fbpx

[ทดลองอ่าน] โอตาคุวันสิ้นโลก เล่ม 6 บทที่ 213 : กลับบ้าน

โอตาคุวันสิ้นโลก
重生宅男的末世守则

 

暖荷 หน่วนเหอ เขียน
เมิ่งเหวิน เเปล

 

— โปรย —

การย้ายบ้านออกมานอกเขตกำแพงแกร่งกร้าวของฐานที่มั่น
ตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้ทีมโอตาคุต้องผจญกับโลกกว้างใหญ่
ที่ถึงจะมีอิสรภาพ แต่ก็มีอุปสรรค และบททดสอบมากมายรออยู่
ไหนจะสัตว์กลายพันธุ์แปลกๆ ที่สื่อสารกันไม่เข้าใจ
ไหนจะกลุ่มคนที่จ้องจะหาประโยชน์เอารัดเอาเปรียบ
ไหนจะความหลงระเริงส่วนตัว พากันเล่นสนุกกันอย่างเมามัน…
เอ๋ มันเกิดอะไรกันขึ้นกับทีมโอตาคุกันล่ะเนี่ย!

ชาติที่แล้วหลัวซวินใช้เวลาร่วมสิบปี เก็บเกี่ยวประสบการณ์
ในยุควันสิ้นโลกมาพลิกชะตาชีวิตของชาตินี้ได้ใหม่
แต่ความเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่อๆไป ทำให้หลายเหตุการณ์
ต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง แต่การฝ่าฟันอุปสรรคร่วมกับทีมโอตาคุ
หลายต่อหลายครั้งได้พิสูจน์ให้เขามั่นใจแล้วว่า
อนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร… ก็มาดิค้าบ~

 

ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์

 

บทที่ 213 กลับบ้าน

 

เก็บเกี่ยวอีกครั้ง

 

ท้ายรถบรรทุกขนาดใหญ่หนึ่งคันพ่วงตู้คอนเทนเนอร์ไว้สองตู้ รถพลังงานไฟฟ้าสี่คันก็มีข้าวของยัดไว้จนเต็ม ครั้งนี้พวกหลัวซวินเก็บเกี่ยวทรัพยากรมาได้มากมาย

สินค้าในโกดังแถบนี้มีมากมายหลายชนิด แต่ปัจจุบันโกดังที่เก็บสินค้าเกี่ยวกับอาหารล้วนว่างเปล่าไปเกือบหมดแล้ว พวกเขาได้มาเพียงเกลือ เครื่องปรุงรส เครื่องเคียง เช่น ผักดอง เต้าหู้หมัก และซอสต่างๆ มาบางส่วน

ผักดองซีอิ๊วและผักดองเกลือในกระปุกแก้วพวกนั้นยังอยู่ในสภาพดี น่าจะยังกินได้ ส่วนผักดองและของหมักดองที่บรรจุอยู่ในขวดหรือซองพลาสติก เวลานี้บรรจุภัณฑ์บวมเป่ง หากเปิดปากขวดปากซองออกมาคงส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งอย่างไม่ต้องสงสัย

โชคดีที่พวกหลัวซวินปลูกผักกินเองและเลี้ยงนกกระทากลายพันธุ์ไว้ด้วย ในบ้านของพวกเขาจึงไม่ขาดแคลนอาหารประเภทนี้ ขอเพียงขนเกลือล็อตนี้กลับไป พวกเขาก็จะมีเกลือเก็บไว้กินได้เป็นสิบปี แล้วหลังจากนั้นค่อยนำของอย่างอื่นไปแลกเกลือกลับมาเพิ่ม เท่านี้ก็เพียงพอที่จะใช้ยังชีพในฐานทัพใหม่ได้แล้ว

อาหารหมักดองที่มีวันหมดอายุเหล่านี้… จะอร่อยกว่าของที่หลัวซวินทำเองได้อย่างไร สมาชิกทีมโอตาคุทุกคนล้วนไม่สงสัยในเรื่องนี้ แต่ที่พวกเขายัดสิ่งเหล่านี้ใส่ไปตามช่องว่างในรถก็เพื่อนำไปแลกกับคนอื่นในฐานที่มั่น หรือไม่ก็นำขวดนำประปุกเหล่านี้ไปใส่อาหารประเภทเดียวกันที่ทำขึ้นเองในบ้านได้

การวนสำรวจรอบนี้พวกเขายังตรวจดูโกดังต่างๆ ไม่ทั่ว และยังหาของเป้าหมายได้ไม่ครบ แต่พื้นที่บนรถเต็มหมดแล้ว เมื่อคำนึงถึงความปลอดภัย พวกเขาจำต้องขนกลับไปก่อนเที่ยวหนึ่ง แล้วจะทำอย่างไรต่อค่อยวางแผนกันอีกที ถึงอย่างไรพวกเขาก็ได้ในสิ่งที่ต้องการมากที่สุดมาแล้ว ไว้มาคราวหน้าค่อยมาขนเครื่องใช้ไฟฟ้าบางส่วนกลับไปเพิ่ม รวมถึงเข้าไปดูโกดังสินค้าที่อยู่ด้านในด้วย

คนทั้งกลุ่มตั้งแคมป์พักแรมบนที่โล่งใกล้กับเขตโกดังหนึ่งคืน เช้าวันรุ่งขึ้นก็เดินทางกลับฐาน แต่ระหว่างทางครั้งนี้พวกเขาไม่ได้โชคดีเหมือนตอนขามา… เพราะเจอซอมบี้หลงฝูงที่เดินสะเปะสะปะไปทั่วเข้าแล้ว

อย่างที่เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ปัจจุบันรูปลักษณ์ภายนอกของซอมบี้เหล่านี้เปลี่ยนไปจนไม่เหลือเค้าความเป็นมนุษย์แล้ว ซอมบี้ตัวที่พวกหลัวซวินเจอล่าสุดรูปร่างลักษณะเปลี่ยนแปลงไปมาก ขนาดของมันใหญ่โตกว่าร่างกายมนุษย์ทั่วไปเป็นเท่าตัว ถ้ายืนตัวตรงคาดว่าคงสูงประมาณสามเมตร แขนที่กลายเป็นขาหน้าล่ำสันและดูเหมือนจะยาวกว่าขาหลังเล็กน้อย มองเผินๆ ก็เหมือนกอริลลา

มีก็แต่หน้าตาของพวกมันที่ยังใกล้เคียงมนุษย์อยู่บ้าง คือขากรรไกรไม่ได้ยื่นยาวออกมาอย่างพวกลิง แถมไม่ได้มีขนขึ้นรุงรัง บนหัวยังมีผมเหลืออยู่ประปราย พวกหลัวซวินจึงแน่ใจว่าพวกมันน่าจะเป็นซอมบี้ที่กลายร่างจากซอมบี้มนุษย์

“…ซอมบี้แบบนี้จะมีพลังพิเศษหรือเปล่า” เสียงสวีเหมยดังมาจากวิทยุสื่อสาร หลัวซวินยังไม่ทันได้ตอบคำถามเธอ ซอมบี้ตัวนั้นก็ทุบอกตัวเองสองที ก่อนวิ่งตึงตังพุ่งใส่ขบวนรถของพวกหลัวซวิน

เหยียนเฟยรีบตั้งแผ่นโลหะขวางหน้าซอมบี้ตัวนั้นอย่างรวดเร็ว เมื่อสองสิ่งปะทะกันก็เกิดเสียงดังสนั่น ครั้นแล้วเจ้าซอมบี้ก็คว้าแผ่นโลหะขึ้นมาบิดด้วยแรงพลังมหาศาล พยายามบิดม้วนให้เป็นก้อนเพื่อจะปากลับมาใส่รถของพวกเขา

“น่าจะเป็นซอมบี้พลังแข็งแกร่งนะ” เหยียนเฟยไม่ได้รู้สึกโมโหที่ฝ่ายตรงข้ามบีบขยำแผ่นโลหะของเขาราวกับเศษกระดาษ เขาตอบคำถามพลางตวัดนิ้วขึ้น ทันใดนั้นแผ่นโลหะที่ยังอยู่ในมือของซอมบี้ก็มีหนามแหลมคมอันหนึ่งโผล่พุ่งเข้าเสียบคางของมัน!

ซอมบี้กลายพันธุ์แบบนี้ไม่ได้มีแค่พลังแข็งแกร่ง แต่ยังมีผิวหนังที่หยาบหนาจนน่าตกใจ ถึงขนาดที่เหยียนเฟยไม่สามารถแทงทะลุสมองของมันได้ในคราวเดียว ซอมบี้ตัวนั้นแผดเสียงคำรามพลางกระทืบเท้าย่ำอยู่กับที่ พยายามดึงหนามแหลมออกอย่างยากเย็น ทันใดนั้นมันก็กระชากชิ้นส่วนโลหะติดมือมาบางส่วน ขว้างใส่รถของพวกหลัวซวิน

โชคดีที่เหยียนเฟยเป็นผู้มีพลังพิเศษธาตุโลหะ เขาจึงหยุดโลหะนั้นเอาไว้ก่อนที่จะชนกับตัวรถได้อย่างหวุดหวิด อีกด้านหนึ่งสวีเหมยก็ปล่อยลูกไฟออกไปทางหน้าต่างรถ พุ่งตรงไปที่หนามโลหะและใบหน้าของซอมบี้

คมวายุจำนวนมหาศาลของจางซู่ลอยพุ่งไปพร้อมลูกไฟขนาดมหึมา กระแทกใส่ด้านฐานของหนามโลหะครั้งแล้วครั้งเล่าราวกับค้อนที่กำลังตอกลิ่ม ทำให้ปลายหนามแหลมฝังลึกเข้าไปในสมองซอมบี้

เหยียนเฟยเองก็ควบคุมโลหะที่ถูกโยนมาให้ลอยหวือกลับไปกระแทกใส่ฐานหนามโลหะ ขณะที่ซอมบี้กำลังพยายามถอนดึงโลหะออกจากตัวก็กลับต้องถอยร่นทีละก้าวๆ ตามแรงโจมตีอย่างหนักซ้ำๆ หลายครั้ง กระทั่งหนามแหลมแทงทะลุสมอง ดันคริสตัลกระเด็นหลุดออกมา เจ้าซอมบี้ก็ตายคาที่อยู่ตรงนั้น

เมื่อเห็นว่าในที่สุดซอมบี้ตัวนั้นลุกขึ้นมาไม่ได้อีก ทุกคนถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แต่ละคนหันไปมองหน้ากัน นัยน์ตาฉายแววดีใจ

ซอมบี้กลายพันธุ์แบบนี้ก็ฆ่าได้ด้วยเหรอ ได้สิ ฆ่าได้อยู่แล้ว ตอนนี้ก็ฆ่าตายไปตัวหนึ่งแล้วไม่ใช่หรือไง แล้วซอมบี้กลายพันธุ์แบบนี้จัดการง่ายหรือเปล่า ไม่ง่ายเลยสักนิด

พวกหลัวซวินฆ่าซอมบี้ร่างยักษ์พลังแข็งแกร่งนี่ได้ก็จริง แต่เพราะคราวนี้มันมาแค่ตัวเดียว ถ้าพวกมันยกโขยงกันมาเป็นฝูง ต่อให้ใช้วิธีขุดหลุมกับดักแบบเมื่อก่อน คาดว่าคงต้องออกแรงกันอย่างหนักเลยทีเดียว และถ้าพวกเขาดันดวงจู๋เจอฝูงซอมบี้ที่มีจ่าฝูงคอยวางแผนสั่งการด้วยละก็…

ทุกคนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หลังจากเก็บคริสตัลจากซอมบี้ตัวนั้นมาแล้วก็เริ่มออกเดินทางกันต่อ

เป็นอย่างที่หลัวซวินคาดการณ์ไว้ไม่มีผิด ซอมบี้ตัวนี้ไม่เพียงเป็นซอมบี้พลังแข็งแกร่งขั้นสี่ แต่ยังเป็นซอมบี้ที่เกิดการกลายพันธุ์ซ้ำอีกครั้งหนึ่งด้วย

ซอมบี้กลายพันธุ์แบบนี้จัดการยากกว่าซอมบี้ระดับสูงทั่วไป ยิ่งรูปลักษณ์เกิดการเปลี่ยนแปลงก็จะผิวหยาบเนื้อหนามากขึ้นจนทำอะไรได้ยาก ถ้ายกโขยงมาพร้อมกันเป็นฝูง มนุษย์อย่างพวกเขาจะเอาชีวิตรอดได้อีกเหรอ

แต่ถ้ามีแนวป้องกันที่แข็งแกร่งแน่นหนามากพอ อย่างมากพวกมันก็แค่กระแทกกำแพงเหล็กเป็นรอยบุบ หากคว้าไม่ถึงขอบกำแพงก็คงทำลายเสียหายไม่ได้ง่ายๆ แน่ เมื่อครู่กำแพงโลหะที่เหยียนเฟยสร้างขึ้นชั่วคราวมีขนาดเล็ก มันถึงได้คว้าไปเป็นอาวุธเล่นงานกลับมา ถ้าไม่อย่างนั้นคงไม่เกิดปัญหาแบบคราวนี้หรอก

พอคิดถึงซอมบี้ประเภทนี้ก็พาให้หลัวซวินคิดถึงฐานทัพของตัวเอง สีหน้าเขาเคร่งเครียดขึ้น รีบหันไปบอกเหยียนเฟยว่า “ก่อนสร้างโรงเรือนบนพื้นดิน เราคงต้องสร้างกำแพงโลหะล้อมฐานให้หมดทุกด้านแล้วละ ส่วนด้านในก็เสริมเกราะให้โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ แบบนี้นอกจากจะป้องกันอันตรายจากเถาปีศาจแล้ว ยังป้องกันซอมบี้กลายพันธุ์พวกนี้ได้ด้วย”

เหยียนเฟยรู้ซึ้งถึงความร้ายแรงของปัญหานี้ดี “ช่วงนี้เราต้องเก็บโลหะกลับไปเพิ่มเยอะๆ อีกแล้วละ หลังจากสร้างห้องส่วนที่เหลือในชั้นใต้ดินเสร็จ จะได้เริ่มสร้างกำแพงรั้วบนพื้นดิน” พวกเขาต้องสร้างกำแพงล้อมฐานให้เสร็จก่อน ถึงจะทำพื้นที่เพาะปลูกข้างในได้อย่างสบายใจ ไม่อย่างนั้นถ้าเกิดมีเถาปีศาจชอนไชเข้ามาคงเกิดปัญหาใหญ่แน่

สำหรับเรื่องจะออกแบบกำแพงอย่างไรไม่ให้ถูกเถาปีศาจชอนไชและไม่โดนซอมบี้ทำลาย อย่างน้อยต้องรอให้ได้โลหะกลับไปปริมาณมากพอ แล้วทดลองหลายๆ แบบดูก่อนถึงจะแน่ใจได้

 

ขาไปใช้เวลาหนึ่งวันครึ่ง ขากลับใช้เวลาอีกหนึ่งวันครึ่ง เมื่อบวกกับเวลาตอนที่พวกเขาเก็บรวบรวมสิ่งของต่างๆ ด้วย ครั้งนี้จึงกินเวลานานสี่วันเต็มกว่าที่พวกเขาจะกลับถึงฐานทัพของตัวเอง

ในท้องทุ่ง พวกหลัวซวินพบว่ามีห่านโง่ตัวหนึ่งพลาดเดินเข้าไปในดงเถาปีศาจ เพียงไม่นานมันก็ถูกเถาปีศาจจับฉีกแบ่งกินเป็นอาหารจนหมดเกลี้ยง ส่วนเป็ดและห่านตัวอื่นๆ ที่เหลือต่างเผ่นหนีไปไกลจากดงเถาปีศาจ และกำลังเดินสะเปะสะปะอยู่บนพื้นหญ้าเขียวขจี บริเวณที่ไม่ไกลจากพวกมันก็คือเจ้าสุนัขป่าสองตัวนั้นที่กินอิ่มจนนอนงีบอาบแดดกันอยู่นั่นเอง

สุนัขป่าสองตัวนั้นได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวบนถนนก็โงหัวลืมตาขึ้นมามองแวบหนึ่ง ครั้นเห็นว่าเป็น ‘หนอนยักษ์’ สีแดงกับรถคันเล็กๆ สีขาวที่พวกมันเคยเจอ จึงทำท่าเหมือนรู้ว่านี่เป็นขบวนรถของพวกหลัวซวิน เพียงแค่อ้าปากหาวทีหนึ่งแล้วล้มตัวลงหลับต่อ

พวกหลัวซวินไม่มีเวลามาสนใจว่าทำไมเจ้าสองตัวนี้ถึงเมินเฉยต่อขบวนรถของพวกเขา ตอนนี้รีบขับรถตรงกลับบ้าน ขนของทุกอย่างบนรถลงให้หมดก่อนแล้วค่อยว่ากัน

แน่นอนว่าระหว่างทางกลับมาคราวนี้เหยียนเฟยยังคงทำเหมือนที่ผ่านมา คือพาลูกโลหะขนาดใหญ่ยักษ์จนน่าทึ่งกลิ้งกลับมาด้วยตลอดทางถึงสองลูก ก่อนหน้านี้เพื่อไม่ให้คนอื่นสังเกตเห็น เขาเคยเปลี่ยนรูปร่างลูกโลหะยักษ์ให้กลายเป็นรูปทรงแบบเดียวกับรถ เพียงแต่วิธีนี้ต้องใช้พลังจิตเปลืองมาก และควบคุมยากกว่าลูกโลหะที่ให้กลิ้งตามมาได้ง่ายๆ ตอนนี้ฐานที่มั่นตะวันตกเฉียงใต้ถูกปิดล้อม ในเวลาที่ไม่มีใครคนอื่นออกมานอกฐานแบบนี้ เหยียนเฟยจึงรวบรวมโลหะกลับมาในรูปลูกโลหะยักษ์ แล้วปล่อยกลิ้งกลับมา สะดวกกว่าเป็นไหนๆ

พวกเขาทยอยขนย้ายของลงจากรถ อะไรควรเก็บไว้ในห้องเก็บของก็ไว้ในนั้น อะไรควรไปไว้บนอาคารก็ยกขึ้นไปไว้ข้างบน พวกหลี่เถี่ยตื่นเต้นดีใจเป็นพิเศษที่จะได้ติดเครื่องปรับอากาศไว้ในห้องนอน มีเหยียนเฟยคอยช่วย เรื่องพวกนี้จึงกลายเป็นงานง่ายๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงห้องที่มีเครื่องปรับอากาศอยู่แล้ว แค่เอาเครื่องใหม่ไปเปลี่ยนแทนเท่านั้น ไม่ต้องเจาะผนังเพิ่มให้ยุ่งยากเลย

คนทั้งกลุ่มทำงานกันอย่างขมีขมัน แน่นอนว่าพวกเขาไม่ลืมที่จะตรวจสอบสถานการณ์ในบ้านตัวเองว่าเกราะโลหะด้านนอกอาคารและผนังโลหะชั้นใต้ดินไม่มีร่องรอยถูกทำลายหรือได้รับความเสียหาย

เหยียนเฟยตรวจดูอย่างละเอียดจนทั่ว จนแน่ใจว่าในบ้านไม่มีความผิดปกติอะไรเกิดขึ้น ขณะที่อีกด้านหนึ่งพวกเหอเฉียนคุนก็ดูภาพถ่ายดาวเทียมที่ได้รับในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาอีกครั้ง เพื่อสังเกตสถานการณ์ซอมบี้ปิดล้อมฐานที่มั่นตะวันตกเฉียงใต้

หลี่เถี่ยชี้ไปที่ภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดซึ่งถ่ายได้เมื่อวานแล้วบอกกับหลัวซวิน “ดูท่าทางคงจะปิดล้อมไปอีกระยะหนึ่งเลยนะครับ แต่กำแพงฐานที่มั่นก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร ไม่มีตรงไหนชำรุดเสียหายเลย”

หลัวซวินสังเกตอย่างละเอียดครู่หนึ่ง จากนั้นก็ดูภาพอื่นๆ อีกสองสามภาพ ก่อนจะสั่นหัวบอกว่า “มองจากมุมตรงลงไปแบบนี้เราดูไม่ออกหรอกว่ากำแพงเกิดปัญหาอะไรหรือเปล่า ซอมบี้ขุดโพรงมุดเข้าไปจากใต้ดินได้หรือไม่” ที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ ที่ผ่านมาตอนซอมบี้ปิดล้อมฐานที่มั่น มีครั้งไหนบ้างที่พวกมันไม่ได้โผล่มาแบบกะทันหัน และถอนกำลังจากไปโดยไม่มีลางบอกเหตุ ดังนั้นสถานการณ์นอกกำแพงฐานที่มั่นตะวันตกเฉียงใต้ในตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง ไม่ว่าใครก็ไม่อาจบอกได้

แต่อย่างน้อยเมื่อดูจากภาพถ่ายเหล่านี้ ตอนที่กล้องจับภาพซอมบี้เหล่านี้ไว้ได้ พวกมันก็ยังไม่ได้ทำลายกำแพงฐานที่มั่นละนะ

การที่ฐานที่มั่นตะวันตกเฉียงใต้ไม่เกิดเรื่องอะไรนั้นย่อมดีที่สุด เวลานี้ที่นั่นเป็นสถานที่เดียวที่พวกหลัวซวินจะใช้ติดต่อสื่อสารกับ ‘สังคมปกติ’ ได้ ถ้าเกิดที่นั่นมีปัญหา หรือฐานที่มั่นใหญ่ๆ ทั้งหลายถูกทำลาย ประชากรมนุษย์ลดลงอย่างฮวบฮาบอีกครั้ง แบบนั้นฐานทัพเล็กๆ ของพวกหลัวซวินก็คงรักษาให้อยู่รอดไม่ได้เหมือนกัน โดยเฉพาะท่ามกลางสถานการณ์ในตอนนี้ที่นับวันพวกซอมบี้ก็ยิ่งร้ายกาจมากขึ้น

ใส่ความเห็น

แจ้งเตือนการใช้งานคุกกี้ เว็บไซต์ของเรามีการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดการประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้ดีที่สุด ได้แก่ คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ประสิทธิภาพ คุกกี้เพื่อการทำงานของเว็บไซต์ และคุกกี้กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ศึกษารายละเอียดและการตั้งค่าคุกกี้เพิ่มเติมเพื่อความเป็นส่วนตัวของท่านได้ใน นโยบายคุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า