fbpx

[ทดลองอ่าน] โชคลาภหมื่นล้านบันดาลรัก ตอนที่ 6

โชคลาภหมื่นล้านบันดาลรัก
天降横财一百亿

เจียงจื่อกุย 江子归 เขียน
เหวินหรง แปล

 

— โปรย —

ถ้าระบบให้เงินคุณหนึ่งหมื่นหยวน คุณจะใช้มันยังไง
ถ้าต้องใช้ให้หมดภายในสิบนาทีล่ะ
แล้วถ้าใช้ไม่หมดก็ต้องตายล่ะ คุณจะยอมรับได้ไหม

สวี่รุ่ย อดีตคุณหนูไฮโซต้องตกระกำลำบากทำงานทุกอย่างเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพ
ยังไม่ทันจบมหาวิทยาลัยกลับต้องเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์

สวรรค์บันดาลให้เธอย้อนเวลากลับมาเจ็ดปีก่อน ตอนเรียนมัธยมปลายปีหนึ่ง
พร้อมกับระบบผลาญเงินที่แต่ละครั้งจะเพิ่มจำนวนเงินและระยะเวลาในการใช้เงินขึ้นเรื่อยๆ
สำหรับคุณหนูที่เคยร่ำรวย การใช้เงินมือเติบอย่างนี้นับเป็นแค่เรื่องขี้ปะติ๋ว

ที่สำคัญ หากทำภารกิจสำเร็จ เธอจะได้รับโบนัสพิเศษ
และนั่นก็ทำให้เธอช่วยชีวิต ลั่วหาน เพื่อนวัยเยาว์ที่ชาติก่อนจากไปตั้งแต่เด็กไว้ได้

 

_______________________________

 

ติดตามการวางจำหน่ายหนังสือได้ทางเพจ “บ้านอรุณ

สำนักพิมพ์อรุณ

 

(ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์)

 

6

สวี่รุ่ยท่องโลกอินเทอร์เน็ตพักใหญ่ เธอนึกออกแต่การซื้อของออนไลน์เท่านั้น

ผลปรากฏว่าก็ยังโดนจำกัดอายุ

สวี่รุ่ยมีบัตรเอทีเอ็มหลายใบ แต่การจะลงทะเบียนชำระเงินได้นั้น อายุต้องถึงสิบแปดปีเต็ม ทว่าเรื่องนี้แก้ไขได้ไม่ยาก เธอแค่เอาบัตรประชาชนย่าไปลงทะเบียนแทนก็ได้แล้ว

สวี่รุ่ย “ซื้อของออนไลน์ได้ไหม”

ระบบ 1212 “ขอแค่เป็นการซื้อขายแบบปกติและเป็นไปตามหลักเศรษฐศาสตร์ก็พอ”

มุมปากของสวี่รุ่ยยกขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ ในใจพลันคิดว่าอย่างนี้ก็ดีน่ะสิ

แม้ในปี 2010 จะยังไม่มีแบรนด์ดังเหมือนในอนาคต แต่ตลาดออนไลน์นั้นใหญ่มาก อยากได้อะไรก็หาซื้อได้ทุกอย่าง ที่สำคัญที่สุดคือเธอไม่ต้องเสียเวลาชีวิตครึ่งหนึ่งไปกับการวิ่งอีกแล้ว เพียงแค่เธอเข้าอินเทอร์เน็ตก็สามารถทำภารกิจให้สำเร็จได้ภายในหนึ่งนาที

และยังมีตัวเลือกมากมาย แม้ระบบการซื้อของออนไลน์ตอนนี้จะยังไม่พัฒนาเท่าในอนาคต แต่ก็สมเหตุสมผลกว่า ดูมีหลักเกณฑ์กว่า และใช้งานสะดวกมากกว่าการที่สวี่รุ่ยรีบตัดสินใจซื้ออะไรก็ได้ตอนที่ได้รับภารกิจแบบกะทันหัน

ขณะที่สวี่รุ่ยวาดฝันอันสวยงามต่างๆ นาๆ ระบบ 1212 ก็ราดน้ำเย็นลงมาดับฝันทันควัน

“เงื่อนไขข้อแรกก็คือ คุณจะต้องโอนเงินเข้าบัตรเอทีเอ็มให้ได้ภายในเวลาที่กำหนดหลังได้รับเงินภารกิจแล้ว”

สวี่รุ่ยได้สติคืนมาทันใด จริงด้วย!

มีเวลาจำกัดนี่นา!

เงินหนึ่งหมื่นหยวนที่ได้จากภารกิจรายวันนั้น พูดง่ายๆ ก็คือมีเวลาตั้งยี่สิบสี่ชั่วโมง แต่จำนวนเงินของภารกิจหลักนั้นเยอะมาก ขณะที่ระยะเวลาก็สุดแสนจะน้อย แค่สิบยี่สิบนาทีแล้วจะเอาเงินไปเข้าบัตรเอทีเอ็มทันได้อย่างไร บางทีไปต่อแถวรอรับบัตรคิวก็อาจไม่ทันเสียด้วยซ้ำ

หากใช้ตู้ฝากเงินอัตโนมัติ ก็ติดที่ประสิทธิภาพ เงินแค่ไม่กี่พันยังทำรายการล้มเหลวบ่อยครั้ง ไม่ต้องกล่าวถึงครั้งละห้าหมื่นเลย แล้วถ้าระบบเพิ่มเงินให้สองเท่าทุกครั้ง ต่อไปจำนวนเงินก็คงมากโขขึ้นเรื่อยๆ

สวี่รุ่ยอยากร้องไห้แต่ร้องไม่ออก

ระบบ 1212 “มองในแง่ดีหน่อยสิสหาย ยิ่งจำนวนเงินทวีคูณขึ้น เวลาก็ยิ่งมากขึ้นนะ”

สวี่รุ่ย “หมื่นหยวนได้สิบนาที ห้าหมื่นหยวนได้ยี่สิบนาที จำนวนเงินเพิ่มขึ้นตั้งห้าเท่า แต่กลับเพิ่มเวลาแค่สิบนาทีเองนะ ยังจะให้ฉันมองในแง่ดีอีกเหรอ”

ระบบ 1212 “อย่างน้อยต่อไปตอนเงินเพิ่มห้าสิบเท่า คุณก็จะมีเวลาตั้งหนึ่งร้อยนาทีเชียวนะ”

สวี่รุ่ย “…”

เวลาหนึ่งร้อยนาทีน่ะไม่ถึงสองชั่วโมงด้วยซ้ำ กว่าจะหาธนาคาร กว่าจะต่อคิวแล้วทำเรื่องเอาเงินมากขนาดนั้นเข้าบัตรก็ต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงแล้ว

เฮ้อ งั้นนี่ก็เป็นความทุกข์ของคนรวยที่เธอจะต้องเจอในอนาคตสินะ

สำหรับตอนนี้ที่มีเวลาจำกัดแค่ไม่กี่สิบนาที เธอจึงไม่คิดที่จะพึ่งพาการซื้อของออนไลน์ในการทำภารกิจหลัก

สวี่รุ่ยทำได้เพียงคิดหาทางอื่น แต่โชคดีที่ยังพอมีเวลาอีกตั้งวันหนึ่ง ดังนั้นก็ค่อยๆ คิดไปแล้วกัน

 

ชีวิตตอนมัธยมของเธอช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้าน่าเบื่อ สวี่รุ่ยใช้ชีวิตไปกับการกิน นอน และเรียนหนังสือ ระหว่างนั้นก็ช็อปปิงไปด้วย

ทว่าชีวิตการเรียนเรียบง่ายที่เธอเคยมีมาตลอดกลับไม่ราบรื่นอีกต่อไปหลังเจิ้งเหม่ยซินคอยจับตามองเธอ

เจิ้งเหม่ยซินนั่งอยู่หน้าสวี่รุ่ยและมักดูถูกคนอื่นตลอดเวลา สวี่รุ่ยไม่ใช่คนโง่ ส่วนเซี่ยซือหย่านั้นยิ่งไม่ใช่ พอได้ยินคำเหน็บบ่อยครั้งเข้า เจิ้งเหม่ยซินไม่เพียงไม่ได้รับความสนใจ ทว่าหล่อนยังโดนเพื่อนๆ ซึ่งเรียนที่หัวหย่ามาตั้งแต่มัธยมต้นทิ้งให้อยู่คนเดียวด้วย

วันนี้ตอนพักกลางวัน เซี่ยซือหย่านำเรื่องที่เกิดขึ้นไม่กี่วันก่อนมาเล่าให้เหอจี้ข่ายฟังเป็นเรื่องตลก

เหอจี้ข่าย สวี่รุ่ย และเซี่ยซือหย่าเป็นเพื่อนร่วมห้องกันตอนเรียนมัธยมต้น พวกเขายังคงสนิทสนมกันจนถึงมัธยมปลาย พอเหอจี้ข่ายได้ยินเรื่องแย่ๆ พวกนี้ก็ขมวดคิ้วเป็นปม “ยายบ้านั่น กินอิ่มแล้วไม่มีอะไรทำหรือไง ทำไมต้องมาหาเรื่องสวี่รุ่ยด้วย”

“เรื่องแบบนี้ไม่ต้องใช้หัวแม่เท้าตรองก็รู้แล้วไม่ใช่เหรอ เพราะอิจฉาไงล่ะ!”

เซี่ยซือหย่าดูดชานมอึกหนึ่งก่อนโอบคอสวี่รุ่ยเข้ามาชม “สวี่รุ่ยของเราน่ะทั้งสวย ทั้งชาติตระกูลดี แถมยังมีแต่คนชอบ คนอย่างเจิ้งเหม่ยซินจะเทียบได้หรือไง”

เหอจี้ข่ายกะพริบตาปริบๆ ก่อนมองสวี่รุ่ยด้วยแววตาครุ่นคิด “ชาติตระกูลดี มีแต่คนชอบน่ะฉันไม่เถียง แต่หน้าตานี่ ก็ธรรมดาๆ เหอะ!”

สวี่รุ่ยทำท่าจะหยิบถาดอาหารขึ้นมาเคาะหัวเขา เธอเอ่ยอย่างมั่นอกมั่นใจว่า “ถึงจะธรรมดาๆ แต่ก็เป็นอันดับสามของโลกนะยะ!”

เซี่ยซือหย่ารับคำทันควัน “เพราะที่หนึ่งโดนรถชน ส่วนที่สองก็เป็นอัมพาตไงล่ะ!”

เหอจี้ข่ายหัวเราะร่า ก่อนหยิบของขวัญออกจากกระเป๋าสองชิ้น ช็อกโกแลตให้สวี่รุ่ย ส่วนของเซี่ยซือหย่าเป็นสกินแคร์

“ฉันเพิ่งถึงบ้านเมื่อคืนเอง ไปอยู่ที่โน่นเกือบสิบวัน ในที่สุดก็ได้กลับมาสักที”

สวี่รุ่ยฉีกห่อช็อกโกแลต รู้สึกดีใจ “ไม่อยู่เที่ยวที่นั่นอีกหน่อยล่ะ รีบกลับมาทำไม พ่อแม่นายก็ลาให้แล้วนี่นา”

เหอจี้ข่ายตีหน้ายักษ์ “คิดว่าไปเที่ยวจริงๆ หรือไง ฉันถูกพ่อบังคับให้ไปดูโรงเรียนกับอาต่างหากล่ะ”

เซี่ยซือหย่าเปิดห่อดู พบว่าเป็นสกินแคร์ก็หันมองของสวี่รุ่ยอีกรอบหนึ่งด้วยความไม่พอใจ “ทำไมของฉันไม่ใช่ช็อกโกแลตล่ะ ฉันชอบช็อกโกแลตยี่ห้อนี้ที่สุดนะ”

เหอจี้ข่ายหัวเราะคิกคักแล้วเอ่ย “นี่ฉันคิดเผื่อเธอเลยนะ ขืนเธอยังกินอย่างนี้ต่อไป อนาคตต้องหาแฟนไม่ได้แน่ๆ”

เซี่ยซือหย่าโมโหทันควันจึงเคาะหัวเขาด้วยขวดสกินแคร์ “ตาบ้า หาว่าฉันอ้วนได้ไง! ฉันขอสาปแช่งว่าต่อให้นายไม่อ้วนก็ขอให้หาแฟนไม่ได้เหมือนกัน!”

สวี่รุ่ยเงยหน้ามองเพื่อนสองคนทะเลาะกันพลางกินช็อกโกแลตหลายชิ้น

เมื่อทะเลาะกับเซี่ยซือหย่าจบแล้ว เหอจี้ข่ายก็หันมาถาม “อร่อยไหมสวี่รุ่ย”

“อร่อยดี ความเข้มหกสิบเปอร์เซ็นต์นี่กำลังดี ถ้าเข้มมากกว่านี้ฉันว่าขมเกิน”

สวี่รุ่ยชมพร้อมกับยัดช็อกโกแลตเข้าปากเซี่ยซือหย่า

เหอจี้ข่ายมองสวี่รุ่ยยิ้มๆ แล้วดูเหมือนจะนึกอะไรได้ “จริงสิ เจิ้งเหม่ยซินที่พวกเธอพูดถึงเมื่อกี้น่ะ บ้านเขาใช่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ต้าหลงที่เพิ่งตั้งใหม่นั่นหรือเปล่า”

เซี่ยซือหย่ากินช็อกโกแลตอย่างตั้งใจ “ใช่มั้ง ไม่ติดอันดับของเมืองใหญ่ด้วยซ้ำ ยังจะวางท่า คงคิดว่าเมือง C เป็นเมืองเล็กๆ เลยจะอวดว่าตัวเองเป็นคนรวยอันดับหนึ่งของเมือง”

“บริษัทต้าหลงนั่นไม่มีอะไรดีหรอก แต่เบื้องหลังไม่ค่อยธรรมดา ฉันได้ยินว่าพี่ชายของเจิ้งเหม่ยซินแอบเลวอยู่นะ เห็นว่าเขาร่วมมือกับพวกนายหน้าอสังหาริมทรัพย์จัดการพวกไม่ยอมให้เวนคืนที่ดินด้วย…” เหอจี้ข่ายพูดๆ แล้วเงียบไป พลันตะโกนใส่เซี่ยซือหย่าว่า “เธอกินให้มันน้อยๆ หน่อย สวี่รุ่ยเพิ่งกินไปได้ไม่เท่าไหร่ เธอก็กินจวนจะหมดแล้ว!”

เซี่ยซือหย่าเกือบอาละวาด “แค่ช็อกโกแลตไม่กี่ชิ้นเอง จะขี้เหนียวไปไหน แล้วที่ฉันกินก็ของสวี่รุ่ยนะ ถ้านายไม่พอใจก็อย่าให้สิ! ถ้ายังจู้จี้ไม่เลิก ฉันจะไม่ให้สวี่รุ่ยไปทริปเขาอวี้ซีด้วย”

เหอจี้ข่ายหุบปากที่อ้าอยู่ฉับพลัน “ก็ได้ เชิญเธอกินต่อเลย ถ้ายังไม่หนำใจเดี๋ยวฉันสั่งให้คนไปซื้อมาจากเมืองนอกให้อีก”

เซี่ยซือหย่าส่งเสียงหึอย่างลำพองใจ

สวี่รุ่ยหัวเราะร่า บอกว่า “ฉันน่าจะไปเขาอวี้ซีไม่ได้จริงๆ น่ะแหละ”

“ทำไมล่ะ” เหอจี้ข่ายอึ้งงัน มองเซี่ยซือหย่า เซี่ยซือหย่าทำท่าว่าเรื่องนี้หล่อนไม่เกี่ยว

สวี่รุ่ยตอบตามตรงว่า “ฉันอาจไปหาเพื่อนที่เมือง S น่ะ”

ลูกพี่เหอจี้ข่ายไม่พอใจมาก “เพื่อนที่ไหนถึงสำคัญขนาดที่ทำให้เธอไม่สนใจวันคล้ายวันเกิดของฉัน”

สวี่รุ่ยรีบอธิบาย “ไม่ใช่อย่างนั้น วันคล้ายวันเกิดของนายต้องสำคัญสิ แต่เพื่อนที่โน่นเขามีเรื่องด่วนนิดหน่อย”

เหอจี้ข่ายยิ่งสงสัย “ตกลงว่าเป็นใครกันแน่ มีเพื่อนเธอคนไหนที่ฉันไม่รู้จักด้วยเหรอ”

ที่ว่าเป็นเพื่อนคนไหนนั้น เซี่ยซือหย่าเดาได้ทันที “คงไม่ใช่คนที่เธอลากฉันไปถามกลางถนนครั้งก่อนหรอกนะ ที่ชื่อลั่วอะไรสักอย่าง คนที่ส่งจดหมายมาจากต่างประเทศนั่นน่ะ”

สวี่รุ่ยชื่นชมสัญชาตญาณของเพื่อนจริงๆ เธอผงกศีรษะตอบรับ “ใช่ เขาเป็นเพื่อนที่ฉันรู้จักตอนอยู่กับยาย”

เหอจี้ข่ายหน้าเปลี่ยนสีทันตา “ลั่วหานนั่นน่ะเหรอ”

สวี่รุ่ยแปลกใจ “นายยังจำเขาได้ด้วยเหรอ”

เหอจี้ข่ายไม่ชอบอีกฝ่ายอย่างบอกไม่ถูก เขาเบะปากก่อนพูด “ต้องจำได้สิ ปีที่แล้วเธอยังทะเลาะกับฉันเพราะเรื่องจดหมายนั่น แต่ไอ้เด็กนั่นยังไม่ยอมแพ้อีกเหรอเนี่ย ยังคิดจะลากเธอไปเรียนต่อที่อเมริกาอีกหรือไง”

สวี่รุ่ยจำไม่ได้สักนิดว่ามีเรื่องพวกนี้เกิดขึ้นด้วย เพราะสำหรับคนอื่นแล้วอาจเป็นเรื่องเมื่อปีที่แล้ว แต่สำหรับเธอมันเป็นเรื่องเมื่อเจ็ดแปดปีก่อนนี่นา

เหอจี้ข่ายเห็นเธอไม่พูดจึงรีบเอ่ยต่อ “อย่าไปฟังเขาพูดเพ้อเจ้อเลย ต่อให้ตระกูลลั่วกับตระกูลจู้คบค้ากันมานาน แต่ตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ที่ตระกูลจู้แล้วนี่ ส่วนเขาก็ตามพ่อไปอยู่ต่างประเทศโน่น ตอนนี้พวกเธอยังสนิทกันเหมือนเดิมที่ไหนล่ะ…เธอคงไม่อยากไปจริงๆ หรอกใช่ไหม”

สวี่รุ่ยเลิกคิ้ว “นายโง่หรือเปล่า ฉันยังมีย่าอยู่นะ จะไปเรียนต่อต่างประเทศได้ไง อีกอย่าง ดูสภาพฉันตอนนี้สิ ไปอเมริกาต้องมีเงินค้ำประกัน ต้องทำวีซ่า ต้องทำเรื่องพวกนี้วนไปวนมาไม่รู้จบนั่นแหละ”

เหอจี้ข่ายเม้มปาก “ถ้าเธออยากไป เรื่องพวกนี้จัดการได้ ไปเรียนต่อเมืองนอกก็ดีนะ”

เซี่ยซือหย่าเห็นด้วยเช่นกัน “ใช่ ส่วนย่าของเธอก็ส่งไปอยู่ที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุก็ได้นี่”

สวี่รุ่ยยังคงนิ่งไม่ไหวติง ไม่ใช่เพราะเธอตัดใจทิ้งย่าไม่ลง แต่เป็นเพราะภายในสองปีนี้เธออาจเป็นอะไรไปก็ได้ อีกอย่าง ตอนนี้ระบบก็ส่งเสียงเตือน

ระบบ 1212 “ถ้าโฮสต์ไปอยู่ต่างประเทศระยะยาว อาจต้องพบกับปัญหาอัตราแลกเปลี่ยนที่แปรผัน ส่วนเรื่องความต่างของเวลาและจำนวนเงินที่ผันผวนเป็นความเสี่ยงที่โฮสต์ต้องรับผิดชอบเองนะ”

สวี่รุ่ยโง่งม “ก็เงินเหมือนกันทั้งนั้น ยังต้องบังคับให้เป็นเหรินหมินปี้[1] ด้วยเหรอ”

ระบบ 1212 “นี่เป็นการตั้งค่าเบื้องต้นของระบบ”

สวี่รุ่ยเข้าใจแล้ว เธอถอนหายใจในใจ “ดูท่าแล้วระหว่างทำภารกิจฉันคงทำได้มากที่สุดแค่ไปเที่ยวต่างประเทศสินะ”

หนำซ้ำยังต้องแน่ใจว่าระยะเวลาไม่นานจนเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องไม่คาดฝันอันเนื่องมาจากความต่างของเวลา

สวี่รุ่ยยินดีปรีดาทันควัน โชคดีที่ทริปขั้วโลกใต้เป็นการล่องเรือสำราญและออกเดินทางจากจีน ดังนั้นโดยปกติแล้วต้องรับเป็นเงินเหรินหมินปี้

 

แต่ทริปล่องเรือสำราญไปเที่ยวขั้วโลกใต้นี้ก็นำพาเอาเรื่องซวยๆ มาให้สวี่รุ่ยเช่นกัน

ตั้งแต่ครั้งนั้นที่เจิ้งเหม่ยซินหักหน้าสวี่รุ่ยกลับคืนไม่ได้ หล่อนจึงพยายามอย่างหนักที่จะทำให้สวี่รุ่ยไม่มีความสุข แต่ก็ไม่เคยประสบความสำเร็จเลยสักครั้ง หนำซ้ำยังได้ไม่คุ้มเสีย เพราะหล่อนถูกเพื่อนร่วมห้องพานรังเกียจและทอดทิ้งให้อยู่โดดเดี่ยว

อาจเป็นเพราะสองสามวันมานี้เจิ้งเหม่ยซินขุ่นเคืองใจ สวี่รุ่ยจึงโดนคนของหล่อนมาขวางไว้ตอนจะไปเข้าห้องน้ำหลังเลิกเรียนวันหนึ่ง

สวี่รุ่ยจะไม่กลัวเลยถ้าคนที่ขวางเป็นเจิ้งเหม่ยซิน เพราะหล่อนผอมมาก ไม่แข็งแรงและวิ่งเร็วเท่าเธอ

แต่คนที่เจิ้งเหม่ยซินบงการกลับเป็นผู้หญิงที่ทำผมไฮไลต์ทองสองคน

แม้พวกหล่อนดูเหมือนจะมีอายุมากกว่าสวี่รุ่ยไม่เกินสองปี หรือต่อให้ใส่ชุดนักเรียนของหัวหย่าแฝงตัวเข้ามา ทว่ากลิ่นอายและแรงกดดันของพวกหล่อนที่แผ่ออกมา พาให้รู้ได้ทันทีว่าไม่ใช่นักเรียนของหัวหย่า จะต้องเป็นพวกอันธพาลจากข้างนอกแน่ๆ

สวี่รุ่ยจำได้โดยพลัน สองวันก่อนเหอจี้ข่ายเพิ่งบอกเธอว่าพี่ชายของเจิ้งเหม่ยซินถนัดเรื่องการจัดการกับพวกที่ไม่ยอมให้เวนคืนที่ดิน เขาต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ พี่เป็นอย่างไรน้องก็เป็นอย่างนั้นสินะ อีกทั้งวิธีแก้ปัญหายังเรียบง่ายและป่าเถื่อนเหมือนกันด้วย

“สวี่รุ่ยใช่ไหม วันนี้พวกเราตั้งใจจะมาสั่งสอนเธอนิดหน่อย”

“ใช่แล้ว ต้องดัดนิสัยสักหน่อย อย่าอวดดีไปยุ่งกับคนที่ไม่ควรยุ่ง”

ทั้งสองคนพูดน้ำเสียงข่มขวัญ หลังปิดประตูห้องน้ำด้วยความไม่ประสงค์ดีแล้ว พวกหล่อนก็ก้าวเข้ามาคุกคามสวี่รุ่ยทีละก้าวๆ

ชาติที่แล้วสวี่รุ่ยใช้ชีวิตจนเรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้ายก็ยังไม่เคยเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ นี่เพิ่งกลับมาเกิดใหม่ได้เดือนเดียวก็โดนเข้าให้แล้ว!

เธอรีบถอยหลังเร็วรี่ ใจของเธอเต้นรัวราวกับตีกลอง “จบกัน ฉันกำลังจะโดนตีแล้วนะ! นอกจากเงินแล้วคุณช่วยให้อะไรอย่างอื่นแทนได้ไหม”

ระบบ 1212 “ไม่ได้ มีเงินแล้วยังไม่พออีกเหรอ”

สวี่รุ่ย “…”

 

[1] สกุลเงินของจีนจากหน่วยใหญ่ไปหน่วยเล็ก ได้แก่ หยวน (หรือไคว่)  เจี่ยว (หรือเหมา) เฟิน

ใส่ความเห็น

แจ้งเตือนการใช้งานคุกกี้ เว็บไซต์ของเรามีการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดการประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้ดีที่สุด ได้แก่ คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ประสิทธิภาพ คุกกี้เพื่อการทำงานของเว็บไซต์ และคุกกี้กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ศึกษารายละเอียดและการตั้งค่าคุกกี้เพิ่มเติมเพื่อความเป็นส่วนตัวของท่านได้ใน นโยบายคุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า