ชีวิต การงาน และความรัก ของผู้ให้กำเนิดมูมิน : ตูเว ยานซอน

เมื่อ 104 ปีก่อน ที่ประเทศฟินแลนด์ เด็กหญิงคนหนึ่งได้ถือกำเนิดขึ้นมาในครอบครัวศิลปิน และเมื่อเติบโตขึ้น เธอก็กลายเป็นทั้งศิลปิน นักเคลื่อนไหว และนักเขียนผู้ทรงอิทธิพลไปทั้งฟินแลนด์ ผลงานโดดเด่นที่สุดที่ทำให้คนทั้งโลกหลงรักก็คือการสร้างเรื่องราว มูมิน ขึ้นมา เพื่อรำลึกถึงตูเว ยานซอน เราขอใช้โอกาสนี้กล่าวถึงชีวิตและผลงานของผู้สร้างมูมินและเรื่องราวที่ครองใจนักอ่านมาจนถึงวันนี้

 

วัยเด็กของเจ้าแม่ มูมิน

ตูเว ยานซอน เกิดวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 1914 ซึ่งอยู่ในช่วงต้นๆ ของสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เธอเป็นลูกสาวของวิกเตอร์ ยานซอน และซิเน่ ฮามมาร์สเตน ยานซอน การเติบโตในบ้านที่ทั้งพ่อและแม่เป็นศิลปินทำให้ตูเวรักศิลปะมาตั้งแต่เด็กๆ ไม่น่าแปลกใจเลยหากจะบอกว่าตูเวเริ่มวาดรูปตั้งแต่เริ่มจับติดสอนั่นแหละ ในจดหมายฉบับหนึ่งของวิกเตอร์เขียนว่า

“บางทีตูเวของเราอาจจะเติบโตเป็นศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ก็ได้…”

ตูเวมีน้องชายอีกสองคนคือ แพร์ อูลอฟและลาร์ส อูลอฟถนัดถ่ายภาพ ส่วนลาร์สเป็นนักเขียนและนักวาดการ์ตูนซึ่งต่อมาลาร์สก็เป็นผู้ช่วยทำการ์ตูนช่องมูมินด้วย

ตูเวชอบสร้างสรรค์สิ่งต่างๆอยู่เสมอมาตั้งแต่เด็กๆ ตั้งแต่วาดรูป ทำงานฝีมือ รวมไปถึงเขียนหนังสือ ตูเวมีจินตนาการที่น่าอัศจรรย์มาก และเธอก็ถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราว ถึงกับเคยทำนิตยสารและหนังสือซึ่งทั้งแต่งและวาดภาพประกอบเอง พออายุ 13 ตูเวก็มีผลงานชิ้นแรกพิมพ์ลงนิตยสารจริงๆ เป็นบทกวีประกอบภาพเกี่ยวกับประธานาธิปดีฟินแลนด์ ชื่อเรื่อง “ไชโยแด่มันเนอร์เฮม”

สำหรับการเรียน ตูเวไม่ค่อยสนุกกับเรื่องเรียนนัก เธอเกลียดวิชาเลขเป็นพิเศษ แม้แต่วิชาศิลปะที่โรงเรียนก็เป็นเรื่องน่าเบื่อสำหรับเธอ พออายุ 16 เมื่อออกจากโรงเรียนได้ ตูเวก็มีอิสระที่จะได้ทำในสิ่งที่อยากทำจริงๆ นั่นก็คือการเข้าเรียนศิลปะที่โรงเรียนเทคนิคสตอกโฮล์ม ซึ่งเป็นที่ที่ตูเวได้เรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ ในการทำงานศิลปะ ตูเวชนะการประกวดและได้รับทุนมากมายตลอดช่วงเวลาที่เรียน

เมื่อเรียนจบ ตูเวกลับไปอยู่ที่เฮลซิงกิเพื่อจะได้อยู่ใกล้ชิดครอบครัว และเริ่มเรียนที่ชมรมศิลปะฟินแลนด์หรืออะเทเนียม แต่หลังจากนั้นสองสามปี ตูเวก็ล้มเลิกเพราะแนวความคิดไม่ตรงกับครูบางคน ประกอบกับความมั่นใจในทิศทางการทำงานของตัวเอง เธอจึงเช่าสตูดิโอ มุ่งทำงานภาพเขียนในแนวทางของตนอย่างจริงจัง และต่อมาเธอก็ได้รับทุนไปเรียนศิลปะที่ปารีส

 

ให้กำเนิด มูมิน

 

มูมิน

แม้ว่าเราจะรู้จักเจ้าตัวอ้วนขาวคล้ายฮิปโปตัวนี้ว่ามูมิน แต่จริงๆแล้วมันคือโทรล ฟินแลนด์เป็นประเทศแห่งโทรล และตูเวก็มองว่ามูมินเป็นชนิดพิเศษ เอนาร์ น้าชายของตูเวเล่าเรื่องสิ่งมีชีวิตลึกลับขนรุงรังที่อาศัยอยู่หลังเตาไฟในครัว มันจะจับตัวเธอไปทันทีถ้าเธอย่องลงมากินขนมตอนดึก แล้วตูเวก็กลัวมันมากจริงๆ ในสมุดบันทึกสมัยเด็กของตูเวเขียนไว้อย่างน่ากลัวว่า เธอได้ยินเสียงมันคุ้ยๆเขี่ยๆอยู่ใต้เตียงและมันก็ลากเอารองเท้าแตะของเธอไป ต่อมามันก็กลายเป็นบรรพบุรุษมูมินผู้อาศัยอยู่หลังเตาไฟในบ้านมูมินในเรื่อง “เมืองมูมินกลางฤดูหนาว” นั่นเอง

ตูเววาดลายเส้นมูมินตัวแรกในช่วงศตวรรษ 1930 บนด้านนอกของผนังห้องน้ำ เจ้าสิ่งมีชีวิตตัวนี้มีจมูกใหญ่คล้ายฮิปโป และยืนตัวตรงเหมือนมูมิน แต่ดูไม่เป็นมิตรนัก แรงบันดาลใจในการวาดนั้นมาจากการที่ตูเวทุ่มเถียงกับน้องชาย เธอตั้งชื่อให้มันว่า “สนอร์ก” และเขียน “อิสระคือสิ่งที่ดีที่สุด” ไว้ข้างๆ ก่อนที่ลายเส้นมูมินจะปรากฏขึ้นครั้งแรกบนปกนิตยสารล้อการเมืองชื่อ “การ์ม” (Garm) เดือนตุลาคม ปีค.ศ 1943 สิ่งมีชีวิตที่อยู่บนปกตัวนั้นคือ “สนอร์ก” หลายปีต่อมาสนอร์กก็ปรากฏอยู่ในหนังสือชุดมูมินด้วยกันสองตัวคือ หนุ่มสนอร์กและสาวสนอร์ก

เรื่องราวของมูมินเริ่มต้นอย่างจริงจังในช่วงปีค.ศ. 1939-1940 เป็นช่วงที่เกิดสงครามฤดูหนาว ผลของสงครามทำให้ตูเวหดหู่และหวั่นวิตก เธอจึงเริ่มสร้างโลกในจินตนาการที่สงบสุขและปลอดภัยขึ้นมา หนังสือเรื่องนั้นมีชื่อว่า “การเดินทางประหลาด” (A Strange Journey) แล้วเธอก็เลือกเอาตัวการ์ตูนลายเซ็นของเธอมาเป็นเรื่องราว โดยเรียกมันว่ามูมินโทรล มูมินของตูเวในยุคแรกๆ ค่อนข้างผอม ดูคล้ายปีศาจอยู่หน่อยๆ ไม่น่ารักอย่างมูมินที่เราเห็นกันในปัจจุบัน แต่เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง ตูเวก็หยุดพักการเขียนลงกระทั่งปีค.ศ. 1945 ตูเวก็กลับมาเขียนเรื่องมูมินอีกครั้งจนจบ และพิมพ์ออกมาขายในจำนวนไม่กี่ร้อยเล่ม ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเรื่องเป็น “มูมินกับน้ำท่วมใหญ่” ในภายหลัง

ในการเขียนหนังสือชุดมูมิน ตูเวจะเขียนเรื่องก่อน โดยเขียนด้วยมือ ใช้ดินสอเพื่อให้กลับไปแก้ไขได้ง่าย ส่วนภาพประกอบจะต้องเป็นลายเส้นที่ไม่ละเอียดมาก บางครั้งเธอก็จะวาดรูปเดียวกันหลายๆ แบบจนกว่าเธอจะพอใจแล้วค่อยปรับแต่งภาพจนเสร็จ

ตูเวมีบทบาทอย่างมากในการออกแบบหนังสือทั้งเล่ม อย่างในเรื่อง “ดาวหางในเมืองมูมิน” ตูเวทำฉบับตัวอย่างด้วยตัวเองทั้งเล่ม ใส่ข้อความลงไปในหน้าว่าง ค่อยๆวัดและนับไปทีละหน้า แล้วค่อยเพิ่มรูปสเก็ตช์เพื่อให้เห็นว่าควรต้องวางรูปตรงไหน และเพื่อให้เห็นว่าหนังสือทั้งเล่มจะมีหน้าตาเป็นอย่างไรเมื่อเสร็จ

 

การงานและความรัก

ตูเวรักชีวิตที่เรียบง่าย ตราบใดที่เธอสามารถวาดรูป เขียนหนังสือ และพบเจอกับครอบครัวและเพื่อนๆได้ก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่าพึงพอใจแล้ว สำหรับเธอ ความร่ำรวยและวัตถุไม่ได้มีความหมายในชีวิตนัก สิ่งเหล่านี้สะท้อนอยู่ในตัวพวกมูมินด้วย พวกมูมินมีความสุขได้จากเรื่องง่ายๆในชีวิต ช่วงเวลาที่สนุกสนานหาได้จากชีวิตประจำวัน ขณะที่ความรักและมิตรภาพนั้น อยู่เหนือสิ่งอื่นใด

ตูเวทำงานหนักตลอดชีวิตเพราะเธอรักในสิ่งที่ทำ โดยยึดคำว่า “Labora et Amare” หรือ “การงานและความรัก” มาเป็นคติในการดำเนินชีวิต เธอยังประทับตราข้อความนี้ซึ่งเขียนด้วยลายมือของเธอเองไว้ในหนังสือของตัวเอง และหนังสืออีกหลายเล่มที่เธอเป็นเจ้าของ

ชีวิตของตูเวเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงชีวิต จากนักเรียนศิลปะผู้ดิ้นรนกลายเป็นศิลปินและนักเขียนคนสำคัญของฟินแลนด์ แน่นอนว่าตูเวเองก็คงไม่คาดฝันว่าชีวิตของเธอจะประสบความสำเร็จถึงขั้นนี้ ในด้านชีวิตส่วนตัว ตูเวพบรักกับทูตี้ ในขณะที่สมัยนั้นความรักของคนเพศเดียวกันยังไม่เป็นที่ยอมรับทั้งในทางสังคมและในทางกฎหมาย แต่ตูเวกับทูตี้ก็กล้าหาญพอที่จะมีความรักกันอย่างเปิดเผย เมื่อมูมินเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ตูเวก็กลายเป็นคนรู้จักเช่นกัน และทูตี้ก็มีส่วนช่วยให้ตูเวรับมือกับชื่อเสียงเหล่านี

เราอาจจะคิดว่ามูมินเป็นเรื่องสำหรับเด็ก แต่จริงๆแล้วตูเวไม่ได้เขียนเรื่องนี้เพื่อเด็กโดยเฉพาะ เธอเขียนเรื่องนี้ขึ้นเพื่อตัวเองจากประสบการณ์ของเธอ เรื่องราวในมูมินเป็นเรื่องที่เราต่างก็เคยมีประสบการณ์ร่วมมาแล้วไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง ทั้งเรื่องครอบครัว การเอาตัวรอด การปรับตัว ความรักและมิตรภาพ นี่อาจจะเป็นเหตุผลว่าทำไมมูมินจึงเป็นที่รักของคนทุกเพศทุกวัย

 

ตูเว ยานซอนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ค.ศ. 2001 แต่จิตวิญญาณที่ส่งผ่านจากผลงานของเธอยังคงมีมนตร์ขลังจนถึงวันนี้ ในฐานะผู้สร้างมูมิน ครอบครัวมหัศจรรย์ที่มีชีวิตอยู่ในหัวใจของผู้อ่านไปตลอดกาล

 

ใครยังไม่ได้อ่าน มูมิน เลือกซื้อได้ที่นี่ คลิก เลย


บทความอื่นๆ