ซาดาโกะ ซาซากิ ปก1

เรื่องราวของ ซาดาโกะ ซาซากิ กับนกกระเรียนพันตัวและโรคปรมาณู

วรรณกรรมเยาวชนเพื่อสันติภาพที่ทั่วโลกยกย่อง ถ่ายทอดชีวิตของ “ซาดาโกะ” ที่ต่อสู้กับพิษร้ายจากสงครามอย่างมีความหวังและแรงศรัทธา ผลงานเขียนถูกสร้างสรรค์จากปลายปากกา ของเอเลนอร์ คอร์ ซึ่งเกิดจากความหลงใหลในวัฒนธรรมญี่ปุ่นและเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับเด็กน้อยผู้พับนกกระเรียนหนึ่งพันตัว ที่เคยถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์เมื่อปี ค.ศ. 2019 ที่ผ่านมา

ซาดาโกะ ซาซากิคือใคร

ซาดาโกะ เกิดเมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ.2486 ตอนที่เธออายุ 2 ขวบมีการทิ้งระเบิดที่ฮิโรชิมา ทำให้เธอได้รับผลพวงจากการทิ้งระเบิดครั้งนั้นคือโรคมะเร็งเม็ดขาว หรือ ลูคิเมีย ในตอนนั้นซาดาโกะอายุแค่ 11 ปีเท่านั้น เนื่องจากได้รับสารกัมมันตภาพรังสีจากระเบิดปรมาณูที่สหรัฐฯ ทิ้งถล่มฮิโรชิมา เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2488 ในสงครามโลกครั้งที่ 2
ในตอนที่เธอกำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยายาบาล ซาดาโกะพยายามพับนกกะเรียนกระดาษด้วยมือที่บวมเป่งและเจ็บปวดมาก ด้วยความเชื่อว่า “หากพับนกได้ครบหนึ่งพันตัว เธอจะหายจากโรคภัย”

แล้วทำไมต้องนกกระเรียน 1000 ตัว

ซาดาโกะ ซาซากิ นกกระเรียน

ตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่นแล้วนั้น นกกระเรียนคือสิ่งมีชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ ที่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้นับพันปี เพราะนกกระเรียนเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีและอายุยืนยาว โดยคนญี่ปุ่นมักเรียกนกชนิดนี้ว่า “นกแห่งความสุข” เชื่อกันว่าปีกของนกกระเรียน จะนำพาวิญญาณไปสู่สรวงสวรรค์
ด้วยตำนานโบราณนี้จึงทำให้เกิดความเชื่อในการพับกระดาษรูปนกกระเรียนให้ได้ครบหนึ่งพันตัว เพื่อจะทำให้คำอธิษฐานตามที่ใจวาดหวังไว้เป็นจริงขึ้นมานั่นเอง

โรคระเบิดปรมาณู คืออะไร

ซาดาโกะ ซาซากิ ระเบิดปรมาณู

ในปี 1945 การทิ้งทวนครั้งสุดท้ายก่อนที่ประเทศญี่ปุ่นจะพ่ายแพ้ นั่นคือการทิ้งระเบิดตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 ในประเทศญี่ปุ่น ณ เมืองฮิโรชิม่าที่ทุกคนคุ้นชื่อ สหรัฐอเมริกาเลือกที่จะทิ้งระเบิดปรมาณู ที่มีชื่อเล่นว่า “Little Boy” ซึ่งมีขนาด 15 กิโลตัน ลงที่ฮิโรชิม่าเพื่อทดลองความรุนแรง ซึ่งความเสียหายของระเบิดครั้งนั้นที่ฝ่ายสัมพันธมิตร ส่งมาให้ทำให้ฮิโรชิม่าราบเป็นหน้ากลอง มีผู้เสียชีวิตมากถึง 140,000 คน อีกทั้งสารกัมมันตรังสีที่อยู่ในระเบิด ยังทำให้คนในพื้นที่ต้องเป็น “โรคระเบิดปรมาณู” หรือ “โรคลูคีเมีย” มะเร็งเม็ดเลือดขาวที่ยากจะรักษาในช่วงเวลานั้น

อนุสาวรีย์ซาดาโกะ ซาซากิ

ซาดาโกะ ซาซากิ อนุเสาวรีย์

สุดท้ายนี้คืออนุสาวรีย์แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในวันเด็กในปี ค.ศ. 1958 เพื่ออุทิศให้กับซาดาโกะ ซาซากิ ผู้ได้รับผลกระทบจากระเบิดปรมาณูตอนอายุ 2 ขวบ จนส่งผลให้เป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในอีกสิบปีต่อมาและได้เสียชีวิตลง เพื่อนร่วมชั้นต่างสะเทือนใจกับการตายของเธอ จึงเชิญชวนคนทั่วประเทศให้สร้างอนุสาวรีย์เพื่อไว้อาลัยแก่เด็กทุกคนที่เสียชีวิตจากระเบิดปรมาณู และด้วยการสนับสนุนจากนักเรียนมากกว่า 3,100 โรงเรียนทั่วญี่ปุ่นและประเทศอื่นๆ อีก 9 ประเทศ รวมทั้งสหราชอาณาจักร ทำให้รูปปั้นทองสัมฤทธิ์ขนาดสูง 9 เมตรเสร็จสมบูรณ์ขึ้นได้

ด้านบนของแท่นโดมสามขาเป็นรูปทองสัมฤทธิ์ของเด็กสาวที่ชูนกกระเรียนกระดาษสีทอง ด้านซ้ายและด้านขวาของแท่นมีรูปปั้นเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงลอยอยู่แสดงถึงอนาคตที่สดใสและความหวัง หินใต้แท่นจารึกไว้ว่า “นี่คือเสียงร้องของเรา นี่คือคำอธิษฐานของเรา เพื่อสร้างสันติภาพบนโลกใบนี้”

อนุสาวรีย์แห่งนี้สร้างขึ้นโดยคาซึโอะ คิคุจิ ศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยศิลปะและดนตรีโตเกียว ด้านในของหอคอยมีแขวนนกกระเรียนสีทองซึ่งดังกังวานเหมือนกระดิ่งลม และมีระฆังที่ถอดแบบมาจากระฆังทองสัมฤทธิ์โบราณ ซึ่งบริจาคโดยดร. ฮิเดกิ ยูคาวะ ผู้ชนะรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ที่รู้สึกตื้นตันกับความรู้สึกของเด็ก ๆ ในปัจจุบันอยู่ด้วย

ส่วนด้านระฆังและนกกระเรียนสีทองอันดั้งเดิมถูกนำไปจัดแสดงที่ล็อบบี้ชั้นหนึ่งของอาคารทางตะวันออกของพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมะ ตามข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและการท่องเที่ยวแห่งฮิโรชิมะ

หนังสือเล่มนี้สะท้อนภาพอันโหดร้ายของสงครามผ่านความเจ็บปวดของเด็กหญิงวัย 11 ขวนที่รอคอยความหวังที่จะหายจากโรค ความสดใสที่กำลังถูกกลืนกินด้วยโรคร้ายที่ตัวเองไม่ได้วิ่งไปหา แต่ทั้งหมดนั้นคือความหวัง ความกล้าหาญและศรัทธาของเด็กหญิงตัวน้อย ซาซากิ ซาดาโกะ วีรสตรีของเด็กๆ ชาวญี่ปุ่น ที่คุณควรจะได้อ่านมันสักครั้งในชีวิต

หนังสือ ซาดาโกะกับนกกระเรียนพันตัว
ผู้แต่ง : เอเลนอร์ คอร์ (Eleanor Coerr)

ซาดาโกะ ซาซากิ หนังสือ

สั่งซื้อออนไลน์ คลิก
วางจำหน่ายตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป

ใส่ความเห็น