Start up ปกเว็บ

อยากเป็น Start Up แบบในซีรีส์ชื่อดังจากเกาหลี ต้องคิด 3 ขั้นตอนนี้ให้ได้!

Start Up ในยุคสมัยนี้คำนี้คงเป็นคำที่หลายคนคุ้นเคย อาจเพราะการสมัครงาน หรือความคิดที่อยากถอนจากการเป็นพนักงานมาเป็นนายตัวเอง แต่หากพูดถึงในช่วงเวลานี้คำว่าสตาร์ทอัพ คงทำให้คุณคิดถึงซีรีส์จากประเทศเกาหลีเรื่องดังที่กำลังเป็นกระแสในโลกออนไลน์แทน

Start Up เรื่องราวของ ซอดัลมี (รับบทโดยเบซูจี) หญิงสาวที่อยากเป็นสตีฟจ็อบส์ จึงลาออกจากมหาวิทยาลัยและเริ่มทำตามความฝันโดยการเป็นสตาร์ทอัพ ดัลมีไม่ยอมรับการช่วยเหลือใดๆ จากครอบครัว เริ่มทำงานพาร์ทไทม์โดยหวังว่าจะสามารถเก็บเงินได้ถึง 100 ล้านวอน ไปเป็นต้นทุนเปิดบริษัทของตัวเอง ขณะนั้นเธอได้พบกับ นัมโดซาน ชายผู้เป็นรักแรก และผู้ก่อตั้งบริษัท Samsan Tech ที่มีสภาวะกระท่อนกระแท่น เขาทั้งสองคนช่วยกันฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อทำให้สตาร์ทอัพในฝันของพวกเขาเป็นจริง เรื่องราวเป็นอย่างไรนั้น สามารถรับชมได้ใน Netfilx มีครบแล้วทั้ง 16 ตอน

คุณอยากเป็นสตาร์ทอัพต้องคิดอย่างไร

วันนี้เราขอยื่นบันไดให้คุณ กับสามขั้นที่ทำให้คุณรู้ว่าการเป็นสตาร์ทอัพนั้นอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด!

บันไดขั้นที่ 1 Passion ของคุณคืออะไร

เริ่มทำธุรกิจนี้ทำไม อะไรคือแรงบันดาลใจของคุณ หรือเงินที่จูงใจใครหลายคนได้ ขณะที่บางคนแค่อยากเป็นผู้ประกอบการกับเขาบ้าง บางคนชอบหรือมีความสุขกับการได้แก้ไขปัญหาจริงๆ มีแรงจูงใจมากมายอยู่เบื้องหลังสตาร์ทอัพ

แต่ธุรกิจสตาร์ทอัพนั้น จำเป็นต้องมีรากฐานที่แข็งแรงและหลักฐานนั้น ก็คือตัวคุณนั่นเอง หากแรงจูงใจของคุณไม่หนักแน่นพอ ก็มีโอกาสมากที่คุณจะถอดใจ เมื่อสิ่งต่างๆไม่เป็นไปอย่างที่คิด หรือเมื่อคุณเผชิญการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง ลองทบทวนแรงจูงใจ และความมุ่งมั่นของคุณ ว่าต้องการสิ่งนี้จริงไหม เพราะเหตุใด และมากขนาดไหน

บันไดขั้นที่ 2 ความล้มเหลว คือครูที่ดีที่สุด

เรื่องราวความผิดพลาดของเหล่าสตาร์ทอัพมากมายมีให้เห็นอยู่ทั่วไป คุณต้องนำสิ่งเหล่านั้นมาเป็นบทเรียนให้กับตัวเอง ไม่เพียงแค่ฟัง หรือนำมาคิดทบทวนเท่านั้น คุณควรแยกมันออกมาให้เห็นชัดเจน นำเอา case study นั้นมาปรับใช้ให้ถูกต้องกับธุรกิจของคุณเอง หรืออย่างง่ายคือลองคุยกับคนที่เคยเป็นสตาร์ทอัพที่ล้มเหลว หากได้คุยแล้วคุณอาจรู้ได้แม้กระทั่งสัญญาณเตือนว่าการเป็นสตาร์ทอัพของคุณจะดีหรือไม่ดีได้เลยทีเดียว

บันไดขั้นที่ 3 จงเป็นศิษย์ที่มีครู

จากบันไดขั้นที่สอง ครูของคุณไม่ใช่เพียงเหล่าสาร์ทอัพที่ล้มเหลวเท่านั้น สตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จก็มีส่วนที่ทำให้มองเห็นภาพมากขึ้น รวมทั้งการที่มีสตาร์ทอัพที่คุณได้คลุกคลีอยู่ด้วยแล้วนั้น จะเพิ่มช่องโอกาสที่ทำให้คุณได้งานมากขึ้น หรืออย่างที่หลายคนเรียกว่า คอนเนคชั่น นั่นเอง

คอนเนคชั่นดีอย่างไร ดีตรงที่คุณสามารถวิ่งเข้าหาขอความช่วยเหลือได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านขั้นตอนมากมาย ยกตัวอย่างเช่นหากบริษัทหนึ่งขาดพนักงานไป แล้วคนในบริษัทนั้นรู้จักคุณพร้อมกับเคยเห็นผลงานของคุณมาแล้ว เขาจึงเดินไปแนะนำคุณคร่าวๆ ให้กับแผนกที่ขาดคนไปได้ โดยไม่ต้องประกาศตามหาพนักงานให้ยุ่งยาก หรือหากคุณมีปัญหาในส่วนไหน คุณสามารถยกหูโทรศัพท์ไปสอบถามได้เลย โดยไม่ต้องส่งอีเมล อีกทั้งคนเหล่านี้มักจะเป็นที่ปรึกษาที่ดี และเพื่อนร่วมทุกข์ไปกับคุณได้อีกด้วย

บันไดสามขั้น ดูน้อยสำหรับการก้าวขึ้นไปแต่มันกว้างมากจนการเดินขึ้นไปแต่ละขั้นนั้นเหน็ดเหนื่อยและทุลักทุเลพอสมควร หากคุณอยากเริ่มเป็นสตาร์ทอัพ ลองมองถึงบันไดสามข้อนี้ก่อน เพราะสามข้อนี้อาจทำให้คุณกลายเป็นสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จ ในแบบที่คุณต้องการได้โดยไม่ไขว้เขว

คุณสามารถอ่านเรื่องราวและเทคนิคในการเป็นสตาร์ทอัพต่อได้ที่
UNICORN TEARS สตาร์ตอัพแบบไหนที่ไม่ได้ไปต่อ
โดย เจมี พรายด์ – นักลงทุน ผู้ประกอบการ และนักพัฒนาธุรกิจสตาร์ตอัพ

Start up ปกหนังสือ

วางจำหน่ายตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ
หรือสั่งซื้อหนังสือออนไลน์ได้ ที่นี่

ใส่ความเห็น