fbpx

[ทดลองอ่าน] อย่าเหยียดเผ่าพันธุ์กันสิ เล่ม 1 บทที่ 3

不要物种歧视
อย่าเหยียดเผ่าพันธุ์กันสิ เล่ม 1

月下蝶影
เย่ว์เซี่ยเตี๋ยอิ่ง
เขียน

นกแก้ว
แปล

— โปรย —
โลกมนุษย์ยุ่งเหยิงวุ่นวายขึ้นทุกที
แต่คนเป็นมนุษย์เองกลับไม่รู้สาเหตุที่แท้จริง
ก็ใครจะไปรู้ได้ล่ะว่าความแปรปวนปั่นป่วนของท้องฟ้า ทะเล อากาศจะเกี่ยวข้องกับปีศาจได้
ถ้า ‘ฝูหลี’ ไม่เริ่มเดินทางมาอยู่ในเมืองหลวงของมนุษย์อย่างจริงจัง
บางทีเขาเองก็คงไม่รู้เรื่องนี้เช่นกัน และเรื่องนี้ก็จะเป็นความลับต่อไป
แต่ในเมื่อวันนี้เขามาแล้ว แถมยังมาเพราะมีความคิดอยากลองรับราชการดูอีกด้วย
ปีศาจแก่เฒ่าเผ่าพันธุ์ใดก็ล้วนบอกว่า ‘เป็นไปไม่ได้’
แต่เขากลับไม่ลดละความพยายาม จนกระทั่งได้รับโอกาส
ทว่า…โอกาสที่ว่านี้ไม่ใช่ได้รับราชการกับพวกมนุษย์หรอกนะ
แต่เขาต้องไปช่วยปราบปีศาจน่ะ
ก็แหม ใครใช้ให้เขาแสดงฝีมือซะจนใครเห็นก็ต้องเรียกเขาว่า ‘ลูกพี่’ ล่ะ

 

—.—.—.—.—.—.—.—.—.—

 

ติดตามกำหนดการวางจำหน่ายได้ที่เพจ >> Rose Publishing

…XOXO…

มาดามโรส

 

ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์

 

บทที่ 3

 

ภายในห้องผู้ป่วยขนาดไม่กว้างเท่าไหร่มีเตียงผู้ป่วยอยู่หลายหลัง คนไข้กับญาติคนไข้เบียดเสียดอยู่ด้วยกันพลางพูดคุยเรื่องต่าง ๆ ภายในครอบครัว เช่น ลูกชายบ้านไหนไม่เอาถ่าน ลูกสาวบ้านไหนไม่ยอมแต่งงาน ลูกชายบ้านไหนสอบติดมหาวิทยาลัยดี ๆ

ฝูหลีนั่งบนเตียงผู้ป่วย มือถือแอปเปิ้ลกัดกร้วม ๆ มีจ้าวซานเสียงนั่งอยู่ข้างๆเงียบ ๆ มาสิบกว่านาทีแล้ว

คนทั่วไปโดนจ้องนานขนาดนี้ต้องมีกระอักกระอ่วนกันบ้าง แต่ฝูหลีดันสบายดี ไม่สะทกสะท้านใด ๆ ทั้งสิ้น แถมยังกินทั้งกล้วยหอมหนึ่งลูก ลูกท้อหนึ่งลูก องุ่นหนึ่งพวง

ง่ำ ๆ ๆ

เมื่อเห็นแอปเปิ้ลกำลังจะถูกกินหมดตามไปอีกลูก ในที่สุดจ้าวซานเสียงก็เปิดปากพูดอย่างทนไม่ไหว “เก่งเหลือเกินนะ ไม่นึกว่าจะชอบเล่นเป็นฮีโร่”

ฝูหลีโยนแกนแอปเปิ้ลทิ้งลงถังขยะที่อยู่ห่างออกไปเกือบเมตร ก่อนจะพูดเนือย ๆ “จะให้ผมมองคนโดนระเบิดตายตาปริบ ๆ ได้ยังไงล่ะครับ” แม้พวกเขาจะไม่ใช่ครอบครัวที่มีบุญบารมีมากมาย แต่ก็ไม่ได้ทำผิดอะไร เอาเป็นว่าเขาบังเอิญจับพลัดจับผลูช่วยไว้มากกว่า

เพื่อไม่ให้มนุษย์พบความผิดปกติเขายังอุตส่าห์ร่ายมนตร์มายาสร้างบาดแผลเต็มตัว นี่เห็นได้ชัดว่าผ่านการคิดอย่างรอบคอบถี่ถ้วนดีแล้ว

จ้าวซานเสียงล้วงซองบุหรี่จากกระเป๋าเสื้อ แต่ไม่ทันได้จุดสูบก็ถูกคุณป้าเตียงข้าง ๆ จ้องเขม็ง “ให้ตายสิ ดูบนกำแพงด้วย”

จ้าวซานเสียงชำเลืองมอง พอเห็นว่าบนกำแพงแขวนป้าย ‘ห้ามสูบบุหรี่ในห้องผู้ป่วย’ เขาก็ยัดบุหรี่ในมือกลับเข้าซองไปก่อนจะลุกขึ้นด้วยความรู้สึกงุ่นง่าน แล้วพูดกับฝูหลีว่า “อยู่โรง’บาลคนเดียวไปก่อนสักสองวันแล้วกัน ข้ากลับไซต์ก่อน”

ตอนเดินออกจากห้องผู้ป่วย เขาได้ยินเสียงคนในห้องถามฝูหลีแว่ว ๆ

“พ่อหนุ่ม ที่เพิ่งออกไปนั่นพ่อเธอเหรอ”

“เปล่าครับ”

“ก็ว่าหน้าไม่ค่อยเหมือน”

จ้าวซานเสียงหัวเราะหึ ๆ เยาะเย้ย เจ้าพวกมนุษย์ไม่รู้อะไร เป็ดอายุสองพันปีอย่างเขาให้กำเนิดลูกชายโง่ ๆ แบบนี้ไม่ได้หรอก ว่าแต่เจ้าฝูหลีเป็นปีศาจประเภทไหนกันแน่นั้น เขาที่บำเพ็ญเพียรมาเกือบสองพันปีก็ดูไม่ออกเหมือนกัน

เมื่อเดินออกมาถึงประตูหน้าของโรงพยาบาลแล้วเงยหน้าเห็นผู้ชายกับผู้หญิงหน้าตาธรรมดากำลังเดินมาทางนี้ เขาก็พลันถอยหลังสองก้าวโดยอัตโนมัติ

จังหวะที่ชายหญิงสองคนนั้นเดินผ่านจ้าวซานเสียงก็หันมามองเขาทีหนึ่ง เขารีบควักสมุดเล่มเล็กยื่นส่งให้

เขาเป็นพลปีศาจที่ดี ตั้งแต่ก่อตั้งประเทศมาไม่เคยทำชั่วนะ

“ไม่ต้องเครียด” หญิงวัยกลางคนเห็นบัตรปีศาจชั้นดีที่จ้าวซานเสียงส่งมาก็ยิ้มให้อย่างอบอุ่น “พวกเราแค่ผ่านทางมาเท่านั้น”

จ้าวซานเสียงโล่งอก พอเดินออกมาจากโรงพยาบาลแล้วจู่ๆ ก็นึกขึ้นได้ สองคนนั้นคงไม่ได้มาหาฝูหลีหรอกนะ เขาหันไปมองประตูทางเข้าโรงพยาบาลพร้อมกับเร่งฝีเท้า โบราณว่า ถึงคนอื่นตายแต่ตัวเองต้องไม่ตาย ขอเผ่นก่อนละ

 

ตอนที่จางเคอกับสวีย่วนเดินเข้าห้องผู้ป่วยที่ฝูหลีอยู่ก็เห็นหญิงชราคนหนึ่งกำลังยัดผลไม้ใส่มือฝูหลีพอดี

สวีย่วนพิจารณาฝูหลีอย่างละเอียด อีกฝ่ายรูปร่างสมส่วน หน้าตาน่ารัก ดูจากภายนอกมองไม่ออกว่าเขาเป็นปีศาจประเภทไหน ถึงขั้นสัมผัสไม่ได้ถึงกลิ่นอายปีศาจด้วยซ้ำ ถ้าไม่เพราะตรวจสอบมาแล้วว่าอีกฝ่ายคือเผ่าพันธุ์ปีศาจ เธอคงนึกว่าเขาเป็นมนุษย์ธรรมดา

ได้ยินว่าปีศาจบางตัวถึงตบะน้อย แต่หากได้รับการประทานพรจากสวรรค์ก็สามารถเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์ได้ง่าย ๆ และมีพละกำลังไม่ต่างจากมนุษย์ทั่วไป ปีศาจประเภทนี้จึงมักถูกผู้บำเพ็ญเพียรกับเผ่าพันธุ์ปีศาจมองเป็นมนุษย์ธรรมดา

กับมีความเป็นไปได้อีกอย่างหนึ่ง คือ เป็นยอดปีศาจผู้บรรลุขั้นสละอัตตา จึงไม่มีใครสามารถมองเห็นร่างเดิม หรือสัมผัสกลิ่นอายปีศาจบนตัวได้

ทว่า…ปีศาจที่ได้แต่ทำงานในไซต์ก่อสร้างหาเลี้ยงชีพแบบนี้ ยังไงก็ไม่มีทางเป็นจอมปีศาจผู้ยิ่งใหญ่แห่งโลกปีศาจไปได้หรอก

ตอนแรกที่พวกเขาได้รับรายงานนึกว่าเกิดเหตุปีศาจอาละวาด ผลปรากฏว่าหลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุถึงได้รู้ว่าเป็นการปกป้องมนุษย์ในสถานการณ์คับขัน ที่พวกเขามาก็เพื่อมอบรางวัลสำหรับการทำความดี แม้จำนวนเงินจะไม่มาก แต่ก็เป็นน้ำใจจากแผนกควบคุมดูแลของพวกเขา

หลังจากฟังจุดประสงค์ในการมาของพวกเขาจบ ฝูหลีก็รับเงินรางวัลหนึ่งพันหยวนอย่างปลื้มปริ่ม ตอนยัดใส่กระเป๋าเสื้อยังเอามือตบ ๆ ด้วย

ในที่สุดเขาก็หลุดพ้นสถานะไม่มีเงินติดตัวสักแดงเสียที

“ขอบคุณครับ” ฝูหลียิ้มตาหยีให้ผู้มาเยือนทั้งสอง ก่อนจะหยิบแอปเปิ้ลสองลูกจากหัวเตียงให้พวกเขา “นี่ครับ กินแอปเปิ้ลก่อน”

ผลไม้พวกนี้บ้านอาจางเป็นคนส่งมา ค่ารักษาพยาบาลในช่วงไม่กี่วันนี้พวกเขาก็เป็นคนจ่ายทั้งหมด ตอนแรกอาจางจะให้เงินขอบคุณด้วย แต่ฝูหลีปฏิเสธไป เขานับว่าเป็นปีศาจที่มีการศึกษา เงินพวกนั้นอาจางเตรียมไว้เป็นค่าเล่าเรียนของจางเผิง แล้วเขาจะรับได้อย่างไร

พวกมนุษย์มีคำพูดหนึ่งกล่าวไว้ดีมาก ‘ต่อให้จนเงินทองก็อย่าจนการศึกษา ต่อให้ลำบากก็อย่าให้ลูกลำบาก’

จางเคอไม่รับแอปเปิ้ล ส่วนสวีย่วนรับมาพร้อมกล่าวขอบคุณ

“ไม่ต้องเกรงใจครับ” ฝูหลียิ้มแย้มเช่นเดิม

จางเคอกับสวีย่วนไม่คิดจะเสียเวลากับปีศาจน้อยนาน หลังจากทั้งสองมั่นใจว่าฝูหลีไม่เป็นภัยต่อมนุษย์ก็เตรียมกลับแผนกไปรายงาน

เมืองหลวงเป็นเมืองที่ปราณมังกรหนาแน่น ดึงดูดเหล่าปีศาจให้มากระจุกตัว ยิ่งปีศาจเยอะเท่าไหร่ พวกแปลก ๆ ก็ยิ่งเยอะตาม บ้างไปเป็นเน็ตไอดอล ถูกจับเพราะขายแผ่นมาสก์หน้าไม่ได้มาตรฐาน บ้างก็ไปเป็นขโมย พอโดนตำรวจจับได้ยังกล้าใช้อิทธิฤทธิ์หลบหนี อาชญากรรมต่าง ๆ เช่น หลอกเล่นกับความรู้สึกคนเพื่อเอาของแล้วก็หนี ใช้มนตร์สะกดจิตหลอกคนแก่ให้ซื้ออาหารเสริม ขายยาปลอม ทำเอกสารปลอม สารพัดสารพันล้วนมีหมด แต่ปีศาจพวกนี้ยังดีหน่อยที่จุดประสงค์อยู่แค่ทรัพย์สินเงินทอง ไม่ได้หมายทำร้ายใครถึงแก่ชีวิต พวกที่โหดเหี้ยมที่สุดคือปีศาจชั่วร้ายที่ฆ่าคนกับปีศาจด้วยกันเอง ปีศาจประเภทนี้จำเป็นต้องออกหมายจับทั่วประเทศ หากเจอให้ฆ่าทิ้งโดยไม่ต้องละเว้นทันที

ตอนทั้งสองเพิ่งออกจากห้องผู้ป่วยก็ได้รับข้อมูลจากสำนักงานใหญ่ว่ามีปีศาจกินหัวใจปรากฏตัว ตอนนี้ทำร้ายคนไปแล้วสองคนและกำลังหลบหนี

“ให้ตายสิ ปีศาจพวกนี้มันนัดกันมาหรือไง พอรู้ว่าช่วงนี้หัวหน้าจวงไปต่างประเทศก็ออกมาอาละวาดกันตัวแล้วตัวเล่า” จางเคอดูรูปถ่ายที่ส่งมาจากสถานที่เกิดเหตุด้วยสีหน้าไม่สู้ดีสุดขีด ในยุคสมัยปัจจุบัน ปีศาจที่กล้าทำเรื่องชั่วอย่างโจ่งแจ้งนั้นมีน้อยลงทุกที

 

ในห้องผู้ป่วย ฝูหลีนั่งเบียดกับทุกคนดูข่าวในโทรทัศน์ซึ่งออกข่าวเหตุฆาตกรรมในพื้นที่แห่งหนึ่งพอดี นักข่าวเตือนให้ประชาชนระวังตัวเวลาออกนอกบ้าน

“ไอ้หยา ผู้ตายอายุแค่ยี่สิบกว่าเอง” คุณป้าท่านหนึ่งตบเข่าฉาด เอ่ยปากด่าว่า “ไอ้ฆาตกรนี่มันสารเลวจริงๆ ครอบครัวของเด็กคนนี้คงเป็นทุกข์น่าดู”

ท่ามกลางเสียงก่นด่าฆาตกรไร้ชื่อของคุณลุงคุณป้า ฝูหลีตั้งอกตั้งใจดูโทรทัศน์ที่ไม่ค่อยได้ดูเท่าไหร่ พลางหยิบลูกท้อบนตู้หัวเตียงมากินไปด้วย

หลังจากนอนโรงพยาบาลต่ออีกสองวัน ฝูหลีก็จัดการทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลเอง แม้ทางบ้านอาจางจะไม่ยอมให้เขาออกจากโรงพยาบาล แต่เขาไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องสิ้นเปลืองเงิน จึงได้แต่ต้องแอบหนีออกมา ตอนทำเรื่องออกยังโดนคุณหมอเจ้าของไข้บ่นว่าเขาไม่เห็นความสำคัญของร่างกายตัวเอง

เมื่อออกจากโรงพยาบาลแล้วฝูหลีค่อยโล่งอก มนุษย์ช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าทึ่งเหลือเกิน เขาจำได้ เมื่อนานมาแล้ว เวลาหมอเห็นขาสองข้างของเขายังตัวสั่นอยู่เลย ตอนนี้กล้าบ่นเขาแล้ว แถมบ่นไม่ซ้ำกันสักคำ

ฝูหลีเงยหน้ามองท้องฟ้า แสงยามอาทิตย์ตกดินสะท้อนเมฆเป็นสีเพลิงย้อมทั่วนภาจนเป็นสีแดง แดงจนค่อนข้างผิดปกติ

ฝูหลีเปลี่ยนมือหิ้วถุงพลาสติก จากนั้นจึงเดินเข้าตรอกเล็ก ๆ ไป

ด้านหน้าร้านขายอาหารข้างทางมีผู้คนนั่งกันอยู่มากมาย บ้างเป็นวัยกลางคนสวมเสื้อยืดลายดอก บ้างเป็นชายแก่สวมเสื้อกล้าม นอกจากนั้นยังมีบรรดาเด็กสาวอายุน้อยแต่งตัวสะสวย และการปรากฏตัวของฝูหลีทำให้สาว ๆ เหล่านั้นแอบมองเขาเป็นระยะ ๆ บางคนใจกล้าถึงขั้นหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเขาสองสามรูป

ฝูหลีรู้ว่าเด็กสาวเหล่านี้กำลังมองเขาอยู่ แต่เขาถือหลักไม่มองสิ่งที่ไม่ควร พลางก้มหน้าก้มตากินบะหมี่เงียบ ๆ

อาหารที่พวกมนุษย์ทำนับวันยิ่งอร่อยขึ้นเรื่อย ๆ ช่างเป็นเผ่าพันธุ์ที่น่าทึ่งเหลือเกิน มีการพัฒนาตลอดเวลา ทำให้ปีศาจต้องขยี้ตามองใหม่อยู่เสมอ ฝูหลียกชามใบโตขึ้นซดน้ำจนเกลี้ยง ก่อนจะหยิบกระดาษทิชชูเนื้อหยาบ ๆ จากกล่องขึ้นมาซับปาก

จังหวะกำลังลุกขึ้นเตรียมไปจ่ายเงิน จู่ ๆ ก็มีชามใบหนึ่งปลิวว่อนมาหล่นแทบเท้าเขา ฝูหลีหันไปมองก็เห็นชายหนุ่มหัวหลากสีหลายคนล้อมพวกเด็กสาวเอาไว้พร้อมพูดอะไรบางอย่าง จากนั้นยื่นมือไปแย่งมือถือจากเด็กสาวคนหนึ่งในกลุ่ม

“พวกพี่แค่อยากเป็นเพื่อนกับน้อง ๆ แต่พวกน้องไม่ให้เกียรติพี่เลย แบบนี้ไม่ดูถูกไปหน่อยหรือ”

กลุ่มเด็กสาวตกใจจวนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ เถ้าแก่ร้านที่อยู่ข้าง ๆ พยายามเกลี้ยกล่อม แต่นักเลงพวกนั้นไม่แม้แต่จะชายตามอง เถ้าแก่กำกระชอนในมืออยากเข้าไปขวาง แต่ก็กลัวอยู่เหมือนกัน ลูกค้าคนอื่น ๆ ก็ไม่กล้ามีเรื่องกับแก๊งอันธพาล บรรยากาศยามนี้จึงดูกระอักกระอ่วนอย่างมาก

“พฤติกรรมรังแกผู้หญิงมันก็ไม่มีเกียรติอยู่แล้ว ยังจะมาถามหาเกียรติอะไรอีก” ฝูหลีเดินไปข้างหน้าเด็กสาวที่ตกใจตัวสั่นงันงก พลางปัดมือนักเลงที่ชี้นิ้วใส่เด็กสาวออก “ถ้าอยากเป็นคนมีเกียรติ ก็ต้องทำตัวมีเกียรติด้วยสิ”

“ไอ้โง่หน้าไหนมาแส่เรื่องชาวบ้านเนี่ย จะกลิ้งทางไหนก็ไปไป๊” ฉับพลันนั้นนักเลงที่ท่าทางคงจะเป็นหัวหน้าด่าเสร็จ ร่างมันก็กลิ้งหลุน ๆ ออกไปทันที

นัยน์ตาสีอ่อนของฝูหลีภายใต้แสงไฟสีส้มริมถนนยามนี้ราวกับเรืองแสงสีทองราง ๆ เขายิ้มแย้มมองแก๊งนักเลง “กลิ้งแบบนี้หรือเปล่า”

พวกนักเลงที่กล้าแค่รังแกเด็กสาวตกใจถอยหลังไปสองก้าว

สองนาทีให้หลังนักเลงทั้งหมดก็ถูกจับมัดมือรอตำรวจมาจัดการ ถิงถิงที่ใจกล้าที่สุดในกลุ่มเด็กสาวที่ได้รับการช่วยเหลือเห็นฝูหลีกำลังจะเดินไปก็รีบเรียกเขาเอาไว้ “พี่ชายสุดหล่อคะ พี่ชื่ออะไรเหรอคะ”

มุมปากฝูหลีโค้งขึ้น เขาเชิดหน้าพูดน้ำเสียงลุ่มลึกว่า “จงเรียกข้าว่าเหลยเฟิง[1]

ถิงถิง “หา?”

กว่าเธอจะได้สติ พี่ชายสุดหล่อที่เรียกตัวเองว่า ‘เหลยเฟิง’ ก็ไม่รู้หายไปไหนแล้ว

ฝูหลีที่เดินในตรอกมืด ๆ โดนถนนหนทางอันซับซ้อนของเมืองหลวงเล่นงานเสียหัวหมุน เขาล้วง ๆ กระเป๋ากางเกงหยิบกิ่งต้นหมีกู่[2]ออกมา แตะที่ปลายกิ่ง จากนั้นปลายกิ่งก็โค้งบอกทิศทาง

ดูเหมือนว่ากิ่งหมีกู่จะชี้ทางลัดให้ฝูหลี ด้วยเหตุนี้ตอนผ่านบางเส้นทางที่สุดแสนจะแคบเขาถึงไม่เห็นเงาผู้คน

ตุ้บ!

ในตอนนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีคนตกลงมาตรงหน้าฝูหลี เขาจึงหยุดเท้าและก้มลงมอง

นี่มันคนที่ให้รางวัลทำความดีกับเขาเมื่อสองวันก่อนไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงหล่นลงมาจากข้างบนได้ล่ะ เขาเงยหน้าขึ้นก็เห็นชายร่างสูงใหญ่ยืนอยู่บนกำแพง ดวงตาสองข้างเปล่งแสงสีแดงดูน่าประหลาด

“รีบหนีไป!” จางเคอจำฝูหลีได้ เขาฮึดฝืนลุกขึ้นยืนขวางฝูหลีไว้ข้างหลัง “นายไม่ใช่คู่ต่อสู้เขา”

“ไม่ว่าใครก็ห้ามไปไหน อยู่เป็นอาหารเย็นข้าให้หมดนั่นแหละ” ปีศาจร้ายเปล่งเสียงหัวเราะเบิกบานแล้วกระโดดลงมาจากกำแพง ขนสีขาวที่งอกบนใบหน้าอีกฝ่ายเปื้อนเลือด

ฝูหลีเอียงคอ ถอนหายใจเวทนากับความเสื่อมทรามของโลกปีศาจอีกครั้ง

ในยุคสมัยอันรุ่งเรืองสงบสุขเช่นนี้ อสูรร้ายจูเยี่ยน[3]ยังกล้าออกมารังแกผู้คน?

ตกต่ำ ช่างตกต่ำลงจริงๆ

เกียรติของโลกปีศาจโดนพวกตัวตลกน่าผิดหวังพวกนี้ทำให้มัวหมองหมดแล้ว

 

[1] ชื่อของหนึ่งในทหารประจำกองทัพปลดแอกประชาชนจีน จากบันทึกประจำวันของเขาที่แสดงให้เห็นถึงความขยันหมั่นเพียรและยึดมั่นในลัทธิคอมมิวนิสต์ ทำให้เขาได้รับการยกย่องให้เป็นวีรชนแห่งยุคสังคมนิยมผู้ควรเอาเป็นแบบอย่างโดยเหมาเจ๋อตง

[2] ชื่อต้นไม้ในคัมภีร์ซานไห่จิง (คัมภีร์ขุนเขาและท้องทะเล) ตำนานเทพปรัมปราเกี่ยวกับธรรมชาติวิทยาของจีน เชื่อว่าพกกิ่งต้นหมีกู่ไว้จะไม่หลงทาง

[3] ชื่ออสูรในคัมภีร์ซานไห่จิง รูปร่างเหมือนลิง หัวสีขาว เท้าสีแดง ตำนานกล่าวขานว่า เมื่อไหร่ที่จูเยี่ยนปรากฏตัว เมื่อนั้นจะเกิดสงครามครั้งใหญ่

ใส่ความเห็น

แจ้งเตือนการใช้งานคุกกี้ เว็บไซต์ของเรามีการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดการประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้ดีที่สุด ได้แก่ คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ประสิทธิภาพ คุกกี้เพื่อการทำงานของเว็บไซต์ และคุกกี้กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ศึกษารายละเอียดและการตั้งค่าคุกกี้เพิ่มเติมเพื่อความเป็นส่วนตัวของท่านได้ใน นโยบายคุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า