fbpx

[ทดลองอ่าน] I love farming ผมแค่อยากปลูกผัก ส่วนความรักน่ะ เล่ม 1 ตอนที่ 2.3

我愛種田
ผมแค่อยากปลูกผัก ส่วนความรักน่ะ… เล่ม 1

 

ลาเหมียนฮวาถังเตอะทู่จื่อ เขียน
ตัวละครผู้ถูกแทงที่ท้อง แปล

 

ยุคสมัยที่เทคโนโลยีต่างๆ พัฒนาถึงขีดสุด
สายเลือดจักรพรรดิโบราณในตัว ชุยชีฉาว ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น
หลินหลิน แห่ง LJJ รีบคว้าตัวทายาทท่านเทพเอาไว้หมับ
คิดว่าจะทำรายได้ให้รายการเรียลลิตี้ในโลกเสมือนอย่างถล่มทลาย
ทว่าสายเลือดเทพโบราณที่ย้อนไปถึงเหยียนตี้เสินหนง
ไม่ค่อยอยู่ในกรอบที่ LJJ หวังไว้สักเท่าไหร่
แต่เทพก็คือเทพ จะหยิบจะจับอะไร
สุดท้ายก็ดึงดูดผู้คนให้สนใจได้ทั้งนั้น
ว่าแต่ … ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของท่านเทพจะเป็นยังไงกันนะ

 

—.—.—.—.—.—.—.—.—.—

 

ติดตามกำหนดการวางจำหน่ายได้ที่เพจ >> Rose Publishing

…XOXO…

มาดามโรส

ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์

 

บทที่ 2.3

 

หวงเถาเป็นหนึ่งในหลายพันคนที่ถูกดึงดูดเข้ามาด้วยปกคลิป ขณะที่เธอกำลังนอนหารายการใหม่ดูอย่างเบื่อหน่ายบนเตียง ปกของรายการนี้ก็ผ่านสายตามาอย่างไม่ทันตั้งตัว เธอหยุดนิ้วมือที่กำลังจะเลื่อนผ่านไป

รายการประเภทที่หวงเถาชอบดูมากที่สุดคือแนวรั้วโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นสำนักวิชาในสมัยจีนโบราณหรือจะเป็นโรงเรียนในยุคยุโรปโบราณ จะมัธยมหรือมหาวิทยาลัย จะเป็นนักศึกษาดีเด่นกับนักศึกษาเกเร หรือจะเป็นอาจารย์กับนักศึกษาก็ได้ทั้งนั้น…ขอแค่สนุกก็พอแล้ว เธอเสพติดความรู้สึกหวานซึ้งกินใจที่มีกลิ่นอายไม่ประสีประสาผสมอยู่ด้วย

แน่นอนว่าจุดสำคัญอีกจุดคือตัวละครหลักต้องหล่อด้วย

รายการที่เพิ่งออนแอร์กำลังฉายสดอยู่ พอเธอกดเข้าไปก็พบว่าเรื่องราวดำเนินไปกว่าครึ่งแล้ว หวงเถาคิดว่าจะเลื่อนกลับไปดูตั้งแต่แรก แต่กลับโดนท่าทีที่ชุยชีฉาวหยอกเล่นกับแมวดึงดูดไว้เสียก่อน เขาประคองหัวของแมวขึ้นด้วยรอยยิ้มบางที่ให้ความรู้สึกอ่อนโยนเสียจนทำให้คนอยากกลายเป็นแมวในมือเขาเสียเอง

ชุยชีชาวบอกว่านี่เป็นแมวเลี้ยงแกะ ก็น่าจะจริงแหละมั้ง แมวเลี้ยงแกะถูกผสมพันธุ์ขึ้นแรกๆ ในช่วงศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดนี่นะ

เริ่มดูจากตรงนี้ แล้วค่อยกลับไปดูข้างหน้าภายหลังแล้วกัน นิ้วมืออ่อนแรงขยับไม่ไหว หวงเถาล้มเลิกความคิดที่จะข้ามกลับไปดูช่วงข้างหน้า แล้วหยิบซองขนมขึ้นมาเปิดกินไปดูไป

มุมกล้องเปลี่ยนเป็นภาพมุมสูงของมหาวิทยาลัยในยุคศตรวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ตัวกล้องโฉบไปมาก่อนจะลดความสูงลงไปโฟกัสที่ภูเขาขนาดเล็กลูกหนึ่ง

ช่วงเวลาค่ำคืนมีอากาศเย็นสบาย คู่รักคู่หนึ่งกำลังจูงมือเดินเล่นกันที่นี่ เหล่าหนุ่มสาวกำลังซึมซับกับช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตอยู่

พอเปลี่ยนมุมกล้องอีกทีก็พบกับคู่รักที่กำลังโอบกอดมอบจุมพิตให้แก่กันที่หลังต้นไม้

“ว้าว——” หวงเถาถอนหายใจทีหนึ่ง “อบอุ่นหัวใจและใสซื่อดีจัง”

เป็นภาพที่ไม่สามารถพบเห็นได้ในสมัยนี้เลยแม้แต่นิด

แต่ทำไมเหตุการณ์ถึงมาโผล่ที่นี่ล่ะ? ชุยชีฉาวจะเดตกับคนอื่นตั้งแต่อีพีแรกเลยเหรอ?

ขณะที่หวงเถากำลังนึกสงสัย พระเอกก็ปรากฏตัวขึ้น เขานำคนในเครื่องแบบสีขาวกลุ่มหนึ่งถือเครื่องไม้เครื่องมือที่แตกต่างกันออกไปขึ้นเขาลูกเล็ก ก่อนจะสั่งการให้คนพวกนี้เริ่ม…ขุดดิน

เหล่าคู่รักแสดงความตื่นตกใจออกทางสีหน้า ราวกับเป็ดยวนยาง[1]ที่โดนรบกวนจนต้องรีบหนีออกจากเขาลูกเล็ก จู่ ๆ ความรักอบอุ่นหัวใจในรั้วมหาวิทยาลัยก็เปลี่ยนสไตล์กลายเป็นชีวิตทำไร่ทำนาโดยพลัน

“?” นี่มันเกิดอะไรขึ้น? หวงเถายื่นมือไปเปิดคอมเม้นท์เรียลไทม์บนหน้าจอขึ้นด้วยความมึนงง

“ฉันเป็นใคร ฉันอยู่ที่ไหน ฉันกำลังดูอะไรอยู่?”

“อ้ากกกก ฉันเข้าแชแนลผิดหรือเปล่า ทำไมกัน ทำไมเขาถึงเริ่มปลูกผักอีกแล้ว! ขุดที่นี่จนหมดแล้ววันหลังคนอื่นเขาจะไปเดตที่ไหนกัน? เมื่อกี้อุตส่าห์นึกว่าจะได้ดูความรักใส ๆ ในรั้วมหาวิทยาลัยสักพักแล้วเชียว!”

“คนด้านหน้าทำไมยังหวังลม ๆ แล้ง ๆ อยู่กันนะ ฉันว่าพระเอกไม่มีความคิดที่จะมีความรักด้วยซ้ำ! รักใส ๆ ในรั้วมหาวิทยาลัยไม่มีอยู่จริง!”

“ไม่ อย่าบอกเรื่องอันโหดร้ายพวกนี้กับฉัน ฉันทนได้ถ้าเขาจะปลูกผักต่อไป แต่ฉันรับไม่ได้หรอกนะ ถ้าเขาจะไม่มีความรักน่ะ…”

“เปิดรายการนี้มาสี่สิบนาที ปากฉันยังอ้าค้างอยู่เลย นี่เป็นรายการที่พิลึกที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นในแชแนลหญิงสาว!”

“??? ฉันมาดูความรักของหนุ่มหล่อในรั้วมหาวิทยาลัย แต่นี่แม่งให้ฉันดูเขาไล่ตะเพิดเป็ดยวนยางจนหนีไปไม่พอ ยังจะทำลายสถานที่เดตอันศักดิ์สิทธิ์เอามาปลูกผักอีก!”

“เดี๋ยวก่อนนะ…พวกเธอได้เห็นประโยคที่ขึ้นเมื่อกี้หรือเปล่า ไม่คิดเลยว่าจะเผด็จการขนาดนี้!”

หวงเถาย่อยข้อมูลไม่ทัน เธอมองตามประโยคที่ขึ้นในฉากนี้ “ชุยชีฉาวคิดครอบครองมหาวิทยาลัยด้วยตัวคนเดียว” หากไม่เห็นภาพไปด้วยคงนึกว่าเป็นเรื่องราวความรักอ่อนโยนของประธานจอมเผด็จการสักคนละมั้ง

หวงเถาลากแถบด้านล่างไปยังจุดเริ่มต้น โดยเริ่มจากตอนที่ชุยชีฉาวเพิ่งเข้าตัวมหาวิทยาลัย คอมเม้นท์สีชมพูเด้งเต็มไปหมด ทันทีที่ผู้ชมเห็นใบหน้าของเขาก็เอาแต่คอมเม้นท์ว่า “ฉันพบความรักแล้ว ๆ!”

ปรากฏว่ายังไม่ถึงสิบนาทีดี ชุยชีฉาวก็…ประมูลทำสัญญากับโรงอาหารของมหาวิทยาลัย แล้วปลูกพริกเต็มโรงอาหารไปหมด

คอมเม้นท์ที่เด้งขึ้นบนหน้าจอเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม พล็อตเรื่องเหลือเชื่อไปหน่อยไหม

“เรื่องบ้าบออะไรกันเนี่ย จู่ๆ ก็ปลูกผักเนี่ยนะ?”

“ขอโทษด้วยนะคะ ดูเหมือนฉันจะเข้าผิดแชแนล”

แม้แต่หวงเถาเองก็อยากจะร้องกรี๊ดออกมา เจ้าของสายเลือดกษัตริย์โบราณที่บอกเอาไว้ล่ะ? ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่นา ไม่เป็นนักศึกษา ไม่เป็นอาจารย์ แต่กลับไปประมูลสัญญาเช่าโรงอาหารมาปลูกพริกเนี่ยนะ!

พอลองเลื่อนแถบวิดิโอลวก ๆ ก็พบว่าระหว่างนั้นทุกวัน เจ้าตัวเอาแต่ศึกษาวิธีปลูกผักทำอาหารอะไรนั่นอยู่ได้ เหล่านักศึกษากับอาจารย์ออกฉากทีก็เอาแต่กิน ๆ ๆ ต่อแถวซื้อข้าวกินข้าว ไม่มีบรรยากาศสุดวิเศษที่จะเกิดเพลงรักในรั้วมหาวิทยาลัยได้เลยสักนิด

ผู้ชมเอาแต่ด่ากันอย่างบ้าคลั่ง…

“มีพิษ[2]ป่ะเนี่ย ทำไมฉันยังนั่งดูอยู่ได้นะ”

“ฉันไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงยังดูหรอกนะ แต่ฉันออกไม่ได้ พระเอกหล่อเกินไป”

“อยากรู้นิดหน่อยว่าต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นอีก…”

“อยากด่านะว่าติดแท็ก[3]ผิดประเภทอ่ะ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแท็กที่ถูกต้องคือประเภทไหน”

“ฉันเข้ามาด้วยหัวใจของสาวน้อย แต่ตอนนี้ฉันหิวแล้วละ”

“หิว +1”

“อีพีแรกยังไม่จบ ฉันก็กินข้าวไปแล้วสามชาม ขอบคุณจ้า”

“รีพอร์ทแล้วๆ ตั้งแท็กหลอกลวง”

“มิน่าละ…” หวงเถาพึมพำ เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้ชมถึงมีปฏิกิริยาที่ดุเดือดกับพื้นที่ตรงภูเขาด้านหลังขนาดนั้น ทุกคนดูไปกว่าครึ่ง ในที่สุดฉากที่ตั้งตารอก็มาถึง แต่ปรากฏว่าวินาทีต่อมาชุยชีฉาวกลับพาคนมารื้อสถานเดตอันศักดิ์สิทธิ์ทิ้งแล้วปลูกผักแทน!

มีพิษ พระเอกคนนี้มีพิษจริงด้วย หวงเถาคิดในใจไป มือก็อดไม่ได้ที่จะเลือกกดเข้าเป็นหนึ่งในรายการโปรด

ยังไงก็เถอะ เธอไม่เชื่อหรอกว่าในเวลาสี่ปีนี้ พระเอกจะเอาแต่ปลูกผักแล้วไม่มีความรักน่ะ!

 

มหาวิทยาลัย C

การที่โรงอาหารหมายเลขหนึ่งทำการยึดครองพื้นที่เดตอันแสนศักดิ์สิทธิ์ สร้างความไม่พอใจให้แก่นักศึกษาในมหาวิทยาลัย C เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเหล่าคู่รักน้อย ๆ ทั้งหลาย บนเขาเล็กลูกนั้นมีบรรยากาศเงียบสงบ ที่กำบังเยอะ แถมยังสามารถดูพระอาทิตย์ตกดินแล้วชมวิวกลางคืนได้อีก นั่นเป็นหนึ่งในสถานที่เดตยอดเยี่ยมในมหาวิทยาลัย C ที่ทุกคนโหวตออกมาเลยนะ

พอโรงอาหารหมายเลขหนึ่งอุกอาจปลูกผักมากมายขนาดนี้ บรรยากาศถูกทำลายไปหมดแล้วไม่ว่า แต่ทุกครั้งที่พวกเขากำลังเดินเล่น พลางเอ่ยถ้อยคำหวานพร้อมเตรียมจะมอบจุมพิตให้แก่กันนั้น มักจะมีลุงป้าน้าอาที่อยู่ดีไม่ว่าดีโผล่มารดน้ำให้ผักอยู่ด้านข้างอยู่เรื่อย จะให้พวกเขามีอารมณ์สวีทกันต่อได้ยังไง?

วิธีนี้ของโรงอาหารหมายเลขหนึ่งจะโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว ไม่ได้ไล่นักศึกษาโดยตรง แต่ทำแบบนี้มันจะต่างอะไรไปจากการไล่ล่ะ?

พวกนักศึกษาทั้งออกมาตั้งกระทู้ประท้วงกันในเว็บบอร์ด ทั้งเขียนอีเมลไปหาอธิการบดี หรือแม้กระทั่งร้องเรียนผ่านคณะกรรมการนักศึกษาแล้วก็ตาม แต่ไม่ว่าจะเป็นวิธีใด สุดท้ายก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี

มีข่าววงในกล่าวมาว่าเจ้าของใหม่ของโรงอาหารหมายเลขหนึ่งมีเส้นสายที่แน่นหนามาก ถึงสามารถ…ปลูกผักบนเขาลูกเล็กได้ตามอำเภอใจ นักศึกษาธรรมดาๆ อย่างพวกเขาจะเอาอะไรไปสู้ได้

สุดท้ายเมื่อทำอะไรไม่ได้ หนทางเดียวที่มีคือการแปรเปลี่ยนความคับแค้นใจไปเป็นความอยากอาหาร แล้วไปซัดข้าวที่โรงอาหารหมายเลขหนึ่งแทน

—— ทว่าเรื่องนั้นก็ส่วนเรื่องนั้น ช่วงนี้น้ำมันพริกตักฟรีของโรงอาหารหนึ่งจะอร่อยเกินไปแล้ว!

ด้วยเหตุนี้ พวกนักศึกษาที่โสดไร้คู่บางคนถึงกับแสดงจุดยืน: หากเหตุผลที่โรงอาหารหนึ่งครอบครองภูเขาด้านหลังก็เพื่อปลูกพริกพวกนี้ให้มากขึ้น แล้วรับประกันว่าจะมีน้ำมันพริกนี้ต่อไปในระยะยาวแล้ว พวกเขาจะก็พร้อมที่จะสนับสนุนโรงอาหารหนึ่งอย่างเต็มที่

น้ำมันพริกได้ช่วยชีวิตนักศึกษาที่ไร้ความอยากอาหารเนื่องจากซื้อกับข้าวดี ๆ ไม่ทันไว้หลายต่อหลายคน ไม่ว่าจะกินโจ๊ก กินบะหมี่ กินข้าว แค่เติมลงไปครึ่งช้อนก็สามารถเพิ่มรสชาติได้มากขึ้นโข ทั้งหอมทั้งเผ็ด กินคู่ข้าวได้อย่างลงตัว

ข้อเสียเดียวที่มีคือมันมักหมดเร็วเกินไป ได้ยินมาว่าน้ำมันพริกทำมาจากพริกชี้ฟ้าที่ปลูกขึ้นเอง ปริมาณที่มีไม่พอกับความต้องการของทุกคน พอทางนี้กินหมดแล้ว พริกทางฝั่งนั้นยังปลูกหรืออยู่ในขั้นตอนการทำอยู่เลย ต้องรอสักพักถึงจะมีล๊อตใหม่ออกมา

เพราะอย่างนั้น โรงอาหารหมายเลขหนึ่งจึงต้องซื้อพริกชี้ฟ้ามาทำน้ำมันพริกบ้าง แต่รสชาติที่ได้มักจะขาดอะไรบางอย่างไป พอมีตัวอย่างที่ดีก่อนหน้า คงได้แต่พูดว่าพอจะกินได้ละมั้ง

เมื่อนักศึกษารู้ว่าน้ำมันพริกลดลงอย่างรวดเร็ว แถมยังให้ตักฟรี พวกเขาจึงคอยจับตามองกันเอง หากเจอคนที่ตักเยอะอย่างไร้จิตสำนึก คนที่ยืนอยู่รอบด้านก็จะออกมาด่า แม้กระทั่งคนที่มาตักให้เพื่อนยังกลายเป็นข้อพิพาท ทุกคนลงความเห็นร่วมกันว่านักศึกษาที่มีจิตสำนึก ตักได้แค่ครั้งละไม่เกินหนึ่งช้อนครึ่งเท่านั้น

จากคำร้องขออันมากมายของนักศึกษาทั้งหลาย โรงอาหารหมายเลขหนึ่งได้แต่ออกมาแจ้งล่วงหน้าว่าวันไหนถึงจะมีน้ำมันพริกที่ทำเองปลูกเองบ้าง ตอนแรกทุกคนที่ไม่ใส่ใจต้นพริกเท่าไหร่ กลับหันมาเคารพพวกมันอย่างเต็มเปี่ยม—— นี่คือบ่อเกิดแห่งความอร่อย!

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่มีนักศึกษาบางส่วนถึงกับเริ่มบริจาคกระถางดอกไม้ให้กับโรงอาหารหนึ่งเพื่อปลูกพริกให้มากขึ้นอีก

แรกเริ่มมีคนออกมาบอกว่าน้ำมันพริกของโรงอาหารหนึ่งกินแทนอาหารของเว่ยจือหลินได้ หลังจากมีคนได้ลิ้มรสมากยิ่งขึ้น คำพูดนี้ก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไปเป็น: โรงอาหารหมายเลขหนึ่งอย่างปัง รสชาติน้ำมันพริกอร่อยกว่าเว่ยจือหลินอีก

เว่ยจือหลินมีแฟนคลับมากมายในเมืองมหาวิทยาลัย ช่วงแรกที่นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยอื่นได้ยินแบบนี้ พวกเขาต่างนึกว่านักศึกษาจากมหาวิทยาลัย C อำกันเล่นอีกแล้ว ประวัติศาสตร์ดำมืดของโรงอาหารหมายเลขหนึ่งหยั่งรากลึกเกินไป พอมีการพัฒนาเล็กน้อย พวกเขาก็อวยกันจนเกินเรื่องไปหน่อย

จนกระทั่งนักศึกษาจากมหาลัย C ออกมากล่าวอย่างไม่พอใจ: งั้นพวกเธอก็มาลองกันเองสิ ลองมาใช้บัตรฉันรูดโจ๊กสักชาม แล้วตักน้ำมันพริกฟรีดู ถ้าไม่อร่อยก็ถือว่าฉันแพ้โอเคป่ะ?

ทุกคนอยู่ในเมืองมหาวิทยาลัยเหมือนกันหมดจึงมีการไปมาหาสู่ระหว่างกันบ้าง ห้าพยัคฆ์ของมหาวิทยาลัย C นับว่าเป็นที่เลื่องลือในเมืองมหาวิทยาลัย เมื่อก่อนเคยมีมหาวิทยาลัยอื่นเอาโรงอาหารในมหาวิทยาลัย C มาพนันให้คนแพ้ต้องไปสุ่มขอคนในมหาวิทยาลัย C พาไปกินข้าวในโรงอาหารด้วยซ้ำ ซึ่งปกติก็มักจะถูกมองด้วยสายตาเหมือนมองคนเสียสติเสมอ

พอข่าวคราวการปฏิวัติตัวเองครั้งใหญ่ของโรงอาหารหนึ่งได้แพร่กระจายไปยังมหาวิทยาลัยอื่น ทุกคนต่างตั้งตารอดูด้วยสายตาที่ใช้รอดูละครสักฉาก ทว่าพอคนของมหาวิทยาลัย C อวยว่าน้ำมันพริกของโรงอาหารหนึ่งอยู่ระดับเดียวกันหรือดียิ่งกว่าเว่ยจือหลิน มันก็เริ่มส่งผลให้คนไม่น้อยเกิดความสงสัยใคร่รู้ขึ้น

หลังเกิดการชักชวนจากนักศึกษามหาวิทยาลัย C ขึ้น คนที่ไม่เชื่อวิ่งโร่ไปขอให้พวกเขาพาไปกินข้าวสักมื้อในโรงอาหารหมายเลขหนึ่งทันที

อีกฝ่ายมาทันรอบน้ำมันพริกที่ทำเองปลูกเองพอดี นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยอื่นตบหน้าตัวเองกันถ้วนหน้า แค่ข้าวเปล่าคลุกน้ำมันพริกก็สามารถกอดชามกินจนเกลี้ยงแล้วขอเติมได้แล้ว ซ้ำยังเอาแต่ส่งเสียง “อร่อยมาก ๆ” อีกต่างหาก

ก่อนหน้านี้เว่ยจือหลินทำการตลาดออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม โรงอาหารหมายเลขหนึ่งจึงได้ยืนอยู่บนไหล่ของยักษ์[4]โดยไม่รู้ตัว กลายเป็นกลับมาโด่งดังด้วยภาพลักษณ์ใหม่ที่ตรงข้ามกับอาหารอันเลวร้ายแห่งเมืองมหาวิทยาลัยในเขตหนานไห่อีกครั้ง

แม้น้ำมันพริกจะมีจำนวนจำกัด แต่ก็ได้ทำการตลาดด้วยกลยุทธ์กระตุ้นความอยากขึ้นโดยไม่ตั้งใจ

มีเพียงบัตรของนักศึกษามหาวิทยาลัย C ถึงจะสามารถรูดบัตรกินที่โรงอาหารหนึ่งได้ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยอื่นได้แต่ไหว้วานให้นักศึกษามหาวิทยาลัย C หิ้วมาฝาก ไม่ก็ยืมบัตรมหาวิทยาลัยของพวกเขาแทน

ดังนั้นจึงเกิดกระทู้มากมายในในเว็บบอร์ดของมหาวิทยาลัย C ความหมายโดยรวมกล่าวถึงสถานการณ์ที่ทรัพยากรมีอยู่อย่างจำกัดเช่นนี้ นักศึกษาในมหาวิทยาลัยเรายังจะล่อเสือเข้าถ้ำมากินมาใช้อีก มันเป็นเรื่องที่สมควรแล้วจริงเหรอ?

ด้วยความดังของเว่ยจือหลิน ชื่อเสียงของโรงอาหารหมายเลขหนึ่งจึงมีแนวโน้มที่จะขยายไปยังนอกเมืองมหาวิทยาลัยจนเข้าไปถึงในเขตหนานไห่ด้วย ตอนแรกที่เกิดการอวยโรงอาหารหนึ่งขึ้น ยังมีคนคิดอยู่เลยว่าเป็นการพูดเกินจริง แต่หลังจากมีคนมากมายพูดตรงกันก็กลายเป็นเหมือนหลวงจีนกวาดลานวัด[5]—— ในโรงอาหารของมหาวิทยาลัยก็มียอดฝีมืออยู่เช่นกัน แค่น้ำมันพริกที่ทำออกมายังชนะร้านดังในเน็ตเลย

ซ้ำยังมีใครจากไหนไม่รู้ที่มาแต่งเรื่องราวให้กับตัวอาหารอีก เขาเล่าว่านั่นเป็นสูตรลับ “น้ำมันพริกสลายวิญญาณ” ของพ่อครัวใหญ่ในโรงอาหารหนึ่งที่อกหักมา ว่ากันว่าตั้งแต่ขั้นตอนปลูกจนไปถึงการทำต่างอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกของพ่อครัวใหญ่ ถึงได้มีรสชาติเอร็ดอร่อยเช่นนี้

นอกจากเรื่องราวที่แต่งขึ้นแล้ว ยังมีคนกล่าวอีกว่าแค่ทำขึ้นเองทั้งหมดก็สุดยอดแล้ว เรียกได้ว่ามีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

เรื่องราวถูกแพร่กระจายออกไปในวงกว้าง คนจากเว่ยจือหลินจะไม่รู้เรื่องได้อย่างไร?

ถ้านับจากปริมาณน้ำมันพริกที่มีให้ตักของโรงอาหารหนึ่งแล้ว มันก็ไม่ได้สร้างผลกระทบอะไรต่อการค้าขายในตอนนี้ของเว่ยจือหลินมากนัก แต่กลับสร้างผลกระทบต่อแบรนด์มากกว่า เพราะพวกเขาออกตัวว่าเป็นเจ้าเผ็ดที่สุด ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป จำนวนของลูกค้าต้องน้อยลงเพราะคิดว่าที่นี่สู้โรงอาหารมหาวิทยาลัยไม่ได้แน่ๆ

หลังโดนใช้เป็นหินก้าวข้ามไปครั้งหนึ่ง เจ้าของร้านก็โมโหแทบตาย พอไปสืบหาข้อมูลมารอบหนึ่ง ก็ค้นพบว่าจุดเริ่มต้นมาจากการอวยของนักศึกษามหาวิทยาลัย C จริงๆ ด้วย พวกเขานึกอยากพลิกเกม หาเรื่องอะไรสักอย่าง เช่นเปิดโปงว่าพริกของโรงอาหารเป็นเรื่องพูดเกินจริง สิ่งที่เกิดขึ้นคือการทำการตลาดโดยใช้ชื่อเสียงของร้านอาหารชื่อดังก็เท่านั้น

แต่ว่า——

“ไม่ได้หรอกครับ บอส ไม่มีใครเชื่อแน่ๆ โรงอาหารของมหาวิทยาลัย C ไม่ขายให้คนนอก ขายแค่ให้บุคลากรภายในโรงเรียนนะครับ อย่างน้อยในภายนอกก็ยังเป็นอย่างนี้อยู่”

ที่นี่เป็นโรงอาหารที่ขายให้แต่คนใน คนอื่นเขาจะทำการตลาดด้วยการเหยียบคุณไปเพื่ออะไร?

เจ้าของเว่ยจือหลินคิด: โมโหชะมัด! แต่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี!

 

 

[1] ในที่นี้ผู้แต่งเทียบคู่รักกับเป็ดยวนยาง (เป็ดแมนดาริน) เพราะว่าเป็นนกที่สวยงามที่สุดในโลก และเป็นสัญญาลักษณ์ของรักแท้ เพราะเชื่อกันมาตั้งแต่นมนานว่ามันจะจับคู่เพียงครั้งเดียวในชีวิตเท่านั้น (แม้ว่าความจริงแล้วจะไม่เป็นเช่นนั้นก็ตาม) หรือตามสำนวนจีนที่ว่าเพียงอิจฉายวนยาง ไม่อิจฉาเซียนนั่นเอง

[2] คำว่ามีพิษเป็นศัพท์แสลงในอินเทอร์เน็ตที่แปลว่าทำให้เสพติด จริงๆ มาจากคำว่ายาเสพติด แต่เมื่อใช้โดดๆ จะมีความหมายว่าพิษได้เช่นกัน วิธีใช้อย่างเช่น เกมนี้มีพิษ ระวังจะติดนะ เป็นต้น

[3] แท็ก คือ คำสั้นๆ ที่ใช้บ่งบอกว่าเนื้อหาในเว็บไซต์ของเรานั้นกำลังพูดถึงเรื่องอะไร การติดแท็กควรใส่แท็กให้ถูกต้อง มีความหมายและเป็นที่นิยม อะไรที่ใกล้เคียงกับหรือมีความสอดคล้องกับเนื้อหาของเรา

[4] ยืนอยู่บนไหล่ของยักษ์ (Standing on the shoulders of giants) หมายถึง การสร้างความสำเร็จโดยการต่อยอดความสำเร็จจากผู้อื่น เป็นคำกล่าวจากไอแซค นิวตัน โดยเอามาจากคำพังเพยโบราณที่ว่า Dwarfs standing on the shoulders of giants อีกที

[5] หลวงจีนกวาดลานวัด เป็นการเปรียบเปรยว่าอย่างมองคนจากภายนอก เพราะถึงเป็นพระที่ทำหน้าที่กวาดพื้น แต่ก็เป็นหนึ่งในสมาชิกของวัดเส้าหลินที่เก่งกาจเช่นกัน

ใส่ความเห็น

แจ้งเตือนการใช้งานคุกกี้ เว็บไซต์ของเรามีการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดการประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้ดีที่สุด ได้แก่ คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ประสิทธิภาพ คุกกี้เพื่อการทำงานของเว็บไซต์ และคุกกี้กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ศึกษารายละเอียดและการตั้งค่าคุกกี้เพิ่มเติมเพื่อความเป็นส่วนตัวของท่านได้ใน นโยบายคุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า