บทบาทของตัวละครใน “ความสุขของกะทิ” ที่ทำให้เรื่องราวกลมกล่อม

ความสุขของกะทิ เป็นวรรณกรรมที่เขียนโดย งามพรรณ เวชชาชีวะ ซึ่งได้รางวัลซีไรต์เมื่อปีพ.ศ. 2549 และถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ปี พ.ศ. 2552 ซึ่งนอกเหนือจากตัวละครเด่นอย่าง “กะทิ” แล้ว ตัวละครในเรื่องก็มีบทบาทที่สำคัญ และสร้างสีสันให้กับนิยายเรื่องนี้อย่างมาก

มาดูกันว่าตัวละครไหน ที่เพื่อนๆ หลงรักมากที่สุดในเรื่อง

กะทิ

ความสุขของกะทิ จะขาดกะทิไปได้อย่างไร “กะทิ” หรือ ณกมล พจนวิทย์ เด็กหญิงอารมณ์ดี ช่างซักถาม ช่างสังเกต ขณะเดียวกันก็เป็นเด็กที่เก็บงำความทุกข์ไว้กับตัวด้วย กะทิชอบฟังเพลงมากจนถึงขั้นสนใจไปเรียนร้องเพลง แถมยังชอบวาดรูป ดูงานศิลปะ อ่านหนังสือ และถ่ายรูป เรียกว่ามีพลังงานความเป็นศิลปินอยู่ในตัวเต็มเปี่ยม เธอมีสัตว์เลี้ยงตัวโปรดเป็นหมาปั๊กที่ได้รับเป็นของขวัญวันเกิด เธอตั้งชื่อให้มันว่าฟาโรห์ ตามหนังสืออารยธรรมไอยคุปต์ ที่กะทิกำลังอ่าน

 

ตา

“ตา” หรือ “พิทักษ์ พจนวิทย์” คุณตาของกะทิ ผู้สร้างสีสันในเรื่องไม่น้อย คุณตาเป็นคนใจดี ขี้เล่น ช่างคุย และช่างแซว (ถึงขั้นเปิดสงครามน้ำลายกับยายได้!) แต่ขี้เล่นขนาดนี้ ดีกรีเรื่องงานไม่ธรรมดา เพราะตาเป็นถึงทนายความมือหนึ่งที่ช่วยคนมาแล้วมากมาย ต่อให้ปลดเกษียณ ย้ายมาอยู่ที่บ้านริมคลองแล้ว ก็ยังเป็นที่ปรึกษาให้ชาวบ้านได้เสมอ

ส่วนงานอดิเรกของตาก็คือ…เลี้ยงไก่! ที่ตอนแรกเหมือนจะจำใจเลี้ยง แต่ไปๆ มาๆ กลับจริงจังถึงขั้นอ่านตำรา ความผูกพันของตากับไก่แจ้แนบแน่นจนถึงที่ยายเคยแซวว่า “ถ้าไก่แจ้ไม่ได้ยินเสียงเรียกหวานๆ จากตา คงกินข้าวไม่ลงเป็นแน่”

นอกจากไก่แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ตารักมากคือ เสียงเพลง ตามีทั้งเครื่องเล่นแผ่นเสียงสมัยใหม่กับสมัยเก่า แต่ตาชื่นชอบเครื่องเสียงโบราณเป็นพิเศษ บางวันก็หยิบแผ่นเสียงไวนิลมาเล่น ฟังเพลงเดิมๆ เพื่อหวนคิดถึงวันวาน 

 

ยาย

“ยาย” หรือ “ลัดดา พจนวิทย์” คุณยายของกะทิ ตัวละครที่ทำอาหารอร่อยที่สุดในเล่ม ยายเคยเป็นเลขานุการในโรงแรมห้าดาวอยู่นาน ทำให้ยายมีทักษะหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องภาษา ที่รู้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส นอกจากนี้ยังได้ความเจ้าระเบียบมาจากการทำงานอีกต่างหา

ยายเป็นอีกตัวละครหนึ่งที่ต้องแบกรับความรู้สึกของคนรอบตัวไว้มากมาย โดยเฉพาะความรู้สึกของลูกสาวที่ป่วยหนัก กับหลานที่กำลังเติบโตขึ้นมาเจอความจริง… 
นอกจากคนอ่านจะรักกะทิแล้ว ยายก็น่าจะเป็นตัวละครที่มีคนรักเยอะไม่แพ้กัน

 

น้าฎาและน้ากันต์

“น้าฎา” หรือ “โฉมชฎา” หญิงสาวคนสวย อดีตผู้ช่วยของแม่กะทิ ที่ทำงานด้วยกันมาตั้งสมัยที่น้าฎาฝึกงาน จนกระทั่งเรียนจบก็ยังได้ทำงานด้วยกันต่อ

ตาของกะทิมักชื่นชมน้าฎาว่า เป็นคนมีหัวคิด และเป็นธุระดูแลกะทิแทนแม่ของเธอได้ จนน้าฎาเปรียบเหมือนคนในครอบครัวนี้จริงๆ

ส่วน “น้ากันต์” รุ่นน้องชมรมเทนนิสของแม่กะทิ เป็นนักเขียนบทโฆษณา เขาไม่ค่อยพูด แต่กลับรับบทด้านการสื่อสารได้เป็นอย่างดี (ก็คนนี้แหละ ที่อธิบายโรคเอแอลเอสให้กะทิ วัย 9 ขวบฟังจนเข้าใจได้ทันที!) 

 

แม่

“แม่ของกะทิ” หรือ “ณภัทร พจนวิทย์” ตัดสินใจแยกทางกับสามี (แอนโทนี่) ตั้งแต่กะทิยังอยู่ในท้อง 

แม่กะทิเริ่มเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ALS) ตั้งแต่อายุ 33 ปี ตอนที่กะทิเพิ่งอายุ 4 ขวบ เธอตัดสินใจออกจากบ้านริมคลอง ไปพักรักษาตัวที่บ้านริมทะเลตลอดระเวลา 5 ปี 
เธอใช้ทุกนาทีที่เหลืออยู่ในชีวิตอย่างมีค่า บันทึกเรื่องราวต่างๆ ไว้ให้กะทิ ลูกสาวสุดที่รักเพียงคนเดียว 

 

พี่ทอง

“พี่ทอง” หรือ “สุวรรณ วินัยดี” เด็กหนุ่มผิวคล้ำ ฟันขาว จนกะทิชอบแซวว่าเห็นฟันของพี่ทองเด่นมาแต่ไกล

พี่ทองเกิดในครอบครัวที่พ่อกับพี่ชาย 3 คนนับถือศาสนาอิสลาม แม่นับถือศาสนาพุทธ ทองเป็นลูกคนสุดท้อง แม่เลยตั้งใจให้นับถือศาสนาพุทธด้วย จึงพามาฝากไว้กับหลวงลุงตั้งแต่เด็ก ทองคลุกคลีมากับแม่น้ำลำคลอง จึงว่ายน้ำเก่งตามแบบฉบับของเด็กริมคลอง และความสามารถนี้แหละที่ทำให้ทองกลายเป็นฮีโร่ของกะทิ!

 

ความสุขของกะทิ

ลุงตอง

“ลุงตอง” หรือ “ทิฆัมพร วงศ์ภิรมย์” นักจัดดอกไม้คนเก่ง ลุงตองตัวท้วมๆ ผมบางหน่อยๆ เป็นคนน่ารักที่ช่วยทำให้ครอบครัวของกะทิมีสีสันขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะ “การบอกเส้นทาง” ที่อธิบายได้ละเอียดยิบทุกครั้ง แต่ไม่เกี่ยวกับทางที่ไปสักครั้ง! เรียกเสียงหัวเราะคนในรถได้เสมอ

 
จะบอกว่าลุงตองเหมือนเครื่องปรับอากาศในรถก็ว่าได้ ให้ความสดชื่นแก่ผู้โดยสาร แต่เป็น GPS นำทางไม่ได้นะ

 

ความสุขของกะทิ ที่จัดพิมพ์โดยแพรวสำนักพิมพ์มีทั้งเวอร์ชั่นนิยาย และการ์ตูนภาพ โดย ตั้ม-วิศุทธิ์ พรนิมิตร สามารถหาซื้อได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำ หรือที่เว็บ amarinbooks.com

สั่งซื้อ ความสุขของกะทิ คลิกที่นี่

สั่งซื้อ ความสุขของกะทิ ฉบับลายเส้น คลิกที่นี่

2 thoughts on “บทบาทของตัวละครใน “ความสุขของกะทิ” ที่ทำให้เรื่องราวกลมกล่อม

  1. Pingback: 12 เพลงที่ควรเปิดระหว่างอ่าน ลืมตาตื่นอีกครั้ง...ในเวลาอันสมควร

  2. Pingback: 4 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ วรรณกรรมเยาวชน DID YOU KNOW ? โดย แพรวเยาวชน

ใส่ความเห็น