fbpx

[ทดลองอ่าน] ฝ่ากฎรักต่างโลก เล่ม 3 ตอนที่ 82

ฝ่ากฎรักต่างโลก

 Law of a Different World 

异世之万物法则

 

焦糖冬瓜 เจียวถังตงกวา เขียน

BlueFeather แปล

 

นิยาย 3 เล่มจบ

 

 heart ติดตามกำหนดการวางจำหน่ายได้ที่เพจ Rose Publishing heart

…XOXO… 

มาดามโรส

 

ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์

 

———————————————————–

บทที่ 82

 

โจวอวี้หลับตาลงและขยายพลังของตัวเองออกไปจากสมอง มันเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่มาก แตกต่างจากการควบคุมแมลงตัวน้อยในห้องนอนแค่ตัวเดียว เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นดาวเคราะห์ที่ระเบิดออกและแผ่ขยายคลื่นออกไปอย่างรุนแรง สิ่งมีชีวิตที่อยู่ทั่วทุกสารทิศจมอยู่ภายใต้ความคิดของเขา

โครงสร้างเส้นประสาทของแมลงตัวนั้นกับไป๋เหมิ่งแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เมื่อเทียบกันแล้วเส้นประสาทของไป๋เหมิ่งแข็งแกร่งและซับซ้อนกว่ามาก หลังรู้สึกได้ว่าพลังของตัวเองแทรกเข้าไปในร่างกายของไป๋เหมิ่งพวกนั้นแล้ว เขาก็ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรต่อไป เขาเพิ่งเชื่อมต่อกับสิ่งมีชีวิตพวกนั้นสำเร็จ แต่ไม่อาจขยับเส้นประสาทของพวกมันได้

มนุษย์มักเคยชินกับการจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่โจวอวี้ในตอนนี้กลับต้องควบคุมสมองจำนวนมากในเวลาเดียวกัน

‘ไม่ต้องรีบร้อนทำให้สำเร็จ คุณแค่ต้องทำให้สมองของพวกมันไม่สามารถสั่งการร่างกายได้’ น้ำเสียงสงบของโม่เย่ดังขึ้น

คล้ายกับมีลมอุ่น ๆ ปัดผ่านใบหูและจูบเข้าที่ติ่งหูของโจวอวี้ ทั้ง ๆ ที่โม่เย่ไม่ได้อยู่ข้างกายเขา

โจวอวี้อดไม่ได้ที่จะย้อนถามอีกฝ่ายในใจ ‘นายจงใจสร้างภาพลวงตากับฉันใช่ไหม’

เสียงหัวเราะแผ่วเบาของโม่เย่ดังอยู่ข้างหู ‘ผมอยู่ในสมองของคุณและคุณก็อยู่ในสมองของผม สิ่งที่คุณรู้สึก บางทีอาจเป็นสิ่งที่ผมอยากทำ หรือไม่ก็อาจจะเป็นสิ่งที่คุณอยากให้ผมทำก็ได้’

โจวอวี้ขี้เกียจจะถกปัญหานี้กับอีกฝ่าย เขาจึงทำเพียงแค่นเสียงหึ ‘ไว้กลับไปเมื่อไหร่ ฉันจะให้ ‘ฝันที่เป็นจริง’ กับนายก็แล้วกัน’

โม่เย่ตอบกลับ ‘ผมจะรอ’

คนขับรถในครั้งนี้ชื่อโคห์ล ตอนอยู่ที่ฐานเขาติดตามคุกตลอดเวลา บ่งบอกชัดว่าเขาเป็นคนสนิทของคุก

และการสังเกตของเขาก็น่าทึ่งเช่นเดียวกัน

“ไป๋เหมิ่งฝูงใหญ่นี่ ถึงพวกมันไม่คิดจะเปิดฉากโจมตีเรา แต่ทำไมมันถึงไม่มีท่าทีสนใจหรืออยากลองเชิงเลยล่ะ” สายตาของโคห์ลย้ายไปที่โจวอวี้ “ได้ยินมาว่านายเป็นสารานุกรมสิ่งมีชีวิตของนีเบอลุงเงิน นายพอจะมีคำอธิบายสถานการณ์ตรงหน้านี้ไหม”

“เพราะพวกมันไม่หิว แล้วก็ไม่ได้อยู่ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ รวมถึงยาระงับที่เราฉีดเข้าไปทำให้พวกมันไม่รู้สึกถึงความกลัวและแยกแยะไม่ได้ว่าในฐานะของสิ่งมีชีวิต พวกเราอยู่เหนือกว่าหรือต่ำกว่า พวกมันเลยไม่กล้าลงมือทำอะไรและไม่มีความจำเป็นที่จะต้องโจมตีพวกเรา”

โจวอวี้อธิบายอย่างสงบ ในขณะที่จิตใจของเขายังคงอยู่ในสมองของไป๋เหมิ่งพวกนั้น มันเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาดมาก มันเหมือนกับว่าเขาไม่ใช่โจวอวี้แค่คนเดียว แต่เป็นโจวอวี้หลายคน

โจวอวี้สามารถมองเห็นขบวนรถทั้งหมดได้จากทิศทางที่แตกต่างกัน

เขาไม่ได้คิดที่จะควบคุมพวกมัน แต่ทำให้พวกมันรับรู้ว่าเขาไม่มีความตั้งใจที่จะโจมตี และมันก็ทำให้ไป๋เหมิ่งที่อยู่ ณ ที่นี้ทั้งหมดผ่อนคลายลง พวกมันบางตัวนอนพาดอยู่บนกิ่งไม้ บางตัวก็เอียงหัวมองดูพวกเขาอย่างสบาย ๆ รักษาสมดุลที่ละเอียดอ่อนเอาไว้

ทว่าลึกลงไปในสมองของไป๋เหมิ่งพวกนี้ โจวอวี้รู้สึกได้ถึงความหวาดกลัวของพวกมัน เป็นความกลัวที่ฝังรากลึกลงไปราวกับพวกมันกำลังรอความตายที่ใกล้เข้ามา ความรู้สึกนั้นทำให้โจวอวี้พลันตื่นตัว

โคห์ลและเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแขกที่ถูกไป๋เหมิ่งเชื้อเชิญให้เข้าไปในสวนหลังบ้านของพวกมันและเที่ยวชมได้ตามอัธยาศัย แม้เจ้าบ้านจะไม่ได้ให้การต้อนรับ แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะขับไล่

จนกระทั่งพวกเขาขับผ่านฝูงไป๋เหมิ่งและเข้าไปในป่าทึบที่ปกติแล้วมีแมลงนานาชนิดอาศัยอยู่

“อย่าเปิดหน้าต่าง และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ห้ามลงจากรถเด็ดขาด” โจวอวี้เอ่ยเสียงเย็น “ฉันกับคู่หูเคยเจอลมกระซิบที่นี่”

‘ลมกระซิบ’ ชื่อนี้ยังคงมีอิทธิพลต่อความกลัวเป็นอย่างมาก

แมลงชนิดนี้สามารถฝังเข้าไปในร่างกายของโฮสต์ได้อย่างรวดเร็ว พวกมันจะดูดกลืนสารอาหารออกจากร่างโฮสต์ในขณะที่เข้าควบคุมร่างจนหมด ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ภาคสนามฝีมือดีอย่างมอร์ริสและทีมขนส่งก็กลายเป็นอาหารของ ‘ลมกระซิบ’ ไปแล้ว

“เข้าใจแล้ว” โคห์ลขมวดคิ้วพลางใช้สายตามองดูเครื่องสแกนอย่างละเอียด

ทว่าสิ่งที่ทำให้พวกเขาประหลาดใจคือบริเวณนี้ไม่มีร่องรอยของแมลงอยู่เลย สมาชิกในทีมของโคห์ลลอบพ่นลมหายใจออกมา แต่โจวอวี้กลับรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

เมื่อไรที่แมลงจำพวกปรสิตพยายามจะชอนไชเข้าไปในร่างกายของสิ่งมีชีวิตที่มีระดับสูงกว่า พวกมันจะถูกเลือดของสิ่งมีชีวิตตัวนั้นกัดกร่อนและดูดซับไปอย่างรวดเร็ว เหมือนกับเมื่อคืนที่โจวอวี้ควบคุมแมลงสนิมเลือดให้เข้าไปในร่างกายของโม่เย่ และมันก็ถูกเลือดของโม่เย่ทำให้ละลายหายไป

“นายไม่ได้บอกว่าแถวนี้มีแมลงโคตรอันตรายอยู่เหรอ ทำไมถึงไม่มีวี่แววของมันเลย” ไม่ใช่ว่าโคห์ลไม่เชื่อโจวอวี้ แต่เขาเองก็รู้สึกถึงความผิดปกติด้วยเหมือนกัน

โจวอวี้หรี่ตาลง “ฉันสงสัยว่าที่นี่อาจจะมีสิ่งมีชีวิตระดับสูงอยู่ พวกนายต้องระวังให้ดี”

สิ่งมีชีวิตตัวนั้นอาจต้องการสารอาหารมากเป็นพิเศษ แมลงปรสิตที่อยู่แถวนี้ทั้งหมดจึงถูกดูดซึมเป็นสารอาหารตอนที่เข้าไปในเลือดของมัน นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้แมลงแถวนี้หายไปอย่างไร้ร่องรอย ส่วนไป๋เหมิ่งพวกนั้นที่เฝ้าอยู่รอบ ๆ ไม่จากไปไหนก็เป็นเพราะถูกสิ่งมีชีวิตตัวนั้นสยบเอาไว้ พวกมันไม่ได้รับอนุญาตให้จากไปราวกับเป็นอาหารที่ถูกจองจำ

“แต่เราไม่เจออะไรในตัวสแกนเลยนะ” โคห์ลเอ่ย

โจวอวี้ไม่ได้พูดอะไร เขาปล่อยพลังจิตของตัวเองออกมาอีกครั้งและแผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็วแบบเดียวกับที่โม่เย่ทำ วิธีนี้คล้ายกับการสแกน แต่ระยะสแกนของมันกว้างกว่าเครื่องมือของจวี้ลี่กรุ๊ปมาก

เสียงของโม่เย่ดังก้องอยู่ในหัวของเขาอีกครั้ง ‘โจวอวี้ นอกจากคุณจะรับรู้อารมณ์ของสิ่งมีชีวิตพวกนั้นแล้ว คุณต้องเข้าใจสารที่สิ่งมีชีวิตพวกนั้นถ่ายทอดให้คุณด้วย พวกมันคือดวงตาของคุณ คือหูของคุณ เป็นวิธีที่คุณจะได้เห็นโลกทั้งใบ’

โจวอวี้รู้ว่าตัวเองกลัวที่จะได้ยินเสียงพวกนั้นมาโดยตลอด แต่ ณ เวลานี้เขาจำเป็นต้องกรองเสียงออกไปทีละชั้นเหมือนกับที่โม่เย่ทำและฟังเสียงของพวกมัน

‘ระวังตัวด้วย…’

‘อย่าไปต่อนะ รีบกลับมาเร็ว…’

‘มันน่ากลัวมาก…’

‘พวกเราทั้งหมดคืออาหารของมัน…’

ความคิดของโจวอวี้เชื่อมต่อกับต้นไม้โดยรอบ นกตัวเล็กที่บินอยู่ หรือแม้กระทั่งสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง พวกมันต่างเอ่ยเตือนโจวอวี้กันหมด

นี่เป็นครั้งแรกที่โจวอวี้ได้ลองสื่อสารกับพวกมันด้วยวิธีของนีเบอลุงเงิน วิธีที่ไม่จำเป็นต้องใช้ภาษาหรือแม้กระทั่งคิดคำพูดขึ้นในสมอง มันเหมือนกับการกระจายข้อมูลนับไม่ถ้วนออกไปและได้รับการตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

“ข้างหน้ามีเถิงเสอ!” โจวอวี้รั้งพวงมาลัยของโคห์ล

“อะไรนะ เถิงเสอ นายล้อเล่นหรือเปล่า บนเครื่องสแกนของฉันไม่มีสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่อย่างนั้นปรากฏอยู่เลยนะ!”

“รัศมีการสแกนของมันอยู่ที่เท่าไร” โจวอวี้ถามเสียงเย็น

“ห้าสิบเมตร!” โคห์ลคล้ายกับจะเข้าใจความหมายในคำถามของโจวอวี้

“งั้นนายก็ลองนึกดูว่าเถิงเสอยาวแค่ไหน! ก่อนที่มันจะเข้าสู่ระยะของเครื่องสแกน เราคงอยู่ในระยะการโจมตีของมันแล้ว!”

ภายในสมองของโจวอวี้ เขาสามารถมองเห็นร่างขนาดยักษ์ของเถิงเสอที่เลื้อยอยู่ท่ามกลางต้นไม้สูงตระหง่าน มันมุ่งหน้ามาทางพวกเขาอย่างใจเย็น หลีกเลี่ยงที่จะส่งเสียงดัง บริเวณที่ถูกน้ำหนักของมันบดผ่านทิ้งรอยลึกขนาดใหญ่เอาไว้

หัวของมันใหญ่มากเหมือนกับไดโนเสาร์ยุคแคมเบรียนที่ถูกห่อหุ้มด้วยเปลือกแข็ง สายตาของมันฉับไวและมองเห็นได้กว้างไกล ยามที่มันมองเห็นเหยื่อดวงตามองมันก็วาววับขึ้นมาอย่างตื่นเต้น

“ถอยหลัง! ถอยหลังเดี๋ยวนี้! มันมาแล้ว!” โจวอวี้เรียกปืนกลติดรถออกมา แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่ากระสุนปืนไม่สามารถทะลุเกล็ดของเถิงเสอได้ก็ตาม

“สิ่งมีชีวิตระดับเอสของนายเตือนนายหรือไง” โคห์ลถามพลางถอยรถอย่างรวดเร็ว

โจวอวี้พยักหน้า เขาไม่ต้องการให้อีกฝ่ายรู้ถึงความสามารถของเขา

เพียงแค่สิบวินาทีก็มีเสียงดังลั่นออกมาจากในป่า ลำต้นของต้นไม้โบราณแตกหักพร้อมกับมวลพลังมหาศาลที่โถมทำลายเข้ามาราวกับภูเขาถล่มและกระแสน้ำที่ไหลหลาก

เถิงเสอตัวนั้นรับรู้ได้ว่าพวกเขากำลังจะหนี มันจึงไม่คิดที่จะหลบซ่อนตัวอีกต่อไป

การเคลื่อนไหวของมันว่องไวมาก ยามที่เสียงของเกล็ดเสียดสีกับต้นไม้โบราณช่างชวนหลอนประสาท

หางสีดำกวาดไปทั่วผืนฟ้า เงาขนาดใหญ่ยักษ์พาดทับอยู่เหนือศีรษะของพวกเขา

โคห์ลเบิกตากว้าง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นเถิงเสอในระยะใกล้ขนาดนี้

โชคดีที่การตอบสนองของเขารวดเร็ว จึงหักหลบต้นไม้ที่โค่นลงมาได้ทัน

โจวอวี้ระดมยิงปืนกลใส่อย่างบ้าคลั่ง กระสุนปะทะเข้ากับเกล็ดที่หางของเถิงเสอและกระเด้งออกมาอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่สร้างความระคายให้กับผิวของมันแม้แต่น้อย

“มันคือจุดประสงค์ที่หลี่เซิ่งหนานมาที่นี่!” โจวอวี้ตะโกนเสียงดัง

โคห์ลถามพลางถอยหลังอย่างรวดเร็ว “จุดประสงค์อะไร”

โจวอวี้หยิบเครื่องยิงจรวดออกมาและวางพาดไว้บนบ่า สิ่งที่อยู่ด้านในจรวดมีส่วนประกอบของนิวโรท็อกซินรวมอยู่ด้วย เขาเปิดประตูและยื่นตัวออกไปครึ่งหนึ่ง เสียงดังลั่นขึ้นมาพร้อมกับจรวดที่ถูกยิงออกไป

โคห์ลตะโกนลั่นอยู่ในใจ ‘นายยิงมันไม่โดนหรอก มันเคลื่อนที่เร็วเกินไป!’

ทว่าโจวอวี้คล้ายกับคาดเดาการเคลื่อนไหวของเถิงเสอเอาไว้แล้ว จรวดพุ่งกระแทกเข้ากับหางของมันพร้อมกับระเบิดต้นไม้โบราณออกเป็นรูใหญ่

“นายยิงโดนเหรอ!” โคห์ลถามเสียงดัง

โจวอวี้ถูกเสียงของเครื่องยิงจรวดสั่นแก้วหูจนแทบจะไม่ได้ยินเสียงอะไร

“เปล่า!”

เขาระเบิดเกล็ดหางของมันก็จริง แต่ไม่ได้โดนเนื้อของมันโดยตรง นิวโรท็อกซินจึงไม่ออกฤทธิ์ แถมเกล็ดที่ถูกระเบิดไปก็งอกขึ้นใหม่อย่างรวดเร็ว

เมื่อเห็นหางที่กำลังจะกวาดมา โคห์ลก็ทำได้แค่ถอยหลังให้เร็วขึ้น กระทั่งชนเข้ากับรถคันอื่นที่ถอยช้ากว่าเขาก็ไม่สน

เถิงเสออยู่ตรงหน้าพวกเขา รถคันที่ล้อแตกรวมไปถึงต้นไม้โบราณสองต้นถูกรวบและบดรวมกัน เสียงของโลหะที่ถูกบีบจนเสียรูปและแตกหักช่างชวนให้คนรู้สึกเสียวสันหลังวาบ

ใบหน้าของโคห์ลไม่ปรากฏสีหน้าใด ๆ เช่นเดียวกับที่ไม่มีความรู้สึกผิดต่อพวกพ้อง เขาถอยรถไปยังทางที่มีต้นไม้โบราณบางเบากว่า

หลังจากที่เถิงเสอตัวนั้นหมุนตัวเป็นวงใหญ่ มันก็หันหัวมาทางพวกเขา

มันคือสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ยักษ์ในชุดเกราะ ภายในดวงตาสีดำมืดคู่นั้นแฝงไปด้วยจิตสังหารที่เดือดพล่านและกลิ่นอายเย็นเยียบ ปากที่เผยออ้าเผยให้เห็นเขี้ยวอันแหลมคม คำรามทีหนึ่งอากาศถึงกับสั่นสะเทือน รถของโจวอวี้คล้ายกับจะถูกเป่ากระเด็น

“หลี่เซิ่งหนานมาหามันทำไม”

“เพื่อเป็นทัวริ่งคนที่สอง” โจวอวี้ตอบ

ถ้าจะถามว่าเถิงเสอตัวนี้มีจุดอ่อนอยู่ที่ตรงไหน เกรงว่าคำตอบจะเป็นดวงตาของมัน

โจวอวี้ลองนำความคิดของตัวเองเข้าไปในเส้นประสาทของมันผ่านทางดวงตา แต่การต่อต้านของเถิงเสอตัวนี้รุนแรงเกินไป พลังจิตของสิ่งมีชีวิตระดับเอเป็นอะไรที่ไม่ธรรมดาเลย ท่ามกลางการกดข่มซึ่งกันและกัน ในที่สุดโจวอวี้ก็พ่ายแพ้และถูกอีกฝ่ายผลักออกไปโดยสมบูรณ์

เขารีบร้อนเกินไปเหรอ

ทว่าหายนะในตอนนี้ไม่มีเวลาให้เขาได้เติบโตด้วยซ้ำ

โม่เย่เองก็อยู่ห่างเกินไป การจะสร้างการรับรู้ระยะไกลกับโจวอวี้ไม่ใช่เรื่องง่าย มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะอาศัยร่างของเขาในการควบคุมเถิงเสอตัวนี้ อีกทั้งการควบคุมสิ่งมีชีวิตระดับเอที่ทรงพลังแบบนี้จากระยะไกลก็เป็นการสร้างความเสียหายให้กับโม่เย่ด้วยเหมือนกัน

‘ไม่ต้องห่วงโจวอวี้ สิ่งที่คุณได้รับคือพลังของสิ่งมีชีวิตระดับเอส พันธุกรรมจะกำหนดให้เถิงเสอยอมจำนนอยู่แทบเท้าของคุณเอง’

เสียงของโม่เย่ดังก้องอยู่ในหัวของโจวอวี้ มันทั้งสงบและเยือกเย็น

ภายใต้การรบกวนทางกระแสจิตของโจวอวี้ เถิงเสอไม่อาจสะบัดส่ายร่างกายได้เหมือนกับก่อนหน้านี้และนั่นก็เป็นเวลาให้โคห์ลได้หลบหนี

ความคิดของโจวอวี้พุ่งเข้าไปในสมองของมันอีกครั้ง กระจายไปทั่วเส้นประสาทและแทรกเข้าไปในส่วนเล็กส่วนน้อย เถิงเสอคล้ายติดกับดักใยแมงมุมและดิ้นพล่านไม่หยุด มันพยายามบีบพลังของโจวอวี้ออกไปและบางครั้งก็กระแทกเข้ากับต้นไม้ยักษ์ที่อยู่รอบ ๆ โดยไม่ยอมล้มเลิกการไล่ตามโคห์ล

โคห์ลควบคุมทิศทางและความเร็วด้วยความตึงเครียดถึงขีดสุด หากไม่ระวังก็จะถูกลำต้นของต้นไม้ยักษ์ล้มทับทันที

ฝ่ายโจวอวี้เองก็ต้องทนต่อแรงกดดันมหาศาลจนแผ่นหลังเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ

ในชั่วขณะนั้น เขารู้สึกได้ว่าตัวเองเข้าไปในเซลล์ทุกเซลล์ของเถิงเสอตัวนั้นแล้ว เขายื่นตัวออกไปนอกหน้าต่างโดยไม่ลังเลและยิงจรวดออกไปอีกลูกหนึ่ง ครั้งนี้เขาเล็งไปตรงปากที่เปิดอ้าของเถิงเสอ จรวดพุ่งผ่านฟันของมันเข้าไป วินาทีที่กำลังจะระเบิดอยู่ในลำคอของมัน มันก็ถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว หลบเลี่ยงจรวดจนฟันกรามด้านบนของมันถูกระเบิดออก

การกระทำนั้นส่งผลให้เถิงเสอโกรธแค้นโจวอวี้ขึ้นเป็นเท่าตัว มันต่อต้านการควบคุมของโจวอวี้ยิ่งกว่าเก่า

โจวอวี้พลันรู้สึกนับถือโม่เย่จากใจ ถึงจะบอกว่าพวกเขาทั้งสองต่างก็มีพลังของสิ่งมีชีวิตระดับเอสเหมือนกัน แต่เห็นได้ชัดว่าพลังการควบคุมของโม่เย่นั้นแข็งแกร่งกว่ามาก เขาสามารถควบคุมเถิงเสอพร้อม ๆ กับควบคุมสัตว์ดุร้ายตัวอื่นอีกนับไม่ถ้วนได้ในเวลาเดียวกัน

การไล่ล่าครั้งนี้เกรงว่าจะไม่มีวันหยุดจนกว่ารถแฮมเมอร์ของพวกเขาจะยางแตกหรือไม่ก็น้ำมันหมด ไม่งั้นก็อย่าหวังว่าเถิงเสอตัวนี้จะยอมเลิกรา

“แม่งเอ๊ย—” พร้อมกับเสียงตะโกนของโคห์ล รถแฮมเมอร์อีกคันหนึ่งที่ตามพวกเขามาก็ถูกเถิงเสอทับจนเกิดเสียงดังสนั่นอย่างโหดเหี้ยม รถแฮมเมอร์คันนั้นบี้แบน ขณะที่ลำตัวของเถิงเสอบดขยี้ผ่านร่างของพวกเขาไปตั้งแต่หัวจรดหาง

โจวอวี้กัดฟันกรอด

“จวี้ลี่กรุ๊ปไม่ได้เตรียมขีปนาวุธไว้ ถือเป็นความผิดพลาดจริง ๆ”

“ขีปนาวุธส่งผ่านสนามแม่เหล็กมาไม่ได้! มันมีความไม่เสถียรมากเกินไป และมันก็จะระเบิดในยาน!” โคห์ลกล่าว

ทว่าสถานการณ์ที่เลวร้ายยิ่งกว่ากำลังประชิดเข้ามา

โจวอวี้ได้ยินเสียงกระแสน้ำขนาดใหญ่ที่ทอดตัวอยู่ไกลออกไป

ตามแผนที่อิเล็กทรอนิกส์ สิ่งที่อยู่ด้านหลังของพวกเขาคือแม่น้ำสายย่อยของน้ำตานางฟ้า ‘บลัดดี้แมรี่’ และแม่น้ำสายนี้ก็ยาวมาก!

“เราเสร็จมันแน่!” โคห์ลว่าเสียงดัง

เป็นเพราะรถวิ่งมาเร็วเกินไปจึงเบรกไม่ทัน ทำให้รถของพวกเขาเกือบจะตกลงไปในแม่น้ำ

เศษหินกลิ้งลงไปเป็นสาย ผสานเข้ากับคลื่นน้ำที่สาดกระเซ็น

เถิงเสอยังคงกัดพวกเขาไม่ปล่อย

วินาทีที่ล้อหลังเกือบจะร่วงลงไป โคห์ลก็หักเปลี่ยนทิศทางและวิ่งเลียบไปตามแม่น้ำ

เหงื่อเย็นของโจวอวี้ไหลออกมา ต้องรู้ด้วยว่านอกจากจะตกลงไปในแม่น้ำแล้ว ในนั้นยังมีสิ่งมีชีวิตอันตรายอยู่อีกเพียบ

ทว่าเถิงเสอกลับพุ่งพรวดขึ้นสู่อากาศและกระแทกลงมาอย่างแรง ริมตลิ่งสั่นไหวและแตกออก

พวกโจวอวี้คล้ายกับต้องแข่งกับเวลาโดยที่ข้างหลังคือเศษหินที่ร่วงลงไปไม่ขาดสาย

‘ใจเย็น ๆ โจวอวี้ หลี่เซิ่งหนานกำลังถูกบ่มอยู่ในร่างของเถิงเสอตัวนั้น คุณไม่สามารถผ่าเปิดลำตัวของมันได้ด้วยพลังของคุณหรอก’

เสียงของโม่เย่ดังขึ้นอีกครั้ง คำใบ้นั้นเปรียบเสมือนกับไม้ขีดไฟที่จุดแสงสว่างขึ้นท่ามกลางความมืด โจวอวี้พลันเข้าใจทันทีว่าต้องทำอะไร

ความคิดของเขาแผ่ขยายไปตามแม่น้ำ ลึกลงไปที่ก้นแม่น้ำมีสิ่งมีชีวิตโบราณขนาดยักษ์ตัวหนึ่งนอนสงบอยู่ตรงนั้น โจวอวี้อาศัยช่วงเวลาที่มันไม่ทันระวังตัวเข้ายึดครองสมองของมันอย่างรวดเร็ว เขาอ่านความทรงจำมากมายของมัน การเอาชีวิตรอดและการฆ่าฟัน ตัวมันคล้ายกับเป็นประวัติศาสตร์โดยย่อของนีเบอลุงเงินมานับพันปี

วินาทีที่สิ่งมีชีวิตยุคโบราณตัวนั้นรู้สึกถึงการรุกราน มันก็เริ่มโจมตีกลับ

โจวอวี้ถูกกระแสพลังจิตที่ทรงพลังบดขยี้จนแทบหายใจไม่ออก เขาเบิกตากว้างและกำหมัดแน่น

ศึกครั้งนี้เขาจะแพ้ไม่ได้เด็ดขาด

หางตาของโคห์ลคล้ายจะเห็นว่าโจวอวี้หายใจลำบาก เขาจึงตะโกนเสียงดัง “นายเป็นอะไร!”

ทว่าโจวอวี้ในตอนนี้ไม่สามารถตอบเขาได้เพราะกำลังเผชิญหน้ากับพลังสายนั้น

‘ฉันอยู่เหนือกว่านาย’

โจวอวี้ออกคำสั่งกับมัน ปล่อยเจตจำนงที่จะควบคุมออกไปอย่างเด็ดขาด

น้ำในแม่น้ำก่อตัวขึ้นราวกับมีพลังมหาศาลกำลังไล่ทวนกระแสน้ำขึ้นมา

ช่วงเวลาที่เถิงเสอกำลังจะงับรถแฮมเมอร์ของโจวอวี้กับโคห์ลและกลืนเข้าไปในคำเดียว จู่ ๆ ก็มีคลื่นยักษ์โหมซัดขึ้นมาจากแม่น้ำ มังกรเกล็ดย้อนตัวหนึ่งกระโจนขึ้นสู่อากาศ แสงแดดสะท้อนลงบนเกล็ดที่ราวกับเป็นใบมีดขนาดใหญ่นับไม่ถ้วน มันพุ่งตัวไปทางเถิงเสอ วินาทีที่เกล็ดบนตัวของมันกรีดผ่านช่องท้องของงูยักษ์ เลือดก็พุ่งกระจายออกมาในอากาศราวกับสายฝนสีแดง

อีกแค่นิดเดียวรถของโจวอวี้ก็จะถูกเถิงเสองับ โคห์ลถึงกับหลับตาปี๋รอช่วงเวลาที่จะถูกเถิงเสอจัดการ แต่คิดไม่ถึงว่ารถของพวกเขาจะยังคงวิ่งต่อไปข้างหน้าได้อย่างไม่น่าเชื่อ

หลังจากนั้นไม่กี่วินาที โคห์ลก็เหลือบมองกระจกมองหลังอย่างอดไม่ได้ ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นภาพการต่อสู้ระหว่างมังกรเกล็ดย้อนกับเถิงเสอ

พวกมันฉีกกระชากฟัดกันนัวเนียชนิดที่จะเอาให้ตายไปข้าง ทุกครั้งที่พวกมันปะทะกัน กลิ่นคาวเลือดในอากาศก็จะยิ่งรุนแรงขึ้น แถมยังรู้สึกราวกับมีคลื่นกระแทกแผ่กระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง

“มังกรเกล็ดย้อนตัวนั้นมาจากไหน” โคห์ลรู้สึกเหลือเชื่อกับสิ่งที่เห็นมาก “ฝีมือโม่เย่? ไม่ใช่ว่าพลังของเขาถูกน้ำไขสันหลังของนายล็อกไว้เหรอ เขายังสามารถควบคุมมังกรเกล็ดย้อนให้ไปสู้กับเถิงเสอได้อยู่เหรอ”

“เปล่า สิ่งมีชีวิตทุกชนิดล้วนมีอาณาเขตของมัน เถิงเสอที่ไล่ล่าเราตัวนั้นออกนอกอาณาเขตของตัวมันเองและเข้ามาใกล้แม่น้ำสายย่อยของน้ำตานางฟ้า สำหรับมังกรเกล็ดย้อนแล้ว เถิงเสอตัวนั้นคือผู้ที่บุกรุกเข้ามาในอาณาเขตของมัน การต่อสู้ครั้งนี้ก็เป็นเหมือนกับการแย่งชิงพื้นที่” โจวอวี้ตอบ

โจวอวี้ซ่อนนิ้วที่กำลังสั่น ทุกแรงปะทะและการโจมตีของร่างกายที่ใหญ่โตนั่น เขารู้สึกถึงมันทุกอย่าง เขาสั่งให้มังกรเกล็ดย้อนอ้าปากกัดช่วงท้องของเถิงเสออย่างแรง

เสียงกรีดร้องของเถิงเสอสะเทือนฟ้าสะเทือนดิน สิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนบินแตกกระเจิง

ภายในป่าคือเสียงวิ่งหนีอุตลุดของสิ่งมีชีวิตนานาชนิด พวกมันอาศัยช่วงเวลาที่เถิงเสอเสียการควบคุม แย่งกันออกไปจากพื้นที่แห่งนี้

ในขณะที่มังกรเกล็ดย้อนออกแรงกระชากเถิงเสอลงไปในน้ำ เถิงเสอก็ใช้หางรัดต้นไม้ใหญ่หลายสิบต้นไว้อย่างไม่ยินยอม พร้อมทั้งหันหัวกลับไปกัดด้านหลังของมังกรเกล็ดย้อนอย่างแรง

โจวอวี้ที่เชื่อมต่อระยะไกลกับมังกรเกล็ดย้อนพลันรู้สึกเจ็บปวดไปถึงกระดูกจนแทบจะฟุบไปข้างหน้า

เถิงเสอไม่ยอมคลายปากออก โจวอวี้ที่รู้ดีว่าทั่วทั้งร่างของมังกรเกล็ดย้อนคืออาวุธร้าย ออกคำสั่งให้มังกรเกล็ดย้อนเกร็งกล้ามเนื้อ ยกเกล็ดที่เหมือนกับใบมีดขึ้นและแทงเข้าไปในตัวของเถิงเสออย่างแรง ประกอบกับการดิ้นรนของมังกรเกล็ดย้อน เกล็ดของมันจึงกรีดผ่านเนื้อของเถิงเสอไม่ขาดสาย

ศึกคราวนี้ถูกกำหนดให้เพลี่ยงพล้ำกันทั้งสองฝ่าย

โจวอวี้ค่อย ๆ เข้าสู่สภาวะอ่อนเพลียอย่างหนัก ชั่วขณะที่เขาถอนความคิดของตัวเองกลับคืนมา เขาก็หอบหายใจอย่างแรงราวกับขาดออกซิเจน ทว่าออกซิเจนไม่อาจเข้าไปได้เพราะเส้นประสาทอันตึงเครียดและปอดที่ไม่สามารถขยายได้ของเขา

“โจวอวี้!” โคห์ลรู้สึกได้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจึงกระทืบเบรกอย่างแรงและทุบเข้าที่หน้าอกของโจวอวี้

หลังจากที่สูดออกซิเจนเข้าลึก ในที่สุดโจวอวี้ก็รอดพ้นจากความตาย

โคห์ลหรี่ตาลง “นายได้ทำอะไรกับมังกรเกล็ดย้อนตัวนั้นหรือเปล่า”

“เปล่า นายคิดมากเกินไปแล้ว ฉันบอกนายแล้วไงว่ามังกรเกล็ดย้อนตัวนั้นต่อสู้กับเถิงเสอก็เพื่อปกป้องอาณาเขตของตัวเอง”

โจวอวี้หันศีรษะไปมอง มังกรเกล็ดย้อนตัวนั้นต้องการที่จะมีชีวิตรอด มันจึงเปิดฉากสู้ตายกับเถิงเสอ

สิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์สองตัวสู้กันจนผืนป่าโบราณเละไม่มีชิ้นดี

สุดท้ายเถิงเสอก็กวาดต้นไม้บริเวณนั้นจนราบเป็นหน้ากลอง หางของมันฟาดลงบนร่างของมังกรเกล็ดย้อนครั้งแล้วครั้งเล่า ขณะที่มังกรเกล็ดย้อนเก็บเกล็ดของมันกลับ คลายฟันออก และถอยกลับลงแม่น้ำไปอย่างรวดเร็ว แม้หางของมันจะถูกหางของเถิงเสอทุบจนแหลกละเอียด แต่อย่างน้อยมันก็ไม่ได้สูญเสียชีวิต

เลือดสีแดงแผ่กระจายอยู่ในแม่น้ำเป็นวงกว้างก่อนจะถูกน้ำชะล้างออกไปอย่างรวดเร็ว

เถิงเสอที่เก็บชีวิตกลับมาได้เลื้อยกลับไปยังที่ของมัน

แผ่นหลังของมันขยับไหวอย่างอ่อนแรงคล้ายกำลังจะหมดลมหายใจ

“หลี่เซิ่งหนานอยู่ที่ไหน” โคห์ลถาม

“ในท้องของเถิงเสอ” โจวอวี้ตอบ “เถิงเสอตัวนั้นกำลังจะตาย ถ้าหลี่เซิ่งหนานไม่อยากตายไปด้วย เธอจะต้องหาทางออกมาแน่”

โคห์ลชักปืนพกของตัวเองออกมาโหลดกระสุนและรออยู่ในรถเงียบ ๆ

การควบคุมมังกรเกล็ดย้อนใช้พลังจิตของโจวอวี้ไปเยอะมาก ตัวเขาในตอนนี้จึงรู้สึกเพียงแค่ว่าโลกพร่ามัว เต็มไปด้วยภาพซ้อนและไม่อยากคิดหรือทำอะไรเลยสักอย่าง

เสียงของโม่เย่ดังขึ้นในสมอง ‘ความสามารถของคุณเหนือกว่าที่ผมคาดไว้เสียอีก’

โจวอวี้ตอบกลับไปในใจทั้งที่ยังอ่อนเพลีย ‘งั้นแสดงว่าฉันก็ควบคุมนายได้เหมือนกันหรือเปล่า’

โม่เย่ตอบ ‘คุณเพิ่งจะควบคุมมังกรเกล็ดย้อนตัวนั้นไปสิบสองวินาที คิดว่าเวลาสั้น ๆ เท่านั้นเพียงพอสำหรับครั้งแรกของคุณหรือเปล่าล่ะ’

สิบสองวินาทีเองเหรอ สำหรับโจวอวี้แล้วมันช่างยาวนานราวกับศตวรรษ

ใส่ความเห็น