fbpx

[ทดลองอ่าน] นายหยุดแกล้งฉันได้ไหม บทนำ

你能不能不撩我
นายหยุดแกล้งฉันได้ไหม

 

焦糖冬瓜 เจียวถังตงกวา เขียน
สีน้ำ แปล
JYUN (Kang Jiyun) วาด

 

— โปรย —
ราชันนักขับฟอร์มูล่าวัน ‘วอห์น วินสตัน’ สูญเสียคู่แข่งและเพื่อนสนิทเพียงคนเดียว
ไปในอุบัติเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด ทว่าหลังค่ำคืนวันแต่งงานของเพื่อนนักขับในวงการคนหนึ่ง
เขากลับตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าได้ย้อนเวลากลับไปตอนที่เจอ ‘อีวาน ฮันท์’ เป็นครั้งแรกอีกครั้ง!

ในวินาทีนั้นกาลเวลาที่หยุดนิ่งพลันแล่นรี่ขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง ครั้งนี้เขาจะชดเชยช่วงเวลา
ทั้งหมดที่มีและใช้โอกาสที่ได้มาอย่างคุ้มค่า ทุกนาที ทุก ๆ วินาที จะไม่สูญเปล่าอีกต่อไป
เพราะเขาไม่เคยอยากเป็น ‘เพื่อน’ กับฮันต์ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว…

ทว่านักขับหนุ่มมือใหม่กลับคิดว่าวินสตันก็แค่ ‘แกล้ง’ เขาเล่น คนที่ได้ฉายาจากสื่อว่า
‘ดาบน้ำแข็งแห่งความเร็ว’ คนนั้นน่ะเหรอที่จะอยากเป็นเพื่อนกับคนท้ายตารางอย่างเขา
และอีกอย่างถ้าอยากเป็นเพื่อนกันจริงๆ เขาจะพูดออกมาได้ยังไงว่า ‘ฉันอยากเอานาย’
เพื่อนกันเขาเล่นมุกใต้สะดือพรรค์นี้กันที่ไหนเล่า

 

—.—.—.—.—.—.—.—.—.—

 

ติดตามกำหนดการวางจำหน่ายได้ที่เพจ >> Rose Publishing

…XOXO…

มาดามโรส

 

ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์

 

บทนำ

 

ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำนั่งเงียบ ๆ อยู่บนโซฟา เครื่องดื่มสีแดงเข้มในแก้วหมุนวนช้า ๆ ตามแนวโค้งของแก้วไวน์ แล้วกลับสู่ความราบเรียบ

นี่คืองานเลี้ยงหลังงานแต่งงาน

มือซ้ายของเจ้าบ่าวถือโบหูกระต่ายที่ปลดออกมา คอเสื้อเชิ้ตสีขาวแหวกเปิดเล็กน้อยเผยให้เห็นลำคอระหง ทว่าแววตาอ่อนล้ากลับแฝงรอยยิ้มบางเบาราวกับเดินอยู่บนก้อนเมฆ

จริง ๆ แล้วหากมีผู้ชายแบบนี้ถือแก้วไวน์มาชนแก้วกับบรรดาแขกเหรื่อจะเป็นภาพที่เจริญตาเจริญใจอย่างที่สุด แต่สิ่งที่เขาถืออยู่กลับเป็นเหล้าสองขวด

“เฮ้…วอห์น วินสตัน…” เจ้าบ่าวเฉินโม่ไป๋นั่งลงบนโซฟาแล้วหันหน้ามามองวินสตัน

วินสตันคิดในใจ ‘นี่คงจะเป็นดวงตาดอกท้อที่คนจีนเขาเรียกขานกันสินะ’

“นายเริ่มเมาแล้ว” วินสตันวางแก้วไวน์ลง

ด้วยอาการกรึ่ม ๆ อย่างนี้ น้ำเสียงที่เย็นเยียบของเขาก็ทำให้คนสร่างเมาขึ้นมาได้เล็กน้อย

“นายรู้ได้ยังไงว่าฉันเริ่มเมาแล้ว”

“เพราะนายเรียกฉันด้วยชื่อเต็ม”

เจ้าบ่าวเฉินโม่ไป๋ยื่นมือมาขยับแก้วไวน์ที่อยู่ด้านหน้าเขาออกไป แล้ววางเหล้าที่ตนถือมาลงเบื้องหน้าอย่างขึงขังแทน

“งั้นนายก็ควรทำให้ตัวเองเมาซะบ้าง อย่ามีสติจนเกินไป…ชีวิตคนแสนสั้น รีบหาความสุขใส่ตัวดีกว่าน่า”

“แล้วฉันจะหาความสุขใส่ตัวได้ยังไง”

“ก็ทำในสิ่งที่นายอยากทำ” นิ้วมือเฉินโม่ไป๋ชี้ไปในอากาศ

“แล้วจะทำในสิ่งที่ฉันอยากทำได้ยังไง” วินสตันถามอีก

“ถ้านายอยากได้อะไรก็อย่าปิดกั้นความปรารถนาของตัวเอง ปล่อยมันออกมาให้หมด มอบตัวตนให้คนคนนั้นไปทั้งหมด ให้เขาจมดิ่งไปกับความปรารถนาของนายจนตาย…ถึงแม้ว่านายจะไม่ปริปากพูดอะไรสักคำ อีกฝ่ายก็จะคลั่งไคล้นาย…เหมือนกับที่นายปรารถนาเขา”

เฉินโม่ไป๋ดื่มเหล้าจากขวดอึกใหญ่

“ถ้าไม่พูดอะไรสักคำ มันจะสำเร็จได้ด้วยเหรอ”

น้ำเสียงของวินสตันราบเรียบสม่ำเสมอราวกับสายน้ำยุคบรรพกาลที่ไหลจากฟากหนึ่งไปตามเส้นทางอันยาวไกลแล้วหลั่งรินสู่อีกฟากหนึ่ง

“อย่าคิดมากน่า แค่เต็มที่ก็พอ…” เฉินโม่ไป๋ลุกขึ้นก่อนจะเดินไปหาร่างเพรียวบางที่กำลังพูดคุยกับเหล่าเพื่อนฝูงอย่างสนุกสนาน

เขาไม่ได้พูดอะไรทั้งสิ้น ทำเพียงแค่ยิ้ม มองเจ้าสาวของเขา แล้วค่อย ๆ ดึงหล่อนออกมาจากกลางวงเพื่อนฝูง ค้อมตัวลงเอาปลายจมูกของตนคลอเคลียกับปลายจมูกของหล่อนและจ้องมองอยู่อย่างนั้น

บรรยากาศกลายเป็นเชื่องช้า ภายในใจของทุกคนคล้ายกับมีมือมือหนึ่งกำลังหยอกเย้า

พวกเพื่อน ๆ ต่างตะโกน ‘รับไม่ได้’ ‘เริ่มทรมานคนโสดอีกแล้ว’ ‘ไป ๆ ๆ พวกเรากลับ’

วินสตันผงกศีรษะบอกลาเจ้าของงาน ก่อนจะหยิบขวดเหล้าบนโต๊ะขึ้นแล้วออกจากงานไปพร้อมกับบรรดาแขกเหรื่อ

ในขณะที่เขากำลังจะปิดประตู เสียงของเฉินโม่ไป๋ก็ดังขึ้น “เฮ้…วินสตัน…”

“หืม” วินสตันหันกลับมา

“นายเผยด้านเซ็กซี่ออกมาได้นะ” เฉินโม่ไป๋หัวเราะ

วินสตักโบกมือแล้วหันหลังจากไป

เขาเรียกรถแท็กซี่มายังสุสานแห่งหนึ่ง ประตูทางเข้าปิดแล้ว แสงไฟทุกดวงล้วนดับสนิท เหลือไว้เพียงแสงจันทร์ที่ราวกับผ้าแพรร่วงหล่นลงมาทาบทับบนป้ายหลุมศพซึ่งตั้งอยู่เรียงรายเป็นคลื่นสูงต่ำ

พวกมันไม่ได้ดูน่ากลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามกลับเงียบและสงบ ประหนึ่งว่าความวุ่นวายทั้งมวลบนโลกล้วนสงบลง ณ ที่แห่งนี้

ภายใต้แสงสลัว ยามที่วินสตันเบือนหน้ามา มันทั้งดูเลือนรางและลึกลับ

“รีบหาความสุขใส่ตัวงั้นเหรอ”

เห็นเพียงเงาร่างสูงโปร่งถอยหลังไปสองก้าวก่อนจะพุ่งตัวเต็มแรงไปยังประตูเหล็ก กระโดดพรวดเดียวก็ข้ามไปถึงอีกฝั่ง เมื่อร่างถึงพื้นเขาก็ดึงโบหูกระต่ายของตนออกแล้วโยนไปด้านข้าง หมุนกายกลับมาหยิบขวดเหล้าที่วางไว้อีกฝั่งผ่านทางลูกกรงเหล็ก

ป้ายหลุมศพป้ายแล้วป้ายเล่าคล้ายกับแหงนมองท้องฟ้ายามค่ำคืนอย่างดื้อรั้น รอคอยการมาเยือนของเขา แต่วินสตันกลับเดินอย่างไร้เยื่อใยตรงไปยังด้านในสุดแล้วหยุดลง

ที่นั่นฝังร่างคู่แข่งเพียงหนึ่งเดียวตลอดชีวิตนี้ของเขาเอาไว้…ฮันต์

นักขับตัวท็อปของฟอร์มูล่าวัน[1]คนหนึ่งกลับเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ช่างเป็นเรื่องน่าขัน

แต่ที่น่าขันยิ่งกว่าคือ นับแต่นั้นเป็นต้นมา ไม่ว่าจะมีคน ‘มีพรสวรรค์’ ดาหน้าเข้ามาเท่าไร เขา วอห์น วินสตัน ก็ยังคงเป็นราชันผู้โดดเดี่ยวเช่นเดิม

วินสตันวางเหล้าลงหน้าป้ายหลุมศพของฮันต์ มุมปากเขาโค้งขึ้น ดูผ่อนคลายราวกับจะจุดรัตติกาลให้สว่างไสว

“ฮันต์…นายไม่คิดเหรอว่าถ้าจะตาย โดนฉันเอาจนตายน่าจะคุ้มกว่า

“นายยังจำได้ไหม ในวันเกิดฉัน นายบอกว่าจะทำความปรารถนาข้อหนึ่งของฉันให้เป็นจริง ความปรารถนาของฉัน ก็คือ…หวังว่านายจะยังมีชีวิตอยู่ และรักฉันอย่างบ้าคลั่งเหมือนที่ฉันรักนาย”

เขาค้อมตัวลงมา ท่วงท่ายังคงสง่างามจากภายใน แนบหน้าผากลงบนป้ายหลุมศพของอีกฝ่ายเบา ๆ

เช้าตรู่วันถัดมา วินสตันกุมศีรษะพลางลุกขึ้นนั่ง

เขาคว้าโทรศัพท์มือถือที่กำลังแผดเสียงดังขึ้นมา  ชื่อที่กะพริบบนหน้าจอทำให้เขาประหลาดใจเล็กน้อย

นั่นคือชื่ออดีตโค้ช[2]ของเขา พวกเขาไม่ได้ทำงานร่วมกันมาตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อนแล้ว ภายหลังโค้ชคนนั้นไปขายอุปกรณ์กีฬาและกลายเป็นนักธุรกิจที่ค่อนข้างประสบความสำเร็จคนหนึ่ง

“ฮัลโหล วินสตัน! ฉันรอนายเกือบสิบนาทีแล้วนะ! มาซ้อมสายนี่ดูไม่ใช่นายเลย!”

“คุณรอผม? รอทำไม” วินสตันลุกขึ้นนั่ง

“รอนายทำไมงั้นเหรอ สมองนายยังโอเคอยู่ใช่ไหม โค้ชคงรอนายเพื่อไปดูหนังด้วยกันมั้ง”

วินสตันขมวดคิ้ว คิดอยากพูดอะไรบางอย่าง หากก็ยังลุกขึ้นไปเลิกผ้าม่าน

แสงตะวันแยงตาเล็กน้อย แต่พอเห็นป้ายโฆษณาบนตึกสูงฝั่งตรงข้ามชัด ๆ เขาก็ตะลึงงัน

นั่นมันโฆษณาของภาพยนตร์ดังเรื่องหนึ่งเมื่อห้าปีก่อน!

ไม่ว่าทิวทัศน์บนถนนใหญ่หรือเสื้อผ้าที่ผู้คนข้างทางสวมใส่ล้วนทำให้เขารู้สึกแปลกตา ทว่าก็คุ้นเคยในเวลาเดียวกัน

ไหนจะยังรูปปั้นที่ทำจากทองแดงรูปนั้นที่เมื่อสองปีก่อนถูกรื้อทิ้งไปแล้ว แต่เวลานี้กลับตั้งตระหง่านอย่างโดดเด่น เป็นที่สุดอยู่ที่เดิม

ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนกับภาพในความทรงจำทุกกระเบียดนิ้ว แต่ก็กลับไม่เหมือนกันเสียทีเดียว

“วันนี้…วันที่เท่าไร เดือนอะไร” วินสตันหลับตาลงแล้วเอ่ยปากถาม

“วันที่สิบสองพฤษภาคม ทำไมเหรอ” โค้ชสงสัยเล็กน้อย

ในภาพจำของเขา วินสตันทำอะไรล้วนเป็นระเบียบเรียบร้อย ถึงขั้นเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ[3]เล็กน้อยเสียด้วยซ้ำ…เขาจะจำไม่ได้ได้อย่างไรว่าวันนี้วันที่เท่าไร เดือนอะไร

“ปีไหน” นิ้วมือของวินสตันออกแรงกำโทรศัพท์มือถือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด

ชั่ววินาทีที่ได้ยินเลขปี วินสตันพลันโยนโทรศัพท์มือถือลงบนเตียง ปรี่ไปหลังโต๊ะหนังสือ กระชากลิ้นชักออก เอาตารางการแข่งขันมากางดูอย่างรวดเร็ว

สายตาของเขาไล่จากบนลงล่าง จนกระทั่งวินาทีที่เห็นชื่อนั้น รูม่านตาก็ขยายราวกับจะระเบิดออกมา

…ทีมมาร์คัส อีวาน ฮันต์

กาลเวลาที่หยุดนิ่งในวินาทีนั้นพลันแล่นรี่ขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง

 

[1] Formula One หรือการแข่งขันรถสูตรหนึ่ง เรียกย่อ ๆ ว่า F1 คือการแข่งขันรถยนต์ระดับสูงสุดภายใต้กฎที่กำหนดขึ้นโดยสหพันธ์รถยนต์ระหว่างประเทศ (FIA)

[2] Performance Coach มีหน้าที่คอยดูแลเรื่องต่าง ๆ ของนักขับฟอร์มูล่าวัน ตั้งแต่การจัดแผนออกกำลังกาย การนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังการฝึกซ้อมหรือการแข่งขัน ตรวจเช็กสภาพร่างกายนักขับ ไปจนถึงจัดแผนการเดินทางให้เหมาะสมกับการฝึกซ้อมของนักขับ ตามปกติโค้ชจะอยู่กับนักขับเกือบตลอดเวลาทั้งในและนอกเวลาแข่ง

[3] หรือ OCD (Obsessive-Compulsive Disorder) เป็นโรคที่ผู้ป่วยมีความคิดซ้ำๆ ที่ทำให้เกิดความกังวลใจ และมีการตอบสนองต่อความคิดด้วยการทำพฤติกรรมซ้ำๆ เพื่อลดความไม่สบายใจที่เกิดขึ้น

ใส่ความเห็น

แจ้งเตือนการใช้งานคุกกี้ เว็บไซต์ของเรามีการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดการประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้ดีที่สุด ได้แก่ คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ประสิทธิภาพ คุกกี้เพื่อการทำงานของเว็บไซต์ และคุกกี้กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ศึกษารายละเอียดและการตั้งค่าคุกกี้เพิ่มเติมเพื่อความเป็นส่วนตัวของท่านได้ใน นโยบายคุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า