“กล้าที่จะเป็นคนธรรมดา” จากผู้เขียน Bestseller กล้าที่จะถูกเกลียด หนังสือเล่มนี้คือ “การประกาศอิสรภาพทางความคิด”
สำหรับคนที่ไม่อยาก ตกเป็นทาส “ค่านิยม” ทางสังคม
ปลดแอกตัวเองจากความเชื่อ “ต้องพิเศษถึงจะมีค่า”
เลิกเดินตามสามัญสำนึกที่ใครไม่รู้เป็นคนกำหนด
กล้าที่จะ “คิดต่าง” แล้วเลือก “เป็นตัวเอง” อย่างแท้จริง
เพราะชีวิตที่เป็นอิสระ…เริ่มต้นที่ความคิดของคุณ
ปลดปล่อยตัวเองจากความเชื่อว่า
ต้องเป็น “คนพิเศษ” ถึงจะมีคุณค่า
เพราะเราทุกคนต่างเป็นเจ้าของความธรรมดา
ที่มีเพียงหนึ่งเดียวบนโลกใบนี้
เหนื่อยหรือยัง กับการวิ่งไล่ตามสถานะความเป็น “คนพิเศษ” ของสังคม
ความพยายามวันแล้ววันเล่าทั้งที่ยังไม่เข้าใจถึงแก่นแท้ของสิ่งที่ไขว่คว้า
ไม่ได้ทำให้คุณเข้าใกล้เส้นชัย มีแต่จะทำให้เหนื่อยล้าจนหมดแรง
หากทุกวันเอาแต่คิดว่า
ถ้าไม่แข่งขันคุณจะไม่มีที่ยืน
ถ้าไม่เป็นคนสำคัญ ก็จะไม่อยู่ในสายตาใคร
ลองหยุดสักครู่แล้วถามตัวเองอีกครั้งว่า มันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ
หรือคุณแค่คิดไปเอง
ลองมารู้จักคำว่า 「普通」(futsu) คำภาษาญี่ปุ่นซึ่งหมายถึง ความธรรมดา
ที่จะทำให้คุณเลิกกังวลเรื่องสถานะ ตำแหน่ง
หรือแม้แต่ความนิยมของตัวคุณในสายตาคนอื่น
แล้วกลับมาโอบรับตัวตนแท้จริงซึ่งคุณเองมองข้ามมานาน
โดยที่ไม่รู้เลยว่าสิ่งนี้ต่างหากคือหัวใจของการใช้ชีวิตที่เบาสบายได้อย่างแท้จริง
=================================
บทนำ แด่คนที่คิดว่าตัวเองพิเศษ
บทที่ 1 ทำไมถึงอยากเป็นคนพิเศษ
“ความเข้าใจผิด” เมื่อเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น
วันที่เลิกพยายามเป็นคนพิเศษ
เมื่อเติบโตมาจากการแข่งขันระหว่างพี่น้อง
การตอบสนองของพ่อแม่ทำให้ลูกพยายามเป็นคนพิเศษ
อิทธิพลจากค่านิยมของพ่อแม่
ผลกระทบต่อชีวิตในอนาคต
บทที่ 2 ความรู้สึกเหนือกว่าอันเปราะบาง
ของคนที่อยากเป็นคนพิเศษ
คนที่เคร่งเครียดจนเกินพอดี
คนที่พยายามตอบสนองความคาดหวังของผู้อื่น
ความรู้สึกต่ำต้อยของคนที่พยายามเป็นคนพิเศษ
เมื่อคนพิเศษล้มเหลว
คนที่อยากเป็นคนพิเศษ แต่ไม่ลงมือทำอะไรสักอย่าง
บทที่ 3 ความหมายของการเป็นคนธรรมดา
ไม่ต้องพิเศษก็ได้
คนธรรมดาไม่ได้หมายความว่าต้องเหมือนคนอื่น
อย่าเหมือนคนอื่น
ต้องมีคนเห็นต่างบ้าง
ไม่จำเป็นต้องแตกต่างเพื่อเป็นคนพิเศษ
คิดไปเองหรือเปล่าว่าต้องเป็นคนพิเศษ
บทที่ 4 การก้าวข้ามความรู้สึกด้อยค่า
เหตุผลที่ปรากฏเพียงผิวเผิน
วุฒิการศึกษาไม่เท่ากับความสามารถ
วุฒิการศึกษาเป็นแค่ “คุณลักษณะ”
เราทุกคนจะทำสิ่งใดก็สำเร็จได้ทั้งนั้น
ความรู้สึกด้อยค่าจะคอยเหยียบเบรกไม่ให้ลงมือทำ
ความไม่มั่นใจที่ปรุงแต่งขึ้นเองคือเบรกที่คอยขัดขวาง
การเปรียบเทียบกับตัวเองในอดีต
คือเบรกที่คอยขัดขวางเช่นกัน
ไม่จำเป็นต้องรู้สึกด้อยค่า
เราไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อความก้าวหน้าเสมอไป
บทที่ 5 ลงมือทำงานด้วยความมั่นใจ
เบรกคือสิ่งที่ “ตัวเราเป็นคนเหยียบเอง”
การแข่งขันไม่ใช่เรื่องธรรมดา
อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น
อย่าแข่งขันกับผู้อื่น
ถึงแพ้ก็ไม่ได้แปลว่าหมดคุณค่า
อย่ากลัวความผิดพลาด
อย่ากลัวผลลัพธ์
อย่าปล่อยให้ความสำเร็จหรือความล้มเหลวครอบงำ
อย่าพูดคำว่า “แต่”
อย่าใช้ชีวิตอยู่กับความเป็นไปได้
คิดแค่ว่าต้องลงมือทำก็พอ
ไม่จำเป็นต้องให้ใครมายอมรับผลงานของเรา
ไม่ต้องเป็นคนพิเศษและไม่ต้องรอให้ใครยอมรับ
การประเมินไม่ได้กำหนดคุณค่า
เมื่อต้องใส่ใจการประเมินจากผู้อื่น
จงเป็นอิสระจากความคาดหวังของผู้อื่น
การขอความร่วมมือจากผู้อื่น
ผลงานที่ดี
ทำงานที่มีเพียงเราเท่านั้นที่ทำได้
แรงผลักดันจากภายใน
บทที่ 6 เริ่มต้นจากตัวตนในแบบที่เป็น
เริ่มที่ตัวตนในปัจจุบัน
รู้เรื่องที่ไม่รู้มาก่อน
เริ่มจากสิ่งที่ทำได้
ไม่ต้องใส่ใจว่าใครจะคิดอย่างไร
กล้ายอมรับเรื่องที่ยังไม่รู้
ไม่ต้องพยายามทำตัวให้ดูดี
เลิกสนใจแต่ตัวเอง
ถึงใครจะมองว่า “ทำไม่ได้” ก็ไม่เห็นต้องใส่ใจ
เริ่มต้นจากความสามารถที่มีในปัจจุบัน
สนุกกับกระบวนการเรียนรู้
ค่อย ๆ เรียนรู้
เริ่มต้นทำสิ่งใหม่
ให้ความสำคัญกับกระบวนการ ไม่ใช่ผลลัพธ์
บทที่ 7 มาใช้ชีวิตของตัวเองกันเถอะ
เรื่องที่เกิดขึ้นได้เมื่อมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น
ความล้มเหลวในความสัมพันธ์
ไม่เหยียบเบรกกับการสานสัมพันธ์
ใช้ศักยภาพในแบบที่เป็น
อย่าพยายามเติมเต็มความคาดหวังของใคร
อย่าพยายามเป็นคนพิเศษเพื่อให้ได้รับการยอมรับ
อย่ากลัวที่จะแตกต่าง
มั่นใจในความเป็นตัวเอง
ยอมรับความเป็นปัจเจกบุคคล
ตัวตนที่ไม่มีใครแทนที่ได้
เลิกสนใจแต่ตัวเอง
ใส่ใจและช่วยเหลือผู้อื่น
ชนะคนเดียวย่อมไม่มีความหมาย
การสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง
ไม่ใช่การให้เพื่อรับ
ใช้ศักยภาพของตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น
การมีชีวิตอยู่ก็มีส่วนช่วยเหลือได้
สิ่งสำคัญของชีวิต
ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
คนมั่นใจมักไม่ร้อนรน
การเป็นคนธรรมดา










Reviews
There are no reviews yet.