[ทดลองอ่าน] รักเธอตั้งแต่วันวาน ตอนที่ 1

曾是年少时
รักเธอตั้งแต่วันวาน

ชิงเหม่ย 青浼 เขียน
หนูน้อยฉี แปล

 

— โปรย —

เฉินจินหยาง คุณหนูบ้านรวย สวย สูง เรียนเก่ง
นักศึกษาจากคณะภาษาต่างประเทศ ต้องมาสอนพิเศษให้อ้ายเจีย
เด็กเกรียนรุ่นน้อง จนบ่มเพาะความรู้สึกที่ลึกซึ้ง

ทว่าเฉินจินหยางต้องไปเรียนเพิ่มเติมที่ต่างประเทศ
ขณะที่อ้ายเจียเองก็หมายจะเข้าสู่ลีกเกมออร์เดอร์ออฟสตรอม

ท่ามกลางเรื่องราวความรักของคุณหนูไฮโซสาว
กับเกมเมอร์หนุ่มมีอุปสรรคมากมาย
ทั้งคู่ต้องจูงมือกันฝ่าฟันขวากหนามอย่างไม่ย่อท้อ
เพื่อที่จะก้าวสู่เส้นทางเกียรติยศในอนาคต!

 

_______________________________

 

ติดตามการวางจำหน่ายหนังสือได้ทางเพจ “บ้านอรุณ

สำนักพิมพ์อรุณ

 

(ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์)

 

เดือนกันยายนกลางฤดูร้อน เสียงร้องของจักจั่นนอกหน้าต่างพาให้คนหงุดหงิด

นี่เป็นช่วงรายงานตัวของนักศึกษาใหม่มหาวิทยาลัย T ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่มีชีวิตชีวาที่สุดในรั้วมหาวิทยาลัย…ในมหาวิทยาลัย เหล่าผู้คุมฝึกทหาร[1]กำลังร้องตะโกนเสียงดังเป็นระยะๆ…

อย่างไรก็ตาม สำหรับนักศึกษาปีสองนั้น วันหยุดฤดูร้อนสิ้นสุดนานแล้ว ภาคเรียนใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว

พัดลมในห้องบรรยายส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดโดยไม่มีฝาครอบ คนที่เงยหน้ามองมักจินตนาการว่าพัดลมหมุนๆ อยู่แล้วจู่ๆ ก็ตกลงมา เกิดฉากเลือดสาดเนื้อกระเด็นขึ้น…ในห้องบรรยายวิชาการอ่านภาษาอังกฤษเข้มข้นของนักศึกษาปีสอง วิชาเอกภาษาอังกฤษ มีเสียงซุบซิบดังมาจากนักศึกษาหญิงสองคนที่นั่งอยู่แถวหน้า…

“เด็กใหม่ฝึกทหารได้สองสามวันแล้ว…”

“มิน่าละหลายวันมานี้ฉันเห็นคนใส่ชุดฝึกทหารตั้งหลายคน อากาศร้อนขนาดนี้ น่าสงสารจริงๆ…”

“ปีนี้พวกเด็กหนุ่มหน้าตาดีกันทั้งนั้น เธอรู้จักอ้ายเจีย หนุ่มหล่อของโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งมหาวิทยาลัย T ที่เป็นจุดสนใจมานานถึงสามปีคนนั้นหรือเปล่า เขาเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยนี้แล้ว แถมยังเรียนสาขาวิศวะโยธาด้วยนะ”

[ระวังการใช้คำว่า intelligent ตรงนี้ให้ดี ใช้ได้สองรูปแบบ : intelligent – within a few years an intelligent computer will certainly be an important tool for doctors.] (อัจฉริยะ – ภายในเวลาไม่กี่ปีคอมพิวเตอร์อัจฉริยะจะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับพวกแพทย์อย่างแน่นอน)

“ฮ่าๆๆ รู้จักสิ วันนี้ฉันถึงขั้นวิ่งไปดูหน้าเด็กปีหนึ่งที่สนามฝึกทหารเชียวนะ ฉันเห็นเขาแล้วด้วย เหมือนจะสูงกว่าตอนมัธยมปลายนิดหน่อย อืม ใช่ หล่อกว่าเมื่อก่อนเล็กน้อยด้วย”

[intelligence – don’t act like such an idiot, use your intelligence.] (สติปัญญา – อย่าทำเหมือนคนโง่ ใช้เชาวน์ปัญญาของคุณ)

“เธอเห็นเขาแล้วเหรอ ไอ้หยา ทำไมเธอไม่พาฉันไปด้วย”

“ฉันถือโอกาสแวบไปดูมาตอนที่ไปเข้าห้องน้ำ…”

“เธอไปเข้าห้องน้ำไกลถึงสนามฝึกทหารของเด็กปีหนึ่งเลยเหรอ ห้องน้ำที่อยู่ไกลเป็นโยชน์นั่นช่วยให้ก้นเธอมีออร่าจับหรือไง”

“…”

อ้ายเจีย

ใครกัน

หนังตาของเธอกระตุกเป็นระยะๆ รู้สึกเหมือนถูกล้างสมอง เหลือไว้แค่ชื่อนี้ชื่อเดียว เสียงของอาจารย์กล่อมนอนดียิ่งกว่าเพลงกล่อมนอนเสียอีก

สาวน้อยคนหนึ่งที่นั่งอยู่แถวหลังสุดของห้องบรรยายรวบผมขึ้นเป็นจุกเล็กหลวมๆ บนศีรษะ ค่อยๆ เอนตัวไปด้านหน้าทีละนิดๆ สุดท้ายก็ฟุบทับแขนของตัวเอง ดวงตาปิดลง การฟุบหลับหลังกองหนังสือถือเป็นที่นอนที่ดีที่สุดแล้ว

“บ้าชะมัด แจกแบบฝึกหัดอีกแล้ว ครั้งหนึ่งตั้งสามแผ่น ของเมื่อวานฉันยังไม่ได้ทำอีกตั้งครึ่งหนึ่ง เวรเอ๊ย นี่มันเรียนมหาวิทยาลัยจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย!”

“ยังดีที่เป็นคำถามที่ต้องใช้ตอนสอบ CET[2]6 ยังมี TEM[3]4 กับ TEM8 อีก นี่เพิ่งเริ่มต้นเอง…ฉันได้ยินว่ามีรุ่นพี่ผู้หญิงคนหนึ่งสอบ TEM8 ตั้งสองครั้งแล้วยังไม่ผ่านเลยกระโดดตึกฆ่าตัวตาย…”

“หา!”

“ถ้ารู้แต่แรกว่ามหาวิทยาลัยเป็นแบบนี้คงฆ่าตัวตายตั้งแต่ตอนปิดเทอมฤดูร้อนของมัธยมปลายปีสามแล้ว”

ท่ามกลางเสียงโอดครวญดังอยู่ข้างหูนั้น กระดาษแบบฝึกหัดขาวสะอาดราวหิมะก็ทยอยส่งมาจากแถวแรก แผ่นแล้วแผ่นเล่า มีคนวางกระดาษลงบนศีรษะของเด็กสาวที่นอนฟุบอยู่กับโต๊ะ แต่เธอกลับไม่แม้แต่จะขยับตัว นอนหลับเงียบๆ แน่นิ่งเป็นศพ

“เฉินจินหยางหลับอีกแล้วเหรอ”

“หลับแล้วๆ”

ใต้กองกระดาษแบบฝึกหัด แพขนตาของสาวน้อยที่ได้ยินชื่อของตัวเองตอบสนองโดยไหวกระเพื่อมนิดๆ

“แม่เจ้า ทำไมถึงหลับอีกแล้วเนี่ย…คาบที่แล้วเพิ่งนอนไปไม่ใช่เหรอ!”

“พอบนกระดานเขียนโจทย์แกรมมาที่ให้แปลไปได้สามข้อ เธอจดเสร็จก็หลับไปเลย การอธิบายโจทย์หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรน่าฟังแล้วนี่ แค่ดูอาจารย์เอาสิ่งที่ตัวเองเขียนในกระดาษมาอธิบายกลับไปกลับมาบนกระดาน มีอะไรน่าสนใจกัน”

“เมื่อกี้ไม่ได้อธิบายโจทย์ TEM4 ของปีที่แล้วเหรอ เธอทำได้เรอะ”

“ทำได้”

คนถามเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เอ่ยเสียงแผ่วด้วยความอิจฉาและจนคำพูด บ้าเอ๊ย

                “…”

เด็กสาวที่ฟุบใต้กองกระดาษแบบฝึกหัดยังคงไม่ขยับตัว ต่อให้เธอได้ยินคนพวกนี้เอ่ยถึงตัวเองก็ตาม…เธอปิดตาลง จมูกได้กลิ่นน้ำหมึกจากกระดาษแบบฝึกหัดที่เพิ่งปริ้นต์ออกมา พวกคนรอบข้างนินทาเธออย่างเปิดเผยเพราะคิดว่าเธอหลับแล้ว ไม่รู้เลยว่าใต้โต๊ะนั้นเด็กสาวเคาะรองเท้าคัตชูกับพื้นเบาๆ

จินหยางไม่ได้หลับ

ทีแรกก็ง่วงจริงๆ นั่นแหละ แต่ตอนที่ตัดสินใจว่าจะฟุบหลับนั้น จู่ๆ เธอก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่า เธอเลยเคาะเท้ากับพื้นเล่นพลางฟังคนรอบข้างนินทาเธอ…

“เฉินจินหยางเปลี่ยนกระเป๋าอีกแล้วใช่ไหม”

“ไหนๆ เป้สีชมพูนี่น่ะเหรอ เป็นมายังไง”

“ยี่ห้อปราด้า[4]ไง!!!!!”

“ปราด้าอะไร”

“เป้ใบนี้ราคาเป็นหมื่นเชียวนะ”

“เท่าไหร่นะ เธอพูดอีกทีซิ”

“หนึ่งหมื่นกว่าหยวน!!!”

“บัดซบ เมื่อเช้าตอนเธอสะพายเป้ ฉันยังโพล่งถามว่าทำไมเธอถึงเปลี่ยนมาสะพายกระเป๋าอัปลักษณ์แบบนี้”

“ยังมีรองเท้าของเธออีก ยี่ห้อโค้ช[5] สองพันกว่าหยวน”

“รองเท้าคัตชูแบบนี้ในเถาเป่า[6]แค่คู่ละหนึ่งร้อยกว่าหยวนเองไม่ใช่เหรอ”

ตามมาด้วยการวิพากษ์วิจารณ์ทุกอย่างที่จินหยางสวมอยู่

จินหยางหยุดเท้าที่เคาะเป็นจังหวะ

เธอรู้สึกได้ถึงแววตาแผดเผาคู่หนึ่งที่มองเท้าของเธอ คนที่ฟุบอยู่ใต้กองกระดาษแบบฝึกหัดลืมตาขึ้น ขยับตัวแสร้งทำเป็นเพิ่งตื่นนอน…ท่ามกลางเสียงลุกลี้ลุกลนและกระแอมกระไอที่ได้ยินชัดจากบริเวณโดยรอบ เธอยกมือหยิบกองกระดาษแบบฝึกหัดที่ทับศีรษะอยู่ออก เวลาเดียวกันนั้นเสียงออดหมดเวลาเรียนก็ดังขึ้น…

นี่เป็นวิชาสุดท้ายของวันนี้ เวลานี้นอกห้องบรรยายมีแสงอาทิตย์อัสดงสาดมาจากทิศตะวันตก ท้องฟ้าถูกแสงตะวันแผดเผาจนกลายเป็นสีแดงเพลิง

สาวน้อยหรี่ตาเล็กน้อย รวบกองกระดาษแบบฝึกหัดที่แจกเป็นการบ้าน ก่อนคว้ากล่องดินสอยัดใส่เป้ พอสะพายเป้แล้วก็จัดกระโปรงที่สวมอยู่ให้เรียบร้อย ชำเลืองมองเพื่อนร่วมห้องโดยรอบที่จ้องตัวเองตาปริบๆ

“เป้ใบนี้ทำมาจากไนล่อน ลบภาพลักษณ์ของปราด้าที่ว่า ‘คุณภาพโคตรแย่ หนึ่งปีเปลี่ยนสองใบ’ ใบนี้ทนมาก ใช้ขนอิฐได้เลย” เธอสะพายเป้ไว้ด้านหลัง “ราคาแค่หกพันกว่าหยวน ถ้าหมื่นกว่าหยวนก็ซื้อได้สองใบ”

พูดจบเธอก็นิ่งไปประเดี๋ยวหนึ่ง ก่อนสาวเท้าจากไป

ทิ้งไว้เพียงห้องบรรยายที่เงียบสงัด

 

จินหยางค่อนข้างชินกับการไปไหนมาไหนคนเดียว

ตามหลักแล้ว ในฤดูร้อนลูกคนรวยบางครั้งก็จะพาเพื่อนไปเลี้ยงไอศกรีม ในฤดูหนาวพาไปเลี้ยงชานม ถ้าทำแบบนั้นก็จะมีเพื่อนเยอะมาก…แต่โชคร้ายที่จินหยางเรียนเก่งเกินไป นอกจากมีเงินแล้ว เธอยังมีบัฟ[7]เย็นชาแบบที่คนฉลาด มักจะเป็น ไม่เหมือนพวกเด็กมีเงินคนอื่นที่มักรวมตัวกับกลุ่มเพื่อนกินเป็นประจำ อีกอย่าง เธอชินกับการไปไหนมาไหนคนเดียวมากกว่า…

อย่างเช่นตอนนี้

ช่วงเวลาอาหารเย็น ตั้งแต่บ่ายหลังเลิกเรียนจนถึงคาบศึกษาด้วยตัวเองตอนค่ำนั้น ขณะที่เด็กสาวคนอื่นรวมกลุ่มกันปรึกษาว่าเย็นนี้จะกินอะไร หรือลดน้ำหนักไม่กินอาหาร จินหยางกลับหิ้วเป้ไปเดินเล่นที่ถนนแถวมหาวิทยาลัย

เดินไปเดินมาก็มีอันธพาลสามคนมายืนขวางเธอในซอยแคบ

จินหยางมองเด็กน้อยสามคนตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา พวกเขาสวมชุดฝึกทหาร น่าจะเป็นนักเรียนใหม่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของโรงเรียนมัธยมปลายแถวๆ นี้…ชุดฝึกทหารของพวกเขาสีเขียว ขณะที่ชุดฝึกทหารของมหาวิทยาลัย T และโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งมหาวิทยาลัย T สีน้ำเงิน

นี่เป็นนักเรียนจากโรงเรียนมัธยมปลายเอกชนเริ่นหย่วนที่ตั้งอยู่ในละแวกนี้

โรงเรียนมัธยมปลายเริ่นหย่วนเป็นโรงเรียนเอกชนที่รับพวกเด็กที่สอบวัดระดับมัธยมต้นได้คะแนนไม่ดีโดยเฉพาะ ตั้งอยู่ห่างจากโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งมหาวิทยาลัย T แค่รั้วกำแพงกั้นเท่านั้น แต่เมื่อผ่านไปอีกหลายปี นักเรียนของสองโรงเรียนนี้น่าจะเดินบนเส้นทางชีวิตที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเป็นระดับหัวกะทิของสังคมกับระดับเศษธุลีของสังคม

จินหยางบีบสายเป้ในมือพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย “มีธุระอะไร”

“ไม่มีธุระแล้วจะชวนพี่คุยไม่ได้เหรอ” เด็กกะโปโลในชุดฝึกทหารผู้เป็นหัวหน้าแก๊งขยับเข้ามาใกล้ เขาเหลือบมองป้ายมหาวิทยาลัยที่อกเสื้อของจินหยาง “โอ้โห พี่สาวจากมหาวิทยาลัย T ข้างๆ นี่เอง โถๆ คิดไม่ถึงว่าจะเจอสาวเรียบร้อยซะได้ ยังงั้นน่าจะมีเงินค่าขนมเยอะพอควรเลยมั้ง เอาจริงนะพี่ เมื่อวานพวกพี่น้องผมน่ะจู่ๆ ก็ปวดท้องเข้าโรงพยาบาล ตอนนี้ยังติดเงินค่ารักษาอยู่เลย…”

พูดได้ครึ่งเดียว จู่ๆ เขาก็หัวเราะ

จินหยางขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม นี่เธอเจอพวกโจรกรรโชกทรัพย์งั้นเหรอ

                ช่วยไม่ได้ ต่อให้อีกฝ่ายเป็นแค่เด็กกะโปโล แต่ก็มีกันถึงสามคน ซอยนี้ลึกมากด้วย ดูท่าพวกเขาคุ้นเคยเส้นทางดี น่าจะไม่ได้ก่อเหตุครั้งแรก ในสมองของจินหยางวิเคราะห์สถานการณ์ตอนนี้อย่างใจเย็น…

ช่างเถอะ จะวิเคราะห์ไปทำบ้าอะไร

พ่อเคยบอกว่าไม่ว่าเงินเท่าไหร่ก็เทียบไม่ได้กับผมแค่เส้นเดียวของเธอ

จินหยางถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ก่อนยื่นมือไปล้วงกระเป๋าเงินออกจากเป้ เปิดออก แล้วดึงธนบัตรออกมาปึกหนึ่ง มองพวกเด็กๆ ตรงหน้าที่อึ้งงันแต่นัยน์ตาเปล่งประกายแวววาวทันควัน จินหยางยื่นเงินให้ ในใจนึกเหยียดหยาม ถือว่าอันธพาลอย่างพวกนายโชคดีก็แล้วกัน

                คนเป็นหัวหน้ารู้ว่าวันนี้ได้เชือดแพะอ้วนแล้ว เขาตื่นเต้นมีความสุข ขณะยื่นมือไปรับเงิน บังเอิญเหลือบมองปกเสื้อของเด็กสาวที่แหวกออกตอนยื่นเงินให้พอดี สายตาเลื่อนผ่านไหปลาร้าขาวเนียนนั้น ลมหายใจเขาสะดุดช่วงหนึ่ง ก่อนหยุดสายตาที่สร้อยเพชรที่โผล่ออกมานอกปกเสื้อ…

นั่นเป็นแค่สร้อยเพชรรูปแบบธรรมดามากเส้นหนึ่ง

“สร้อยของพี่นั่นเป็นเพชรใช่ไหม”

เสียงแหบพร่าดังขึ้น จินหยางอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนยกมือจับปกเสื้อของตัวเองตามสัญชาตญาณ…

ได้แต่มองเขายื่นมือออกมาตาปริบๆ ยังไม่ทันที่เขาจะแตะถูกตัวเธอ เวลานี้เองอีกด้านหนึ่งของซอยก็มีคนจามออกมา ตามมาด้วยเสียงพูดเฉื่อยเนือย “หลี่หยวนฉี่ ตอนปิดเทอมฤดูร้อนยังโดนฉันอัดไม่พอใช่ไหม ขึ้นมัธยมปลายวันแรกก็กรรโชกทรัพย์รุ่นพี่ฉันแล้ว ปล้นให้ฉันดูหรือไง”

จินหยางงงงันไปชั่วขณะ พอหันมอง ก็เห็นชายคนหนึ่งยืนย้อนแสงสายัณห์อยู่หน้าปากซอย…เขาสวมเสื้อฝึกทหารตัวนอกปลดกระดุมสองเม็ด ข้างในสวมเสื้อยืดขาว รูปร่างสูงใหญ่กว่าคนรุ่นเดียวกันมาก ผิวขาวเนียน จมูกโด่งเป็นสัน ผมเป็นลอนหลวมเหมือนหัวลูกแกะน้อย

ตอนที่คนในซอยหันมองเขานั้น เขาเดินเข้ามายังที่ที่มีแสงสว่าง…

จินหยางเห็นสัญลักษณ์มหาวิทยาลัย T บนเสื้อฝึกทหารของเขาเป็นลำดับแรก จากนั้นเธอแปลกใจเมื่อเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กน้อยเป็นลำดับถัดมา

“…”

นี่มันเรื่องบ้าอะไร

เขาเป็นใคร

จินหยางสีหน้าแปลกใจ เธอได้ยินคนที่ปล้นเงินเธอและยังคิดจะปล้นสร้อยคอของเธอต่อกลืนน้ำลายดัง “เอื๊อก” อ้าปากพะงาบๆ ก่อนพูดอย่างหงุดหงิดว่า “อ้ายเจีย”

อ้ายเจียรึ

ชื่อนี้คุ้นๆ นะ

“หลีกไป”

ข้างหูได้ยินเสียงของเด็กหนุ่มที่ประชิดเข้ามาด้วยความเร็วสูง จากนั้นก็ลากยาวหายไป แขนนิ่มถูกคนดึงโดยไม่เบามือสักนิด ตัวจินหยางถูกดันให้ไปอยู่ทางปากซอยซึ่งพอจะมีหนทางให้หลบหนี…จินหยางไม่ทันคิดอะไรมาก วินาทีต่อมาทั้งสองคนก็พุ่งเข้าตะลุมบอนกันต่อหน้าต่อตาเธอแล้ว

เหมือนสุนัขจรจัดที่เจอกันในซอยแล้วตีกันเพื่อแย่งเศษอาหารในถังขยะ

หน้าจินหยางกระตุกนิดๆ เธอก้าวถอยหลังอย่างต่อเนื่องพลางมองเด็กหนุ่มสองฝ่ายนัวเนียกัน ในสมองของเธอสับสนว้าวุ่น ชั่วขณะที่ยังไม่ได้สติ เธอเผลอเปรียบตัวเองเป็นถังขยะ

จุดนี้ไม่มีความเป็นกุลสตรีเลยสักนิด

 

[1] การฝึกทหารถือเป็นกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ที่นักศึกษาน้องใหม่ของมหาวิทยาลัยทั่วจีนทั้งชายและหญิงต้องฝึก โดยผู้คุมฝึกที่เป็นทหารจะฝึกให้

[2] The College English Test : CET การสอบวัดระดับภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาต่างประเทศของมหาวิทยาลัยจีน ถือเป็นการวัดความสามารถทางภาษาอังกฤษของนักศึกษาระดับปริญญาตรีและสูงกว่าปริญญาตรีตามที่ระบุไว้ในหลักสูตรการสอนภาษาอังกฤษของมหาวิทยาลัยแห่งชาติ (NCETS)

[3] Test for English Majors : TEM การสอบวัดระดับภาษาอังกฤษของนักศึกษาภาควิชาภาษาอังกฤษ แบ่งเป็นสองระดับ คือ TEM4 และ TEM8

[4] ยี่ห้อสินค้าแฟชั่นจากอิตาลี

[5] ยี่ห้อสินค้าแฟชั่นจากสหรัฐอเมริกา

[6] เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดของจีน

[7] Buff หมายถึง ลักษณะพิเศษติดตัวที่เสริมขึ้นมา หากเป็นในเกมจะหมายถึง ผลึกหินสีฟ้า เป็นทรัพยากรในป่าประเภทหนึ่ง หลังตีผลึกหินแตกแล้วจะช่วยเพิ่มค่าพลังเวท ได้มานาหรือพลังเวทที่ต้องจ่ายเมื่อใช้สกิลกลับมา และลดระยะเวลาการคูลดาวน์ของสกิล เป็นต้น

Leave a Reply

แจ้งเตือนการใช้งานคุกกี้ เว็บไซต์ของเรามีการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดการประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้ดีที่สุด ได้แก่ คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ประสิทธิภาพ คุกกี้เพื่อการทำงานของเว็บไซต์ และคุกกี้กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ศึกษารายละเอียดและการตั้งค่าคุกกี้เพิ่มเติมเพื่อความเป็นส่วนตัวของท่านได้ใน นโยบายคุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึกการตั้งค่า