[ทดลองอ่าน] ท่านประมุขหลงลืมฟื้นรัก เล่ม 3 บทที่ 82

ท่านประมุขหลงลืมฟื้นรัก เล่ม 3

教主走失记

 

Yishihuashang 一世华裳 เขียน

RML แปล

 

โปรย

หมากสีขาวใกล้จะถูกเปิดโปง
รอบกาย เย่โย่ว และ เหวินเหรินเหิง จึงยิ่งเต็มไปด้วยอันตราย
เย่โย่วรีบรุดพาพรรคธรรมะบุกรังของมนุษย์โอสถ
จากการต่อสู้ชิงไหวพริบ
กำลังจะดำเนินไปสู่การนองเลือดครั้งใหญ่
อันเป็นบทสรุปของหนี้แค้นในอดีต
พวกเขาจะสามารถจัดการหมากสีขาวให้สิ้นซากได้หรือไม่
และตัวตนของใครเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องลวงบ้าง
บางทีผู้ที่กินยาของหมากสีขาวอาจมีมากกว่าที่คิดเสียแล้ว
ความจริงอันดำมืดของยุทธภพจะต้องกระจ่างในการต่อสู้ครานี้

 

—.—.—.—.—.—.—.—.—.—

 

ติดตามกำหนดการวางจำหน่ายได้ที่เพจ >> Rose Publishing

…XOXO…

มาดามโรส

ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์

 

บทที่ 82

 

เหวินเหรินเหิงกล่าว “หากเซี่ยจวินหมิงไม่ก่อปัญหาสักวัน เขาจะอึดอัดตายงั้นหรือ”

เย่โย่วหัวเราะร่วน แล้วก้มหน้ากินอาหารที่ศิษย์พี่คีบให้

เขายังไม่ได้แกะผ้าพันแผลที่ดวงตาออก จึงไม่รู้ว่าตนเองคีบอะไรอยู่ โชคดีที่เหวินเหรินเหิงรู้รสที่เขาชอบ จึงคีบอาหารใส่ชามให้ได้โดยที่เขาไม่ต้องเอ่ยปาก…ที่จริงแล้วเดิมทีเหวินเหรินเหิงคิดจะป้อนให้เอง แต่เย่โย่วไม่ยอม เหวินเหรินเหิงก็ไม่ได้บังคับ

ใบหน้าของเย่โย่วอันตรายเกินไป เหวินเหรินเหิงจึงปลอมตัวให้ก่อนออกมาข้างนอก ตอนนี้เขาเป็นเพียงคนตาบอดธรรมดาๆ คนอื่นๆ จึงไม่ใคร่สนใจ แล้วพูดคุยถึงเหตุการณ์สำคัญในยุทธภพต่อไป

เย่โย่วฟังด้วยความนึกสนุก เขากลืนอาหารในปากแล้วกล่าวว่า “เดิมทีเขาเป็นคนอยู่ไม่สุข ยามนี้ต้องอยู่ในกลุ่มของพรรคธรรมะตลอดทั้งวัน หากไม่หาอะไรทำให้เพลิดเพลินบ้างก็คงไม่ใช่เขา”

เหวินเหรินเหิงเปรย “วันหน้าเมื่อเรื่องของเจ้ากับข้าแพร่ออกไป ไม่รู้ว่าพวกเขาจะว่าอะไรอีก เวลาสั้นๆ ไม่กี่เดือนเจ้าเปลี่ยนคนข้างกายตั้งสามคน”

เย่โย่วเอ่ยกลั้วหัวเราะ “คนอื่นจะพูดอะไรแล้วเกี่ยวกับข้าหรือ”

เหวินเหรินเหิงอดส่ายหน้าไม่ได้ เพราะรู้ว่าย่อมต้องเป็นเช่นนี้

ในฐานะประมุขเย่ที่มีชื่อเสียงทัดเทียมกับเซี่ยจวินหมิง การที่ศิษย์น้องของเขาถูกพรรคธรรมะสาปแช่งเป็นเป้านิ่งมาหลายปีเช่นนี้ ย่อมเห็นได้ชัดว่าเขาเป็นประมุขที่ไม่สนใจไยดีกับเรื่องอันใดอยู่แล้ว

เย่โย่วกล่าว “หากท่านไม่ชอบฟังคนอื่นเสกสรรปั้นแต่งเรื่องให้ข้า เราทำให้พวกเขาเปลี่ยนถ้อยคำก็ได้”

เหวินเหรินเหิงเองก็คิดมาถึงจุดนี้พอดี

ในเมื่อเซี่ยจวินหมิงกล้าสร้างเรื่อง เขาก็กล้าสานต่อ เขาจะต้องขุดหลุมฝังเซี่ยจวินหมิงให้จงได้ ให้คนอื่นเข้าใจว่าเซี่ยจวินหมิงเป็นฝ่ายที่ไม่รู้จักหวงแหน ไม่ใช่ว่าประมุขเย่เจ้าชู้มากรักหลายใจ

เย่โย่วไม่รอคำตอบจากศิษย์พี่ เพียงเอ่ยถามว่า “กำลังคิดว่าเมื่อถึงเวลาควรทำอย่างไรดีงั้นหรือ”

“เปล่าหรอก” เหวินเหรินเหิงแอบคิดว่า ถ้าแค่เซี่ยจวินหมิงเขายังจัดการไม่ได้ก็คงอ่อนหัดมากไปแล้ว เขากุมมือศิษย์น้องแล้วเอ่ยอย่างนุ่มนวล “เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องนี้ กินข้าวเถิด”

 

**********

 

หลังอาหารทั้งสองนอนพักหนึ่งคืน เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นก็รออยู่ครึ่งชั่วยาม จนกระทั่งชายหน้าบากรีบรุดมาถึง

ก่อนหน้านี้เหวินเหรินเหิงสลัดคนของหมากสีขาวจนหลุด แล้วรีบมุ่งหน้าไปวัดเส้าหลิน ส่วนชายหน้าบากยังคงตรึงกำลังรับมือกับอีกฝ่าย บัดนี้เพิ่งได้กลับมารวมตัวกับเจ้าสำนักอีกครา ครั้นเห็นเจ้าสำนักพยุงคนผู้หนึ่งออกมาจากห้อง หน้าพลันถอดสี

แม้คนผู้นี้จะเปลี่ยนใบหน้า แต่เขาจดจำนายน้อยเสี่ยวได้ในพริบตา

นายน้อยเสี่ยวเก่งกาจขนาดนั้น เหตุใดจึงตาบอดได้ เป็นเรื่องจริงหรือเท็จ ที่หายตัวตกลงไปในแม่น้ำก่อนหน้านี้ไม่ใช่การเล่นละครหรอกหรือ ไม่เจอกันแค่ไม่กี่วันเหตุใดถึงกลายเป็นสภาพนี้เล่า นี่ก็แกล้งทำด้วยใช่หรือไม่ ชายหน้าบากอ้าปากค้าง มองพวกเขาอย่างตกตะลึง

เหวินเหรินเหิงเหลือบมองเขาปราดหนึ่ง

ชายหน้าบากรีบดึงสติกลับมาแล้วเลิกม่านรถม้าขึ้นให้พวกเขา

เหวินเหรินเหิงช่วยประคองศิษย์น้องขึ้นรถม้า ผินหน้ามองผู้ใต้บังคับบัญชาแล้วเอ่ยถามว่า “หมู่นี้มีความเคลื่อนไหวอะไรบ้าง”

ชายหน้าบากตอบ “ไม่มีอะไรเกิดขึ้นขอรับ มีเพียงเจ้าอาวาสฉือหยวนกับคณะ รวมถึงคุณชายเว่ยและคุณชายติงได้ส่งจดหมายมาเมื่อไม่กี่วันก่อน ถามไถ่ว่าพบนายน้อยเสี่ยวหรือไม่…” เขาหยุดชั่วขณะ ในที่สุดก็อดถามไม่ได้ว่า “เจ้าสำนัก นายน้อยเสี่ยวเป็นอะไรหรือขอรับ”

เหวินเหรินเหิงกล่าว “บาดเจ็บนิดหน่อย อีกสักสองสามวันก็หายแล้ว อย่าแพร่งพรายเรื่องนี้ไปข้างนอก”

ชายหน้าบากโล่งใจ เขากวักมือเรียกคนของสำนักซวงจี๋ให้เข้ามาเตรียมพร้อมออกเดินทาง ส่วนเหวินเหรินเหิงเข้าไปในรถม้า ครั้นเห็นศิษย์น้องนั่งเรียบร้อยแล้ว ก็โอบกอดเข้ามาในอ้อมแขน

เย่โย่วอิงแอบอย่างผ่อนคลาย เมื่อรับรู้ว่าศิษย์พี่จับมือทั้งสองข้างไว้ก็คลี่ยิ้มเอ่ยว่า “ยอมรับมาเถิด ท่านชอบที่ข้าเป็นเช่นนี้”

เหวินเหรินเหิงกล่าว “เพราะข้าคิดว่าเจ้าค่อนข้างเชื่อฟัง”

เย่โย่วกล่าว “ข้าก็ค่อนข้างเชื่อฟังมาตลอดนะ”

เหวินเหรินเหิงไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ

แท้จริงแล้วสิ่งที่เขาชอบคือศิษย์น้องพึ่งพาเขา

ก่อนหน้านี้เมื่อครั้งที่พวกเขายังไม่ได้อธิบายความรู้สึกต่อกันให้ชัดเจน ทุกครั้งที่ศิษย์น้องทำให้โกรธหนัก เขาเอาแต่คิดอยากจะมัดคนผู้นี้แล้วขังเอาไว้ เพื่อให้ศิษย์น้องพบเจอเขาคนเดียว เมื่อไรที่เชื่อฟังและรู้ความค่อยปล่อยออกมาอีกครา บัดนี้คนผู้นี้ตาบอดชั่วคราว ต้องอาศัยเขาทุกอย่าง จึงน่าพอใจเป็นพิเศษ

เขามองดวงหน้าด้านข้างของศิษย์น้อง แล้วเอนตัวไปใกล้ ฝังจูบที่มุมปากหนึ่งหน

ทว่าอาการบาดเจ็บของเย่โย่วไม่ร้ายแรง พักฟื้นอีกแค่สองวันก็คงต้องถอดแถบผ้าพันแผลออกเสียแล้ว

 

**********

 

พวกเขารีบไปสมทบกับพรรคธรรมะ พอมาถึงครึ่งทางก็ได้รับข่าวว่า เจ้าอาวาสฉือหยวนและคณะมาช้าไปหนึ่งก้าว เมื่อดั้นด้นไปถึงเมืองเซิ่งอิน บ้านของผู้นำสหพันธ์ก็ถูกไฟไหม้วอดวายไปเสียแล้ว พวกเขาไปค้นหาจากซากปรักหักพัง แต่ก็ไม่พบร่องรอยใดๆ แม้แต่น้อย

เย่โย่วไม่แปลกใจเรื่องนี้เลยสักนิด

แม้การเผาบ้านจะทำให้คนของพรรคธรรมะพิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่ผู้นำสหพันธ์จะมีผู้ช่วย แต่หมากสีขาวก็ยังต้องเดินหมากตามนี้ มิฉะนั้นจะถูกเปิดเผยตัวตนอย่างแน่นอน

เย่โย่วกล่าว “ตอบจดหมายกลับเถิด บอกว่าพบข้าแล้ว ให้พวกเขารอเราที่เมืองเซิ่งอินก่อน”

เหวินเหรินเหิงก็คิดเช่นนั้นจึงสั่งคนไปส่งจดหมาย จากนั้นก็สั่งชายหน้าบากให้นำผ้ามาพันให้ศิษย์น้องอย่างเบามือ

 

**********

 

เมื่อมาถึงเมืองเซิ่งอินก็เป็นเวลาพลบค่ำพอดี

เจ้าอาวาสฉือหยวนฉันภัตตาหาร ส่วนคนอื่นๆ กำลังกินอาหารกันอยู่ ครั้นเห็นพวกเขาเข้าประตูมาก็พากันลุกขึ้นยืนทีละคน ติงสี่ไหล เว่ยเจียงเย่ว์ และคุณชายสำนักต่างๆ วิ่งตรงเข้ามาหา ดวงตาของติงสี่ไหลแดงก่ำ “คุณชายเสี่ยว เจ้าไม่เป็นอะไร วิเศษเลย!”

เย่โย่วเอ่ย “ทำให้พวกเจ้าเป็นห่วงแล้ว”

เจ้าสำนักเก่อเดินมาไถ่ถาม “สุขภาพเป็นอย่างไรบ้าง บาดเจ็บหรือไม่”

เย่โย่วตอบ “โชคยังดี ตอนนั้นข้าถูกน้ำพัดออกไป สลบไปสองสามวันกว่าจะฟื้นขึ้นมาได้”

เหวินเหรินเหิงกล่าวเสริม “จากนั้นมีไข้ติดต่อกันสามวัน นี่เพิ่งจะดีขึ้นบ้างแล้ว”

เมื่อทุกคนได้ยินก็รีบช่วยกันพยุงเขาให้นั่งลง เพราะกลัวว่าจะทรงตัวไม่อยู่จนล้มกระแทกลงไปอีก

ตอนที่ยังไม่ทราบชะตากรรมว่าคุณชายเสี่ยวเป็นตายร้ายดีอย่างไร ขวัญกำลังใจของพรรคธรรมะลดลงอย่างมาก ในหมู่พวกเขาหลายคนสีหน้าเคร่งขรึม ยามนี้คนยังมีชีวิตอยู่ แม้จะเป็นคนของหมากสีดำ พวกเขาก็ยังรู้สึกดีที่มีคุณชายเสี่ยวอยู่ข้างกาย ทั้งยังรู้สึกสบายใจมากด้วย

เซี่ยจวินหมิงนั่งมองคนโปรดของพรรคธรรมะอยู่ไม่ไกลนัก เอ่ยในใจว่า ‘ชิๆ หากตัวตนของเย่โย่วถูกเปิดเผยขึ้นมาวันใด ชาวพรรคธรรมะอาจจะอับอายขายหน้าและเคียดแค้นจนหยิบดาบขึ้นมาสับคนผู้นี้ก็เป็นได้’

เซี่ยจวินหมิงยิ้มแล้วเอ่ยว่า “คุณชายเสี่ยวกลับมาแล้วนับเป็นการดีทีเดียว หลายวันนี้ได้ยินพวกเขาพูดถึงแต่เจ้าอยู่ร่ำไป” หลังจากนั้นก็มองไปทางคนด้านข้าง “ยอดรัก นี่คือคุณชายเสี่ยวที่ข้าเคยเล่าให้เจ้าฟัง ก่อนหน้าเจ้าอยากเห็นเขามิใช่หรือ รีบดูเสียสิ”

“…” ผู้อาวุโสไป่หลี่สวมหน้ากากของท่านประมุข เผยยิ้มอ่อนๆ ‘เช่นท่านประมุข’ ที่มุมปาก แล้วมองประมุขของตัวเองเงียบๆ

หัวใจเขาปวดร้าวยิ่งนัก

หากรู้ก่อนว่าจะต้องจ่ายค่าโง่อย่างแสนสาหัส คราแรกคงไม่ปากไวนำหายนะมาสู่ตนเองเช่นทุกวันนี้ หากไม่ใช่เพราะรู้ว่าเซี่ยจวินหมิงไม่ได้สนใจบุรุษละก็ เขาคงจะสงสัยว่าจอมมารผู้นี้ถูกตาต้องใจตนเข้าจริงๆ เป็นแน่

ทว่าตอนนี้มาขบคิดสิ่งเหล่านี้ก็ไร้ประโยชน์ เขายังคงต้องแสร้งทำต่อไป จึงยิ้มเล็กน้อย “คุณชายเสี่ยว ได้ยินกิตติศัพท์เลื่องลือมานานแล้ว”

เย่โย่วกล่าว “มิกล้ารับ ขอคารวะท่านประมุขเย่”

ผู้อาวุโสไป่หลี่ขานรับอย่างเบื่อหน่าย “อืม” ก่อนจะเห็นเซี่ยจวินหมิงคีบอาหารที่เขาไม่ชอบมาให้ ทั้งยังมองมาด้วยสีหน้าเย้ายวน จึงอดชอกช้ำใจอีกครั้งไม่ได้ เขาข่มความรู้สึกที่อยากจะตกตายไปพร้อมกับเจ้าหมอนี่อย่างรุนแรงเอาไว้ แล้วคีบมันขึ้นมากิน

เซี่ยจวินหมิงเล่นมาได้สองสามวันก็น่าจะเพียงพอแล้ว ครั้นคีบอาหารเสร็จก็เบือนหน้าหนี แล้วโบกมือให้เย่โย่ว “คุณชายเสี่ยวกินข้าวหรือยัง ถ้ายังก็มากินด้วยกันสิ”

เย่โย่วปฏิเสธ “ไม่ละ ข้าจะกินกับศิษย์พี่”

เซี่ยจวินหมิงกล่าว “ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลย เจ้าสำนักเหวินเหรินมากินร่วมกันได้นะ”

เหวินเหรินเหิงปฏิเสธอย่างสุภาพ โดยให้เหตุผลว่าศิษย์น้องไม่สบาย แล้วส่งสัญญาณให้เสี่ยวเอ้อร์ส่งอาหารขึ้นไปที่ชั้นบน ก่อนจะจากไป

 

**********

 

พวกเขาเข้าไปในห้องที่พรรคธรรมะจองไว้ให้ หลังจากนั่งลงได้ไม่นานนัก ติงสี่ไหลและเว่ยเจียงเย่ว์ก็มาเคาะประตูห้อง ส่วนเหรินเส้าเทียนยกอาหารตามเข้ามา จัดจานชามให้ทีละใบอย่างเรียบร้อย เขามองพิเคราะห์นายน้อยเสี่ยวแวบหนึ่ง ครั้นได้เห็นกับตาก็มองออกว่ากำลังวังชาของนายน้อยเสี่ยวยังนับว่าใช้ได้อยู่ จึงถอยออกไปอย่างวางใจ

เย่โย่วมองพวกเขา “มีอะไรจะพูดหรือ”

ติงสี่ไหลเอ่ย “ไม่มี แค่อยากมากินข้าวกับเจ้า”

เย่โย่วมองไปทางเว่ยเจียงเย่ว์ “แล้วเจ้าเล่า”

เว่ยเจียงเย่ว์มีเรื่องจะพูดคุยกับเขาจริงๆ

ในด้านหนึ่งเขาแพ้พนันกับคุณชายเสี่ยว จึงต้องการฟังว่าคุณชายเสี่ยวจะพูดอย่างไรบ้าง จะเอ่ยเช่นไรก็ได้

แต่ในอีกทางหนึ่ง ชีวิตเขาในช่วงนี้ทุกข์ระทมยิ่งนัก เมื่อใดที่คิดว่าคนผู้นี้อาจตกอยู่ในเงื้อมมือของหมากสีขาวไปแล้ว เขาก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ เมื่อสองสามวันก่อนที่ไม่มีข่าวคราวก็ฝันร้ายอยู่เรื่อยมา บัดนี้ได้เห็นคนแล้ว แทบรู้สึกเหมือนอยากจะร้องไห้ มีชั่วครู่ที่อยากจะดึงคนเข้ามากอดรัดในอ้อมแขนให้หายคิดถึง แล้วระบายความในใจว่าพักนี้เขารู้สึกอย่างไร

แต่เห็นชัดว่าในตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม เพราะไม่เพียงแต่มีติงสี่ไหลหรือเหวินเหรินเหิงอยู่ใกล้ๆ ทว่าในตอนนี้เขายังอยู่ในสถานการณ์อันตราย จึงได้แต่พูดด้วยเสียงแหบแห้งว่า “ไม่มีเช่นกัน”

เย่โย่วย่อมไม่เชื่อ เขาเหลือบมองอีกฝ่ายแวบหนึ่งโดยไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียง

ติงสี่ไหลอยู่กับเขาอย่างเงียบเชียบสักพักแล้วเอ่ยถามว่า “บ้านของท่านลุงจงถูกเผา เป็นไปได้หรือไม่ที่เขาจะโดนปรักปรำ อาจไม่มีอะไรอยู่ในบ้านมาตั้งแต่แรก แล้วหมากสีขาวก็เผามัน จงใจให้คนคิดว่ามีอะไรสักอย่างในบ้านของเขา”

เย่โย่วประหลาดใจมาก “เจ้าคิดซับซ้อนถึงขั้นนี้เชียวหรือ”

ติงสี่ไหลเกาศีรษะอย่างเขินอาย “เส้าเทียนเป็นคนบอกน่ะ”

เย่โย่วมองเหรินเส้าเทียนแล้วกล่าวชื่นชม “ปลอบใจคนได้เก่งดี”

เหรินเส้าเทียนหัวเราะ ยังให้ความรู้สึกว่าไม่ได้มีเจตนาดีอยู่เหมือนเคย ติงสี่ไหลมองพวกเขาอย่างงุนงง แล้วสอบถามว่าพวกเขาหมายถึงอะไร เย่โย่วจึงตอบ “อาจารย์เซียวเป็นคนของผู้นำสหพันธ์ ยังต้องอธิบายอีกหรือ”

ติงสี่ไหล “…”

“หากเขาเป็นผู้บริสุทธิ์จริง เหตุใดหมากสีดำถึงกัดเขาไม่ปล่อยเล่า” เย่โย่วมองท่าทางของอีกฝ่ายแล้วกล่าวว่า “ไม่ว่าอย่างไรผู้นำสหพันธ์ก็มีมลทินจริงๆ เพียงแต่จะเกี่ยวพันมากน้อยแค่ไหนก็เท่านั้น”

ติงสี่ไหลไหล่ตก เห็นได้ชัดว่าเขาถูกเรื่องเหล่านี้ถาโถมมาหลายวัน เหรินเส้าเทียนจึงตั้งใจจะปลอบโยน เขาพลันรู้สึกหดหู่อยู่ครู่หนึ่งแล้วถามว่า “ถ้าอย่างนั้นท่านลุงจงจะไปที่ใด”

เย่โย่วตอบ “อืม เรื่องนี้ต้องขบคิดให้ดีสักหน่อย”

เขายังคงคิดว่าผู้นำสหพันธ์ไปตามหามารเหมือนเดิม

หากมารรู้ว่าหมากสีขาวต้องการให้ตัวเองเป็นมนุษย์โอสถ น่าจะมาชำระบัญชีแค้น เมื่อถึงเวลานั้นทุกคนจะได้รู้จักตัวตนของหมากสีขาว ซึ่งหมากสีขาวผู้นี้ก็เดาได้เช่นกัน แต่แปลกตรงที่ปฏิกิริยาของหมากสีขาวสงบนิ่งมาก ไม่เพียงไม่ตื่นเต้น ยังมีใจคิดวางกลอุบายเมื่อพวกเขาออกจากวัดเส้าหลินมาแล้วด้วยซ้ำ

ดังนั้นเขาจึงคิดว่าถ้าไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายถือไพ่เหนือกว่า ก็เพราะที่ซึ่งจอมมารซ่อนตัวนั้นมีความลับหรือกลไกอะไรอย่างอื่น หมากสีขาวจึงมั่นใจว่าผู้นำสหพันธ์เข้าไปไม่ได้ สองแบบนี้ไม่ว่าแบบไหนก็เป็นเรื่องน่าขบคิดทั้งนั้น

ติงสี่ไหลเอ่ยถาม “เจ้ามีความคิดเห็นประการใด”

“ไม่มี หลายวันนี้หมากสีดำมีการเคลื่อนไหวบ้างหรือไม่” เย่โย่วซักถาม

ติงสี่ไหลตอบกลับ “ไม่มีเช่นกัน”

“ถ้าอย่างนั้นข้อกังขาที่ว่าข้าอาจเป็นหมากสีดำก็ยิ่งมีมากทีเดียว” เย่โย่วหัวเราะพลางตอบ

ติงสี่ไหลประหลาดใจ “เจ้าหมายความว่าหมากสีดำคิดจะเบี่ยงเบนความสงสัยของหมากสีขาวมาที่เจ้าหรือ”

“ใช่ ไม่ว่าตอนนี้ข้าจะทำอะไร หมากสีขาวก็อยากสังหารข้า” เย่โย่วกล่าว

“ไร้ยางอาย” ติงสี่ไหลโกรธเกรี้ยว “เสียแรงที่ข้าคิดว่าหมากสีดำยังดีกว่า เขาทำเช่นนี้ได้อย่างไร พี่ใหญ่ เราจับหมากสีขาวเสร็จก็มาจับหมากสีดำด้วยเถิด กำจัดเสียทั้งหมด ให้รู้กันไปว่าผู้ใดร้ายกาจกว่า”

เย่โย่วทวนคำ “พี่ใหญ่?”

ติงสี่ไหลอึกอักชั่วครู่แล้วอธิบายว่า “พูดผิดน่ะ”

เย่โย่วเลิกคิ้ว

“…เอาละ” ติงสี่ไหลกล่าว “หลายวันที่เจ้าหายตัวไป ข้าอารมณ์ไม่ดีเลยดื่มจนเมาแอ๋ไปหนึ่งครั้ง แล้วบอกพวกเขาไปว่าเจ้าเป็นพี่ใหญ่ของข้า พวกเขาต่างรู้ดี” เขาอดคว้ามือของเย่โย่วไว้ไม่ได้ “พี่ใหญ่ เจ้าก็รับข้าไว้เถิด เจ้าให้ข้าไปทางตะวันออก ข้าจะไม่ไปทางตะวันตกเด็ดขาด ให้ข้ากระโดดลงแม่น้ำ ข้าจะไม่กระโดดพุ่งลงหน้าผาแน่นอน ข้าเกิดมาเป็นคนของเจ้า ตายก็จะเป็น…ของเจ้า โอ้ ไม่สิ หากข้าตายคงต้องถูกฝังอยู่ในหลุมศพของตระกูลติง สิ่งนี้ข้าไม่สามารถตัดสินใจด้วยตัวเองได้”

คนอื่นๆ “…”

 

Leave a Reply

แจ้งเตือนการใช้งานคุกกี้ เว็บไซต์ของเรามีการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดการประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้ดีที่สุด ได้แก่ คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ประสิทธิภาพ คุกกี้เพื่อการทำงานของเว็บไซต์ และคุกกี้กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ศึกษารายละเอียดและการตั้งค่าคุกกี้เพิ่มเติมเพื่อความเป็นส่วนตัวของท่านได้ใน นโยบายคุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึกการตั้งค่า