[ทดลองอ่าน] ช่วงเวลาดีๆ ที่มีแต่รัก เล่ม 2 บทที่ 69

ช่วงเวลาดีๆ ที่มีแต่รัก

造作时光 

 

เยว่เซี่ยเตี๋ยอิ่ง 月下蝶影 เขียน

Hanza แปล

 

— โปรย —

“ข้าไม่มีทางทิ้งให้คนที่ข้ารักต้องรอข้านานถึงเพียงนี้”
“เวลาสามปีเท่ากับสามสิบหกเดือน ชั่วชีวิตของคนเราจะมีสามปีได้สักกี่ครั้ง”
“ชีวิตคนเราสั้นนัก จะปล่อยให้ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตเสียเปล่าไปได้อย่างไร”

 

ฮวาหลิวหลี สตรีอ่อนแอขี้โรค
แต่แท้จริงนางเข้มเเข็งจนน่าเกรงขามยิ่ง
จีหยวนซู่ รัชทายาทรูปงาม ปากร้าย เจ้าคิดเจ้าแค้น
เพื่อสตรีของตนแล้ว ไม่ว่าเรื่องใดเขาก็ทำได้อย่างหน้าไม่อาย

 

_______________________________

 

ติดตามการวางจำหน่ายหนังสือได้ทางเพจ “บ้านอรุณ

สำนักพิมพ์อรุณ

 

(ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์)

 

69

 

“องค์ชายห้า…หลงใหลการวาดภาพยิ่งนัก” ยวนเหว่ยเห็นฮวาหลิวหลีจ้องแผ่นหลังขององค์ชายห้าอย่างเหม่อลอยจึงกระซิบเตือน “องค์หญิง ใกล้เที่ยงแล้วเจ้าค่ะ”

ให้รัชทายาทรอนานไม่ค่อยดี

ฮวาหลิวหลีดึงสติกลับมา หมุนตัวเดินไปยังทิศที่ตั้งของตำหนักบูรพา ช่วงนี้เป็นฤดูใบไม้ผลิ บุปผาแบ่งบาน รอบด้านมีแต่ดอกไม้สะพรั่ง แม้แต่เส้นทางที่ทอดยาวในวังหลวงล้วนวางกระถางดอกไม้ที่ตัดแต่งอย่างงดงาม

โบตั๋นหลากสีแข่งกันแย้มกลีบ ฮวาหลิวหลีเห็นขันทีหลายคนตัดแต่งกิ่งไม้ก็หยุดเดิน เรียกขันทีน้อยคนหนึ่ง “กงกงน้อยคนนี้”

ขันทีน้อยอายุประมาณสิบสองสิบสามปี เขาไม่รู้ฐานะของฮวาหลิวหลี แต่จำขันทีนำทางที่อยู่ข้างหน้านางได้ว่าเป็นถึงขันทีใหญ่ของตำหนักบูรพา จึงรีบวางกรรไกรตัดกิ่ง เข้ามาคำนับ “คารวะผู้สูงศักดิ์”

“ข้าอยากตัดดอกโบตั๋นสักหลายกิ่ง เจ้าช่วยข้าเลือกสักหน่อยได้หรือไม่” ฮวาหลิวหลียืนอยู่กลางดงดอกโบตั๋น มองดอกไม้ผาดหนึ่ง

“ขอท่านผู้สูงศักดิ์รอสักครู่” ขันทีน้อยเลือกตัดดอกโบตั๋นที่บานกำลังพอดี เมื่อตัดแล้วก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าสะอาดพันกิ่งดอกไว้ก่อนยื่นให้ฮวาหลิวหลีอย่างระมัดระวัง

“ขอบใจ” ฮวาหลิวหลีรับช่อดอกไม้แล้วสั่งให้ยวนเหว่ยมอบเงินเป็นสินน้ำใจแก่ขันทีน้อย ก่อนหอบดอกไม้เดินมุ่งหน้าต่อไป

“คุณหนู คนที่เดินอยู่ทางโน้นคล้ายเป็นองค์หญิงฝูโซ่วเจ้าค่ะ” หญิงรับใช้ข้างกายเซี่ยเหยาเห็นกลุ่มคนเดินมุ่งหน้าไปตำหนักบูรพาจึงรีบกระซิบบอก “ดูท่าคงไปเข้าเฝ้ารัชทายาทนะเจ้าคะ”

เซี่ยเหยามองทิศที่ฮวาหลิวหลีเดินไป สีหน้าบึ้งตึง สูดหายใจเข้าลึก ก่อนเดินตามไป

“ข้าเห็นคนหอบดอกไม้มาแต่ไกล คิดไม่ถึงว่าจะเป็นองค์หญิงฝูโซ่ว”

ฮวาหลิวหลีหันมองผู้ส่งเสียงทักทายพลางขยับช่อดอกโบตั๋นในมือเล็กน้อย นี่เป็นดอกไม้ที่นางคิดจะมอบให้รัชทายาท คุณหนูเซี่ยคนนี้ปรากฏตัวต่อหน้านาง ย่อมต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น

“บุปผาพวกนี้งามจริงๆ แต่การที่องค์หญิงเด็ดพวกมันออกมา ทำให้พวกมันเหลือเพียงความงามชั่วขณะ น่าเสียดายจริงๆ” เซี่ยเหยามองดอกโบตั๋นช่อใหญ่ แม้ปากคลี่ยิ้ม แต่ดวงตาที่มองมานั้นแข็งกร้าว “องค์หญิงเป็นสตรีสมควรทะนุถนอมดอกไม้จึงจะถูก”

ฮวาหลิวหลีมองเซี่ยเหยาเงียบๆ

“กล่าวกันว่าสตรีประหนึ่งบุปผา อายุของดอกไม้นั้นไม่ยืนยาว อยากอยู่ติดต้นให้นานอีกสักหน่อย…”

“คงเป็นเพราะข้าคิดว่าตนเป็นต้นไม้ใหญ่ ไม่เคยรับรู้ถึงความรู้สึกของดอกไม้” ฮวาหลิวหลีจะรีบไปกินมื้อเที่ยงที่ตำหนักบูรพา ไม่อยากเสียเวลาโต้เถียงกับเซี่ยเหยาเรื่องต้นไม้ดอกไม้พวกนี้ “คุณหนูเซี่ย ข้ามีธุระ ขอตัวก่อน”

“ช้าก่อน” เซี่ยเหยาเรียกฮวาหลิวหลี “องค์หญิงจะไปตำหนักบูรพาหรือ”

“เกี่ยวอันใดกับคุณหนูเซี่ยด้วย”

“รัชทายาทยังไม่เสกสมรส องค์หญิงก็ยังไม่ออกเรือน พวกท่านพบกันตามลำพังเช่นนี้ไม่เหมาะสม” อารมณ์หลากหลายคุกรุ่นในแววตาของเซี่ยเหยา หากมุมปากของนางยกขึ้น “ถ้ามีผู้ใดเอ่ยถึงเรื่องนี้ จะไม่เป็นการให้ร้ายองค์หญิงหรอกหรือ”

“นางกำนัลและขันทีไม่ใช่คนหรืออย่างไร ไยถึงกลายเป็นอยู่กันตามลำพังเล่า” ฮวาหลิวหลีขมวดคิ้ว พฤติกรรมต่างๆ ของเซี่ยเหยานั้นดูคล้ายว่าแอบหลงรักรัชทายาท เมื่อคิดเช่นนี้ นางรู้สึกถึงอารมณ์ประหลาดที่เกิดขึ้น นั่นทำให้นางยิ่งไม่อยากสนทนากับเซี่ยเหยาอีกจึงหมุนตัวเดินจากไปทันใด

“องค์หญิง” เซี่ยเหยาเห็นฮวาหลิวหลีรีบร้อนจากไปก็ยิ่งไม่อยากให้นางไป หรืออาจกล่าวว่านางมิอาจยอมรับเรื่องที่ฮวาหลิวหลีและรัชทายาทอยู่กันตามลำพังได้ “องค์หญิงไม่อยากคุยกับข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ”

“หลิวหลี”

รัชทายาทเดินมาจากประตูด้านข้าง เอ่ยกับฮวาหลิวหลีว่า “เรารอเจ้าตั้งนาน ยังคิดว่าเกิดเรื่องขึ้นกับเจ้าเสียอีก คิดไม่ถึงว่าจะอยู่ที่นี่”

“เพคะ คุณหนูเซี่ยพูดคุยเรื่องทะนุถนอมดอกไม้กับหม่อมฉันน่ะเพคะ หม่อมฉันเลยเสียเวลานิดหน่อย” ฮวาหลิวหลียัดดอกไม้ช่อนั้นใส่มือรัชทายาท “หม่อมฉันจำได้ว่ามีแจกันสีฟ้าใสที่ตำหนักใบหนึ่ง น่าจะใส่ดอกไม้ช่อนี้ได้พอดีเพคะ”

“งามมาก” รัชทายาทก้มหน้ามองดอกไม้ในมือ “เราชอบมันมาก”

ขอบตาของเซี่ยเหยาเริ่มแดงเรื่อ นางเพิ่งบอกฮวาหลิวหลีว่าไม่ควรเด็ดดอกไม้ แต่รัชทายาทกลับบอกว่าชอบดอกไม้พวกนี้ นางเป็นญาติผู้น้องของรัชทายาท มีใจให้เขามานานปี ไฉนเขาจึงตบหน้านางเพื่อคนนอก

“ยังมีอันใดอีกหรือไม่” ในที่สุดรัชทายาทก็หันมองเซี่ยเหยาเต็มตา

“เสด็จพี่รัชทายาท หม่อมฉันไม่มีอันใดเพคะ” เซี่ยเหยามองรัชทายาทอย่างรอคอย หวังว่าเขาจะเชิญนางไปตำหนักบูรพาด้วย

“ในเมื่อไม่มีอันใดแล้วก็รีบออกจากวังเถิด” รัชทายาทพูดสีหน้าเฉยเมย “เรากับองค์หญิงฝูโซ่วยังมีธุระต่อ ไม่อยู่เป็นเพื่อนเจ้าแล้ว”

เซี่ยเหยา “…”

ธุระของพวกท่านก็คือกินอาหารไม่ใช่หรือ

ไหนๆ ก็มาถึงหน้าประตูตำหนักบูรพาแล้ว จะเชิญคนเข้าไปกินอาหารเพิ่มอีกสักคน ตำหนักบูรพาจะจนลงสักเท่าไรเชียว

เซี่ยเหยามองตามแผ่นหลังของรัชทายาทและฮวาหลิวหลี ทั้งน้อยใจและคับแค้นใจ ยามนี้นางไม่รู้จะระบายความชิงชังเต็มทรวงที่ใด

 

เรื่องแรกที่รัชทายาททำหลังกลับเข้าตำหนักบูรพาก็คือนำดอกไม้ไปปักแจกันที่ฮวาหลิวหลีพูดถึง

เขานั่งขัดสมาธิบนพรม จัดดอกไม้ในแจกันให้ดี แล้วหันมองฮวาหลิวหลี “ข้ายังคิดว่าวันนี้เจ้าจะไม่มาเสียแล้ว”

“เหตุใดจึงทรงพระดำริเช่นนี้เพคะ” ฮวาหลิวหลีฟุบกับโต๊ะ ยื่นศีรษะมองรัชทายาท

“เพราะสองวันนี้พอหลิวหลีเจอข้าก็ไม่ค่อยพูด” รัชทายาทวางแจกันไว้ที่ที่สะดุดตา ยิ้มหมอง “ข้ายังคิดว่าข้าทำอันใดผิด จนทำให้เจ้ารังเกียจเสียแล้ว”

ฮวาหลิวหลีร้อนตัวไม่น้อย สองวันก่อนนางเจอรัชทายาทหน้าตำหนักเฉินหยาง นางกับท่านแม่รีบร้อนกลับจวนจริงๆ แต่ไม่ใช่เพราะรัชทายาทมีปัญหาใด นางเองต่างหากที่รู้สึกละอายใจ

รัชทายาทดีต่อนางถึงเพียงนี้ แต่นางกลับเกิดความคิดชั่วร้ายเพราะรูปโฉมหล่อเหลาของเขา ดังนั้นสองวันก่อนพอเห็นเขา นางก็รู้สึกเหมือนคนมีชนักติดหลัง

นางหลบอยู่ในจวน คัดบทสวดมนต์ถึงสองวันเต็ม จนรู้สึกว่าได้รับการชำระล้างจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ เลื่อนระดับความดีงามขึ้นจากเดิมแล้ว ค่อยพบรัชทายาทได้อย่างไม่รู้สึกผิด

“ทรงเข้าพระทัยผิดแล้ว ไม่ได้ทรงกระทำอันใดผิด แต่เป็นปัญหาที่หม่อมฉันเองเพคะ” ฮวาหลิวหลีย่นคอด้วยความร้อนตัว

“เจ้ากังวลเรื่องการตายของขุนนางคณะทูตแคว้นไต้เม่าหรือ” รัชทายาทเดินมานั่งข้างกายฮวาหลิวหลี อธิบายให้นางฟังอย่างอ่อนโยน “ไม่ต้องห่วง ศาลต้าหลี่สืบคดีนี้จนกระจ่างแล้ว เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับจวนของเจ้าแม้แต่น้อย”

“ยังดีที่วันนั้นพระองค์เสด็จไปกับหม่อมฉันด้วย มิเช่นนั้นคนของแคว้นไต้เม่าจะพูดอันใดก็ต้องเป็นไปตามนั้น” ฮวาหลิวหลีรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “ไม่รู้ว่าเป็นใครที่วางแผนเล่นงานสกุลฮวาเรา”

“ไม่ว่าจะเป็นใคร ข้ากับเสด็จพ่อก็เชื่อว่าคนสกุลฮวาไม่มีทางกระทำอย่างคนต่ำช้าแน่นอน” รัชทายาทยื่นมือมาตรงหน้าอย่างลังเล ก่อนลูบศีรษะฮวาหลิวหลีอย่างแผ่วเบา “ดังนั้นเจ้าไม่ต้องกังวล”

พอรู้สึกได้ถึงฝ่ามือที่วางอยู่กลางกระหม่อม จิตใต้สำนึกของฮวาหลิวหลีก็บอกนางว่าอยากจับมือนั้นทันที นางคว้านิ้วของรัชทายาทไว้อย่างไม่ตั้งใจ

นิ้วอ่อนนุ่มลากผ่านฝ่ามือ ทำนางคลายมือออกโดยไม่รู้ตัว นางส่งเสียงไอแห้งๆ เสกล่าวว่า “ได้รับความเชื่อพระทัยจากฮ่องเต้และรัชทายาท นับเป็นเกียรติสูงสุดของครอบครัวหม่อมฉันแล้วเพคะ”

“หลิวหลีไม่จำเป็นต้องพูดอย่างเกรงใจต่อหน้าข้า”

นางกำนัลยกอ่างน้ำเข้ามา รัชทายาทล้างมือจนสะอาด เช็ดมือไปพลางพูดไปพลาง “หรือเป็นเพราะฐานะของข้า เจ้าถึงคิดมาก”

คนหน้าตาดีแค่ขมวดคิ้วหรือหลุบตาก็พาให้หวั่นไหวแล้ว ฮวาหลิวหลีค้นพบว่านางอาการหนัก นับวันจะทนเห็นสีหน้าแววตารัชทายาทที่ไร้ความสุขไม่ได้แม้แต่น้อย

นางถอนหายใจ นางจะทำอย่างไรกับรัชทายาทดี

ล้างมือสะอาดดีแล้ว ฮวาหลิวหลีเช็ดหยดน้ำที่เกาะพราวบนหลังมือ จู่ๆ ก็คิดถึงเซี่ยเหยาที่ดูไม่ค่อยปกติ จึงอดเตือนรัชทายาทไม่ได้ว่า “รัชทายาทเพคะ หม่อมฉันรู้สึกว่าเซี่ยเหยาไม่ค่อยปกติ ทรงมีฐานะสูงส่ง ถ้าจะให้ดีก็อย่าได้ประทับกับเซี่ยเหยาตามลำพัง”

“ขอบใจหลิวหลีมากที่เตือน ข้าจะจำไว้”

ฮวาหลิวหลีไม่ชอบให้สตรีอื่นอยู่ใกล้เขา แสดงว่าเขาคงมิได้ชอบนางฝ่ายเดียว เมื่อคิดได้เช่นนี้ รัชทายาทก็อดยิ้มไม่ได้

เห็นรัชทายาทคลี่ยิ้ม ฮวาหลิวหลีรู้สึกว่าหัวใจนางกำลังบรรเลงบทเพลงอีกแล้ว ดูท่านางยังคัดบทสวดมนต์ไม่เพียงพอ กลับไปแล้ว นางจะคัดต่อ ต้องคัดให้มากกว่านี้ ต้องคัดให้ออกมาจากใจจริงยิ่งกว่านี้

อย่างน้อยต้องทำให้นางยื่นกรงเล็บปีศาจไปหารัชทายาทไม่ได้

 

ครั้นเซี่ยเหยากลับถึงตำหนักองค์หญิงเล่อหยาง มารดาก็กลับมาแล้ว นางมองเซี่ยเหยาที่เดินเข้าห้องโถงสีหน้าย่ำแย่ “เลี้ยงเจ้าไว้มีประโยชน์ใด แม้แต่หัวใจของบุรุษก็ยังคว้ามาไม่ได้”

วันนี้นางไปพบทั้งสนมเสียนและสนมหรง ท่าทีของนางแพศยาสนมเสียนนั้นไม่ต้องพูดถึง แต่คิดไม่ถึงว่าขนาดสนมหรงที่แทบไร้ตัวตนในสายตาของนางยังกล้าปฏิเสธเรื่องการเกี่ยวดองที่นางกล่าวถึง

สนมหรงมีบุตรชายคนเดียวก็คือองค์ชายรองที่มีสมองคล้ายคนปัญญาอ่อน ในบรรดาองค์ชาย ความสามารถของเขาไม่โดดเด่นและวิชายุทธ์ไม่สูงส่ง แต่กลับกล้าปฏิเสธข้อเสนอของนาง!

เล่อหยางเก็บความไม่พอใจจากในวังไว้เต็มทรวง พอเห็นเซี่ยเหยาก็ยิ่งไม่พอใจทบทวี “ถ้าพี่สาวเจ้ายังอยู่ ข้าคงไม่ต้องทนรับอารมณ์เช่นนี้”

บุตรีคนโตไม่ว่าบุคลิกหรือหน้าตาล้วนโดดเด่นกว่าบุตรีคนรองนัก หากนางยังมีชีวิตอยู่ ด้วยรูปโฉมของนางจะต้องดึงองค์ชายเหล่านี้เข้าเป็นพวกได้นานแล้ว ยังจะต้องให้คนอย่างนางลดตัวลงไปเจรจากับผู้ที่นางเคยดูถูกเหล่านั้นได้อย่างไร

ได้ยินมารดากล่าวถึงพี่สาวที่จากไปแล้ว เซี่ยเหยาก็ก้มหน้าซ่อนแววเย็นชาในดวงตา “ท่านแม่ อิงอ๋องและรัชทายาทต่างถูกฮวาหลิวหลีหว่านเสน่ห์ใส่ ลูกทำอันใดไม่ได้เจ้าค่ะ”

คนหนึ่งเป็นองค์ชายใหญ่ อีกคนเป็นรัชทายาท เดิมก็มีฐานะพิเศษในหมู่องค์ชาย แต่คนพวกนี้กลับเหมือนคนตาบอด ชมชอบฮวาหลิวหลีเจ้ามารยาเสียได้

เซี่ยเหยาไม่สนใจว่าอิงอ๋องชอบใคร แต่นางอยากรู้ว่ารัชทายาทชอบพอฮวาหลิวหลีมากเพียงใด

นางมองมารดาที่บ่นไม่หยุด สีหน้าไร้อารมณ์ ก่อนเดินกลับเรือนพักเงียบๆ นางหาป้ายคำสั่งมรกตเขียวออกมาชิ้นหนึ่ง

“ท่านพ่อเคยบอกว่าป้ายคำสั่งนี้ใช้เรียกมือสังหารเมืองข้างเคียง” เซี่ยเหยาลูบป้ายคำสั่ง ก่อนแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ “เสด็จพี่รัชทายาท ในเมื่อทรงไร้น้ำพระทัยกับข้า ก็อย่าทรงโทษข้าเลย

“ถึงอย่างไร…มีแต่ชายที่ตายแล้วจึงมิอาจไปหาสตรีอื่นได้ใช่หรือไม่” คล้ายเซี่ยเหยานึกถึงเรื่องที่น่ายินดี จึงเปล่งเสียงหัวเราะ “เมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์แล้ว ถึงข้าจะแต่งให้ป้ายวิญญาณของพระองค์ก็เท่ากับเป็นชายาแล้ว พระองค์ทรงเห็นด้วยหรือไม่”

 

“องค์หญิง สองวันก่อนท่านบอกเองว่าจะอยู่ห่างจากรัชทายาท เหตุใดวันนี้ถึงกินอาหารกับรัชทายาท แล้วยังนัดกันว่าจะไปขี่ม้าชมนกชมไม้อีกสามวันให้หลังด้วยเจ้าคะ” ยวนเหว่ยส่งโอสถช่วยย่อยให้ฮวาหลิวหลีกินเม็ดหนึ่ง “ท่านทำอย่างนี้ทำพวกบ่าวลำบากใจนะเจ้าคะ”

“ยวนเหว่ย จะโทษข้าที่ไม่มุ่งมั่นไม่ได้ เพราะรัชทายาททรงพระสิริโฉมเกินไปต่างหาก แค่ทรงนิ่วพระพักตร์ ข้าก็อยากรับปากทุกอย่าง อย่าว่าแต่ไปเที่ยวชมทิวทัศน์ ต่อให้รับสั่งให้ข้าสวมเสื้อเกราะออกรบ ข้าก็ต้องพยักหน้ารับ”

“ความงามเป็นเสมือนดาบจริงๆ นี่ท่านไม่มองบุรุษอื่นนานแล้ว” อวี้หรงยกถ้วยน้ำส่งให้ฮวาหลิวหลี รถม้าแล่นโคลงเคลงไปข้างหน้า แต่น้ำในถ้วยกลับไม่กระฉอกแม้แต่น้อย

“มีคนงามอย่างรัชทายาทอยู่เบื้องหน้า ในสายตาข้าจะมองชายอื่นอีกได้อย่างไร” ฮวาหลิวหลีแหงนหน้าดื่มน้ำจนหมด

“แต่” อวี้หรงรับถ้วยเปล่ากลับมา อดมองฮวาหลิวหลีไม่ได้ “จะช้าหรือเร็วรัชทายาทจะต้องทรงมีชายานะเจ้าคะ”

ฮวาหลิวหลีเงียบขรึม ภายในรถม้าเงียบกริบทันควัน

“องค์หญิง” ยวนเหว่ยเห็นรอยยิ้มเลือนหายจากใบหน้าของฮวาหลิวหลีจึงเอ่ยอย่างอดไม่ได้ว่า “หากท่านชอบรัชทายาท ก็แต่งกับรัชทายาทได้เจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพทั้งสองไม่มีทางขัดขวางแน่”

“ใครบอกว่าข้าอยากแต่งกับรัชทายาท” ฮวาหลิวหลียกมือสองข้างขึ้นเท้าคาง “ข้าแค่คิดว่าผู้ใดจะเป็นชายารัชทายาทถึงจะเหมาะสม”

“แล้วคิดได้หรือยังว่าสมควรเป็นใครเจ้าคะ”

“ไม่เห็นมีผู้ใด” ฮวาหลิวหลีส่ายหน้าอย่างจริงใจ “ไม่มีผู้ใดคู่ควรกับรัชทายาท”

อวี้หรงกับยวนเหว่ยผงกศีรษะรับพร้อมกัน “องค์หญิงพูดถูก”

ไม่มีผู้ใดคู่ควรก็ถูกต้องแล้ว

 

สามวันต่อมานภาสดใส บุปผาแบ่งบาน วิหคขับขาน ฮวาหลิวหลีจูงม้าที่รัชทายาทมอบให้นางเดินออกจากจวนก็พบว่ารัชทายาทมารอแล้ว

รัชทายาทสวมเสื้อผ้าไหมสีอ่อน สวมรัดเกล้าหยกยืนอยู่ตรงหน้าดั่งเทพบุตรที่ลงมาจากวิมานสวรรค์

“วันนี้เป็นวันดี” รัชทายาทพลิกตัวขึ้นหลังอาชา “หลิวหลีออกไปเที่ยวเล่นแถวชานเมืองกันสักหน่อยดีหรือไม่”

“ได้เพคะ”

ฮวาหลิวหลีพยักหน้า ได้ๆๆ รัชทายาทพูดคำไหนก็ได้ทั้งนั้น

ภายในเมืองห้ามขี่ม้า เนื่องจากเกรงว่าม้าอาจตื่นตกใจแล้วทำร้ายราษฎร จำต้องมีคนคอยจูงไว้ กระทั่งออกมานอกเมือง รัชทายาทค่อยให้คนจูงม้าคลายเชือกออก

ทั้งสองคนพาราชองครักษ์ขี่ม้าไปได้ช่วงหนึ่ง จู่ๆ ก็มีตัวต่อฝูงหนึ่งบินมาจากที่ใดก็ไม่รู้ ทำคนทั้งขบวนโกลาหล

“ทรงระวังเพคะ!” ฮวาหลิวหลีเห็นลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งเข้าใส่อาชาของรัชทายาท นางยื่นมือไปกระชากเขาให้ขึ้นมาอยู่บนหลังม้าของนาง

อาชาที่นางขี่แตกตื่น ส่งเสียงร้องยาวคราหนึ่งก่อนวิ่งเตลิด

ฮวาหลิวหลีหันกลับไปมองราชองครักษ์ที่คิดจะตามพวกนางมา แต่กลับถูกกลุ่มคนที่มีตัวตนไม่ชัดเจนล้อมไว้ จึงกดเสียงต่ำอย่างหนักใจ “รัชทายาทเพคะ มีคนคิดจะลอบปลงพระชนม์”

 

Leave a Reply

แจ้งเตือนการใช้งานคุกกี้ เว็บไซต์ของเรามีการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดการประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้ดีที่สุด ได้แก่ คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ประสิทธิภาพ คุกกี้เพื่อการทำงานของเว็บไซต์ และคุกกี้กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ศึกษารายละเอียดและการตั้งค่าคุกกี้เพิ่มเติมเพื่อความเป็นส่วนตัวของท่านได้ใน นโยบายคุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึกการตั้งค่า