โอตาคุวันสิ้นโลก ปก6

[ทดลองอ่าน] โอตาคุวันสิ้นโลก บทที่ 6 : ปากไม่ตรงกับใจ

โอตาคุวันสิ้นโลก
重生宅男的末世守则  

暖荷 หน่วนเหอ เขียน
เมิ่งเหวิน เเปล

** หมายเหตุ : ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **

———————————————————————————–

บทที่ 6 ปากไม่ตรงกับใจ

พื้นที่ในบ้านถูกกองเต็มหมดแล้ว…

หลังจากห้องนี้ถูกหลัวซวินแปลงโฉมใหม่ เมื่อผ่านประตูใหญ่ซึ่งเป็นทางเข้าห้องมา เขาแบ่งพื้นที่กั้นเป็นโซนเล็กๆ หากอยากเข้าไปในห้องรับแขกต้องเดินผ่านประตูอีกหนึ่งชั้น นี่เพื่อป้องกันหากมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น ถ้าหลังวันสิ้นโลกมีคนมาหาเขาที่บ้าน เมื่อเปิดประตู ผู้มาเยือนจะไม่อาจเห็นสภาพต่างๆ ภายในห้องเขาได้ในทันที

เวลานี้เขากำลังนั่งเปลี่ยนรองเท้าอยู่ตรงข้างชั้นวางรองเท้าตรงโซนกั้นห้อง ระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงครางหงิงๆ แสนน่าสงสารดังมาจากในห้องรับแขก ครางครั้งที่หนึ่ง ครั้งที่สอง ครั้งที่สาม…มันส่งเสียงจนเขาใจสั่นไหว

“ให้ตายเถอะ! ช่วยทำตัวน่าสงสารน้อยกว่านี้หน่อยได้ไหม!”

หลัวซวินดีดตัวลุกขึ้นก่อนจะสาวเท้ายาวๆ กลับเข้าไปในห้องรับแขก เปิดกรงแล้วคว้าหลังคอเจ้าตัวเล็กขึ้นมาอุ้ม เขายกมันขึ้นมาตรงหน้าด้วยสองมืออย่างไม่กล้าทำรุนแรง “แกอยากออกไปข้างนอกกับฉันงั้นเหรอ!”

แฮ่ๆๆ … ลิ้นเล็กๆ แลบออกมาครึ่งหนึ่ง หางน้อยๆ กระดิกส่ายไปมา

“ข้างนอกหนาวจะตาย แกเพิ่งอายุเท่าไรเอง! อยู่เฝ้าบ้านซะดีๆ อย่าดื้อ เข้าใจไหม”

พั่บๆๆ หางเล็กยังคงกระดิกส่ายไปมา

หลัวซวินก้มลงใส่เจ้าตัวเล็กกลับเข้าไปในกรง

หงิง… เสียงร้องหงอยๆ ชวนสงสารดังขึ้นอีกครั้ง หางเล็กราวกับแท่งดินสอลู่ลง

หลัวซวินพยายามข่มใจคลึงขมับนวดเส้นเลือดที่ปูดขึ้นมาลงไปทีละเส้น ก่อนยื่นมือไปลูบหัวเจ้าหมาน้อยเบาๆ พลางปลอบด้วยเสียงอ่อนโยน “แป๊บเดียวเดี๋ยวฉันก็กลับมาแล้ว จะเอาของดีกลับมาฝากแกด้วย เด็กดีอยู่บ้านนะ อย่าเห่าล่ะ” ถ้าอากาศเป็นใจ ไม่แน่หลัวซวินอาจอุ้มเจ้าหมาน้อยแสนขี้อ้อนน่ารักน่าชังตัวนี้ไปเดินเล่นข้างนอกก็เป็นได้

แต่ประการแรก เจ้าหมาน้อยยังเด็กเกินไป ประการที่สอง วันนี้อากาศหนาวมากจริงๆ …

บางทีเจ้าหมาน้อยอาจจะแสนรู้มากจริงๆ เหมือนมันรู้ว่า ไม่ว่ามันจะออดอ้อนหรือตื๊อยังไง หลัวซวินก็ไม่ยอมพามันไปด้วยแน่ มันจึงกลับไปนอนหมอบอยู่บนเบาะหนานุ่ม จ้องมองเขาอย่างจ๋อยๆ ด้วยดวงตากลมแป๋วคู่นั้น แต่ไม่ร้องหงิงๆ แล้ว

หลัวซวินถอนหายใจเฮือกหนึ่ง รู้สึกเหมือนตัวเองซื้อเจ้าตัวยุ่งยากกลับมายังไงก็ไม่รู้ ต่อให้เจ้าหมาน้อยไม่กลายเป็นซอมบี้ แต่ถ้ารอจนมันโตกว่านี้หน่อย ตอนที่โลกภายนอกเต็มไปด้วยซอมบี้ เขาจะพามันออกไปเดินเล่นได้ยังไง!

หลัวซวินเปลี่ยนรองเท้า เปิดประตู ล็อกประตู ทอดถอนใจแล้วเดินไปที่ลิฟต์ กดลงไปที่ชั้นหนึ่ง ทันทีที่เดินพ้นประตูลิฟต์ก็เหลือบไปเห็นแผ่นป้ายประกาศตรงประตูทางเข้าสองสามใบ

ในนั้นระบุว่า วันที่สิบ เดือนธันวาคม จะเปลี่ยนตารางเวลาทำการของออฟฟิศ รวมถึงอัตราค่าน้ำ ไฟฟ้า และแก๊สหุงต้ม เมื่อถึงเวลาจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

ห้องในเขตที่พักอาศัยแห่งนี้ยังไม่เปิดให้เข้าอยู่อย่างเป็นทางการ ดังนั้นอัตราค่าน้ำ ค่าไฟ และแก๊สหุงต้มที่ใช้อยู่จึงเป็นตารางชั่วคราว พูดอีกอย่างก็คือ…ไม่ว่าตอนนี้จะใช้ไปเท่าไรก็ไม่ต้องจ่ายเงิน! รอให้กำหนดราคาที่แน่นอนตรงกันก่อน แล้วค่อยให้บริษัทน้ำ ไฟฟ้า และแก๊สมาตามเก็บทีเดียว

หลัวซวินอ่านทวนเนื้อหาในประกาศจนแน่ใจอยู่หลายรอบ ก่อนจะถอนหายใจพลางส่ายหน้า แล้วเดินไปตามโถงทางเดิน…ถือว่าประหยัดเงินตรงส่วนนี้ไปได้เยอะเลยละ

แต่เพราะเขตที่พักอาศัยยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ ดังนั้นระยะนี้จึงมีเหตุการณ์น้ำไม่ไหลบ้างเป็นบางครั้ง ไว้รอให้สองวันนี้จัดการธุระเรียบร้อยก่อน แล้วค่อยดำเนินการวางแผนกักตุนน้ำ

ตอนที่เขาขับรถตู้มือสองราคาถูกกลับเข้ามาที่เขตชุมชนหงจิ่งอีกครั้ง เท่ากับว่าการจับจ่ายซื้อของครั้งสุดท้ายของหลัวซวินได้สิ้นสุดลงแล้ว

หลายวันมานี้เขาเริ่มจากไปตลาดเกษตรกร ซื้อของจำพวกข้าวสาร แป้ง น้ำมัน ธัญพืช และอื่นๆ ทั้งแบบที่ตักใส่ถุงขายและแบบแพ็คสุญญากาศ จากนั้นก็ขับรถตระเวนกว้านซื้อยาและเวชภัณฑ์เกือบรอบเขตตะวันตกเฉียงใต้ทั้งร้านเล็กร้านใหญ่

ยาและเวชภัณฑ์สั่งซื้อทางออนไลน์ไม่สะดวก โดยเฉพาะยาบางชนิดที่ต้องมีใบรับรองต่างๆ

แม้หลัวซวินจะสั่งซื้อของจำพวกกล่องปฐมพยาบาลทางออนไลน์มาบ้างบางส่วน แต่อย่างยาแก้อักเสบหรือยาลดไข้แก้หวัดต้องไปซื้อที่ร้านขายยา

เวลาไปซื้อยาแต่ละร้าน หลัวซวินจะไม่ซื้อทีละมากๆ เต็มที่ซื้อแค่อย่างละสองกล่อง แต่เพราะเขาไปหลายร้าน ร้านขายยาน้อยใหญ่ทั่วเขตตะวันตกเฉียงใต้รวมๆ แล้วมีหลายร้อยร้านที่เขาตระเวนไป ไปรอบหนึ่งก็ซื้อมาได้ตั้งเท่าไรแล้ว

หลัวซวินใช้เงินก้อนสุดท้ายซื้อยาที่จำเป็นต้องใช้และหาซื้อได้ยากตอนหลังเกิดเหตุวันสิ้นโลก บวกกับยาสามัญประจำบ้าน และข้าวสารอาหารแห้งมาอีกล็อต

สินค้ายาและเวชภัณฑ์พวกนี้หาซื้อได้ทั่วไปเป็นปกติ ต่อให้ตอนนี้เขากว้านซื้อล็อตใหญ่หมื่นสองหมื่นหยวนในคราวเดียวก็ไม่ใช่เรื่องแปลก และที่โชคดีมากก็คือ เมืองเอมีขนาดใหญ่มาก ขอเพียงมีเงินพอจ่ายก็ไม่ต้องกลัวว่าจะหาซื้อของไม่ได้ นอกจากนี้เขายังเตรียมใช้แผนเดียวกันไปกว้านซื้อของจากเมืองข้างเคียงมาด้วย

เขาแบกของถุงเล็กถุงใหญ่เข้าบ้าน

พอเปิดกรงให้เจ้าหมาน้อย มันก็วิ่งส่ายหางระรี้ระริกต้อนรับการกลับมาของเขา มันวิ่งวนอยู่บนพื้นจนรอบห้อง

วันนี้เจ้านายกลับมาเร็วจัง! รีบปล่อยผมออกไปเร็วๆ สิ! …นับจากวันนั้นที่มันออดอ้อนขอตามเขาออกไปนอกบ้านแต่ไม่ได้ผล พอหลัวซวินกลับมาก็เอาใจใส่มันมากขึ้น

“อย่าวิ่งซนสิ ไปตรงโน้นเลย เดี๋ยวก็โดนเหยียบหรอก!” หลัวซวินใช้เท้าเขี่ยเจ้าหมาน้อยที่นอนเกลือกกลิ้งสี่ขาชี้ฟ้าอยู่บนพื้นไปอีกด้าน แล้วค่อยวางดินกระสอบสุดท้ายลงบนพื้น ก่อนพรูลมหายใจยาวๆ เฮือกหนึ่ง

หลัวซวินมองข้าวของที่กองเต็มห้องรับแขก พลันเกิดความคิดสะท้อนใจ… ของเยอะไปแล้ว ต้องจัดกี่ชาติถึงจะเป็นระเบียบเนี่ย

แต่ถ้าไม่จัดไม่เก็บกวาด ห้องก็จะรกอยู่อย่างนี้ ไม่สะอาดไปตลอดกาล!

ก่อนหน้านี้หลัวซวินสั่งซื้อถังน้ำ ลัง และตู้ปลาจากทางออนไลน์มาล็อตใหญ่ ไว้รอให้ของมาส่งก่อนแล้วค่อยคำนวณดูอีกที ถ้ารื้อทุกอย่างออกมาใช้ทีเดียวหมด มีหวังบ้านเขาไม่มีที่ให้เดินแน่

ยังดีที่พวกลังและถังน้ำวางซ้อนๆ กันได้จึงไม่กินพื้นที่มากนัก เอาไว้ใช้เก็บของไปก่อนก็ไม่เลว

หลัวซวินถกแขนเสื้อขึ้น พลางลากเจ้าตัวแสบที่นอนกลิ้งงับขากางเกงเขาไม่ยอมปล่อยอย่างสนุกสนานไปด้วย หลัวซวินกลับเข้ามาในห้องรับแขกอีกครั้งด้วยสภาพเหงื่อท่วมตัว

กระสอบดินกับเศษไม้ถูกทยอยขนไปกองไว้บนระเบียงกลางแจ้งก่อนชั่วคราว

ส่วนข้าวสาร แป้งประกอบอาหาร ธัญพืช และน้ำมัน ล้วนขนไปเก็บไว้ในครัวทั้งหมด และยังกองเรียงไว้บนพื้นหน้าประตูห้องครัว

ห้องเก็บของที่อยู่ติดกับห้องครัวถูกใช้เป็นห้องเพาะต้นกล้า อุณหภูมิในห้องค่อนข้างสูง สามารถใช้ปลูกพืชหลบแดดบางชนิด นอกจากนี้เขายังลองเพาะเห็ดด้วย ตรงระเบียงใช้เป็นที่ปลูกผลไม้เป็นหลัก ห้องว่างที่เหลือก็ใช้เป็นห้องปฏิบัติการ เครื่องมือ อุปกรณ์ช่างต่างๆ ก็เอามาเก็บไว้ในนี้

ห้องรับแขกถูกใช้เป็นห้องเก็บของ หลัวซวินซื้อตู้แช่เย็นมาสามตู้และตั้งไว้ในห้องรับแขกทั้งหมดนอกจากนี้ก็มีไมโครเวฟ เตาไฟฟ้า หินโม่แป้งชุดเล็ก เครื่องสีข้าว เครื่องบดเนื้อแบบมือหมุน เครื่องทำไส้กรอกแบบมือหมุน เครื่องกลั่น ถังพลาสติก ตะกร้าพลาสติก นอกจากนี้ยังมีข้าวสารและแป้งที่แบ่งใส่ถุงเล็ก และอีกสารพัด ทั้งหมดถูกวางกองไว้ในห้องซึ่งเดิมทีเป็นห้องเปล่าขนาดกลาง

ส่วนห้องเล็กบนชั้นลอยใช้เก็บบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ข้าวสาร แป้ง และธัญพืชแบบแพ็คสุญญากาศปริมาณมาก ยังมีน้ำมันและเครื่องปรุงรสต่างๆ อีกหลายแกลลอน อีกทั้งเมล็ดพันธุ์พืชสารพัดชนิดปิดผนึกไว้ในบรรจุภัณฑ์อย่างมิดชิด นอกจากนี้ยังมีท่อพีวีซีและถ่านไม้อีกเป็นจำนวนมาก

ห้องนอนใหญ่บนชั้นลอยนอกจากจะมีตู้เก็บของอเนกประสงค์ เตียงคิงไซส์หนึ่งหลัง ตู้หัวเตียง โต๊ะหนังสือขนาดเล็กและแล็ปท็อปแล้ว ยังมีกล่องเก็บยาสารพัดชนิดอยู่ด้วย

ในตู้เสื้อผ้านอกจากมีเครื่องแต่งกายครบทั้งสี่ฤดูกับชุดเครื่องนอนสำรองอีกไม่กี่ชุดแล้ว ยังมีผ้าฝ้ายและผ้าที่เนื้อผ้าทนทาน สามารถใช้ได้นาน ที่เขาสั่งซื้อทางออนไลน์มาอีกเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ต่างใช้ถุงสุญญากาศบรรจุไว้เพื่อประหยัดพื้นที่

ของเหล่านี้ล้วนมีประโยชน์ หลัวซวินจำได้ว่า หลังเกิดเหตุวันสิ้นโลกได้สามสี่ปี ในฐานที่มั่นถึงเพิ่งเปิดโรงทอผ้าขึ้นมาใหม่ ตอนนั้นทั้งต้นฝ้ายและต้นแฟลกซ์ที่ใช้ทำผ้าลินินต่างก็เกิดการกลายพันธุ์ขนานใหญ่ วัตถุดิบที่ใช้ผลิตมีอยู่เพียงน้อยนิด ผู้คนภายในฐานที่มั่นต่างหวนคืนสู่สภาพ ‘กางเกงตัวเดียวใส่วนกันทั้งบ้าน’

หลังบันไดชั้นหนึ่งยังมีน้ำมันเบนซินและดีเซลเก็บไว้อีกหลายแกลลอน ของพวกนี้หลัวซวินค่อยๆ ทยอยซื้อกลับมาในช่วงระยะหลัง ถึงอย่างไรสินค้าประเภทนี้ก็จำกัดปริมาณการซื้อ อีกทั้งเขาเองก็มีความคิดในใจแต่แรกแล้วว่าจะไม่ร่วมทีมสำรวจหรือทีมผจญภัย เขาจึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้น้ำมันเบนซินในปริมาณมาก แค่มีสำรองไว้เฉยๆ เผื่อต้องใช้

สุดท้ายคือระเบียงกลางแจ้งบนชั้นลอย บนนั้นมีชั้นพีวีซีที่ประกอบเสร็จแล้วตั้งอยู่หลายชั้น มีบางชั้นเขาเริ่มย้ายต้นกล้ามาปลูกบ้างแล้ว แต่ชั้นพีวีซีส่วนใหญ่เขาเอาไปตั้งไว้ตรงมุมระเบียงกลางแจ้งเตรียมไว้ใช้ในอนาคต

นอกจากชั้นพีวีซีพวกนี้แล้ว ด้านข้างระเบียงกลางแจ้งยังมีกระจาดพลาสติกขนาดเล็กตั้งอยู่ หลัวซวินตั้งใจว่ารอให้ถึงฤดูใบไม้ผลิปีหน้าเขาจะเอาไว้ใช้ปลูกพืชต่างๆ

ตรงกลางระเบียงมีเตาย่างทรงกลมตั้งอยู่ เมื่อเปิดฝาครอบเตา ข้างในมีตะแกรงเหล็ก ข้างล่างเป็นที่สำหรับใส่ถ่านไม้ ชั้นบนหลังวางอาหารที่ต้องการย่างบนตะแกรงเสร็จแล้วก็ปิดฝาครอบ ซึ่งฝาครอบนี้จะมีส่วนช่วยให้อาหารสุกเร็วขึ้น ถ้าที่บ้านไฟฟ้าไม่พอใช้ หรือสภาพอากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนติดต่อกันหลายวัน หลัวซวินก็เตรียมถ่านไม้ไว้ใช้จุดไฟหุงหาอาหาร ถ้าใช้ถ่านหมดแล้ว เขายังมีฟืนเก็บสำรองไว้ใช้เป็นเชื้อเพลิงแทนได้

หลังตระเตรียมทุกอย่างภายในบ้านไว้พร้อมสรรพ เวลาก็ล่วงเลยมาถึงกลางเดือนพฤศจิกายนแล้ว

รุ่งเช้าของวันนี้ หลัวซวินเปิดก๊อกน้ำ…เริ่มกักตุนน้ำ

ก่อนหน้านี้ไม่นาน หลัวซวินจ้างคนให้ขึ้นมาติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาห้อง นอกเหนือจากนี้เขายังแอบติดตั้งแท็งก์น้ำขนาดใหญ่ไว้บนหลังคาอีกสองใบ ตามปกติแล้วเมื่อถึงเดือนธันวาคม ถ้านิติบุคคลตรวจเจอจะต้องถูกร้องเรียน เพราะไม่ใช่แค่เรื่องน้ำหนักที่มันหนักมาก แต่หลังคาตึกเป็นพื้นที่ส่วนรวม จะมายึดครองใช้ส่วนตัวโดยพลการไม่ได้

ปัจจุบัน…ยังไม่ถึงวันสิ้นโลก ถ้าฝ่ายนิติบุคคลมาตามเอาเรื่องเขาก่อน หลัวซวินผู้หนีภัยพิบัติรอดมาแล้วหนหนึ่งย่อมยอมถอดแท็งก์น้ำออกให้แต่โดยดี แต่เมื่อถึงวันสิ้นโลกขึ้นมาจริงๆ เจ้านี่แหละคือสิ่งที่จะช่วยชีวิต

ในห้องครัว เคาน์เตอร์ บนพื้น และในตู้เก็บของ เต็มไปด้วยข้าวของสารพัดเกือบทุกที่ หลัวซวินพับแขนเสื้อขึ้นอย่างอารมณ์ดี มือทั้งสองข้างเปรอะเปื้อนคราบแป้งประกอบอาหาร ตอนนี้เขากำลังสู้รบตบมือกับเจ้าแป้งประกอบอาหารในมือ หลัวซวินไม่ได้ทำอะไรแบบนี้มากี่ปีแล้วน่ะเหรอ ดูเหมือนว่าตลอดชีวิตในชาติที่แล้วเขาไม่เคยทำอะไรพวกนี้มาก่อนเลย

ก่อนเกิดวันสิ้นโลก อาหารทุกอย่างล้วนซื้อกินเอาทั้งนั้น นอกจากต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เขาทำเป็นแค่ไข่ดาวกับไข่เจียวเท่านั้น

หลังเกิดวันสิ้นโลก เขาถูกสถานการณ์บีบบังคับต้องหัดทำอาหารให้เป็น แต่ในสมัยนั้น คนธรรมดาอย่างเขา แม้แต่ข้าวสารกับแป้งสาลีก็ยังหาซื้อไม่ได้ ต่อให้อยากทำก็ไม่มีโอกาส

ตอนนี้วัตถุดิบมากมายวางกองอยู่ตรงหน้า ถ้าไม่ใช้โอกาสตอนที่ยังมีน้ำมีไฟฟ้าพรั่งพร้อมรีบฝึกทำตั้งแต่ตอนนี้แล้วจะรอให้ถึงเมื่อไรล่ะจริงไหม

เจ้าหมาน้อยที่กำลังหลับใหลทำจมูกฟุดฟิด หัวโตๆ ของมันวางพาดอยู่บนขาหน้า มันเพิ่งกินอิ่มแปล้ แม้นมผงที่ใช้ชงจะอร่อยสู้นมสดๆ จากเต้าแม่เจ้าหมาน้อยไม่ได้ แต่อย่างน้อยอยู่ที่นี่ก็ไม่มีพี่ๆ น้องๆ มาแย่งมันกิน

มีกลิ่นหอมของข้าวสาลีโชยมาจากด้านนั้นเป็นระลอกๆ พร้อมกับเสียงฮัมเพลงของเจ้านาย ได้ยินแล้ว…ให้ความรู้สึกที่สบายมาก แม้ไม่ได้นอนอยู่ในอ้อมอกแม่อย่างพี่น้องตัวอื่นๆ แต่วันก่อนเจ้านายกลับมาพร้อมกับซื้อตุ๊กตาหมาตัวโตมาให้มันด้วย! ขนปุกปุยนุ่มนิ่ม! นอนซุกเจ้าหมาตัวโตนี่แทนก็นอนได้พอดี!

ใส่ความเห็น