fbpx

[ทดลองอ่าน] ผมจะเป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่อนุบาลสัตว์ บทที่ 99 วันที่เก้าสิบเก้าในฐานะพี่เลี้ยง

幼崽护养协会
ผมจะเป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่อนุบาลสัตว์ เล่ม 3

 

酒矣 (Jiu Yi)
เขียน

ชาเย็น Lover
แปล

— โปรย —

ภารกิจหลักที่ทำให้เซี่ยหลวนมายังดาวไกอาก็ต้องดำเนินต่อไป
การเปลี่ยนแปลงจุดจบของดวงดาว
และอวกาศแห่งนี้ขึ้นอยู่กับเซี่ยหลวนจริงหรือ
เขาจะต้องทำอย่างไรเพื่อปกป้องเหล่าลูกสัตว์อันเป็นที่รัก
และอวกาศแห่งนี้เอาไว้ได้

—.—.—.—.—.—.—.—.—.—

ติดตามกำหนดการวางจำหน่ายได้ที่เพจ >> Rose Publishing

…XOXO…

มาดามโรส

ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์

 

บทที่ 99 วันที่เก้าสิบเก้าในฐานะพี่เลี้ยง

 

หลังจากลูกนกอ้วนที่งอแงโวยวายร้องไห้น้ำตานองเมื่อครู่ถูกกล่อมจนว่าง่ายขึ้นมาแล้ว ลูกสัตว์ก็ไม่ใช้วิธีต่อต้านด้วยการกระพือปีกหรือส่งเสียงร้องขัดขืนอีก ต่างจากสถานการณ์เมื่อหนึ่งถึงสองนาทีก่อนโดยสิ้นเชิง

นาน ๆ ครั้งพี่เลี้ยงที่ดูแลลูกเคิร์ดตัวนี้ถึงจะเห็นลูกสัตว์เป็นเด็กดีขนาดนี้ พี่เลี้ยงคนนี้เพิ่งจะก้มหน้ามอง ยังไม่ทันได้ปลื้มใจก็ต้องมองลูกนกที่เพิ่งคืนสู่อ้อมอกตนได้ไม่ถึงสิบวินาทีอย่างตกตะลึง เพราะมันกระพือปีกบินเข้าไปในอกของชายหนุ่มตรงหน้าอย่างเลือกปฏิบัติ

บินกลับไปอีกแล้ว

ไม่ใช่แค่พี่เลี้ยงคนนี้ที่คาดไม่ถึง คนอื่น ๆ ที่ดูอยู่ไม่ไกลก็รู้สึกเช่นเดียวกัน บรรยากาศภายในห้องพลันเงียบกริบไปหลายวินาที

อย่างไรชายหนุ่มคนนี้ก็ควรเป็นคนแปลกหน้าสำหรับลูกเคิร์ด แต่ลูกสัตว์กลับเป็นฝ่ายบินเข้าไปหาเขา

เซี่ยหลวนเองก็คิดไม่ถึงว่าเรื่องจะมาถึงขั้นนี้ ทว่าเมื่อก้มหน้าสบกับดวงตาดำแป๋วของลูกนกอ้วนในอกที่กำลังเงยหน้ามองเขาอยู่ เซี่ยหลวนก็ตัดสินใจอุ้มมันต่อไปก่อน

หากไม่ใช่เพราะผู้ใหญ่ในห้องเลี้ยงลูกสัตว์รู้สถานการณ์จริงก็เกือบคิดไปแล้วว่าเซี่ยหลวนเป็นพี่เลี้ยงที่ดูแลลูกสัตว์ตัวนี้เป็นประจำ

ยามที่ลูกนกอ้วนซบอกชายหนุ่มแบบนี้แล้วดูไม่ค่อยงอแงเท่าไหร่ ตรงกันข้ามกลับดูเป็นเด็กดีมากด้วยซ้ำ

“จิ๊บ ๆ”

พอลูกนกอ้วนเกาะอยู่แบบนี้ขนก็ยิ่งดูหนามากขึ้น มันส่งเสียงใสกระจ่างให้ชายหนุ่มที่อุ้มมันอีกครั้ง

พอได้ยินเสียงร้องจิ๊บ เซี่ยหลวนก็ยกมือลูบจัดขนที่ยุ่งเล็กน้อยจากการกระพือปีกบินมาหาเมื่อครู่อย่างเอาใจใส่ หลังจากจัดขนเรียบร้อยแล้วก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าลูกนกอ้วนเบียดตัวชิดอกเขามากขึ้นกว่าเดิม

พี่เลี้ยงหลายคนที่ดูแลลูกเคิร์ดตัวนี้เป็นประจำเห็นลูกสัตว์เป็นฝ่ายเข้าหาชายหนุ่มก่อนง่าย ๆ ก็พากันมองด้วยความตกใจ

ในหัวข้อการประเมินระดับของพี่เลี้ยงมีคะแนนด้านพลังดึงดูด ดูท่าชายหนุ่มตรงหน้าจะได้คะแนนเต็มในหัวข้อนี้เป็นแน่…

อันที่จริงเวลานี้ก็ถือได้ว่าชายหนุ่มเป็นที่รู้จักของคนในแวดวงเดียวกันไม่น้อยแล้ว

คนของหลายสาขาต่างรู้ว่า มีชายหนุ่มเผ่ามนุษย์ที่ชื่อเซี่ยหลวนเป็นพี่เลี้ยงของสมาคมอนุบาลสัตว์สาขาหนึ่ง อีกทั้งในเวลานี้ยังขึ้นเป็นประธานสมาคมแล้ว ซึ่งก็เป็นเรื่องจริง ด้วยว่าอีกฝ่ายพัฒนาสาขาอวิ๋นเป่าได้ดีมากทีเดียว

พี่เลี้ยงเผ่าอื่น ๆ ที่เคยประหลาดใจเรื่องที่อีกฝ่ายเป็นมนุษย์ แต่กลับมาเป็นพี่เลี้ยง ในตอนนี้พอรับรู้ถึงพลังดึงดูดอันยอดเยี่ยมของชายหนุ่มแล้ว ก็จำเป็นต้องยอมรับว่าอีกฝ่ายมีความสามารถมากพอในการทำหน้าที่พี่เลี้ยงจริง ๆ

แต่ไม่รู้ว่าทำไมจนถึงตอนนี้เขาถึงยังยังไม่ได้เข้าร่วมการประเมินระดับพี่เลี้ยง

ความจริงก็เป็นเพราะการประเมินระดับพี่เลี้ยงจัดขึ้นปีละครั้ง เวลาที่เซี่ยหลวนมาถึงโลกฝั่งนี้การประเมินก็เพิ่งจบไปได้ไม่นานพอดี อีกทั้งปีก่อนเขายังยุ่งกับการพัฒนาสาขาอวิ๋นเป่าจึงไม่มีเวลาไปทำเรื่องดังกล่าว

ส่วนการประเมินของปีนี้ เซี่ยหลวนกำลังพิจารณาอยู่

เมื่อครู่เขารู้สึกได้ว่าลูกสัตว์ในอกเข้ามาแนบชิด เซี่ยหลวนเลยยื่นนิ้วมือไปลูบจะงอยปากแหลมสีอ่อนของมัน

ลูกเคิร์ดขยับปีกที่รวบไว้เล็กน้อยแล้วไซ้จะงอยปากแหลมของตัวเองเข้ากับนิ้วขาวเนียนของชายหนุ่มเบา ๆ ท่ามกลางสายตาคนหลายคน

สำหรับลูกสัตว์เผ่าพันธุ์เคิร์ด คอตโต และคูติ สามเผ่าพันธุ์นี้ ถ้าไม่ใช่คนที่สนิทด้วยมาลูบจะงอยปาก คนที่ลูบมักลงเอยด้วยการโดนจิกสถานเดียว

แม้แต่พี่เลี้ยงสองสามคนที่ดูแลลูกเคิร์ดตัวนี้เป็นประจำยังไม่เคยลูบจะงอยปากของมันเลย ไม่ต้องพูดก็คงคิดภาพออกว่าภาพนี้จะทำให้เหล่าพี่เลี้ยงสะเทือนใจขนาดไหน

พี่เลี้ยงคนที่ลูกสัตว์เพิ่งบินผละจากอกรอให้ตัวเองสงบจิตสงบใจลงได้เล็กน้อยถึงค่อยเดินมาตรงหน้าเซี่ยหลวน เขาขอคำแนะนำอย่างถ่อมตัว “ไม่ทราบว่าเมื่อครู่นี้คุณทำยังไงถึงทำให้อารมณ์ของลูกเคิร์ดตัวนี้สงบลงได้เร็วขนาดนั้นครับ ปกติมันอารมณ์เสียบ่อยมาก ทุกครั้งกว่าจะสงบก็ลำบากพอสมควรเลย”

พลังดึงดูดเป็นสาเหตุส่วนหนึ่ง แต่ต้องไม่ใช่เพราะพลังดึงดูดเพียงอย่างเดียวแน่ ต้องมีปัจจัยอย่างอื่นอีก

เซี่ยหลวนก้มหน้ามองลูกนกอ้วนสีแดงอ่อนในอกโดยไม่หือไม่อือแวบหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นตอบว่า “ลูกสัตว์ตัวนี้ไม่ชอบให้ขนยุ่งน่ะครับ พวกคุณจัดขนให้เขาเป็นประจำก็โอเคแล้ว”

เซี่ยหลวนไม่ได้ค้นพบสาเหตุนี้ตั้งแต่แรก เขาแค่เคยชินกับการลูบจัดขนให้ลูกสัตว์ ซึ่งในระหว่างที่เขาจัดขนให้ก็เห็นปฏิกิริยาทางอารมณ์ของลูกสัตว์จึงรู้สาเหตุ

“ลูกเคิร์ดตัวนี้น่าจะความรู้สึกไวนิดหน่อยเวลาโดนสัมผัสขน ดังนั้นเวลาจัดขนพยายามเบามือที่สุดนะครับ” พูดจบเซี่ยหลวนก็ยกมือขึ้นลูบขนบนหลังนุ่มนิ่มของลูกเคิร์ดในอกอย่างแผ่วเบา ปฏิกิริยาที่ได้รับคือลูกสัตว์ใช้จะงอยปากแหลมไซ้นิ้วมือของเขาเบา ๆ อีกครั้ง

หลังลูบขนบนหลังแล้ว เซี่ยหลวนยังลูบขนหางของลูกสัตว์ตัวนี้ด้วย

ลูกสัตว์ของสามเผ่าพันธุ์ที่มีลักษณะคล้ายกันล้วนแยกเพศได้จากขนหาง หางของเพศเมียจะยาวกว่าหางของเพศผู้เล็กน้อย เหมือนอย่างลูกนกอ้วนที่เซี่ยหลวนอุ้มอยู่ในขณะนี้

ลูกสัตว์ตัวนี้เป็นเด็กสาวผู้รักสวยรักงาม

“จิ๊บ…จิ๊บ ๆ!” ลูกเคิร์ดเงยหน้าขึ้นยามรับรู้ถึงสัมผัสอันอ่อนโยน มันร้องจิ๊บเสียงใสกังวานเป็นพิเศษให้เซี่ยหลวน ดวงตาดำแป๋วที่หยดน้ำตาเพิ่งร่วงเผาะ ๆ เวลานี้เปล่งประกายขึ้นมาแล้ว

คิดไม่ถึงว่าที่ลูกสัตว์ร้องไห้โวยวายบ่อยครั้งจะเป็นเพราะขนยุ่ง พี่เลี้ยงที่ได้ยินคำพูดนี้ของชายหนุ่มก็สีหน้าเปลี่ยนไป จากนั้นก็ทำสีหน้าเข้าใจขึ้นมานิดหน่อย

พี่เลี้ยงในสาขาจัดขนให้ลูกสัตว์ตัวนี้เหมือนกัน แต่ไม่ได้บ่อยนัก…

แค่กระพือปีกบินขนของลูกสัตว์ก็ต้องยุ่งอยู่แล้ว ปกติหลังจากบินเสร็จ ลูกนกสามเผ่าพันธุ์ก็จะจัดขนเอง แต่ก็มีขนบางส่วนที่อาจจะจัดไม่ถึงจริง ๆ

“ผมเข้าใจแล้ว ขอบคุณครับ” พี่เลี้ยงที่ขอคำแนะนำคนนั้นพยักหน้าแล้วกล่าวคำขอบคุณด้วยความจริงใจ

ประธานบารีและพนักงานพาเซี่ยหลวนเดินชมห้องเลี้ยงลูกสัตว์ต่อ พร้อมกันนั้นก็ให้พี่เลี้ยงสองสามคนในห้องแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ด้านการอนุบาลลูกสัตว์กับเซี่ยหลวน ในระหว่างนี้เองก็เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ทุกคนในห้องไม่รู้ว่าควรจะทำหน้าแบบไหนกับสิ่งที่ได้เห็น

ภาพที่ลูกเคิร์ดตัวหนึ่งบินโผเข้าสู่อ้อมอกของชายหนุ่มนั้นเดิมทีก็ทำให้คนอื่น ๆ พูดอะไรไม่ออกแล้ว แต่ผลจากการเดินชมในรอบนี้คือ เวลานี้มีลูกสัตว์กลุ่มหนึ่งรายล้อมอยู่ใกล้ๆ อีกฝ่ายแค่เพราะพวกเขาให้ชายหนุ่มสาธิตการกล่อมลูกสัตว์ตอนแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้เท่านั้น

แม้แต่ลูกตาชีราสองตัวที่เป็นเผ่าพันธุ์ซึ่งชอบความสันโดษมาแต่กำเนิด ปกติไม่เคยยอมให้พี่เลี้ยงอุ้ม ตอนนี้กลับมีตัวหนึ่งถูกเซี่ยหลวนลูบหัว อีกตัวก็เกาะขากางเกง โดยลูกสัตว์ทั้งสองตัวไม่ต่อต้านที่ชายหนุ่มเข้าใกล้มัน

เพราะลูกสัตว์ของสาขาคัลยามีจำนวนมาก ห้องเลี้ยงลูกสัตว์จึงแบ่งออกเป็นหลายโซนคล้ายกับการแบ่งชั้นเรียน แต่ละโซนเชื่อมถึงกัน  ตอนนี้พนักงานในสาขาพาเซี่ยหลวนมาเดินชมอยู่ที่โซนหนึ่ง

ขณะที่พาชมทางสาขาก็ไม่ได้ให้เซี่ยหลวนสาธิตเทคนิคการดูแลลูกสัตว์อีก ดังนั้นเมื่อมาทัวร์โซนหลัง ๆ จึงไม่มีเหตุการณ์อย่างในตอนแรกแล้ว

ประธานสาขาคัลยาที่พาชายหนุ่มเดินชมโซนที่สองของห้องเลี้ยงลูกสัตว์เสร็จก็บอกให้เซี่ยหลวนเยี่ยมชมห้องเลี้ยงลูกสัตว์ได้ตามอัธยาศัย แล้วประมาณสิบอ็ดโมงค่อยไปรับประทานอาหารด้วยกันในห้องอาหาร

การพาคนเยี่ยมชมแสดงถึงการให้เกียรติ ส่วนการอนุญาตให้เดินชมได้ตามอัธยาศัยก็แสดงถึงความเชื่อใจ การเชื้อเชิญให้มาดูงานในครั้งนี้นับว่าประธานสาขาคัลยาแสดงท่าทีเป็นมิตรกับสาขาอวิ๋นเป่าอย่างมาก

เซี่ยหลวนเพิ่งเดินชมโซนกิจกรรมของลูกสัตว์เสร็จไปแค่สองโซน หลังจากได้รับอนุญาตให้เยี่ยมชมได้ตามอัธยาศัยเขาจึงเริ่มสำรวจอาคารแต่ละหลังและการตกแต่งในห้องเลี้ยงลูกสัตว์

เขารู้สึกว่าการออกแบบโครงสร้างบางส่วนของห้องเลี้ยงลูกสัตว์ที่นี่น่าสนใจ ในอนาคตเมื่ออวิ๋นเป่าจะขยายห้องเลี้ยงลูกสัตว์อาจได้นำไปใช้

การออกแบบโซนกิจกรรมของลูกสัตว์ไม่มีอะไรแตกต่าง เหลือโซนกิจกรรมสุดท้ายที่ยังไม่ได้ไปดู เขาครุ่นคิดแล้วตัดสินใจว่าจะไปดูสักหน่อย

แม้ว่าจะไม่มีอะไรต่างกันมากนัก แต่ในเมื่อมาเยี่ยมชมแล้วก็ไปดูให้หมดเลยจะดีกว่า

เซี่ยหลวนคิดอย่างนี้ขณะที่เดินไปยังโซนกิจกรรมโซนสุดท้ายในห้องเลี้ยงลูกสัตว์ จำนวนลูกสัตว์ในโซนกิจกรรมนี้มีเยอะมากเช่นกัน และมีพี่เลี้ยงหลายคนกำลังดูแลลูกสัตว์อยู่

เซี่ยหลวนกวาดตามองจากซ้ายไปขวา ทันใดนั้นสายตาของเขาก็หยุดอยู่ตรงมุมขวา

ตรงนั้นมีลูกสัตว์ขนปุยสีครีมตัวเล็กกระจ้อยร่อยคล้ายลูกสุนัขตัวหนึ่ง มันเป็นลูกสัตว์เผ่าวิค

ลูกวิคหมอบลงต่ำเล็กน้อยราวกับกำลังดมกลิ่นที่พื้น แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเซี่ยหลวนมองดูแล้วคล้ายกับลูกสัตว์หลงทิศทางอยู่หน่อย ๆ มันเดินไปทางซ้ายก้าวหนึ่ง ไม่ก็เดินไปด้านหน้าก้าวหนึ่ง สุดท้ายก็ถอยกลับไปที่เดิม

ยามดมกลิ่นที่พื้น หางเล็กทางด้านหลังของลูกวิคจะลู่ลงพื้น แล้วตอนนี้มันก็ลุกขึ้นเดินถอยหลังช้า ๆ

แต่ทางด้านหลังมีขั้นบันไดเล็กๆอยู่…

เซี่ยหลวนรีบก้าวฉับ ๆ เข้าไปใกล้ลูกสัตว์ตัวนั้น

ขณะที่เท้าข้างหนึ่งของลูกวิคเหยียบอากาศ เซี่ยหลวนก็คว้าตัวมันมาอุ้มไว้ได้ทันเวลาก่อนที่มันจะตกลงพื้น

ระหว่างที่ลูกสัตว์คิดว่าจะตกบันไดเพราะเหยียบอากาศ มันก็ถูกอุ้มไว้ในอกอุ่นแล้ว ลูกวิคยังไม่ได้สติในทันที กระทั่งผ่านไปครู่หนึ่งถึงกลับมามีสติ มันดมกลิ่นกายของคนที่อุ้มมันไว้ด้วยความระมัดระวัง

ไม่ใช่กลิ่นที่รู้จัก แต่คนคนนี้ปกป้องมัน

แม้ลูกสัตว์จะดมกลิ่นด้วยความระมัดระวังแต่เซี่ยหลวนก็ยังรู้สึกได้ เขาก้มหน้าลงมองลูกวิค ทว่าวินาทีที่ก้มลงไปเซี่ยหลวนก็ต้องตกตะลึง

เขาเห็นดวงตาที่มืดบอด

ลูกสัตว์ตัวนี้มองไม่เห็นโลกใบนี้…


 

ใส่ความเห็น

แจ้งเตือนการใช้งานคุกกี้ เว็บไซต์ของเรามีการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดการประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้ดีที่สุด ได้แก่ คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ประสิทธิภาพ คุกกี้เพื่อการทำงานของเว็บไซต์ และคุกกี้กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ศึกษารายละเอียดและการตั้งค่าคุกกี้เพิ่มเติมเพื่อความเป็นส่วนตัวของท่านได้ใน นโยบายคุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า