“เลี้ยงลูกให้ฉลาด” ไม่สำคัญเท่ากับเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กดี มีความสุข

เมื่อเอ่ยถึงการเลี้ยงลูก เป้าหมายหลักในการเลี้ยงลูกของคุณพ่อคุณแม่คืออะไร…?

หลายท่านตอบว่าอยาก เลี้ยงลูกให้มีความสุข เป็นคนดี เป็นคนเก่ง ให้เขาเติบโตเลี้ยงดูตัวเองได้ ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ และอีกหลายท่านบอกว่าไม่ต้องการอะไรมาก แค่อยากเห็นเขาเติบโตเป็นคนที่มีความสุข เท่านั้นพอ

คำถามต่อมาคือ คุณพ่อและคุณแม่จะมีวิธีเลี้ยงลูกอย่างไรให้เขาเป็นคนดี เป็นคนเก่งและยังเป็นคนที่มีความสุขไปพร้อมๆ กัน

ลองมาคำแนะนำจาก คิม มูกี ผู้เขียนหนังสือ “สอนลูกให้ได้ดีและมีความสุข” กันค่ะ

 

 

นับตั้งแต่เด็กคนหนึ่งลืมตาดูโลก จนกระทั่งเติบโตพอจะดูแลตัวเองได้ เขาต้องพบสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คาดการณ์ได้ยาก ต้องพบเจอผู้คนในสังคมที่มีคนนิสัยดีและไม่ดีปะปนกัน โลกอินเทอร์เน็ตที่พร้อมจะเป็นยาพิษสำหรับเขาหากเขาไม่รู้เท่าทัน และปัญหาอันซับซ้อนอีกมากมายเสมือนเป็นเส้นทางขรุขระในชีวิต

หลายปีที่ผ่านมานี้ คิม มูกี นักธุรกิจผู้ทำงานสายสถาบันทางการเงินต่างประเทศพบว่า คนญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จและมีความสุขล้วนมีทักษะความเป็นผู้นำ ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาแตกต่างจากคนทั่วไป และนั่นยิ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เขาอยากรู้เพิ่มเติมว่า พ่อแม่ของคนเหล่านี้มีวิธีเลี้ยงดูลูกอย่างไร และลูกๆ มีความคิดเห็นอย่างไรต่อการเลี้ยงดูตามแบบฉบับของพ่อแม่ จึงได้สัมภาษณ์นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น เช่น มหาวิทยาลัยเกียวโต มหาวิทยาลัยวาเซดะ มหาวิทยาลัยเคโอ กว่า 200 คน รวมถึงบุคคลที่ทำงานในองค์กรระดับโลก แล้วจัดกลุ่ม นำเสนอแนวทางการเลี้ยงดูเด็กเป็นรายข้อ

มีหนังสือคู่มือพ่อแม่มากมายที่บอกเราว่า พ่อแม่ควรจะเลี้ยงดูลูกอย่างไร แต่หนังสือเล่มนี้ “สอนลูกให้ได้ดีและมีความสุข” กลับนำเสนอมุมมอง ความคิดเห็นของลูกเป็นหลัก นับเป็นเสียงสะท้อนอันล้ำค่าสำหรับคุณพ่อคุณแม่ผู้อ่าน ที่จะได้เรียนรู้ว่า การเลี้ยงดู อบรมสั่งสอนแบบใดที่ลูกรู้สึกขอบคุณ และแบบใดที่คิดว่าควรแก้ไข เพื่อจะได้เป็นข้อเตือนใจให้คุณพ่อคุณแม่ระมัดระวังการกระทำของตัวเองให้มากยิ่งขึ้น

 

เลี้ยงลูกให้มีความสุข

นอกจากนี้ คิม มูกียังได้ชวนคุณพัมป์กิ้น (คุณแม่ของเขา) นักคอลัมนิสต์ ผู้ให้คำปรึกษาเรื่องการจัดการภายในครอบครัวผ่านคอลัมน์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากต่อเนื่องมากว่า 3 ปีในเว็บไซต์โทโยเคไซออนไลน์ และที่สำคัญคือเป็นคุณแม่ที่มีประสบการณ์ความเป็นแม่ได้ยาวนานถึง 160 ปี มาช่วยนำเสนอวิธีเลี้ยงดูลูกหลากหลายแบบ ที่คุณพัมป์กิ้นมองว่าแต่ละเรื่องล้วนเป็นเรื่องใกล้ตัว และนำเสนอผ่านมุมมองธรรมดา ทว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่าเพราะผู้อ่านจะได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมายจากประสบการณ์จริงของผู้ตอบแบบสอบถาม

หนังสือเล่มนี้ไม่ได้มีเพื่อเลี้ยงลูกให้ฉลาด หรือเพียงเพื่อให้เด็กเรียนเก่ง แล้วสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำได้ สมัครเข้าทำงานบริษัทดีๆ เงินเดือนสูงๆ แต่หนังสือเล่มนี้มีจุดมุ่งหมายที่ไกลกว่านั้น คือ เพื่อให้พ่อแม่ได้เรียนรู้วิธีการอบรมเลี้ยงดูที่ดีที่่สุด โดยปลูกฝังและสร้างเสริมให้เด็กมีความเป็นผู้นำ มีความเป็นตัวของตัวเองในสังคม

 

เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้จบแล้ว ขอเอาใจช่วยคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านได้ค้นพบแนวทางการเลี้ยงลูกที่เหมาะสมกับลูกและใช้ได้ผลอย่างแท้จริง เพื่อให้เขามีชีวิตที่ประสบความสำเร็จและเหนือสิ่งอื่นใดคือมีความสุขไปตลอดชีวิต

 

[su_quote]คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจมีความปรารถนาร่วมกันประการหนึ่ง คือ ลูกจะฉลาดหรือไม่ จะได้เข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังหรือไม่นั้น ไม่สำคัญเท่ากับลูกได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

คิม มูกี [/su_quote]

 

ไม่ต้องเป็นครอบครัวที่สิ่งแวดล้อมดีพร้อม

ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเกินจำเป็น ไม่ต้องเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์

เด็กทุกคนก็เติบโตได้ดีและมีความสุขได้ด้วยการเลี้ยงดูของพ่อแม่

ราคา 235 บาท

6 thoughts on ““เลี้ยงลูกให้ฉลาด” ไม่สำคัญเท่ากับเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กดี มีความสุข

  1. Pingback: พ่อแม่ต้องรู้! เลี้ยงลูกให้สุขภาพจิตดี มีความสุข เข้ากับคนอื่นได้ง่าย ทำอย่างไร

  2. Pingback: อ่านนิทานให้ลูกฟัง แล้วได้อะไร โดยคุณหมอประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

  3. Pingback: คุณเป็น พ่อแม่ แบบไหน : เพื่อความเข้าใจในการเลี้ยงลูก โดย ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ

  4. Pingback: นิทานก่อนนอน-สอนลูกเรื่องมิตรภาพ-ความเอื้อเฟื้อและการแบ่งปัน

  5. Pingback: เข้าใจพฤติกรรมลูกกับปัญหา "ลูกติดโทรศัพท์" โดยนายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

  6. Pingback: เลี้ยงลูกวัยรุ่น : เลี้ยงลูกอย่างเข้าใจ ติดยา ติดเกม ฯลฯ เรื่องหนักแค่ไหนก็รอด

ใส่ความเห็น