วงหน้าน่ะครับ”

“นี่เรียกว่าหัวการค้าสินะครับ” เขามองรอยกะดำกะด่างบนผนังทางเดินในอาคารที่ทั้งคุ้นตาระคนแปลกตาพวกนี้แล้วก็อดทอดถอนใจไม่ได้

สมัยที่เขามาถึงที่นี่ ผนังพวกนี้สกปรกเลอะเทอะอยู่ก่อนแล้ว มีคราบน้ำหนองมันสมองของเหลวหลังซอมบี้ถูกสังหาร มีคราบเลือดสดๆ ของมนุษย์ที่สาดกระเซ็น มองไม่เห็นร่องรอยว่าเคยมีป้ายโฆษณาพวกนี้เลยสักนิด

ทั้งคู่ขึ้นลิฟต์มาหยุดอยู่ที่ชั้นสิบหก นายหน้าล้วงกุญแจออกมาเปิดประตูห้อง

ถูกแล้ว…เป็นห้องนี้นี่แหละ

“ชั้นหนึ่งมีห้องรับแขก ระเบียง ห้องครัว ห้องน้ำ ห้องเก็บของ ส่วนชั้นลอยมีสองห้องนอน ห้องนอนใหญ่หนึ่งห้อง ห้องนอนเล็กหนึ่งห้อง ระเบียงกลางแจ้ง ห้องสุขาและห้องอาบน้ำ” นายหน้าขายบ้านแนะนำพลางเดินนำหลัวซวินเข้าไปข้างใน

“ห้องนี้เจ้าของตกแต่งไว้ดีมากเลยนะครับ แม้แต่ประตูนิรภัยก็เปลี่ยนใหม่เรียบร้อยแล้ว เดิมทีเจ้าของห้องตั้งใจจะพาครอบครัวย้ายมาอยู่เอง แต่ตอนหลังดูเหมือนว่าต้องย้ายที่ทำงานมั้งครับ ที่ทำงานใหม่อยู่ห่างจากเขตตะวันตกเฉียงใต้ไกลเกินไป เลยต้องปล่อยเช่าไปก่อน ดังนั้นห้องนี้เลยยังไม่ได้ติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า…”

หลัวซวินพยักหน้าเล็กน้อย ในใจรู้ดีว่าที่ครอบครัวนี้ไม่ย้ายเข้ามาอยู่ แท้จริงแล้วไม่ใช่เพราะสาเหตุนี้ เนื่องจากห้องชุดนี้มีระเบียงกลางแจ้งกับระเบียงใหญ่ แถวนี้ผู้คนไม่พลุกพล่าน เดิมทีลูกชายลูกสาวตั้งใจเตรียมไว้ให้ผู้สูงอายุในบ้านย้ายมาอยู่ ผลปรากฏว่าเพิ่งตกแต่งห้องเสร็จ ยังไม่ทันติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า ผู้สูงอายุในบ้านก็ล้มป่วยแล้วล่วงลับจากไปก่อน ห้องนี้จึงว่างไปโดยปริยาย

เป็นไปได้ว่านายหน้าขายบ้านคงกลัวว่าถ้าพูดความจริงเขาอาจจะไม่อยากเช่า จึงจงใจบิดเบือนข้อมูล

หลัวซวินจ้องมองหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่เบื้องหน้า แสงแดดอบอุ่นส่องตรงเข้ามา หลัวซวินยิ่งรู้สึกพอใจมาก จากนั้นเขาก็เดินขึ้นไปบนชั้นลอย ไม่ได้มองสำรวจห้องนอนอันว่างเปล่านั้นละเอียดมากนัก แต่กลับเดินตรงไปที่ระเบียงกลางแจ้ง เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ ระเบียงกลางแจ้งก็ติดตั้งกระจกไว้เรียบร้อย ประการแรก เพื่อความปลอดภัยของผู้สูงอายุ ประการที่สอง เพราะชั้นบนสุดลมแรงเกินไป

สิ่งที่ทำให้หลัวซวินนึกชื่นชมยิ่งขึ้นก็คือ กระจกที่เจ้าของห้องใช้เป็นกระจกนิรภัยทั้งหมด! ลำพังแค่มีกระจกแบบนี้ แลกกับเงินค่าเช่าสามพันห้าร้อยหยวนต่อเดือนแล้วสามารถเช่าห้องชุดแบบนี้ในย่านชานเมืองเอได้ หลัวซวินรู้สึกว่ามันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม!

“โอเค ห้องนี้ไม่เลวเลย”

“งั้นคุณก็?”

“เช่าครับ เจ้าของห้องจะมาเซ็นสัญญาได้เมื่อไรครับ”

นายหน้าขายบ้านรีบโทรศัพท์ไปหาเจ้าของห้องด้วยรอยยิ้มแป้นจนหน้าบาน

ค่าเช่าสามพันห้าร้อยหยวนต่อเดือน จ่ายล่วงหน้าสามเดือนบวกกับค่าประกันห้อง บวกค่านายหน้าอีกสามพันห้าร้อยหยวน

เช้าวันที่หนึ่ง เดือนตุลาคม ทั้งสองฝ่ายเซ็นสัญญากันเรียบร้อย ในที่สุดหลัวซวินก็ได้กุญแจห้องที่เขาเฝ้าใฝ่ฝันมาครองแล้ว

หลัวซวินยืนอยู่กลางห้องโล่งว่างเปล่า เขารู้สึกตื่นเต้นดีใจมากอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

ห้องชุดนี้เป็นที่พักอาศัยที่ทำให้เขารู้สึกอิจฉาตาร้อนมากในชาติที่แล้ว ตอนที่ตัวเขามาถึงฐานที่มั่นตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองเอ ในฐานที่มั่นส่วนใหญ่เริ่มสอนวิธีปลูกพืชที่เหมาะแก่การเพาะปลูกในครัวเรือน และวิธีทำให้น้ำสะอาดอย่างง่ายๆ อะไรทำนองนี้แล้ว

หลังจากนั้นก็มีทีมนักสำรวจทยอยเก็บรวบรวมเมล็ดพืชกลายพันธุ์จากเรือกสวนไร่นาแถวเมืองเอมาได้ หลังจากศูนย์วิจัยทำการทดสอบยืนยัน ในบรรดาเมล็ดพันธุ์พืชพวกนั้นมีบางส่วนที่ให้ผลผลิตมาก ใช้ระยะเวลาปลูกสั้น สามารถให้พลังงานพื้นฐานเพียงพอแก่ความต้องการของร่างกายมนุษย์ จนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย

ตัวเขาในตอนนั้นมีเพียงห้องใต้ดินขนาดไม่ถึงสิบตารางเมตรเพียงหนึ่งห้อง หน้าต่างเป็นแค่ช่องแคบเล็กๆ ซ้ำยังถูกอาคารรอบข้างบดบังจนแสงแดดส่องมาไม่ถึง ซึ่งแตกต่างจากผู้พักอาศัยที่มาอยู่ก่อนตั้งแต่แรกที่ได้ครอบครองพื้นที่เล็กๆ มีบ้านของตัวเองอยู่บนอาคารสูงๆ สามารถติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ไว้ใช้ในบ้านได้ ฝ่ายหลัวซวินถ้าต้องการใช้ไฟฟ้า ก็ต้องจ่ายเงินซื้อไฟฟ้าจากบ้านอื่นในราคาที่แพงมาก

ถึงจะเป็นแบบนั้น แต่ภายในห้องใต้ดินเล็กๆ ของเขาก็สามารถปลูกพืชที่ไม่ต้องการแสงแดดได้หลายชนิด เช่น ถั่วงอก กุยช่าย ต้นอ่อนกระเทียม พืชพวกนี้ไม่กลายพันธุ์ และยังมีพืชกลายพันธุ์ที่สามารถเพาะเลี้ยงในสถานที่มืดสลัว ทั้งยังให้ผลผลิตในปริมาณที่เยอะมาก สุดท้ายเขาจึงสามารถเก็บเงินได้เป็นกอบเป็นกำ

หลัวซวินมีปัญญาดี ชาญฉลาด และมีความสามารถในการปฏิบัติงานที่ยอดเยี่ยม แม้ปัจจัยของโลกภายนอกจะย่ำแย่มากก็ตาม ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังสามารถหาหนทางเอาตัวรอดไปได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงปัจจุบันที่เขาได้กลับชาติมาเกิดใหม่อีกครั้ง

ช่วงก่อนเขตชุมชนหงจิ่งเพิ่งสร้างเสร็จแค่แปดอาคาร มีบางส่วนเป็นห้องเวนคืนจากเขตฝั่งเหนือของใจกลางเมือง เหลือห้องที่เปิดขายได้ทั่วไปอีกหกอาคารซึ่งกำลังจะปล่อยขาย

เขตชุมชนแห่งนี้เพิ่งทำโครงสร้างอาคารได้สามเดือนกว่า ห้องที่เขาเช่าห้องนี้ก็เพิ่งจะตกแต่งเสร็จไม่ถึงเดือน

ก่อนวันสิ้นโลกมาเยือน อาคารอื่นๆ ที่เหลืออีกสี่อาคารยังอยู่ในช่วงก่อสร้าง มีสองอาคารเพิ่งทำโครงสร้าง อีกสองอาคารแม้แต่ประตูหน้าต่างก็ยังติดตั้งไม่เสร็จ หลังวันสิ้นโลก สองอาคารสุดท้ายกลายเป็นเขตปลอดภัย และสร้างเสร็จโดยการควบคุมดูแลของกองกำลังทหาร ส่วนอาคารที่สร้างเสร็จแล้วพวกนั้นยังไม่ทันเปิดขายก็มีเหตุการณ์วันสิ้นโลกเกิดขึ้นเสียก่อน จึงไม่มีคนรู้ว่าเจ้าของดั้งเดิมแท้จริงแล้วไปอยู่ที่ไหน ตอนหลังจึงถูกนำมาจัดสรรให้แก่ผู้รอดชีวิตที่อพยพลี้ภัยมา

ห้องที่เขาเช่าเอาไว้ห้องนี้ ผู้ที่เคยพักอยู่เมื่อชาติที่แล้วเป็นครอบครัวที่มีสมาชิกสามคน พวกเขาเพิ่งมาเช่าที่นี่ก่อนเกิดเหตุวันสิ้นโลกได้เพียงครึ่งเดือน แม้ห้องนี้ตกแต่งไว้เป็นอย่างดี แต่ก็เป็นแค่ห้องเปล่า ไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าเลยสักชิ้น กลุ่มคนทำงานในเมืองใหญ่มักเลือกเช่าห้องที่พร้อมเข้าอยู่ได้เลย โดยไม่สนว่าห้องคุณตกแต่งด้วยวัสดุอะไร ใช้เงินไปเท่าไร

ด้วยเหตุนี้เอง ห้องนี้ที่ปล่อยเช่าในราคาสามพันห้าร้อยหยวนสำหรับย่านนี้ถือว่าราคาค่อนข้างสูง จึงไม่มีคนมาเช่า อีกทั้งเจ้าของห้องยังมีปัญหาเรื่องมรดก แย่งสมบัติกันในหมู่พี่น้อง ดังนั้นตลอดเวลาที่ผ่านมาจึงยังไม่ติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าเลยสักที จวบจนมีผู้เช่ามาติดต่อ

ตอนหลังเจ้าของห้องนี้คนใหม่ หลัวซวินรู้จักดี เป็นคนแซ่อู๋ ด้วยความที่ห้องนี้เป็นแบบมีชั้นลอย ครอบครองพื้นที่สองชั้นเต็มๆ ห้องหันหน้าทางทิศที่ดีที่สุด ตอนหลังกองทัพขายแผงพลังงานแสงอาทิตย์ พวกทหารแทบจะติดมันเอาไว้รอบผนังนอกบ้านคนแซ่อู๋เต็มไปหมด แต่หลัวซวินจะไปซื้อไฟฟ้าของห้องนี้ก็ต่อเมื่อหาซื้อที่อื่นไม่ได้แล้วจริงๆ เท่านั้น ไม่อย่างนั้นเขาไม่มีทางมาซื้อไฟฟ้าจากห้องนี้เด็ดขาด

ผู้หญิงที่ถูกเรียกว่าเจ๊อู๋คนนั้นนิสัยบ้าดีเดือดสุดขีด แถมยังชอบเอาเปรียบคนอื่น ปกติเวลาไปซื้อไฟฟ้าเจ้าอื่น พอซื้อขายกันบ่อยครั้ง สองฝ่ายเริ่มที่จะสนิทกัน ก็มักจะมีส่วนลดให้บ้างไม่มากก็น้อย ส่วนคนแซ่อู๋ไม่ให้ส่วนลดไม่ว่า แต่หลัวซวินเอาแบตเตอรี่ใหม่ไปชาร์จที่ห้องคนแซ่อู๋เพียงครั้งเดียว อีกฝ่ายกลับสับเปลี่ยนเอาแบตเตอรี่เก่ามาให้เขาแทน

ตอนนั้นทั้งสองฝ่ายเกือบวิวาทกัน ทั้งสามีและลูกชายผนึกกำลังกับเจ๊อู๋ หุ่นล่ำบึ้กทั้งสามคนยืนเท้าเอวถมึงทึงอยู่ตรงประตู ครั้นหลัวซวินเห็นว่าตัวเองตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ขืนอ้าปากพูดอะไรไปมากกว่านี้ได้ถูกสามทรชนจับเขาโยนลงไปจากชั้นสิบหกเป็นแน่ หลัวซวินจึงต้องจำใจกลืนก้อนโทสะนี้ลงท้องไป

ส่วนพวกนั้นถือว่าห้องตัวเองทำเลดี ทุกวันอาศัยการขายไฟฟ้าก็พอเลี้ยงปากท้องทั้งครอบครัวได้สบาย ในบ้านนอกจากไม่ต้องปลูกพืชยังชีพอย่างชาวบ้านคนอื่นๆ เจ้าลูกชายที่อายุมากกว่าหลัวซวินหลายปีกลับไม่เคยย่างก้าวออกจากเขตปลอดภัยเลยสักครั้ง ตีให้ตายก็ไม่ยอมออกไปร่วมทีมผจญภัย ซึ่งแม่ของเขาเองก็ตัดใจปล่อยให้ลูกชายไปไม่ได้เช่นกัน

เจ้าของห้องนี้หลังวันสิ้นโลกแล้วยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ได้กลับมายังฐานที่มั่นตะวันตกเฉียงใต้หรือเปล่า หลัวซวินก็ไม่อาจรู้ได้ แต่คาดว่าคงจะเสียชีวิตในมหันตภัยครั้งนั้นไปแล้วมากกว่า หรือต่อให้พวกเขากลับมา ตามกฎของฐานที่มั่นซึ่งตั้งขึ้นในภายหลัง พวกเขาก็กลับมาอยู่ในถิ่นฐานเดิมไม่ได้ ทางการจะแยกพวกเขาไปพักที่อื่นแทน

หลัวซวินไม่ใช่พ่อพระที่ชอบช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก ชาติก่อนเขาเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดาอาศัยอยู่ในชั้นล่างของตึก พอมาชาตินี้ก็ไม่เคยคิดอยากทำสิ่งสุดยอดเป็นผู้ยิ่งใหญ่แต่อย่างใด

บัดนี้เขามีห้องที่ตัวเองอยากได้แล้ว มีรังกบดานเล็กๆ ให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย เขาจะสร้างมันเป็นป้อมปราการ มันจะกลายเป็นสถานที่ที่ทำให้เขามีชีวิตความเป็นอยู่ดีกว่าชาติที่แล้ว ที่นี่จะเป็นเคหสถานที่จะทำให้เขาผ่านชีวิตในช่วงวันสิ้นโลกที่แสนจะยาวนานและน่าสะพรึงกลัวนี้ไปได้อย่างสงบสุขและอุ่นใจ

ขณะนี้เหลือเวลาอีกห้าสิบเจ็ดวันก่อนถึงวันสิ้นโลก

ใส่ความเห็น