[ทดลองอ่าน] รักเธอตั้งแต่วันวาน ตอนที่ 72

曾是年少时
รักเธอตั้งแต่วันวาน

ชิงเหม่ย 青浼 เขียน
หนูน้อยฉี แปล

 

— โปรย —

สำหรับจินหยางแล้ว ที่น่าเสียดายที่สุดน่าจะเป็นเรื่องที่เวลานี้เธอไม่ได้อยู่เคียงข้างเขา

อย่างน้อยถ้าอยู่ข้างๆ เขาก็พอจะมอบอ้อมกอดที่อบอุ่นให้เขา
หรือไม่ก็ตบไหล่เขาเงียบๆ ได้

พวกเราควรเรียนรู้หลักการหนึ่งตั้งแต่เนิ่นๆ นั่นก็คือ
อีสปอร์ตไม่ได้มีชัยชนะและเกียรติยศอยู่เคียงข้างตลอดเวลา
ยิ่งเสียงปรบมือในจุดที่สว่างไสวดังมากเท่าไหร่
เงาดำหลังแสงก็จะยิ่งมืดมนมากเท่านั้น

 

_______________________________

 

ติดตามการวางจำหน่ายหนังสือได้ทางเพจ “บ้านอรุณ

สำนักพิมพ์อรุณ

 

(ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์)

 

72

 

ตกเย็น เมื่อคว้าชัยชนะในการแข่งขันครั้งนี้ได้แล้ว ผู้คนในฐานก็สุขใจกันทั่วหน้า บรรยากาศผ่อนคลายมาก

ผู้คนอ้างหลักศีลธรรมบีบบังคับให้อ้ายซาเลี้ยงอาหาร ยังดีที่เขาดูคล้ายเหม่อลอยเพราะชัยชนะ เลี้ยงหมาล่าทั่ง[1]ที่สั่งมาในราคาสามร้อยกว่าหยวนโดยไม่บ่น ดูโง่งมชะมัด

ตอนกินข้าว ไม่รู้ว่าใครกินอิ่มแล้วไม่มีอะไรทำเลยเปิดคอมพ์กดเข้าช่องสตรีมของซาเชียน พอทุกคนได้ยินเสียงของซาเชียนดังขึ้นในฐาน พวกเขายังอึ้งกันไปอึดใจหนึ่ง เหลียวมองก็พบว่าที่แท้เป็นไลฟ์สตรีม…
“ยังคงทำให้คนคิดถึงใช่ไหมล่ะ” เหลียงเซิงพึมพำ

อ้ายเจียประคองอาหารเย็นในมือ ขยับไปหน้าคอมพิวเตอร์ เมื่อโน้มตัวมองก็เห็นว่าในช่องสตรีมของซาเชียนมีคอมเมนต์วิ่งถล่มทลายเต็มหน้าจอ ผู้คนต่างพากันถามเขาว่าคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องที่ทีม YQCB ชนะทีมหัวเว่ยขาดลอย…

ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรที่ชอบดูเรื่องสนุกของคนอื่น

คอมเมนต์วิ่งประเภทนี้ลอยเข้ามาเป็นชุดไม่จบไม่สิ้น จะบล็อกก็บล็อกไม่หมด ทีแรกซาเชียนยังแสร้งไม่เห็น สุดท้ายระดับความยึดติดของผู้คนช่างน่าโมโหจนผมชี้ตั้ง เขาเลยได้แต่พูดอย่างจนใจว่า “คิดเห็นยังไงกับเรื่องที่ทีม YQCB คว้าชัยชนะวันนี้งั้นเรอะ ยินดีกับพวกเขาด้วย หวังว่าพวกเขาจะคงฟอร์มการเล่นอย่างนี้ไว้ได้ตลอด เดินออกจากจุดตกต่ำ…อ้ายซาเป็นผู้เล่นที่ฝีมือไม่เลวเลย ความสามารถเฉพาะตัวเยี่ยมมาก”

พอซาเชียนพูดจบ คอมเมนต์วิ่งก็เริ่มรัวประโยคอย่าง…

[ทำไมถึงวางมือ] [นายเก่งกว่าอ้ายซาอีก!] [กลับมาเถอะ คำพูดนี้ให้ฉันพูดเป็นหมื่นครั้งก็ไม่เบื่อ!]

สำหรับคอมเมนต์วิ่งพวกนี้ ซาเชียนแค่ยิ้มบาง ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ

อ้ายเจียชี้นิ้วไปที่ซาเชียนในจอคอมพิวเตอร์ “เสี่ยวเซียน นายยัดเงินค่าโฆษณาให้ซาเชียนไปเท่าไหร่”

“ไม่ได้ให้เลยแม้แต่เหมาเดียว” เสี่ยวเซียนประคองชามพลางขยับมาดูผาดหนึ่ง ก่อนก้มหน้าตะกุยข้าวต่อพร้อมพูดอย่างใจเย็นว่า “คนพวกนั้นพูดกันขนาดนี้แล้ว ซาเชียนยังจะพูดอะไรได้อีก หากไม่เยินยออ้ายซาหน่อย หรือจะให้บอกว่า ใช่ ฉันเองก็คิดว่าเขาห่วย ไม่สู้ให้ฉันลงแข่งแทนดีกว่า”

อ้ายเจีย “…”

ไม่ไกลออกไป เสียงอ้ายซาดังขึ้น “กินอาหารที่ฉันเลี้ยงแล้วยังพูดแบบนี้อีก พี่คายมันออกมาเลยนะ”

เสี่ยวเซียนยักไหล่ ท่าทางไม่กริ่งเกรงที่จะรังแกคนอื่น

“ที่ฉันเกษียณก็เพราะรู้สึกว่าตัวเองอายุเยอะแล้ว ถึงเวลาหลีกทางให้เด็กรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ…ตอนคนเก่าให้คนใหม่รับหน้าที่ต่อย่อมมีช่วงสั้นๆ ที่ทีมฝีมือตก นี่เป็นเรื่องปกติมาก พวกนายควรยอมรับมันด้วยอารมณ์สงบนิ่ง ไม่ใช่ว่าพอเกิดเรื่องก็มาบอกให้สมาชิกเก่ากลับไปเล่น…ไม่มีเลือดใหม่เลยจะได้ยังไง”

เสียงของซาเชียนกลายเป็นเพลงประกอบการกินข้าวในฐานทีม YQCB

“ใจกว้างหน่อย ลีกอาชีพเพิ่งเริ่มต้นเอง ทุกคนควรมองโลกในแง่ดีบ้าง…สำหรับฉัน เปิดสตรีมเล่นเกมสักแป๊บ ทุกวันก็มีความสุขดี ฉันไม่รู้สึกว่ามีอะไรไม่ดี คนเราต่างมีปณิธานของตัวเอง ฉันชอบเกมออร์เดอร์ออฟสตรอมจริงๆ แต่ฉันไม่ชอบที่ถูกคนมาชี้จมูกด่าหรือสั่งให้ทำโน่นทำนี่ นักกีฬาอาชีพมีแรงกดดันสูงมาก…ฉะนั้นไม่ใช่ทุกคนที่เล่นเกมเก่งแล้วจะเป็นนักกีฬาอาชีพได้”

เสียงของซาเชียนฟังแล้วจริงใจมาก

เขาตั้งใจอธิบายให้แฟนคลับฟังถึงความแตกต่างระหว่าง “นักกีฬาอาชีพ” กับ “เกมเมอร์” เขาบอกว่าช่วงที่เขาถูกด่า เขาเคยถึงขั้นเห็นเกมแล้วอยากอ้วกออกมา แต่ติดที่เขาชอบเกมนี้ จึงกลายเป็นความย้อนแย้งที่ชวนอึดอัดและทำให้คนรู้สึกย่ำแย่…

ฉะนั้นเขาเลยเลือกที่จะถอนตัว

เพราะที่จริงแล้วชีวิตหนึ่งของมนุษย์เราไม่ได้ยืนยาวเท่าไหร่ ตัดช่วงที่ทำอะไรเองไม่ได้ออกไป การทำเรื่องที่ชอบตามอำเภอใจเหลืออยู่แค่ไม่กี่ปี การฝืนตัวเองหรือบังคับตัวเองจึงเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง

เย็นวันนี้ไม่ว่ามองใครก็รู้สึกคล้ายเป็นไลฟ์โค้ช[2]ไปหมด

อ้ายเจียประคองชามยืนอยู่หน้าคอมพิวเตอร์แล้วทอดถอนใจ…ความจริงความประทับใจที่เขามีต่อซาเชียนไม่ถือว่าดีเท่าไหร่ คนนี้อีคิวค่อนข้างสูงเกิน คำที่เขาพูดมักทำให้คนรู้สึกว่าก่อนพูดเขามักรู้อยู่แล้วว่าแฟนคลับชอบฟังอะไรบ้าง…

เป็นการเอาใจที่พอดีพอเหมาะ

บางครั้งยังมีความจริงใจแฝงอยู่หลายส่วน

คนแบบนี้พอพูดถึง “ชีวิตอิสระ” ก็อดทำให้คนแปลกใจไม่ได้ อ้ายเจียเตะเสี่ยวเซียนที่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทีหนึ่ง “จะเปลี่ยนช่องไหม เลือกช่องสตรีมอื่น ฟังบล็อกเกอร์สาวร้องเพลงก็ยังดี”

เสี่ยวเซียนเบือนหน้ากลับไปมองอ้ายเจียผาดหนึ่ง ก่อนหยิบมือถือขึ้นมากดเข้าโมเมนต์วีแชต เริ่มเขียนไดอะรี่…

[หนุ่มแบ๊วของทีมเข้าร่วมทีมได้สองสัปดาห์ก็เสนอให้ปิดช่องสตรีมของอดีตนักกีฬาอาชีพเกมออร์เดอร์ออฟสตรอมคนหนึ่ง เปลี่ยนไปฟังบล็อกเกอร์สาวร้องเพลงแทน…]

“ถ้าพี่กล้าโพสต์ ฉันก็กล้าตายให้พี่ดู” อ้ายเจียพูดสีหน้าไร้อารมณ์

เสี่ยวเซียนเงยหน้ามองอ้ายเจียอย่างหยามเหยียดปนท้าทาย

เวลานี้เองบรรยากาศในช่องสตรีมของซาเชียนก็เปลี่ยนไปอีกแล้ว ผู้คนเริ่มถามไถ่ซาเชียนว่า “ทำไมจู่ๆ ก็หงุดหงิด” คำถามเป็นไปในทิศทางเดียวกัน…

[ตอนนั้นที่นายออกจากทีม เพื่อนร่วมทีมว่าไงกันบ้าง] [ถ้าพวกเขารั้งนายไว้อย่างที่ทำวันนี้ นายยังจะไปอยู่ไหม]

สำหรับคำถามนี้ หากตอบอย่างไม่ระวังก็จะโยงไปถึงกระแส YQCB แล้งน้ำใจ ร่วมมือกันบีบซาเชียนอำลาวงการ” ขณะที่ซาเชียนเองก็เงียบไปนาน

กระทั่งเกมใหม่เริ่มต้นขึ้น ซาเชียนกดยืนยันการจับคู่เข้าเกมใหม่ เขาใช้วิธียิ้มปล่อยผ่านเหมือนที่เขามักทำเป็นประจำ

“ฉันไม่รู้ว่าถ้าพวกเขาเอ่ยรั้งฉันไว้ แล้วฉันจะทำยังไง พวกนายต่างก็รู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่มีทางมีสิ่งที่เรียกว่า ‘ถ้า’…ฉันขอพูดแค่ประโยคเดียว ปีที่แล้วพวกเรายังเป็นเด็ก จึงยังไม่ทันให้คำจำกัดความเรื่องความฝันกับสิ่งที่ไขว่คว้าอย่างละเอียด

“และสมาชิกทีม YQCB ตอนนี้ก็เหมือนจะหาคำจำกัดความนั้นได้แล้ว ยินดีกับพวกเขาด้วย”

ต่อให้ขั้นตอนการค้นหาอาจเป็นการเหยียบศพของเขา…

เขาก็ไม่ถือสา

ยังพูด “ยินดี” อย่างจริงใจและถอนหายใจให้กับจังหวะชีวิตที่ไม่ลงตัวของตัวเองอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เมื่อซาเชียนพูดจบ คนพวกนั้นก็ไม่มีใครพูดถึงประเด็นนี้อีก

อ้ายเจียก้มหน้ามองเสี่ยวเซียนที่ถือตะเกียบนิ่งค้างอยู่หน้าคอมพ์ ผู้จัดการทีมจ้องอดีตเพื่อนร่วมทีมในช่องสตรีมเงียบๆ แม้แต่เนื้อที่คีบอยู่ระหว่างตะเกียบตกใส่ชามแล้วก็ยังไม่รู้ตัว

“พี่คิดว่าคำพูดเขามีความจริงอยู่กี่ส่วน” อ้ายเจียถาม

“แม้ซาเชียนเห็นแก่ตัว จิตใจเปราะบาง แต่เขาไม่ใช่มารร้าย” เสี่ยวเซียนวางตะเกียบลง ตอบเสียงเรียบและกำกวม “ต่อให้เป็นมารร้าย ทั้งชีวิตก็ต้องเคยพูดความจริงสักสองประโยคจริงไหม”

ในขณะที่ทุกคนต่างคิดว่าข่าวลือเรื่อง “แผนปั้นซูเปอร์สตาร์” จะผ่านไปเช่นนี้แล้ว มีเพียงคนเดียวที่รู้สึกว่าเรื่องนี้ยังไม่จบ คนคนนั้นก็คือจินหยาง

เมื่อคิดถึงว่ามีงูพิษแฝงตัวอยู่ข้างอ้ายเจีย คอยแยกเขี้ยวพิษเตรียมจะกัดอ้ายเจียอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เธอก็อึดอัดไปทั้งตัว…ในพจนานุกรมของเธอไม่มีเรื่องอย่าง “ปล่อยผ่านไปวันๆ”

เธอย้อนกลับไปอ่านกระทู้เทียปาหนหนึ่ง พบว่ากระทู้ของตัวป่วนยังคงลอยอยู่บนหน้าหลัก…เหมือนไม่กลัวเกรงเรื่องที่ตัวเองถูกหักหน้าและถูกเยาะเย้ยเลยสักนิด แถมยังพยายามแก้ตัวกับทุกคนที่เย้ยหยันด้วยว่า เพราะอะไรสโมสรถึงรีบลงมือ นั่นไม่ใช่เพราะเห็นกระทู้ของฉันเหรอ ที่ทำไปก็เพราะอยากปกปิดความจริง!

จินหยางแค่นหัวเราะ ลงทะเบียนไอดีเทียปาเพื่อแสดงความคิดเห็นตอบกระทู้…

[เพื่อหักหน้านายแล้ว อ้ายซาที่แพ้การแข่งมาตลอดคิดจะชนะก็ชนะ หน้าของ จขกท.นี่มีค่าสุดๆ! ในสายตาของนักกีฬาอาชีพ ดูคล้ายมีค่ายิ่งกว่าสิทธิ์เข้าแข่ง S Series อีกนะ!

ก่อนหน้านี้ถูกด่านานเป็นเดือนแต่ไม่เป็นไร!

ถูกเย้ยหยันแค่ไม่กี่วันกลับเป็นเรื่องใหญ่!

จขกท.นี่ครองโลกจริงๆ งั้นนายไปเย้ยหยัน SPL หน่อยเป็นไง ดูซิว่าทุกคนจะถูกกระตุ้นจนคว้าแชมป์ S4 ได้รึเปล่า]

พอโพสต์ความคิดเห็นลงไป ความเห็นตอบด้านล่างแล่นเข้ามาเป็นพรืด [ขำกลิ้ง] [ฮ่าๆๆๆ] [ไม่เหลือทางรอด]…ขณะที่เจ้าของกระทู้มองข้ามความเห็นของจินหยาง ยังคงพล่ามถึงสิ่งที่ตัวเองต้องการต่อ เอะอะก็บอกว่าตัวเองเป็นทีมงานของสโมสร YQCB ไม่ว่าอ้ายซาเล่นเป็นอย่างไรก็ลงแข่งแค่ชั่วคราว พอถึง S5 จะต้องเปลี่ยนให้อ้ายเจียเป็นนักกีฬาตัวจริงแน่นอน

…เหมือนเด็กประถมที่ชอบฟ้องในห้องเรียน แม้ข่าวที่เขาเอาไปฟ้องครูทุกวันจะไม่ได้กุขึ้นมาเอง แต่ทุกคนยังคงตั้งฉายาให้เขาว่า “เด็กขี้ฟ้อง” หลังจากนั้นก็พากันต่อต้านเขา

ไม่มีใครชอบถูกผู้คนจับตาดูทุกวี่วัน

แต่เจ้าของกระทู้นี้กลับมีความสุขที่จะหาเรื่องอ้ายเจีย กระทั่งเรื่องอย่าง “ตอนลงแรงก์เขายกเท้าพาดโต๊ะ ท่านั่งอุบาทว์” ยังเอามาแฉบนเทียปา…

ผู้คนด่าเจ้าของกระทู้สติไม่ดี แต่ก็อ่านกันอย่างออกรสออกชาติ ถือโอกาสด่าอ้ายเจียด้วยว่าท่านั่งอุบาทว์ไร้มารยาทแต่ยังเสแสร้งให้ดูดี

พอแฉมาถึงช่วงหลัง กระทั่งเสี่ยวเซียนก็เริ่มเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันกับเรื่องนี้แล้วเช่นกัน เมื่อเขาถามอ้ายเจียและได้รับการยืนยันว่ามีวันหนึ่งตอนลงแรงก์ได้นั่งท่าอุบาทว์ไร้มารยาทจริงแล้ว เขาก็ด่าอ้ายเจียยกหนึ่งก่อนสาบานว่าจะหาคนที่ก่อเรื่องให้เจอให้ได้

อ้ายเจียไม่ได้ออกความเห็นอะไรกับความฝันอันยิ่งใหญ่นี้ของเสี่ยวเซียน…

 

ข้างห้องฝึกซ้อมคือสถานที่ทำงานของทีมงานแผนกประชาสัมพันธ์ ผู้ช่วย แผนกปฏิบัติการ และอื่นๆ ของสโมสรระหว่างสองส่วนนี้ไม่มีประตูกั้นเลยสักบาน ทุกวันไม่ว่าสมาชิกทีมจะเรอกี่ครั้งหรือผายลมกี่หนในห้องฝึกซ้อม พวกเขาก็รู้กันหมด…

ถ้าคิดจะจับตัว “นักข่าวในฐานทีม YQCB” คนนั้นก็ยากดุจงมเข็มในมหาสมุทร

อ้ายเจียค่อนข้างสงสัยกลุ่มหญิงสาวที่เกาะกลุ่มซุบซิบกันทั้งวัน หนึ่งในนั้นมีถงถงคนนั้นด้วย แต่เขาใส่ความคนอื่นว่าหาเรื่องเขาโดยไม่มีหลักฐานไม่ได้…

เรื่องนี้เลยค้างอยู่ตรงนี้

อ้ายเจียเล่าเรื่องนี้ให้จินหยางฟังเป็นเรื่องตลก…หลายวันมานี้เสี่ยวเซียนจัดการกับสภาพจิตใจของอ้ายซาและมีเวลาว่างยุ่งเรื่องไม่เป็นเรื่องได้ไม่รู้จบ ตลอดทั้งวันเขาเอาแต่จับตามองโซนทีมงานอย่างกับเป็นเชอร์ล็อก โฮล์มส์[3]

แต่ไร้ประโยชน์

เจ้าของกระทู้คนนั้นถึงกับโพสต์กระทู้ใหม่เยาะเย้ยอย่างได้ใจหลังเวลาเลิกงานว่า [จขกท.ถูกผู้จัดการทีมเพ่งเล็งแล้ว วันๆ คิดแต่จะจับให้ได้ว่าเราเป็นใคร ขำค้าง น่ากลัวชะมัด!]

ท่าทางเหมือนเห็นเรื่องนี้เป็นเกียรติยศ

“ถ้าฉันรู้ว่าเจ้าของกระทู้คนนั้นเป็นใคร ฉันจะหักคอมัน”

“ไม่ใช่มีคนน่าสงสัยอยู่สองสามคนเหรอ”

“ไม่มีหลักฐาน”

“งั้นก็ฆ่าให้หมดเลย” จินหยางแนะเสียงเรียบ “ยอมฆ่าผิดเป็นร้อยดีกว่าปล่อยไปแค่หนึ่ง”

“…”

“ฉันเตรียมเอกสารไปพอสมควรแล้ว” จินหยางทางปลายสายวิดีโอคอลไม่ค่อยสนใจเรื่องป่วนในเทียปาที่อ้ายเจียพูดถึงเท่าไหร่ เธอเลือกที่จะเปลี่ยนหัวข้อสนทนาใหม่ “จะเดินทางสิ้นเดือนนี้ และฉันซื้อตั๋วเครื่องบินบินตรงไปเมือง S แล้ว…วันที่สิบเก้าเดือนสิงหาคมฉันจะไปเมือง S”

อ้ายเจียงงงันครู่หนึ่ง “มาทำไม”

จินหยางเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง “ก่อนไปอยากนอนกับแฟนหนุ่มตัวเองหน่อยจะทำไม”

อ้ายเจีย “อ้อ” ตอบโพล่งโดยยังไม่ทันคิด “ไม่ทำไมหรอก” จากนั้นเขาพบว่าจินหยางเลิกคิ้วมองเขา ท่าทางบ่งชัดว่าไม่พอใจกับปฏิกิริยาของเขา…อ้ายเจียนิ่งงันชั่วแวบ เวลานี้ถึงตั้งใจขบคิดถึงบทสนทนาเมื่อกี้ของพวกเขา…

สิบวินาทีต่อมา

หน้าเขาแดงก่ำ เขาเด้งพรวดขึ้นจากเตียง ก่อนรีบนั่งกลับลงไปใหม่…ประคองมือถือของตัวเองประหนึ่งประคองสมบัติล้ำค่าของโลก อ้ายเจียเบิกตาโตถามจินหยาง “จริงเหรอ”

“ฉันจองโรงแรมข้างฐานของนาย นายเลิกซ้อมแล้วว่างเมื่อไหร่ก็มาได้” และเพราะท่า “ปลาหลีฮื้อข้ามประตูมังกร”[4] “พยัคฆ์สถิตภูเขา”[5] ของอ้ายเจียได้มาตรฐานเกินไป จินหยางเลยดูแล้วผ่อนคลายลงมาก “อืม นายไปขออนุญาตเสี่ยวเซียนพักนอกสถานที่บางวันก็แล้วกัน วันที่สิบห้ามารับฉันที่สนามบินหน่อยสิ ฉันไม่รู้ทาง”

อ้ายเจียยกมือบีบหูตัวเอง คิดในใจว่านี่ก็คือ “หูนิ่ม”[6] ที่ลือกันสินะ…รังเกียจความไม่เอาไหนของตัวเองพลางอดพยักหน้ารัวตอบจินหยางไม่ได้ “ถ้างั้นเดี๋ยวสายหน่อยก่อนเสี่ยวเซียนเลิกงาน ฉันจะแอบไปขอเขาลาพัก…”

“อย่านะ!” จินหยางกะพริบตาปริบๆ “นายไปยืนในห้องรับแขก แล้วป่าวประกาศเสียงดังให้โลกรับรู้เรื่องนี้”

“…?”

“ไม่ได้อยากหาตัวคนแฉข่าวที่ปักหลักอยู่ในฐานของพวกนายหรอกเหรอ” จินหยางถามเสียงเรียบ “โอกาสดีขนาดนี้จะปล่อยไปได้ยังไง”

“??”

ทำไมหัวข้อสนทนาถึงวกกลับมาเรื่องนี้อีกแล้ว

“นายขยับมาใกล้ๆ ฉันจะสอนให้…”

จินหยางกวักมือพูดยิ้มๆ

จากนั้นกระซิบกระซาบกันต่ออีกพักหนึ่ง

 

สองวันต่อมา เวลาสี่โมงเย็นเป็นช่วงที่คนในฐานอยู่กันคับคั่งที่สุด อ้ายเจียก็ยืนอยู่บนบันได กระแอมกระไอก่อนเอ่ยลาหยุดกับเสี่ยวเซียน บอกว่าแฟนสาวของเขาจะมาเมือง S แล้ว ขอลาหยุดครึ่งวันไปรับเธอได้ไหม เดี๋ยวเธอจะหลงทาง

ระหว่างที่คนทั้งฐานเผยสีหน้างุนงง เสี่ยวเซียนก็ตอบรับอย่างใจดี

เหลียงเซิงยังแปลกใจว่าไปรับแฟนสาวถือเป็นเรื่องใหญ่อะไรจนถึงขั้นได้รับอนุญาตให้ลาหยุด พอเขาหันหน้าไปคิดจะถามเสี่ยวเซียนว่าเขาเองก็อยากขอหยุดบ้างได้ไหม เหตุผลคือเขาอยากไปเดินเล่นตามท้องถนนดูว่าจะเก็บแฟนสาวสักคนมาจากข้างถนนได้หรือเปล่า…

เสี่ยวเซียนตบกะโหลกเขาทีหนึ่ง ก่อนหมุนตัวไปหักเงินเดือนสองวันของอ้ายเจีย ผู้คนในฐานหัวเราะคิกคักไม่หยุด สบายใจแล้ว

หลังอ้ายเจียประท้วงเรื่องหักเงิน สักพักเขาก็เดินลงมาข้างล่าง สองมือล้วงกระเป๋ากางเกง ท่าทางเหมือนคนไม่พอใจเรื่องที่ไปรับแฟนสาวแล้วต้องถูกหักเงินเดือน…

อ้ายเจียเดินเตร่เข้าห้องชงกาแฟ ขณะค้นลิ้นชักเปิดตู้หากาแฟ เขาก็ได้ยินทีมงานด้านหลังแซวว่า “นี่ แฟนสาวของเจียเกอเป็นลูกคุณหนูสินะ ลงจากเครื่องบินแล้วเรียกแท็กซี่ตรงมาไม่ได้เหรอ จะต้องให้นายไปรับให้ได้เลย!”

“นั่นน่ะสิ!” อ้ายเจียเยี่ยมหน้าออกมา “น่ารำคาญจะตายชัก! เธอบอกว่าเธอไม่ชอบนั่งแท็กซี่!”

ทีมงานด้านนอกเงียบไปชั่วขณะ มีคนร้อง “ว้า” ไม่รู้ว่าเยาะเย้ยหรือทอดถอนใจ

อ้ายเจียขลุกอยู่ในห้องชงกาแฟพักหนึ่ง ก็มีผู้หญิงจากแผนกโฆษณาเดินเข้ามา เธอถือแก้วตัวเองแล้วใส่ถุงชาลงไป ก่อนมองอ้ายเจียที่นั่งไขว่ห้างในห้องชงกาแฟผาดหนึ่ง “เจียเกอ ไม่นั่งแท็กซี่แล้วนายจะไปรับแฟนสาวยังไงเหรอ นายไม่มีรถซะหน่อย”

“ไม่รู้สิ” อ้ายเจียฮึดฮัด “ขี่จักรยานไปมั้ง”

ผู้หญิงคนนั้นร้อง “อ้อ” ก่อนกวาดสายตา “นายบ้าไปแล้วรึเปล่า” มองเขาผาดหนึ่ง “นายรู้ไหมว่าสนามบินเมือง S อยู่ห่างจากที่นี่มากนะ!”

อ้ายเจียยิ้มแฉ่ง

หลังผู้หญิงคนนี้จากไปแล้ว ราวครึ่งชั่วโมงต่อมา ทีมงานสามสี่คนจากแผนกประชาสัมพันธ์ก็เดินเข้ามา เหลือบมองอ้ายเจียแวบหนึ่ง ถามคำถามเดียวกับสาวน้อยก่อนนี้…ทุกคนต่างมีท่าทางสนอกสนใจเรื่องที่แฟนสาวดัดจริตของอ้ายเจียงี่เง่าเรียกร้องอะไรบ้าง

ครั้งนี้อ้ายเจียตั้งใจบอกพวกเธอว่าเขาย่อมต้องบีบบังคับให้เสี่ยวเซียนขับรถให้ การลาหยุดยังอนุมัติแล้ว จะช่วยก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุดจริงไหม

คนกลุ่มนั้นหันมองหน้ากัน แลกเปลี่ยนสายตาเห็นใจเสี่ยวเซียนแก่กันก่อนถอนใจ “สมาชิกทีมล้วนแต่เป็นพ่อบังเกิดเกล้า” จากนั้นก็เกาะกลุ่มเดินออกไป

กลุ่มที่สามเข้ามากันสองคน หนึ่งในนั้นคือถงถง

อ้ายเจียก้มหน้าทำเหมือนไม่เห็นพวกเธอ จวบจนเขาเหลือบหางตาเห็นถงถงใช้ศอกกระทุ้งผู้หญิงอีกคน ผู้หญิงคนนั้นชงกาแฟเสร็จก็ประคองแก้วกาแฟไว้ พิงโต๊ะอาหาร ท่าทางไม่ใส่ใจถามว่า “เจียเกอ นายดีกับแฟนจังเลยนะ นายไม่มีรถ จะเรียกแท็กซี่ไปรับแฟนที่สนามบินแล้วค่อยเรียกรถกลับมาด้วยกันเหรอ”

อ้ายเจียได้ยินก็เงยหน้ามองถงถงที่ก้มหน้าเติมน้ำผึ้งใส่แก้วตัวเองผาดหนึ่งก่อนตอบเสียงเรียบว่า “พวกเธอเป็นคนกลุ่มที่ไม่รู้เท่าไหร่แล้วของวันนี้ที่ถามคำถามนี้กับฉัน สนใจขนาดนี้แล้วทำไมเมื่อกี้ตอนอยู่ในห้องรับแขกถึงไม่ถามล่ะ”

ผู้หญิงคนนั้นยิ้มกระดาก ซุบซิบกันเป็นการส่วนตัวยังพอไหว ใครยินดีจะเผยภาพลักษณ์ที่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านต่อหน้าเพื่อนร่วมงานทั้งหมดกันล่ะ

“ตอบคำถามนี้เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ ไม่งั้นอีกเดี๋ยวเธอออกไปแล้วช่วยป่าวประกาศให้โลกรู้คำตอบด้วยนะ ฉันจะได้ไม่ต้องตอบซ้ำอีกเป็นร้อยรอบ…ฉันไม่เรียกแท็กซี่ สโมสรไม่ได้มีรถตู้หรอกเหรอ” อ้ายเจียวางแก้วลง “รบกวนคนขับรถขับให้สักรอบก็สิ้นเรื่องแล้ว รถตู้กว้างด้วย”

ผู้หญิงที่ถามปิดปากลง เห็นได้ชัดว่าไม่คิดจะป่าวประกาศให้โลกรู้อย่างที่อ้ายเจียบอก…

เรื่องนี้มีอะไรควรค่าที่จะป่าวประกาศให้โลกรู้ล่ะ

แค่ข่าวซุบซิบทั่วไป

เวลานี้ถงถงเติมน้ำอุ่นลงในน้ำผึ้ง พูดโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้า “แต่นั่นมันรถของสโมสรนะ”

อ้ายเจียพูดสีหน้าไร้อารมณ์ “ใช้หน่อยจะเป็นไรไป พรุ่งนี้ไม่มีแข่งซะหน่อย”

ถงถงเงยหน้า เหลือบมองเขาแวบหนึ่ง ผ่านไปสักพักถึงค่อยยิ้มอย่างไร้พิษภัย “ก็จริง เจียเกอดีต่อแฟนสาวมาก พวกเราต่างรู้ดี”

ในรอยยิ้มนั้นไม่เจือแววเหน็บแนมเลยสักนิด

อ้ายเจียเองก็ยิ้มจอมปลอมตอบเธอ ก่อนเอนตัวไปด้านหลัง สีหน้าผ่อนคลายและเกียจคร้าน ขณะเดียวกันก็ยกขาขึ้นไขว่ห้างและกระดิกขา ท่าทางดั่งไม่คิดจะสนใจอะไรทั้งนั้น

ผู้หญิงที่เข้ามาพร้อมกับถงถงมองอ้ายเจียพักหนึ่ง ดูคล้ายยังมีอะไรอยากพูด แต่เวลานี้ถงถงดึงตัวเธอไว้ พูดเบาๆ ประโยคหนึ่งว่า “นึกถึงสภาพฉันครั้งก่อนสิ” จากนั้นทั้งคู่ก็รีบโกยอ้าวออกจากห้องชงกาแฟไป…

พวกเธอไม่แม้แต่จะเหลียวหลังกลับมา ฉะนั้นเลยพลาดไม่เห็นมุมปากโค้งขึ้นอย่างไร้สุ้มเสียงเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านหลังขณะมองตามแผ่นหลังพวกเธอ

ตกเย็น

นักแฉข่าวในเทียปาก็อัปเดตกระทู้ใหม่…

[เจ้าของกระทู้ :

จขกท.กลับมาแล้ว ครั้งนี้มาแฉข่าวที่ไม่ถือว่าแฉแต่ทำให้คนอยากร้อง “จิ๊ๆๆ”

เช้าวันนี้นักกีฬาซูเปอร์สตาร์ของพวกเรายืนอยู่บนหัวบันไดพูดเสียงหนักแน่นว่าขอผู้จัดการหยุดงานครึ่งวัน เหตุผลคือจะไปรับแฟนสาวของเขาที่ไม่รู้เป็นอะไรของเธอที่สนามบิน…อย่าถามฉันว่าทำไมแฟนสาวของเขาต้องให้คนไปรับทั้งที่เป็นคนจีนที่บินในสนามบินภายในประเทศแท้ๆ ได้ยินว่าไม่ยอมนั่งแท็กซี่คนเดียว น่าจะเพราะเป็นแฟนสาวของซูเปอร์สตาร์ กลัวถูกลักพาตัวแหละมั้ง ขำกลิ้งจนปวดท้อง!

และเรื่องที่น่าอัศจรรย์ที่สุดก็มาถึง นักกีฬาซูเปอร์สตาร์ของพวกเราไม่มีใบขับขี่และไม่มีรถ แล้วจะไปรับแฟนสาวยังไง

สำหรับคำถามนี้…

ทุกคนที่สงสัยและอดใจไม่อยู่ถามเขาถึงข้อข้องใจ เขากลับตอบอย่างใจกว้างและกร่างว่า เขาจะยืมรถตู้ของสโมสรรวมถึงพี่ชายคนขับรถไปรับแฟนสาวของตัวเองที่สนามบิน

ว้าว พวกเธอคิดเอาเองก็แล้วกัน ไหนๆ จขกท.ก็รู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาดตายไปแล้ว

ขออนุญาตถามซูเปอร์สตาร์อีกสักประโยค คุณจ่ายค่างานล่วงเวลาให้พี่ชายคนขับรถแล้วรึยัง]

 

 

[1] ซุปเผ็ดร้อน นิยมขายตามแผงริมถนน เป็นการนำผัก เนื้อสัตว์ หรือวัตถุดิบใดๆ ตามต้องการต้มในน้ำซุปที่ใส่เครื่องปรุงชนิดพิเศษของจีนที่เรียกว่า “หมาล่า”

[2] Life Coach เป็นอาชีพที่คอยช่วยแนะนำ สร้างแรงบันดาลใจ สอนวิธีคิด และอื่นๆ ให้คนฟัง เพื่อผู้ที่ได้รับการชี้แนะไปถึงเป้าหมายที่ต้องการ

[3] นักสืบชาวลอนดอนชื่อดังผู้ปราดเปรื่องจากนวนิยายสืบสวน เชอร์ล็อก โฮล์มส์ ประพันธ์โดยเซอร์ อาร์เธอร์ โคนัน ดอยล์

[4] ท่าดีดตัวกระโดดเหมือนปลา

[5] ท่ากระโจนลงนั่งเหมือนเสือ

[6] หมายถึง สามีที่มีภรรยาดุร้าย ผู้ชายที่กลัวภรรยา เชื่อฟังภรรยาทุกอย่าง

Leave a Reply

แจ้งเตือนการใช้งานคุกกี้ เว็บไซต์ของเรามีการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดการประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้ดีที่สุด ได้แก่ คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ประสิทธิภาพ คุกกี้เพื่อการทำงานของเว็บไซต์ และคุกกี้กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ศึกษารายละเอียดและการตั้งค่าคุกกี้เพิ่มเติมเพื่อความเป็นส่วนตัวของท่านได้ใน นโยบายคุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึกการตั้งค่า