[ทดลองอ่าน] ตัวร้ายไม่ได้เรื่องทุกราย ตอนที่ 1.2

모든 악당은 멍청이다
Every Villainis Lemon
ตัวร้ายไม่ได้เรื่องทุกราย

 

จังนยัง เขียน
ตรองสิริ แปล

โปรย
ปีเตอร์ เจ้าหน้าที่ซีไอเอได้รับมอบหมายให้เข้าร่วมภารกิจ ‘พ่อมด’
ไม่รู้ว่าโลกกลมหรือเป็นคราวซวย
เมื่อเป้าหมายการจับกุมในภารกิจครั้งนี้กลับเป็นคนรักเก่าของเขา

ไลนัส ทายาทธุกิจไอทียักษ์ใหญ่ คนรักเก่าของปีเตอร์
ตกเป้นผู้ต้องสงสัยว่าผลิตอาวุธสงคราม แถมยังเป็นผู้ป่วยจิตเวชขึ้นรุนแรง
นับเป็นบุคคลอันตรายระดับที่ก่อให้เกิดสงครามโลกครั้งที่สามได้

ทว่าในความทรงจำของปีเตรอ์ ไลนัสดูไม่เหมือนคนบ้าคลั่งแบบนั้นแม้แต่น้อย
ตลอดแปดปีที่ไม่ได้พบกัน เกิดอะไรขึ้นกับไลนัสกันนะ
แล้วทำไมพบกันคราวนี้อีกฝ่ายดันทำเหมือนยังรักปีเตอร์มาตลอดล่ะ
“ฉันยินดีโกหกคนทั้งโลก ขอเพียงให้ได้นายมา”
“ทุกคำที่ฉันเคยพูดกับนายคือใจจริงของฉัน ไม่ว่านายจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม”

 

—.—.—.—.—.—.—.—.—.—

 

ติดตามกำหนดการวางจำหน่ายได้ที่เพจ >> Rose Publishing

…XOXO…

มาดามโรส

 

ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์

 

1.2

 

ปีเตอร์ขยำถ้วยกาแฟเปล่าโยนทิ้งถังขยะแล้วมุ่งหน้าไปทางห้องประชุม เจ้าห้องประชุมหมายเลขหนึ่งซึ่งอยู่ติดกับห้องผู้อำนวยการไม่ใช่ที่ที่เขาจะได้เข้าไปบ่อย ๆ เสียด้วยสิ

“แล้วไงต่อ เธอประหลาดมากไหม นายเกือบโดนยิงปะ เธอใช้ค้อน หรือว่ามีด? ใช่สาวผมแดงไหม ผู้หญิงนิสัยแบบนั้นมักมีผมสีแดงกันหมดแหละ”

โจนาธานรัวคำถามทันทีที่พวกเขาขึ้นลิฟต์

“ทำไมทีมเราถูกเรียกตัวไม่น่าสนใจมากกว่าเหรอครับ”

อดีตครั้งนั้นไม่ใช่ความทรงจำที่ดี ปีเตอร์จึงตัดบทพลางนึกเสียดายที่ดันเอ่ยปากเล่า ทว่าทุกคนในลิฟต์กลับรอฟัง แม้แต่ริกซึ่งยืนอยู่หลังสุดยังเปรยถาม

“คบกันนานแค่ไหน”

“…สามปีครับ”

ความจริงถ้าจะให้ถูกเป๊ะๆ ก็คือสองปีสิบเดือน สมาชิกในทีมทุกคนส่งเสียงอุทาน

“นานขนาดนั้น ไม่ใช่แค่คิดจะคบจริงจังแล้ว นี่ถึงขั้นคิดเรื่องแต่งงานได้ด้วยซ้ำ”

ปีเตอร์ยิ้มแทนคำตอบ เขาไม่เคยคิดถึงขั้นแต่งงาน แต่แน่นอน ปีเตอร์เคยคิดว่าพวกเขาคบกันจริงจัง

“ไหนจะสวยสะบัดช่อ แถมคบกันตั้งสามปี แล้วทำไมถึงเลิกกับเธอล่ะ เพราะเธอคิดจะแต่งงานเรอะ”

“หรือฝ่ายหญิงแต่งงานแล้ว”

“ตกลงเธอเป็นสาวผมแดงใช่ไหม หือ?”

“…”

ไม่นึกฝันว่าแต่ละคนจะกระหายเรื่องซุบซิบกันปานนี้ ปีเตอร์ปล่อยให้เพื่อนร่วมทีมข้างหลังคุยกันเสียงดัง ส่วนเขาเงยหน้ามองตัวเลขที่เปลี่ยนไป

…สี่ สาม สอง…ติ๊ง ประตูลิฟต์เปิด ปีเตอร์ก้าวออกไปเป็นคนแรก

“ผมก็ทำงานซีไอเอเหมือนกันนะ คิดหรือว่าผมจะเปิดเผยอดีตให้รู้กันง่าย ๆ…อีกอย่าง การคิดว่าผู้หญิงนิสัยแปลกประหลาดจะต้องมีผมแดงกันทุกคนเนี่ย เป็นการเหมารวมสุด ๆ เลยนะครับ โจ”

“ทำไมล่ะ ลูซี่ก็ผมแดงเหอะ…ลอร์เรนก็ผะ…อึก”

ปีเตอร์รีบถองลิ้นปี่โจนาธานซึ่งเดินตามเขามาเมื่ออีกฝ่ายเกือบจะพูดว่าลอร์เรนก็ผมสีแดง

“อรุณสวัสดิ์ครับ ลอร์เรน”

ปีเตอร์ส่งยิ้มประหนึ่งทุกสิ่งปกติดีแก่ลอร์เรนผู้ยืนรออยู่นอกห้องประชุม หญิงสาวผมแดงคนสวยจ้องรอยยิ้มกระดากของปีเตอร์และโจนาธานที่กำลังคลำลิ้นปี่จุก ๆ ด้วยสายตาเย็นชา

“อเล็กซ์ล่ะ”

“ไปเข้าห้องน้ำครับ เดี๋ยวก็มา”

ปีเตอร์ตอบทันควัน ลอร์เรนยิ้มจาง

“หมายความว่าเขายังมาไม่ถึงประตูสำนักงานเลยสินะ ปีเตอร์ เลิกใจดีเรี่ยราดสักทีเถอะ แล้วก็คุณ…โจนาธาน”

หล่อนหุบยิ้ม ตาจ้องโจนาธานที่กำลังแตกตื่น

“เรื่องที่ฉันนิสัยประหลาดก็ไม่ใช่ความลับหรอก แต่ถ้าคุณยังไม่อยากถูกยิง ระวังปากไว้บ้างก็ดี”

ลอร์เรนดูเวลาบนนาฬิกาข้อมือก่อนจะกล่าวต่อ

“เข้าไปก่อนสิ ผู้อำนวยการรออยู่”

การที่หล่อนกล่าวเร่งแทนที่จะตำหนิโจนาธานหรือจับผิดอเล็กซ์ที่ยังหายจ้อย แสดงว่าคงเป็นงานด่วนจริง ๆ

เมื่อเข้าห้องประชุมก็เห็นผู้อำนวยการ เบน คลาร์กส์ กับริชาร์ดซึ่งเป็นหัวหน้าทีมของปีเตอร์ และยังมีหัวหน้าทีมอื่น ๆ นั่งอยู่ด้วยสีหน้าอ่อนเพลีย ทุกคนหน้าตาคล้ายคนอดนอน จะว่าไป ปีเตอร์จำได้ว่าเมื่อวานก็ไม่เห็นริชาร์ดเลิกงานกลับบ้านเลย

เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ปีเตอร์สบตาทักทายพวกเขาก่อนนั่งลงริม ๆ ตรงปลายสุดของโต๊ะยาว ใบหน้าทุกคนดูกลัดกลุ้มระคนร้อนใจ

“พวกคุณคงสังเกตเห็นแล้วว่าเป็นภารกิจด่วน”

ไวเท่าความคิด ผู้อำนวยการเริ่มเกริ่นถึงภารกิจ เขานั่งก้มศีรษะ นัยน์ตาฉายแววหวาดหวั่น คล้ายคิดไม่ตกว่าควรมอบภารกิจนี้ให้เจ้าพวกคนตรงหน้าจริงหรือ

“…ภารกิจครั้งนี้สำคัญมาก”

ผู้อำนวยการนิ่งไปอึดใจแล้วกล่าวต่อ

“สำคัญมากเหลือเกิน สำคัญจนกล่าวได้ว่า ผลของปฏิบัติการครั้งนี้อาจเป็นตัวกำหนดผู้ชนะสงครามโลกครั้งที่สามได้”

ทั้งที่กล่าวถึงสุดยอดภารกิจที่เจ้าตัวย้ำคำว่า ‘สำคัญ’ ถึงสามครั้ง ทว่าผู้อำนวยการกลับมองสมาชิกทีมโอพีดีด้วยสีหน้าไม่คาดหวังนัก ทีมของปีเตอร์ประกอบด้วยตัวเขา โจนาธาน แกรี ริก ซานดรา และ…

“ขอประทานโทษครับ ผมมัวแต่เข้าห้องน้ำ”

ในที่สุดอเล็กซ์ก็ปรากฏตัวในห้องประชุมด้วยใบหน้าชุ่มเหงื่อ สายตาผู้อำนวยการยิ่งเย็นชา อเล็กซ์ทรุดนั่งลงปลายโต๊ะตรงที่ปีเตอร์เว้นไว้ให้เงียบ ๆ ด้วยอาการประหม่า

ความเงียบปกคลุมทั่วห้อง ผู้อำนวยการพูดต่อท่ามกลางบรรยากาศหนักอึ้ง

“สงสัยละสิว่าทำไมผมถึงมอบหมายภารกิจสำคัญแบบนี้ให้พวกคุณ”

“…”

โป๊ะเชะ แม้โอพีดีจะเป็นหนึ่งในทีมปฏิบัติภารกิจของซีไอเอที่ไม่ถึงกับทำผลงานห่วยแตกจนใกล้ถูกยุบ แต่ก็ไม่ใช่ทีมโดดเด่นถึงขนาดถูกเลือกให้ปฏิบัติภารกิจแสนสำคัญซึ่งจะกำหนดตัวผู้ชนะสงครามโลกครั้งที่สาม

ภารกิจส่วนใหญ่ของทีมโอพีดีจะปฏิบัติตามคำสั่งและถูกกำกับโดยริชาร์ดผู้เป็นหัวหน้าทีม ตั้งแต่ทำงานให้ซีไอเอมา นี่เป็นครั้งแรกที่ปีเตอร์เห็นผู้อำนวยการตั้งท่าจะอธิบายเหตุผลในการมอบภารกิจแก่สมาชิกในทีมด้วยตัวเอง

“แปลกใจใช่ไหมว่าทำไมผมถึงเรียกตัวพวกคุณ แทนที่จะเป็นทีมแสนเก่งแสนวิเศษอย่างแบล็กฮอว์กหรือซีดีดี น่าสงสัยชะมัดเลยใช่ไหม”

ผู้อำนวยการทิ้งท้ายก่อนมองเขม่นพวกหัวหน้าทีมคนอื่น ๆ ด้วยสายตาเย็นเยียบ ส่งผลให้ใบหน้าอ่อนเพลียของพวกหัวหน้าทีมยิ่งซีดเซียวลงอีก

“เหตุผลก็เพราะผมมอบหมายให้ทีมฝีมือฉกาจพวกนั้นทำแล้ว แต่ก็ล้มเหลวกันหมดทุกทีมเลยไงล่ะ”

ทีมที่เก่งกว่าทีมโอพีดียังปฏิบัติภารกิจพลาดกันหมดเลยงั้นหรือ ปีเตอร์คิดพลางเลื่อนสายตามองไปรอบ ๆ เขาเดาไม่ออกเลยว่าภารกิจสำคัญแบบไหนที่หลุดมาถึงมือทีมโอพีดีได้

“ขณะที่เราล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า เวลาก็ผ่านมาครบครึ่งปี ถึงตอนนี้ทุกอย่างจึงยิ่งกระชั้น เกิดข่าวลือในหน่วยข่าวกรองอื่น ๆ ว่า ‘เขา’ กำลังจะย้ายที่พัก ทั้งรัสเซีย จีน และอิรักคงถึงขั้นกล้าใช้แผนลักพาตัว ‘เขา’ ด้วยซ้ำ”

‘เขา’ งั้นหรือ ภารกิจคือการชิงตัวใครสักคนถูกไหมนะ

“ ‘เขา’ ที่ว่าคือใครครับ”

โจนาธานยกมือถาม ผู้อำนวยการบุ้ยใบ้ปลายคางไปทางลอร์เรน หล่อนกดปุ่มรีโมต ฉากบนผนังปรากฏรูปถ่ายบุคคล

“…”

ฉากตรงหน้าฉายรูปถ่ายฝีมือปาปารัซซี่ของแคลร์ อันนา นางแบบชื่อดัง กับหนุ่มนอกวงการ

“…แคลร์เป็นผู้ชายหรอกเหรอ”

อเล็กซ์พูดจาซื่อบื้อพลางทอดถอนใจ บนฉากเปลี่ยนเป็นรูปถ่ายรูปอื่น

คราวนี้เป็นรูปเลนา แฟรงค์ นักร้องสาวเซ็กซี่ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความแสบ หล่อนกำลังจับมือกับหนุ่มนอกวงการ เป็นรูปถ่ายฝีมือปาปารัซซี่อีกเช่นกัน

“…”

บนฉากเปลี่ยนรูปถ่ายอีกหลายรูป ปีเตอร์ค่อย ๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางจ้องภาพเหล่านั้นด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

รูปสุดท้ายเป็นรูป ‘หนุ่มนอกวงการ’ คนนั้นซึ่งอวดโฉมอยู่ในทุกรูปของสาว ๆ แต่ละราย ในรูปถ่ายเขาอยู่ในรถ นี่เป็นรูปเดียวที่เขาถอดแว่นกันแดด

“…ดาราเหรอ”

โจนาธานผู้นั่งข้าง ๆ เอ่ยคำถามซื่อบื้ออีกคน แต่ที่ฟังไม่บื้อเท่าคำพูดของอเล็กซ์ก็เพราะรูปโฉมโดดเด่นจับตาของชายในรูป เขาดูงดงามกระทั่งต่อให้เห็นเพียงปลายเล็บ คนมองก็ยังนึกแปลกใจหากเจ้าตัวไม่ใช่ดาราหรือนายแบบ

ทั้งที่เคยคิดว่านานจนลืมหน้าไปหมดสิ้น แต่พอเห็นรูป ความทรงจำต่าง ๆ กลับผุดพรายแจ่มชัดราวกับอีกฝ่ายยืนตรงหน้า นัยน์ตาสีฟ้าดุจท้องทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เรือนผมสีทองเปล่งประกาย กับดวงหน้างดงามสมบูรณ์แบบประหนึ่งหลุดมาจากเทพปกรณัมกรีกกำลังมองตอบกลับมา

ไลนัส สวินนีย์

เมื่อแปดปีก่อน ปีเตอร์เคยเข้าใจว่าตนกับชายคนนั้นคบกัน

Leave a Reply

แจ้งเตือนการใช้งานคุกกี้ เว็บไซต์ของเรามีการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดการประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้ดีที่สุด ได้แก่ คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ประสิทธิภาพ คุกกี้เพื่อการทำงานของเว็บไซต์ และคุกกี้กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ศึกษารายละเอียดและการตั้งค่าคุกกี้เพิ่มเติมเพื่อความเป็นส่วนตัวของท่านได้ใน นโยบายคุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึกการตั้งค่า