โอตาคุวันสิ้นโลก ปก3

[ทดลองอ่าน] โอตาคุวันสิ้นโลก บทที่ 3 : ปฏิบัติการของหนูแฮมสเตอร์!

โอตาคุวันสิ้นโลก
重生宅男的末世守则  

暖荷 หน่วนเหอ เขียน
เมิ่งเหวิน เเปล

** หมายเหตุ : ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **

———————————————————————————–

บทที่ 3 ปฏิบัติการของหนูแฮมสเตอร์!

ผู้กลับชาติมาเกิดใหม่จากวันสิ้นโลก ต่างมีใจดั่งหนูแฮมสเตอร์

หลัวซวินคว้าบัตรเอทีเอ็มที่มีเงินอยู่สามแสนสองหมื่นห้าพันเจ็ดร้อยหยวน กับโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ที่เข้าอินเทอร์เน็ตได้ ขับรถจินเป่ย [1] มือสองที่เพิ่งจ่ายเงินซื้อมาในราคาเก้าพันหยวน มุ่งหน้าสู่ร้านขายวัสดุก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในเขตตะวันตกเฉียงใต้

หลัวซวินซื้ออุปกรณ์เครื่องมือช่างครบชุด และอะไหล่สารพัดอย่างครบครัน รวมถึงเครื่องชาร์จแบตเตอรี่พลังงานแสงอาทิตย์ยกเซ็ต ทั้งยังซื้อฟิล์มติดกระจกด้านเดียวในจำนวนที่มากพอจะสามารถติดได้ทั้งบ้าน จากนั้นชายหนุ่มก็ขับรถจินเป่ยมือสองไปตลาดเกษตรกรขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ไม่ไกล เพื่อซื้อเมล็ดพันธุ์และเม็ดยาฆ่าเชื้อทำให้น้ำสะอาด

การใช้ชีวิตอยู่ในช่วงวันสิ้นโลกสิ่งใดสำคัญที่สุดน่ะเหรอ

หลัวซวินสามารถตอบคุณได้อย่างฉะฉานจริงจังเลยว่า อันดับแรก คือ น้ำสะอาด อันดับสอง คือ อาหารที่ให้พลังงานได้อย่างเพียงพอ อันดับสาม ค่อยเป็นอาวุธและเครื่องนุ่งห่ม

หลังวันสิ้นโลกได้ไม่นาน น้ำก็เริ่มเกิดการปนเปื้อน หลัวซวินเป็นคนรอบคอบ หลังจากหนีตายมาถึงฐานที่มั่นเมืองเอ็ม เมื่อเห็นว่าในฐานที่มั่นแจกเม็ดยาฆ่าเชื้อทำให้น้ำสะอาดฟรีไม่คิดเงิน เขาก็ไปขอมาตุนไว้เยอะๆ หน่อย จากนั้นก็ใช้ความรู้เรื่องการกลั่นจากที่เคยเรียนมาสร้างเครื่องกลั่นขึ้นเองหนึ่งชุด

แม้อัตราความเร็วจะช้าและเปลืองฟืนไปสักหน่อย แต่อย่างน้อยก็สามารถรับประกันได้ว่าปลอดภัย ที่สำคัญ ต่อให้เป็นน้ำที่ผ่านการกลั่นออกมา เขาก็จะนำไปต้มให้เดือดซ้ำเป็นเวลานานเพื่อฆ่าเชื้อรอบสองก่อนนำมาดื่ม

คนจำนวนไม่น้อยต่างติว่าทำแบบนี้มันยุ่งยาก ส่วนใหญ่แค่ต้มจนเดือดก็พอ ไม่เอาไปผ่านการกลั่นแต่อย่างใด จนกระทั่งจู่ๆ ในฐานที่มั่นเกิดการระบาดของเชื้อซอมบี้ ฐานที่มั่นเมืองเอ็มจึงล่มสลาย

ความจริงมีฐานที่มั่นหลายแห่งสร้างเสร็จแล้ว แต่เนื่องมาจากอาหารและน้ำดื่มน้ำใช้เกิดการปนเปื้อน จึงทำให้มีการระบาดของซอมบี้ในเขตฐานที่มั่น ช่วงแรกของวันสิ้นโลกการเคลื่อนไหวของเหล่าซอมบี้ยังค่อนข้างอืดอาดเชื่องช้ามาก พืชและสัตว์ส่วนใหญ่ยังไม่ถูกมลพิษทำให้กลายพันธุ์ ทำให้ในช่วงเวลานั้นจึงสร้างฐานที่มั่นของมนุษย์ได้อย่างรวดเร็ว

เพราะแต่ละมณฑลในประเทศต่างก็มีค่ายทหารรักษาการณ์ภายในพื้นที่อยู่แล้ว กองทัพจึงรับมือได้ทันกาล สามารถช่วยเหลือประชาชนและสร้างฐานที่มั่นได้อย่างรวดเร็วมาก

และสิ่งที่ทำให้ผู้คนต่างพากันทึ่งยิ่งกว่าก็คือ ปัจจัยทางสมรรถภาพร่างกาย เมื่อเกิดการกลายพันธุ์ระลอกแรก ทหารจำนวนไม่น้อยต่างกลายเป็นผู้มีพลังวิเศษ ใช้พละกำลังอันแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมปกป้องคุ้มครองชาวบ้าน และนี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลว่าทำไมหลัวซวินต้องเดินทางมาเขตตะวันตกเฉียงใต้ล่วงหน้า

นอกจากปัญหาเรื่องน้ำดื่มแล้ว อาหารก็เป็นอุปสรรคใหญ่ วันสิ้นโลกเกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาว ผู้คนจำนวนมากต้องทนผ่านช่วงเวลาแห่งความหนาวเหน็บไปอย่างยากลำบาก ได้แต่อาศัยสินค้าอาหารแห้งที่เหลืออยู่ในเมืองเพื่อประทังชีวิต

จวบจนย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิถึงช่วงฤดูร้อน ผู้คนต่างไม่รู้ว่าพืชด้านนอกเกิดการกลายพันธุ์ กว่าพวกเขาจะรู้ถึงปัญหานี้ ก็มีเพียงสวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าพืชชนิดไหนกินได้กินไม่ได้ หลังกินเข้าไปแล้วจะเกิดปฏิกิริยาเลวร้ายอะไรบ้าง

เข้าสู่ฤดูร้อนปีที่สอง ศูนย์วิจัยจึงออกมาประกาศว่าพืชกลายพันธุ์บางจำพวกสามารถกินได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เกิดปัญหาความอดอยากครั้งใหญ่

ชาติที่แล้วหลัวซวินต้องหนีตายเอาชีวิตรอด เขาผ่านประสบการณ์เมืองล่มสลายตกอยู่ในอันตรายมาแล้วสองครั้ง หลังมาถึงเมืองเอช่วงแรก เขาเข้าร่วมทีมสำรวจ ภายหลังซอมบี้เกิดการกลายพันธุ์ มีพลังความสามารถเพิ่มมากขึ้น มนุษย์ธรรมดาอย่างเขาไม่อาจต่อกรได้ มิหนำซ้ำคนธรรมดาอย่างเขา ก่อนเกิดเหตุการณ์วันสิ้นโลกก็ไม่เคยแตะต้องปืนมาก่อน แม้แต่วิธีถือปืนก็ยังไม่รู้ หลังถูกทีมสำรวจเตะออกมา ทีมล่าสัตว์ยิ่งไม่ต้องการคนธรรมดาไร้ประโยชน์อย่างเขา

หลัวซวินจำต้องกลับเข้าเมืองไปรับภารกิจสร้างฐานที่มั่นกับภารกิจปลูกพืชเพื่อหาเงินยังชีพอย่างไม่มีทางเลือก และที่นี่เองทำให้เขาค้นพบวิธีที่จะสามารถยังชีพด้วยตัวเองต่อไปได้แล้ว

เขาปลูกพืชที่ไม่จำเป็นต้องใช้แสงอาทิตย์ก็สามารถเติบโตได้ไว้ในบ้าน หลังเอาพืชผลล็อตแรกออกไปขาย เขาก็เปลี่ยนไปหว่านเมล็ดพันธุ์ชนิดอื่น นับแต่บัดนั้นเป็นต้นมาชีวิตความเป็นอยู่ของเขาจึงค่อยๆ ดีขึ้น แต่เพราะไม่มีแดด พืชผลหลายชนิดจึงปลูกไม่ขึ้น ทำให้เขารู้สึกเสียดายมาก

หลัวซวินหวนนึกถึงความหลังขณะขับรถกลับเขตชุมชนหงจิ่ง เขาขับรถเข้าไปจอดใต้อาคารที่พักของตัวเอง จากนั้นก็ทยอยขนข้าวของเข้าตึกก่อนย้ายขึ้นลิฟต์

บ้านของเขาอยู่บนชั้นสิบหกซึ่งถือว่าค่อนข้างสูง แต่โชคดีที่แม้จะอยู่ในช่วงวันสิ้นโลก ในอาคารที่พักได้กำหนดช่วงเวลาใช้ลิฟต์สาธารณะ ทุกเช้าจะใช้ได้ตั้งแต่เจ็ดโมงถึงเก้าโมง ช่วงเย็นใช้ได้ตั้งแต่ห้าโมงถึงหนึ่งทุ่ม แม้ชาติก่อนหลัวซวินจะอาศัยอยู่ในห้องใต้ดิน แต่เขาจำเป็นต้องขึ้นไปซื้อไฟฟ้าจากบ้านที่อยู่ชั้นบนของอาคาร จึงจำเวลาพวกนี้ได้ขึ้นใจ

หลังขนของเข้าบ้านทีละอย่างสองอย่าง หลัวซวินมองห้องที่ยังโล่งแล้วล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา…เปิดเข้าอินเทอร์เน็ต

วันนี้เขาออกไปซื้อของเข้าบ้านเยอะมาก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีของอีกหลายอย่างที่ต้องซื้อเพิ่ม เขาไม่มีเวลาออกไปซื้อของด้วยตัวเองมากมายปานนั้น ดังนั้นตอนนี้จึงเลือกช็อปออนไลน์เป็นตัวเลือกแรก

เพราะอย่างนี้ไงเขาถึงตั้งใจซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องนี้มาโดยเฉพาะ ข้อแรก เพื่อที่ก่อนถึงวันสิ้นโลกเขาจะได้ซื้อของออนไลน์ได้สะดวก ข้อสอง แม้หลังเกิดเหตุการณ์วันสิ้นโลก โทรศัพท์มือถือก็ยังสามารถใช้ได้ หลังมีการสร้างฐานที่มั่นและสถานการณ์มั่นคงดีแล้ว ทางสถาบันวิจัยได้คิดค้นและพัฒนาซิมโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ออกมา สามารถใช้ในฐานที่มั่นได้ มีการส่งข้อมูลข่าวสารปลอบขวัญประชาชนตามเวลาที่กำหนดเป็นประจำทุกวัน

แน่นอนว่าวิทยุก็เป็นสิ่งที่จะขาดไปไม่ได้ โดยทั่วไปแล้ววิทยุสามารถกระจายข่าวประเภทต่างๆ หมุนเวียนตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เช่น การค้นพบพืชพันธุ์ใหม่ เนื้อของสัตว์กลายพันธุ์ชนิดไหนที่ได้รับการยืนยันแล้วว่าสามารถกินได้ หรือตรวจเจอสารพิษปริมาณมากในพืชชนิดไหนบ้าง ข่าวสารจากฐานที่มั่นแห่งอื่น สถานการณ์การกวาดล้างของโลกภายนอก และข่าวสารอื่นๆ อีกมากมาย

หลัวซวินกดยืนยันรายการคำสั่งซื้อเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่เขาจะย้ายมาจากเมืองเอฟก็ได้คิดไว้คร่าวๆ แล้วว่าต้องซื้อของอะไรบ้าง เขาจึงเข้าไปกดสั่งซื้อทางออนไลน์ได้สะดวกรวดเร็วมาก และข้าวของส่วนใหญ่ก็เป็นสินค้าที่พร้อมใช้งาน ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาติดตั้งให้ ฉะนั้นทางผู้ขายแค่ส่งสินค้ามาก็ใช้งานได้เลย

หลัวซวินสั่งซื้อของอยู่ทั้งคืน พอเริ่มเช้าวันใหม่เขาก็ถกแขนเสื้อขึ้น

เริ่มงานได้! …

หลังตัดฟิล์มติดกระจกแต่ละแผ่นครบแล้ว หลัวซวินก็ฉีดสเปรย์เช็ดกระจกจนสะอาดเอี่ยม จากนั้นก็กางบันไดพับปีนขึ้นไปลงมือติดฟิล์มได้เลย!

เขาเริ่มจากการติดฟิล์มลงบนกระจกตรงระเบียงกลางแจ้งทั้งหมดก่อน จากนั้นก็ลงมาติดหน้าต่างตรงระเบียงใหญ่ของห้องรับแขกในชั้นหนึ่ง งานประเภทนี้เป็นงานที่มีรายละเอียดยิบย่อยเยอะมาก แต่ก็มีประโยชน์มากเช่นกัน…หลังวันสิ้นโลกเขาจะสามารถปลูกพืชผักได้เต็มพื้นที่ระเบียงชั้นนี้และระเบียงกลางแจ้ง เรื่องนี้พูดไปใครจะเชื่อ

ช่วงที่ซอมบี้ระบาดไปทุกหนทุกแห่ง ผู้คนต้องอาศัยอาหารสำเร็จรูปกับอาหารแห้งประทังชีวิต แต่บ้านคุณกลับมีทั้งผักและผลไม้สดๆ แถมยังก่อไฟทำอาหารกินเองได้อีกด้วย ไม่บุกมาชิงทรัพย์บ้านคุณแล้วจะไปยกเค้าบ้านใครล่ะจริงไหม

ดังนั้นสิ่งแรกที่หลัวซวินต้องทำก็คือ…พิทักษ์ความเป็นส่วนตัวภายในบ้านของตนเอง

หลังจากติดฟิล์มลงบนกระจกหน้าต่างเสร็จหมดแล้ว หลัวซวินก็ยกแผงพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่สองแผงและขาตั้งที่เขาเพิ่งเชื่อมเสร็จหมาดๆ ไปวางไว้นอกหน้าต่างระเบียงกลางแจ้ง…เพื่อชาร์จแบตเตอรี่

ตอนนี้ชายหนุ่มซื้อเครื่องชาร์จแบตเตอรี่พลังงานแสงอาทิตย์มาหนึ่งชุด เพราะราคาสินค้าพวกนี้แพงเอาการ เขายังต้องซื้อของอย่างอื่นอีกหลายรายการ ถ้าทุนทรัพย์ที่มีอยู่ไม่พอจ่ายจริงๆ ไว้หลังเกิดวันสิ้นโลกเขาค่อยขับรถไปขนมาจากร้านขายวัสดุก่อสร้างเอาก็ได้…

ถึงอย่างไรหลังเกิดวันสิ้นโลกช่วงแรกๆ ซอมบี้ยังเคลื่อนไหวเชื่องช้าและผู้คนก็ไม่กล้าออกจากบ้านกันสักเท่าไร ดังนั้นถ้าเขาออกไปหาทรัพยากรในช่วงนี้ยังจะสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้อย่างมากมายมหาศาล

หลัวซวินเก็บเศษแผ่นฟิล์มที่เหลือใช้มามัดรวมกันให้เรียบร้อย ของพวกนี้ต้องเก็บไว้สำรองเผื่อต้องใช้ในอนาคต รถตู้มือสองคันนั้นของเขาติดฟิล์มมาอยู่แล้ว…หลังวันสิ้นโลก เวลาขับรถออกไปข้างนอก ความเป็นส่วนตัวก็เป็นเรื่องสำคัญเหมือนกัน

หลังจากทำงานยุ่งมาเกือบทั้งวัน หลัวซวินจัดระเบียบข้าวของภายในบ้านเสร็จเรียบร้อย จากนั้นชายหนุ่มก็ออกจากบ้าน ลงไปข้างล่างตึกแล้วขับรถออกไปข้างนอกเพื่อทำความคุ้นเคยกับถนนหนทาง

ชาติก่อนแม้ว่าเขาจะอาศัยอยู่ในฐานที่มั่นตะวันตกเฉียงใต้นานกว่าแปดปี แต่นั่นก็เป็นฐานที่มั่นที่สร้างขึ้นหลังจากที่เมืองเกิดมหันตภัยแล้ว เขตชุมชนที่พักอาศัยบางแห่งก็พังถล่ม บางที่ก็ถูกสร้างขึ้นใหม่ รวมไปถึงตึกอาคารที่ถูกใช้เป็นพื้นที่สาธารณะ ทุกอย่างล้วนเปลี่ยนสภาพไปไม่เหลือเค้าเดิม ทั้งศูนย์การค้าขนาดใหญ่และปั๊มน้ำมันบางที่ถูกทำลายสิ้นตั้งแต่ช่วงแรกของวันสิ้นโลกก็มี

เขาต้องใช้เวลาว่างในช่วงนี้ ตอนที่สินค้าต่างๆ ที่เขาสั่งซื้อยังไม่มาส่ง เดินดูทำความคุ้นเคยกับที่ทางการวางสินค้าต่างๆ ตามศูนย์การค้าในละแวกนี้

เขตตะวันตกเฉียงใต้แม้จะอยู่โซนรอบนอก แต่ความเจริญของที่นี่ดีกว่าเมืองขนาดกลางและเมืองขนาดเล็กทั่วไปมาก โดยเฉพาะเส้นทางการเดินรถไฟใต้ดินของเมืองเอวิ่งผ่านย่านนี้ ฉะนั้นหนุ่มสาวออฟฟิศจำนวนไม่น้อยจึงเลือกพักอาศัยในแหล่งชุมชนที่อยู่ห่างจากย่านใจกลางเมือง เพราะสถานที่แบบนี้ค่อนข้างเงียบสงบและราคาถูก

ด้วยเหตุนี้ระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ของที่นี่จึงมีอย่างครบครัน ระหว่างที่ขับรถอยู่บนทางหลวงฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของเมือง หลัวซวินก็ได้ค้นพบเรื่องน่าตื่นตาตื่นใจ นั่นคือ ห่างออกไปแทบจะทุกสองช่วงถนนจะมีซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ของเมืองเอตั้งอยู่เป็นจุดๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงย่านเศรษฐกิจในเขตตะวันตกเฉียงใต้ที่มีศูนย์การค้าแฟรนไชส์มาเปิดสาขาอีกสามแห่ง รวมไปถึงร้านสะดวกซื้อขนาดย่อมอีกจำนวนมาก

หลัวซวินถือแผนที่ผังเมืองไว้ในมือหนึ่งแผ่น ขณะขับรถเลี้ยวไปตามตรอกซอกซอยบนถนนสายต่างๆ ก็ขีดกาเครื่องหมายตำแหน่งสำคัญๆ ไว้ในแผนที่ เขากะว่าเดี๋ยวกลับไปแล้วจะใช้โทรศัพท์มือถือดาวน์โหลดแผนที่แล้วบันทึกข้อมูลเก็บไว้ซ้ำอีกที เพื่อเป็นการสำรองข้อมูลไว้เผื่อหาย

หลังขับวนรอบใหญ่จนทั่ว สุดท้ายหลัวซวินก็แล่นเข้าไปจอดในลานจอดรถใต้ดินของศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง เขาหยิบบัตรเอทีเอ็มและเข็นรถเข็นไปเดินจับจ่ายซื้อของพร้อมสำรวจที่ทางภายในศูนย์การค้าไปในตัว

เมื่อวานทั้งวันหลัวซวินไปร้านขายวัสดุก่อสร้างกับตลาดเกษตรกรมา จ่ายเงินไปเกือบสามหมื่นหยวน จากนั้นก็ใช้เวลาทั้งคืนในการกดสั่งซื้อของอีกล็อตใหญ่ เอาเงินที่เหลืออยู่สองแสนกว่าหยวนออกมาใช้หมดไปร่วมเจ็ดสิบแปดสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว

ตอนนี้ในมือเขายังเหลือเงินอีกประมาณแปดถึงเก้าหมื่นหยวน คาดว่าหลังจากซื้อของในศูนย์การค้าวันนี้คงจ่ายออกจากกระเป๋าอีกหนึ่งพันหยวน

ระหว่างเดินก็จำทางไปด้วย เขาหยิบของจำพวกน้ำมัน ข้าว และแป้งใส่รถเข็น แล้วหยิบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสชาติต่างๆ ใส่ตามลงไปอีกหลายแพ็ค ตอนเดินผ่านโซนของใช้ในบ้าน หลัวซวินก็ค้นพบอย่างคาดไม่ถึงว่า…ดูเหมือนว่าเขาจะลืมซื้อผ้าห่มกับเสื้อผ้าสำหรับผลัดเปลี่ยนไปซะสนิทเลย!

หลัวซวินดูราคาเสื้อผ้ากับชุดเครื่องนอน ก่อนหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเช็กราคากับร้านออนไลน์ อืม ฉันสั่งซื้อทางออนไลน์เอาดีกว่า ราคาถูกกว่า มิหนำซ้ำยังส่งของถึงบ้าน…อีกอย่าง ตอนนี้ไม่ใช่วันคู่สิบเอ็ด ไม่ต้องห่วงว่าพัสดุจะล้นคลังเก็บของ เทียบกับการซื้อจากที่นี่แล้วต้องแบกกลับบ้านเอง ซื้อออนไลน์สะดวกกว่ากันเยอะ

หลัวซวินหยิบพวกเครื่องครัวถ้วยชามรามไหลงรถเข็นอีก หลังชำระเงิน เขากล่าวขอบคุณและปฏิเสธคำเชิญชวนทำบัตรสมาชิกของพนักงานอย่างสุภาพ จากนั้นก็เข็นรถเข็นมาถึงลานจอดรถชั้นใต้ดิน ขนของใส่รถ

กระทั่งเขาขนข้าวของกองโตเข้าบ้านเสร็จแล้ว จึงทรุดกายนั่งหมดเรี่ยวหมดแรงอยู่บนพื้นพลางพ่นลมหายใจและบ่นว่า “พละกำลังของร่างกายนี้ย่ำแย่เกินไปแล้ว…”

ชีวิตในสองชาติภพ พละกำลังของเขาล้วนจัดอยู่ในเกณฑ์ของคนธรรมดา เพียงแต่ชาติก่อนเขามีชีวิตยากลำบาก พละกำลังจึงแข็งแกร่งกว่าร่างกายขาวซีดเป็นไก่ต้มร่างนี้มาก

แต่ตอนนี้มีเวลาไปออกกำลังกายที่ไหนกัน วันข้างหน้ายังมีงานใช้แรงรอให้เขาไปทำอีกมากมายก่ายกอง เมื่อถึงเวลานั้นพละกำลังของเขาก็จะค่อยๆ เพิ่มพูนขึ้นเอง

หลัวซวินหลับตาครุ่นคิดเงียบๆ สักพัก แล้วเปิดโทรศัพท์มือถือกดสั่งซื้อของที่เขาต้องซื้อเพิ่มเติมลงไปอีกหลายรายการ จากนั้นก็ปีนขึ้นไปบนชั้นลอย ใช้เสื้อผ้าหนาๆ ที่พกมาปูเป็นที่นอนแล้วมุดเข้าไป…หลับยาวๆ!


[1] Jinbei รถยนต์นำเข้าจากจีน

ใส่ความเห็น