[ทดลองอ่าน] นายหยุดแกล้งฉันได้ไหม ตอนที่ 40

你能不能不撩我
นายหยุดแกล้งฉันได้ไหม

 

焦糖冬瓜 เจียวถังตงกวา เขียน
สีน้ำ แปล
JYUN (Kang Jiyun) วาด

 

— โปรย —

ใครจะรู้ว่าหลังจากฮันต์สารภาพความในใจยาวเหยียด
วินสตันกลับจู่โจมเขาอย่างไม่ทันตั้งตัวจนฮันต์ขวัญผวาเพราะ ‘ขวดโค้ก’ ไซส์ซูเปอร์บิ๊ก
ตอนนั้นเขาถึงได้รู้ว่าวินสตันคิดไม่ซื่อกับเขาตั้งแต่แรกแล้ว!

ทว่าตกตะลึงได้ไม่ทันไร ประโยคสารภาพรักของไชร์ที่พนันกับโอเว่นในงานเลี้ยง
เพื่อแกล้งวินสตันกลับผุดขึ้นในหัว ในสายตาของวินสตัน คนที่เขาให้ความสนใจ
และให้ความสำคัญล้วนเป็นผู้ที่แข็งแกร่ง ฝีมือทัดเทียมกันบนสนามแข่ง
แต่คนอย่างฮันต์ เมื่ออยู่ต่อหน้าวินสตันก็เป็นแค่เด็กน้อยคนหนึ่ง
ได้แต่ไล่ตามอยู่ข้างหลังเขาเสมอ…แล้วทีนี้เขาควรจะทำอย่างไรดีล่ะ

 

—.—.—.—.—.—.—.—.—.—

 

ติดตามกำหนดการวางจำหน่ายได้ที่เพจ >> Rose Publishing

…XOXO…

มาดามโรส

 

ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์

 

บทที่ 40 นายเลียโดนฉันแล้ว

 

พวกเขามาถึงสนามบิน แล้วก็กำลังจะขึ้นเครื่องบิน

ระหว่างทางวินสตันเป็นจุดสนใจอยู่ตลอด

ผู้ชายคนนี้ต่อให้สวมเสื้อกันหนาวไม่สะดุดตา สีหน้าไม่ยิ้มแย้ม ก็ยังดึงดูดสายตาของนักท่องเที่ยวโดยรอบได้

“เฮ้ ถ้านายไม่ขับรถแข่งแล้วก็ไปเป็นดาราหนังหรือไม่ก็นายแบบภาพนิ่งอะไรเทือกนั้นได้นะ!”

ฮันต์เข้าแถวขึ้นเครื่องไปพลางใช้ข้อศอกกระทุ้งวินสตันด้านหลังตนไปพลาง

“มีอะไร”

“พวกเขาเอาแต่มองนาย สาวน้อยคนนั้นแกล้งทำเป็นเซลฟี่ แต่ที่จริงกำลังถ่ายรูปกับนายอยู่” ฮันต์ยกนิ้วให้กับความตาไวของตัวเอง

“อย่างนั้นเหรอ ฉันไม่ได้สังเกต ถ้านายแคร์ละก็ มีวิธีแก้”

“วิธีอะไร”

“นายหันกลับมาจูบฉันสักที พวกหล่อนก็ไม่เพ้อต่อแล้ว”

ฮันต์อยากหันกลับไปมองให้ชัดว่าเวลาพูดคำพวกนี้วินสตันทำสีหน้ายังไงกันแน่ แต่วินสตันใช้มือกดศีรษะของฮันต์ไว้ ทำให้เขาได้แต่มองไปข้างหน้า

ฮันต์รู้สึกว่าหลังศีรษะถูกอะไรแตะเล็กน้อย แล้วเขาก็พบว่าพวกเด็กสาวที่เอาแต่มองพวกตนพลันเผยสีหน้าประหลาดใจสุดขีดออกมา บางคนถึงขั้นเอามือถือออกมาถ่ายรูปพวกเขา

“…นายทำอะไร” ฮันต์ทำท่าจะหันกลับไปด้วยความสงสัย แต่วินสตันกลับใช้นิ้วมือเกาใบหูเขาเบาๆ

“ไม่มีอะไร เข้าแถวดี ๆ”

“ไม่มีทาง! นายต้องทำอะไรแน่! สายตาที่พวกหล่อนมองฉันเปลี่ยนไปหมดแล้ว!”

“งั้นนายก็ไปถามพวกหล่อนดูสิว่าฉันทำอะไรหรือเปล่า”

“ฝากไว้ก่อนเถอะ”

ฮันต์คิดในใจว่า นายต้องนึกว่าฉันไม่มีทางไปถามจริง ๆ ใช่ไหม

รอจนพวกเขาเข้าไปในห้องโดยสาร ฮันต์หยุดอยู่ข้างกายหญิงสาวคนหนึ่งแล้วก้มหน้าถามอีกฝ่ายอย่างมีมารยาทยิ่ง “คุณช่วยบอกผมหน่อยได้ไหมครับว่าเมื่อครู่ที่คุณเอาแต่มองผม คุณหัวเราะอะไรกัน”

ขอให้สาวน้อยคนนี้ฟังภาษาอังกฤษออกทีเถอะ!

อีกฝ่ายสบตาฮันต์ สองวินาทีต่อมาก็ป้องปากหัวเราะ

“คุณน่ารักจังเลยค่ะ”

หล่อนตอบเป็นภาษาอังกฤษ

ฮันต์ผิดหวังสุด ๆ คำบรรยายเขาควรเป็น ‘หล่อเหลา’ อะไรพรรค์นั้นไม่ใช่เหรอ

มันจะเป็น ‘น่ารัก’ ไปได้ยังไงเล่า!

“ถ้างั้นคุณบอกผมได้ไหมครับว่า ตอนเข้าแถว เพื่อนของผมทำอะไรอยู่ข้างหลังผม”

ฮันต์พยายามคลี่ยิ้ม ‘น่ารัก’ ของตนเองเต็มที่

สาวน้อยคนนั้นเผยสีหน้าเสียดาย “เขาเป็นแค่เพื่อนของคุณหรอกเหรอ!”

ฮันต์พลันคิดอะไรขึ้นมาได้ เขามาถึงที่นั่งก็ใช้ปลายเท้าเตะวินสตันที่ทำหน้าตายอ่านนิตยสารบนเครื่องบินทีหนึ่ง

“เฮ้ ทำไมนายต้องจุ๊บหลังหัวฉันด้วย”

“หืม?” วินสตันเหลือบตาขึ้น “ถ้าฉันอยากจูบ ไม่จูบแค่หลังหัวของนายหรอก”

“หา?”

ฮันต์นึกว่าหมอนี่จะแสร้งเล่นละคร จงใจจูบหลังหัวของเขาต่อหน้าหญิงสาวพวกนั้น แต่คาดไม่ถึงว่าจะไม่ใช่?

“ฉันแค่ใช้จมูกแตะนายเบา ๆ คิดไม่ถึงว่าพวกหล่อนจะตื่นเต้นกันขนาดนั้น”

วินสตันทำหน้าประมาณว่า ‘นี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร’

“นายจงใจแน่ ๆ” ฮันต์ฮึดฮัดนั่งลง

“แล้วฉันไม่จงใจตรงไหนเหรอ” วินสตันถามกลับ

ฮันต์ไร้ทางโต้ตอบ

“รู้สึกเหมือนเพื่อนเกย์สองคนไปเดตกันชะมัด”

ฮันต์กอดศีรษะคร่ำครวญ

“ถ้าพวกเราไม่ได้กำลังไปเดต แล้วไปฝึกซ้อมกันงั้นเหรอ” มุมปากของวินสตันคลี่ยิ้มบางๆ

ฮันต์ฉีกยิ้มพลางเออออกับอีกฝ่าย “ที่แท้ก็ไปเดตจริงด้วย งั้นนายจะให้แหวนเพชรฉันไหม”

สายตาของวินสตันผละจากนิตยสารไปมองฮันต์ “ถ้านายอยากได้จริง ๆ หลังพวกเราแข่งที่สนามอาบูดาบีเสร็จ ฉันจะไปสั่งทำให้นายที่ดูไบ”

“นี่…นายคงไม่ได้พูดจริงหรอกใช่ไหม” ฮันต์รู้ว่าบางทีหมอนี่ก็จงใจถือคำพูดเล่นเป็นจริง ทำให้คนหาทางลงไม่ได้

วินสตันเกี่ยวนิ้วของฮันต์คล้ายกำลังประเมินขนาดนิ้วนางของเขา

“พูดจริงสิ จะให้ฉันจูบนิ้วมือของนายสักหน่อยไหม” รอยยิ้มของวินสตันแฝงแววชั่วร้าย

“ไม่ต้อง…”

เลเวลของตนยังสู้วินสตันไม่ได้จริง ๆ ด้วย

ฮันต์เลื่อนผ้าปิดตาลงมา เอียงศีรษะกอดอกพลางพูดหงอย ๆ “ฉันไม่คุยเป็นเพื่อนนายแล้ว ฉันจะนอน”

“อืม”

หลังเครื่องบินบินเข้าสู่ชั้นเมฆ ฮันต์ก็หายใจสม่ำเสมอ

ผู้โดยสารที่เดิมคาดเข็มขัดนิรภัยก็ปลดเข็มขัดผ่อนคลายด้วย

วินสตันพิงพนักเก้าอี้เอียงหน้ามองฮันต์ จากนั้นก็ค่อย ๆ เอนตัวเข้าไปจูบลงบนมุมปากของเขา

มีแอร์โฮสเตสเข็นรถเครื่องดื่มผ่านมาเห็นภาพนี้เข้าก็เผยรอยยิ้มออกมา

วินสตันแนบนิ้วชี้บนริมฝีปากสื่อว่าให้อีกฝ่ายเงียบไว้ แอร์โฮสเตสยิ้มพลางผงกศีรษะแล้วเดินผ่านไป

หลังเครื่องบินแลนดิ้ง เมื่อได้ยินเสียงประกาศฮันต์ถึงได้ดึงผ้าปิดตาลงอย่างไม่เต็มใจนัก ยืดเอวบิดขี้เกียจ

“ลงจากเครื่องแล้ว! เรียวกังออนเซ็น[1]ที่นายจองไว้อยู่ที่ไหน”

“โนโบริเบทสึ[2]ออนเซ็น ฉันเช่ารถแล้ว อีกสักพักจะขับรถไป” วินสตันสะพายกระเป๋าขึ้นบ่า

ฮันต์คลี่ยิ้มตาหยี

อยู่กับวินสตันนี่ดีจังน้า

เขาจะวางแผนและเตรียมทุกอย่างไว้ดีพร้อม แถมเปอร์เซ็นต์ผิดพลาดก็ต่ำมาก

“คนที่ไม่เข้าใจนายคงรู้สึกว่าออกมาเที่ยวกับนายต้องกดดันมาก อะไรก็ต้องเชื่อฟังนายหมด ลำบากจริง ๆ แต่ที่จริงนะ อยู่กับนายชิลมาก สบายใจมากเลย!”

“นั่นก็เพราะนาย”

“เพราะฉัน?”

“หรือฉันจะหวังให้นายดูเส้นทาง ติดต่อโรงแรมให้เรียบร้อยได้”

“…ก็ถูกแฮะ คนขี้เกียจก็มีชะตาที่ขี้เกียจไงล่ะ!”

“สรุปแล้วนายคือคนที่พึ่งไม่ได้ ฉันก็ไม่รู้ว่านายภูมิใจอะไรในเรื่องนี้”

ฮันต์ไร้ทางตอบโต้ รู้สึกนิด ๆ ว่าจิตใจถูกทำร้ายอีกแล้ว

แต่นี่เป็นอีกครั้งที่ตนออกมาเที่ยวกับวินสตัน แถมยังออกมาเที่ยวหลังคืนดีจาก ‘เกมเลิกคบ’ อีกด้วย ภายในใจของฮันต์จึงเต้นอย่างเริงร่ามาก

“ว้าว…นายเช่ารถมัสแตง[3]เลยเหรอ ฉันจะขับ!”

มือของวินสตันเอื้อมมาดันหน้าของฮันต์ไปด้านข้าง “นายคุ้นทางมากเหรอ นายจะขับอะไร”

“นายบอกทางฉันว่าไปยังไงก็ได้แล้วนี่!” ฮันต์เร็วกว่าก้าวหนึ่ง แย่งชิงเข้าไปนั่งประจำที่นั่งคนขับเรียบร้อยแล้ว

วินสตันโยนกระเป๋าเดินทางไปที่เบาะด้านหลังอย่างสง่างามแล้วนั่งลงข้างฮันต์

ฮันต์เปิดวิทยุ เพลงภาษาญี่ปุ่นล้วน ฟังไม่ออกสักประโยค เสียงของนักร้องหญิงก็หวานเจี๊ยบ

และเพราะอย่างนี้ ทุกครั้งที่วินสตันเอ่ยปากพูด เสียงเย็น ๆ ก็ราวกับแช่แข็งไอศกรีมที่หวานเลี่ยนใกล้ละลายอีกครั้ง ฟังดูไพเราะอย่างไม่มีเหตุผล

“เฮ้…นายว่าพวกเราเหมือนตัวเอกในเรื่อง แผนฆ่าท้าความเร็ว ไหม” ฮันต์ถามยิ้ม ๆ

“ขับรถดี ๆ ”

“นี่…นายชอบให้ฉันอ่อนโยนสักนิดหรือว่าป่าเถื่อนสักหน่อยล่ะ” ฮันต์ท่องประโยคในภาพยนตร์ เพียงแต่เสียงของเขาผ่อนคลายและติดตลกต่างกับวินสตันในคราวนั้น

วินสตันยังคงเท้าคาง แต่มุมปากกลับยกยิ้มบางๆ

“นายชอบแส้หรือกุญแจมือ” ฮันต์คลี่ยิ้มชัดขึ้น

วินสตันเอื้อมมืออีกข้างมาผลักศีรษะของฮันต์เบา ๆ

“อย่าเล่น”

“ฉันจะขังนายไว้ในกระท่อมไม้เล็ก ๆ ของฉัน” ฮันต์กลับขวัญกล้ายิ่งขึ้น

“ถ้างั้นคนที่ซวยต้องเป็นนายแน่” วินสตันตอบ

“เฮ้ อย่าเปลี่ยนบทหนังซี้ซั้วได้ไหม” ฮันต์พูดอย่างไม่สบอารมณ์

“งั้นพวกเรามาเริ่มกันใหม่”

จังหวะจะโคนที่ราบเรียบนิ่งเฉยของวินสตันทำให้ฮันต์ไม่พอใจขึ้นมา

“นายชอบให้ฉันอ่อนโยนสักนิดหรือว่าป่าเถื่อนสักหน่อยล่ะ” ฮันต์เอียงศีรษะยิ้มชั่วร้าย

“ป่าเถื่อนสักหน่อย” วินสตันตอบ

“ว้าว จริงน่ะ? ฉันนึกว่านายเป็นคนใจเย็นมากซะอีก! ป่าเถื่อนอะไรนั่น…ไม่ใช่สไตล์นายเลย”

ฮันต์ออกจะประหลาดใจอยู่บ้างจริง ๆ

“เวลาเล้าโลมฉันสามารถอ่อนโยนมากๆ ได้ แต่เมื่อป้อนถึงปากแล้วฉันไม่ยั้งมือแน่”

ฮันต์กลืนน้ำลาย มองเสี้ยวหน้าของวินสตันแวบหนึ่ง

ก้นบึ้งหัวใจพลันมีอะไรบางอย่างเต้นระรัว

“เยี่ยมมาก…สไตล์วินสตันมาก…งั้นแส้กับกุญแจมือ นายชอบอันไหนมากกว่า”

“กุญแจมือ ทำให้อีกฝ่ายเรียบร้อยขึ้นหน่อยก็พอ แทนที่จะใช้แส้ทำให้อีกฝ่ายเจ็บ ยังมีวิธีอื่นที่ดีกว่าที่ทำให้อีกฝ่ายร้องไห้ออกมาได้”

“วิธีอะไร”

ฮันต์พลันรู้สึกว่าตนเองกำลังเข้าใจวินสตันที่คนอื่นไม่เข้าใจมากขึ้นทีละนิดๆ

“ทำจนร้องไห้ออกมา”

ฮันต์เกร็งไหล่ จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าคนที่วินสตันต้องตาน่าสงสารนิด ๆ

“งั้น…กระท่อมไม้หลังน้อยคงไม่ต้องใช้แล้วมั้ง…”

ถึงแม้บางทีวินสตันจะชั่วร้ายไปบ้าง แต่ปกติเขาเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์มากคนหนึ่ง ผู้หญิงต้องเป็นฝ่ายมาสยบ ไม่จำเป็นต้องขังใครไว้ที่ไหน

“กระท่อมไม้ควรใช้พักช่วงวันหยุดเมื่อสองฝ่ายใจตรงกันไม่ใช่เหรอ ถ้าฉันถูกปฏิเสธ ฉันจะเอาคนคนนั้นขังไว้ในลานจอดรถใต้ดินของฉัน ฉันมีรถห้าคัน เอาให้พอมันทุกคัน”

ฮันต์กลืนน้ำลาย พลันรู้สึกว่าคนที่นั่งอยู่ข้างตนคือไอ้บ้า

แน่นอนว่าการกระทำของหมอนี่มักไม่ปกติอยู่แล้ว

แค่หันไปก็เห็นเขากำลังยิ้มชั่วร้ายตามคาด

“นายก็แกล้งแต่ฉัน”

“แล้วทำไมฉันต้องไปแกล้งคนอื่น”

ฮันต์ไร้หนทางตอบโต้

เวลานี้ข้างหน้าฮันต์ปรากฏปราสาทดุจในเทพนิยายหลังหนึ่งและสวนดอกไม้ขนาดใหญ่

น่าเจริญตาเจริญใจ

“พวกเรา…ไม่ได้จะไปโนโบริเบทสึออนเซ็นเหรอ” ฮันต์มองไปทางวินสตันที่อยู่ข้าง ๆ อย่างสงสัย

“ออนเซ็นแช่ตอนเย็นดีกว่า นี่คือโรงงานช็อกโกแลตชิโรอิโคอิบิโตะ[4] ไปดูกันเถอะ”

“…โรงงานช็อกโกแลต?…อย่างกับที่ที่จะพาเด็กไป” ฮันต์พึมพำเสียงเบา พอเหลือบตาขึ้นก็เห็นรอยยิ้มบางๆของวินสตัน

“อ๋อออ นายพาฉันมาที่นี่ก็คือทำเหมือนฉันเป็นเด็กงั้นสิ”

“นายไม่ชอบ?” วินสตันถามกลับ

“ถ้านายไปเดตกับสาว อีกฝ่ายคงชอบมาก” ฮันต์ถูจมูก “แต่พวกเราผู้ชายสองคนมาดูโรงงานช็อกโกแลตอะไรนั่น…ไม่ได้ฟีลเทพนิยายเลยสักนิด”

ฮันต์เดินตามวินสตันเข้าไปเยี่ยมชม

ถึงแม้ตอนแรกจะไม่ได้คาดหวังอะไร แต่ฮันต์ต้องยอมรับว่าที่นี่ทำให้อารมณ์ของเขาดีขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล

ช็อกโกแลตและของหวานหลายแบบหลายชนิด แล้วยังมีตุ๊กตาไขลานอีก ทุกอย่างนี้ทำให้ฮันต์ยิ้มอย่างเข้าใจ

“ถ้าฉันมีลูกสาว ฉันต้องพาลูกมาที่นี่แน่” ฮันต์พูดยิ้มๆ

“ได้สิ” วินสตันตอบรับเสียงเรียบ

“นี่ อย่าพูดอย่างกับนายจะคลอดลูกสาวให้ฉันสิ!” ฮันต์หัวเราะร่าพลางผลักอีกฝ่ายทีหนึ่ง

“จะลองไอศกรีมของที่นี่หน่อยไหม”

“อืม”

เมื่อมาถึงสถานที่ซื้อไอศครีม ฮันต์กวาดตามองรอบด้านถึงพบว่าคนที่มาที่นี่ถ้าไม่ใช่พ่อแม่พาลูกมาก็เป็นคู่รัก

วินสตันส่งซอฟต์ครีมให้ฮันต์

“นายไม่เอาเหรอ” ฮันต์ถาม

“ฉันไม่ชอบกินของหวาน”

“…” ที่จริงฉันก็ไม่ชอบกินของหวานนะ

ฮันต์งับยอดของไอศกรีมเล็กน้อย ดวงตาเปล่งประกาย “โอ้? อร่อยอยู่นะ ไม่เลี่ยนเลยสักนิด”

“น่าจะเพราะสดใหม่และหวานกำลังพอดีละมั้ง”

“นายแน่ใจนะว่าจะไม่ซื้อมาลองสักอัน” ฮันต์เลียอีกคำ ถามงึมงำไม่ชัดเจน

“ไม่ต้องซื้อหรอก ฉันน่าจะกินทั้งอันไม่หมด”

“อืม”

ฮันต์เอียงหน้าเล็กน้อย กำลังจะงับไอศกรีม วินสตันที่อยู่ตรงข้ามก็ค้อมตัวลงเอียงหน้ามากัดอีกฝั่งของไอศกรีมไป

ฮันต์ที่กำลังจะแลบปลายลิ้นออกมารู้สึกเหมือนตัวเองถูกของอุ่นร้อนบางอย่างเลียอย่างนุ่มนวลทีหนึ่ง

เมื่อตระหนักได้ว่าคืออะไร ฮันต์ก็ตกใจถอยหลังก้าวหนึ่ง “เฮ้…นายเลียโดนฉันแล้ว! ถ้าอยากกินนายก็บอกก่อนสักคำสิ! อย่าปุบปับแบบนี้”

ปากของวินสตันยังเปื้อนไอศกรีม ทว่าเขากลับใช้ปลายลิ้นเลียทั้งอย่างนั้น

ราวกับมีอะไรปัดผ่านหัวใจของฮันต์ ในสมองเขาเผลอฉายภาพนั้นซ้ำ

“ฉันไม่ได้เลียโดนนาย” ข้อความในแววตาที่วินสตันมองฮันต์คือ ‘นายคิดมากไปแล้วมั้ง’

“งั้นเหรอ” ฮันต์สงสัยเล็กน้อย เขารู้สึกว่าสิ่งที่นุ่มลื่นนั่นต้องเป็นปลายลิ้นของวินสตันแน่

“ก็ได้ ถือว่าฉันเลียโดนนาย นายอยากเลียคืนไหมล่ะ” วินสตันถามกลับ

“…ไม่อยากแหงอยู่แล้ว…”

“กินไอศกรีมเสร็จ พวกเราขึ้นรถไปโนโบริเบทสึกันต่อ”

“รู้แล้วน่า!”

ต่อมาพวกเขาก็กลับขึ้นรถ คราวนี้คนขับคือวินสตัน

ฮันต์หันหน้ากลับไปมองโรงงานช็อกโกแลตที่ค่อย ๆ ห่างออกไปแล้วพูดอย่างเสียดาย “จู่ ๆ ก็เข้าใจแล้วว่าทำไมพวกสาวน้อยถึงได้ชอบเทพนิยาย”

“ทำไม”

“มันทำให้เสพติดเหมือนฝิ่นละมั้ง”

“เทพนิยายล้วนเอามาใช้ปลอบคน”

ก่อนฟ้าจะมืด พวกเขาก็มาถึงเรียงกังออนเซ็นที่วินสตันจองไว้ในที่สุด

ที่นี่ตกแต่งด้วยสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมเต็มเปี่ยม เสียงที่ดังเมื่อเหยียบลงบนพื้นไม้ทำให้ฮันต์รู้สึกว่าตนคล้ายได้เดินทางข้ามเวลาไปยังโลกอีกใบ

ฮันต์อยากไปแช่ออนเซ็นใจจะขาดแล้ว แต่กลับถูกวินสตันห้ามไว้

“เริ่มจากในร่มก่อน ราดน้ำจากออนเซ็นตั้งแต่หัวจรดเท้าให้ชินกับอุณหภูมิและคุณภาพน้ำ จากนั้นล้างตัวให้สะอาดแล้วค่อยแช่”

“อือ รู้แล้ว!”

ฮันต์เปลี่ยนเสื้อผ้า มองไปทางวินสตันที่อยู่ไม่ไกล

ภาพที่หมอนี่ดึงเสื้อยืดออกทางศีรษะเหมือนกับในหนังชะมัด ส่วนโค้งของเอวทำให้ฮันต์อยากจะจับเข้าสักหมับ

แต่ถ้าตนทำแบบนั้นจริงคงโดนเฉือนจมูก

ฮันต์คาดผ้าขนหนู ตักน้ำพุร้อนจากในถังออกมาราดบนตัวพร้อมกับวินสตัน

ฮันต์ราดน้ำพลางมองรูปร่างของวินสตันต่อ

ไม่ว่าจะไหล่ คอ เอว หรือหน้าท้องของหมอนี่ล้วนงดงามมาก แถมยังดูมีพละกำลังแบบไม่โอเวอร์จนเกินไป มันคือความงามอย่างพอดี

ฮันต์ถึงขั้นเริ่มจินตนาการภาพเส้นกล้ามเนื้อทั่วกายวินสตันที่แข็งเกร็งเวลาที่เขานั่งหมุนพวงมาลัยอยู่ในรถแข่ง

“นายมองอะไรอยู่” วินสตันเชิดคางถาม

“มองนายไง! คราวก่อนตอนอยู่ออสเตรีย นายออกจากห้องอาบน้ำก็ยังใช้เสื้อคลุมอาบน้ำห่อตัวเองไว้ บอกว่าไม่ให้ฉันดู ตอนนี้โอเคแล้วสินะ ฉันอยากดูก็จะดู…”

คำพูดของฮันต์ยังไม่ทันจบ วินสตันพลันใช้กระบวยตักน้ำราดลงบนศีรษะของเขา

“เฮ้ยยย”

ฮันต์ผงะไปด้านหลัง น้ำยังคงไหลจากกระหม่อมลงมาตามเส้นผม แล้วเขาก็ไอตามไปด้วย

ทันทีที่ไอ ผ้าขนหนูบนเอวก็ร่วงลงไป

ฮันต์เอื้อมมือไปคว้า แต่คว้าไว้ไม่อยู่

“นายอาบน้ำก็พันผ้าขนหนูเหรอ” วินสตันหันหน้ามาถามฮันต์

ฮันต์กำลังค้อมเอวลงไปเก็บผ้าขนหนูของตนพอดี

ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า เขาพลันรู้สึกว่าแผ่นหลังของตนร้อนวูบวาบ

พอหันไปก็เห็นวินสตันยืนมองตนอยู่ฝั่งตรงข้าม

ใบหน้าของเขาราบเรียบ นัยน์ตาที่มองผ่านไอน้ำร้อนผ่าวเช่นนี้ดูเย็นเฉียบคล้ายข่มกลั้นอะไรอยู่ แต่ฮันต์กลับรู้สึกว่าความเย็นชาเช่นนี้ใกล้จะเดือดพล่านเต็มที

“ที่นี่ไม่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวเกินไปแล้ว! อาบน้ำก็ไม่มีที่กั้น” ฮันต์รีบเก็บผ้าขนหนูขึ้นมาพลางบ่น

“ออนเซ็นญี่ปุ่นเป็นแบบนี้หมด และที่นี่นอกจากฉันก็ไม่มีใครมองนายหรอก” วินสตันตอบเสียงเย็น

“…นายหมายถึงนายมองฉันงั้นสิ” ฮันต์แสยะยิ้ม “น่าเสียดายที่ฉันไม่ได้มีดีให้มองเหมือนนาย!”

“ดูท่านายจะยังไม่รู้จักตัวเองดีพอ”

วินสตันปลดผ้าขนหนูแล้วนั่งหันหลังให้ฮันต์อยู่บนเก้าอี้

“อะไรนะ”

“อย่าลืมอาบให้สะอาด อย่าทำให้น้ำออนเซ็นสกปรก”

“นายรังเกียจฉันเหรอ” ฮันต์พูดอย่างไม่สบอารมณ์

“อยากให้ฉันอาบให้ไหม”

“ไม่ต้อง!”

ฮันต์จึงหันหลังให้วินสตันแล้วนั่งลง

“แปลกจัง นอกจากพวกเราสองคนก็ไม่เห็นคนอื่นเลย”

“เพราะฉันเหมาทั้งเรียวกังออนเซ็นนี้ไว้แล้ว”

วินสตันพูดอย่างเรียบเฉยมาก

น้ำเสียงนั่นเรียบเฉยเหมือนฉันซื้อกาแฟมาเกินแก้วหนึ่ง

“นายฟุ่มเฟือยชะมัด”

แม้ปากฮันต์พูดอย่างนี้ แต่ในใจกลับรู้สึกดีใจมาก ๆ

“นายมั่นใจในหุ่นของตัวเองมากสินะ ชอบโดนคนมองเยอะ ๆ เหรอ”

“จะเป็นไปได้ยังไง!”

“นายนึกว่าออนเซ็นคือชายหญิงแช่รวมกัน ตอนนี้เลยผิดหวังมากใช่ไหม”

แทงใจของฮันต์เต็ม ๆ…ความรู้สึกที่ถูกอีกฝ่ายเข้าใจอย่างลึกซึ้งนี้ทำให้ฮันต์ไม่สบอารมณ์อย่างมาก

“นายสิผิดหวัง!”

หลังอาบน้ำเสียหลายรอบ วินสตันก็พันผ้าขนหนูเข้าไปในออนเซ็นในร่มก่อน เขานั่งอยู่ภายในนั้น หลับตาทำสมาธิ

ฮันต์ก็มาข้าง ๆ เขา เอาผ้าขนหนูวางไว้ข้างบ่อแล้วนั่งลง

“พวกเราจะออกไปแช่เมื่อไร”

ฮันต์นึกภาพที่ได้พิงบ่อน้ำ แหงนมองดวงดาว สูดกลิ่นหอมบริสุทธิ์อ่อน ๆ ของต้นซากุระในอากาศ แต่วินสตันให้แช่ในร่มก่อนก็ต้องมีเหตุผลของเขาแน่

“อีกห้านาที”

ฮันต์มองเสี้ยวหน้าที่เชิดขึ้นของวินสตัน หลังศีรษะของเขาหนุนผ้าขนหนู ทั้ง ๆ ที่เป็นท่ายืดคอรอให้ตัดแท้ ๆ แต่ภายใต้ความสง่างามนั้นกลับเจือกลิ่นอายที่ไม่ยอมให้ล่วงล้ำ

ชิชิโอโดชิ[5]ที่ทำจากไม้ไผ่ด้านนอกตกทีหนึ่ง กระบอกไม้ไผ่เคาะลงบนก้อนหิน เสียงที่แว่วมาท่ามกลางราตรีที่เงียบสงบเช่นนี้ทำให้ฮันต์ตกใจ

เขาพลันหันหน้าไป

เวลานี้วินสตันที่อยู่ข้าง ๆ ก็ยืนขึ้น เสียงน้ำที่ไหลลงมาตามร่างกายของเขากระทบกับน้ำในบ่อเรียกให้ฮันต์มองกลับไป

วินสตันเอื้อมมือไปหยิบผ้าขนหนูมาบังสายตาของฮันต์ไว้ แต่เขาก็ยังเหลือบเห็นตั้งแต่ช่วงเอวของวินสตันลงมาอยู่ดี

เมื่อก่อนเวลาไปว่ายน้ำก็ใช่ว่าไม่เคยเห็นตอนที่เพื่อนไม่สวมเสื้อผ้า แต่ฮันต์ต้องยอมรับว่าหุ่นของวินสตันดีที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา

วินสตันก้าวออกจากบ่อ ค้อมตัวลงมาเคาะศีรษะฮันต์เบา ๆ

“ยังไม่ไปอีก? อยากเป็นลมอยู่ข้างในให้ฉันอุ้มนายออกมาเหรอ” เสียงวินสตันดังขึ้นข้างหูฮันต์

“รู้แล้วน่า! นายจะอุ้มฉันไหวได้ยังไง!” ตอนที่ฮันต์หันหน้าไป แก้มก็ปัดผ่านปลายจมูกของอีกฝ่าย

ทำไมหมอนี่มันอยู่ใกล้เขาขนาดนี้วะ!

“ฉันอุ้มนายไม่ไหว?” มุมปากของวินสตันยกขึ้น

“ฉันหนักมากนะ!”

“นายคิดว่าตอนนายอยู่ที่โคฮาคุฉันลากนายออกมาหรือไง”

“…นายอุ้มฉันออกมาเหรอ” ฮันต์อึ้งไป

วินสตันไม่ได้ตอบเขา แต่ลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอก

ฮันต์คว้าผ้าขนหนูมาพันไว้แล้วตามอีกฝ่ายออกไปติด ๆ “นายอุ้มฉันแบบไหน ไม่ใช่ท่าเจ้าสาวหรอกใช่ไหม”

แบบนั้นเขาคงไม่มีหน้าอยู่ต่อไปแล้ว!

วินสตันไม่มีทีท่าว่าจะคุยหัวข้อนี้กับฮันต์ต่ออีก เขาเดินตรงไปข้างบ่อ ปลดผ้าขนหนูบนเอวออก เดินลงไปในบ่อแล้วนั่งลงท่ามกลางไอน้ำอย่างไม่รีบร้อน

“เฮ้! นายรีบตอบฉันมานะ!” ฮันต์วางผ้าขนหนูส่ง ๆ รีบก้าวตามลงไปในบ่อน้ำพุร้อน

“นายหนวกหูจัง” วินสตันหลับตาพูด

ฮันต์ห่อเหี่ยวนิด ๆ

“ฉันก็เป็นแบบนี้แหละ เมื่อก่อนนายก็ไม่ได้รู้สึกว่าฉันหนวกหูนี่” ฮันต์หยุดพูดไว้แค่นั้น

ผ่านไปเกือบครึ่งนาทีวินสตันจึงเอ่ยปากพูดช้า ๆ “ไม่ได้อุ้มนายท่าเจ้าสาว แบบนั้นมันเปลืองแรงเกินไป”

ค่อยยังชั่ว ๆ! ไม่งั้นถ้าคนอื่นในทีมรู้เข้าต้องหัวเราะเยาะเขาตลอดชีวิตแน่

ฮันต์ถอนหายใจออกมา  หลับตาลงเลียนแบบท่าทางของวินสตัน ซึมซับความผ่อนคลายของรูขุมขนที่ขยายออก

“ทำไมนายถึงไม่พูดแล้วล่ะ” วินสตันถาม

“นายรู้สึกว่าฉันหนวกหูไม่ใช่เหรอ”

ฉันก็ต้องเงียบสิ!

“ถ้าเงียบเกินไปฉันจะนึกว่านายเป็นลมไปแล้ว”

“นายสิเป็นลมไปแล้ว!”

เงียบไม่ดี ไม่เงียบก็ไม่ดี นายอยากได้แบบไหนกันแน่วะ

“ถ้าเป็นลมไปฉันจะอุ้มนายออกไปด้วยท่าเจ้าสาว อา…น่าเสียดาย วันนี้ในเรียวกังไม่มีแขก” ถึงจะหลับตาอยู่ แต่ฮันต์แน่ใจว่าหมอนี่กำลังยิ้ม

วิธีรับมือที่ดีที่สุดก็คือไม่สนใจเขา

ฮันต์เบือนหน้าไป ร้องฮึออกมาเบา ๆ

“จากนั้นก็ทำเรื่องที่ทำให้นายเข้าร่วมการแข่งขันที่สนามอาบูดาบีไม่ได้”

“เรื่องอะไร”

“นายลองเป็นลมไปตอนนี้สิ แล้วตื่นมาก็จะรู้เอง”

“…”

ฮันต์พบว่าตนจนปัญญาจะคบหากับวินสตันแล้ว

แต่เขาเองก็ไม่ได้รู้สึกสงบแบบนี้มานานมากแล้วจริง ๆ

สรรพสิ่งเงียบงัน เหลือเพียงเสียงชิชิโอโดชิและเสียงของแมลงที่ร้องดังเป็นครั้งคราว

เสียงเครื่องยนต์ก้องฟ้าของฟอร์มูลาวันและเสียงกู่ร้องของผู้ชมก็เหมือนเป็นโลกอีกใบ

จิตใจของฮันต์พลอยสงบลงตามไปด้วย

เขาพลันรู้สึกขอบคุณวินสตันมาก ความรู้สึกที่ห่างไกลจากโลกวุ่นวายแบบนี้ทำให้ตัวเขาเหมือนได้รับการเยียวยา

จู่ ๆ ก็มีเรือลำน้อยไหลตามน้ำมาเบื้องหน้าพวกเขา ตรงขอบบ่อมีเด็กน้อยสวมชุดกิโมโนคนหนึ่ง ดวงตาแวววาว ส่งยิ้มมาให้ฮันต์พลางทำท่าบอกให้เขาดื่มเหล้า

ฮันต์ก็ยิ้มตอบอีกฝ่ายไป

บนเรือลำน้อยมีถ้วยสาเกวางไว้ เป็นถ้วยสีเขียวครามที่ดูเรียบ ๆ ไม่มีลวดลายดอกไม้พร่ำเพรื่อ

แต่เมื่อคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นหลังตนดื่มสาเกคราวที่แล้ว ฮันต์ก็ไม่กล้าแม้กระทั่งแตะมัน

กลับเป็นวินสตันที่หลับตาอยู่ลืมตาขึ้นเล็กน้อย ยกมือขึ้นหยิบถ้วยเล็กใบหนึ่ง

นิ้วมือของเขาเดิมทีก็งดงามมากอยู่แล้ว ข้อมือโค้งงอขณะส่งเข้าปาก ค้อมศีรษะหลุบตาลง ท่าทางนั้นทั้งนุ่มนวลทั้งเซ็กซี่ปนสุขุม โดยเฉพาะวินาทีที่ลูกกระเดือกขยับ ฮันต์รู้สึกใบหูร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ

 

[1]  โรงเตี๊ยมสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมที่สืบทอดมาตั้งแต่ยุคเอโดะ ปัจจุบันที่พักประเภทเรียวกังมีราคาสูงเนื่องจากมีออนเซ็นเฉพาะของเรียวกังให้แขกลงแช่

[2] ชื่อเมืองแห่งหนึ่งบนเกาะฮอกไกโด ขึ้นชื่อเรื่องออนเซ็นเนื่องจากมีหุบเขาปล่องภูเขาไฟที่ยังไม่สงบเรียกว่า จิโกคุดานิ หรือหุบเขานรก

[3] รถขับเคลื่อนสองล้อสมรรถนะสูง ผลิตโดยบริษัทฟอร์ด บริษัทผู้ผลิตรถยนต์จากสหรัฐอเมริกา

[4] Shiroi Koibito ยี่ห้อคุกกี้สอดไส้ช็อกโกแลตสไตล์ยุโรปชื่อดังของจังหวัดฮอกไกโด มีกลิ่นหอมและรสหวาน

[5] Shishi Odoshi อุปกรณ์จัดสวนที่เห็นได้บ่อยในสวนสไตล์เซน มีลักษณะเป็นท่อนไม้ไผ่ยาวหนึ่งข้อต่อวางอยู่บนก้อนหินซึ่งจะรองสายน้ำจากน้ำตกขนาดเล็ก เมื่อน้ำใกล้เต็ม ท่อนไม้ไผ่จะเอียงมาเทน้ำลงในบ่อที่อยู่ด้านล่างก่อนจะกระดกขึ้นไปรับน้ำใหม่ ช่วงนี้ท่อนไม้ไผ่จะกระทบกับก้อนหินเกิดเป็นเสียงดังป๊อก สมัยก่อนมีไว้เพื่อไล่สัตว์ป่าที่เข้ามากินพืชพันธุ์ในสวน

Leave a Reply

แจ้งเตือนการใช้งานคุกกี้ เว็บไซต์ของเรามีการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดการประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้ดีที่สุด ได้แก่ คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ประสิทธิภาพ คุกกี้เพื่อการทำงานของเว็บไซต์ และคุกกี้กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ศึกษารายละเอียดและการตั้งค่าคุกกี้เพิ่มเติมเพื่อความเป็นส่วนตัวของท่านได้ใน นโยบายคุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึกการตั้งค่า