fbpx

[ทดลองอ่าน] ทิงทิงไม่ใช่คนน่ารักจริงๆ นะ ตอนที่ 5

ทิงทิงไม่ใช่คนน่ารักจริงๆ นะ

น่งชิงเฟิง เขียน
นิศารัตน์ แปล

 

โปรย

เฉินทิง หรือ ทิงทิง หนุ่มมหาวิทยาลัยที่บรรดาสาวๆ ต่างเอ็นดู ชีวิตเขามีแต่คนมองว่าน่ารัก
ใครเลยจะรู้ว่าเขาก็เป็นคนคูลๆ ได้เหมือนกันนะ
แต่ทำไมเปลี่ยนภาพลักษณ์เป็นคนเท่ๆ คูลๆ แล้ว
แทนที่จะต้องตาโดนใจสาวๆ ดาวมหาวิทยาลัย กลับไปถูกใจหนุ่มฮ็อตแทนซะได้

เผยอี่เหยา ทั้งเรียนเก่ง หล่อ ล่ำ สูง รวย เท่และเย็นชา
ครบสูตรหนุ่มที่สาวๆ ทั้งมหาวิทยาลัยใฝ่ฝัน
หนุ่มฮ็อตรุ่นน้องคนนี้จะมาชอบทิงทิงจริงๆ เหรอ!

มาพบกับเรื่องราวความรักระหว่างหนุ่มน้อยน่ารักกับหนุ่มฮ็อต
และตอนพิเศษอีก 3 ตอนกันเลย

 

นิยายเล่มเดียวจบ

 

———————————————————–

 

ติดตามกำหนดการวางจำหน่ายหนังสือได้ที่เพจ Rose Publishing

…XOXO…

มาดามโรส

 

ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์

 

5

 

เผยอี่เหยาไม่คิดเลยว่าจะมาเจอคนคนนี้อีกครั้งในงานปาร์ตี้ เขาชื่ออะไรนะ

ทิงทิง?

เขานึกถึงภาพตอนเปิดประตูเข้าไปในห้องวันนั้นขึ้นมาทันที ช่วงบ่ายที่แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาผ่านทางหน้าต่างที่เปิดไว้ครึ่งบาน ผ้าม่านบางเบาโปร่งแสงปลิวไสวไปหยุดที่เท้าของเขาคนนั้นพอดิบพอดี

ประโยคที่ว่า “เรียกฉันว่าทิงทิงก็ได้นะ” เขาก็ยังจำได้ไม่ลืม

เผยอี่เหยาไม่ได้ใส่ใจว่าเขาแซ่อะไร จำได้แค่ว่าชื่อทิงทิง เท่าที่เห็นอีกฝ่ายดูตัวเล็กมาก เพราะตอนที่เอาเสื้อของเขามาใส่ คอเสื้อใหญ่จนปิดไหปลาร้าไม่มิด

เหมือนเด็กขโมยเสื้อผู้ใหญ่มาใส่เลย

แต่ตอนนี้รูปลักษณ์ของเขากลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขายืนอยู่กลางเวทีพร้อมแสงไฟที่พร่างพราวสะดุดตา เพลงที่เล่นเมื่อกี้ก็ดุเดือดและบ้าคลั่งน่าดู

แบบไหนคือตัวจริงของเขากันแน่

เผยอี่เหยามองไปก็นึกสงสัย

ทางฝั่งหยางซู่หลินได้เปลี่ยนชื่อเรียกของเฉินทิงจาก “ทิงทิง” เป็น ”พี่ทิง” อย่างตื่นเต้น สายตาของทุกคนยังคงจับจ้องไปที่เฉินทิงดุจดั่งดวงดาวที่ล้อมรอบดวงจันทร์

เฉินทิงกลับไม่อยากอยู่ในสถานการณ์นี้แล้ว เขาคืนของต่างๆ ที่ยืมมาและโบกมือให้ทุกคน ก่อนจะเดินออกไป แต่พอเดินไปไม่กี่ก้าวก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหันกลับไปหาโจวเฉิงและซูลั่ว แล้วกระซิบบางอย่าง

 

*******

 

ทันทีที่ออกมา หยางซู่หลินก็ถามอย่างอดไม่ได้ “นายบอกอะไรพวกเขาเหรอ โจวเฉิงหน้าถอดสีไปเลย! ฮ่าๆๆๆ ตลกชะมัด”

เฉินทิงแบมือยักไหล่ “แค่บอกพวกเขาว่าวันนั้นฉันอัดเสียงไว้”

“นายอัดเสียงไว้?!”

“จริงๆ แล้ว…ฉันล้อเล่นหรอกน่า”

หยางซู่หลินขอซูฮกอย่างยิ่ง จะหาเรื่องใครก็ได้ แต่อย่ามาหาเรื่องพี่ทิง

 

*******

 

เรื่องที่งานปาร์ตี้ของมหาวิทยาลัย N ดังในโลกโซเชียลเป็นพลุแตกในคืนนั้นเอง แต่มันไม่มีผลกับเฉินทิงเลยแม้แต่น้อย เพราะเขาหลับไปตั้งแต่สามทุ่มแล้ว

หยางซู่หลินผู้เห็นเหตุการณ์กลับตื่นเต้นมากจนกลายเป็นคนที่นอนไม่หลับเสียเอง ห้าทุ่มแล้วยังนอนตาค้างอยู่บนเตียง เพราะนึกถึงเป้าหมายแรกขึ้นได้ นั่นคือเผยอี่เหยา

แล้วตกลงเผยอี่เหยามาหรือไม่มา ต่างคนต่างพูดกันไป บางคนบอกเห็น แต่ส่วนใหญ่กลับบอกว่าไม่เห็น ทว่าสิ่งที่ทุกคนเห็นตรงกันคือเขาเป็นคนที่เข้าถึงยากจริงๆ

ตั้งแต่เปิดเรียนมา เขาไม่เข้าร่วมกิจกรรมของชมรมไหน นอกจากเพื่อนที่เป็นรูมเมตแล้วก็ไม่มีใครต่อบทสนทนากับเขาได้ ไม่ต้องพูดถึงการแลกไอดีวีแชตหรือการกินข้าวด้วยกันเลย ฝันไปเถอะ

 

*******

 

หยางซู่หลินเขียนเปิดเผยความจริงของข่าวลือเสียยาวเหยียดทั้งภาษาจีนและภาษาอังกฤษ แต่หนังสือพิมพ์ของมหาวิทยาลัยเป็นสื่อที่จริงจังเกินไปจนไม่สามารถตีพิมพ์ได้ เขาจึงนำบทความที่เขียนไปแปะไว้ในเพจของมหาวิทยาลัยแทน ใครอ่านก็จะได้รู้

ประโยคที่เฉินทิงพูดไว้ว่า “อัดเสียงไว้” ทำให้โจวเฉิงและซูลั่วตื่นตระหนกจนเงียบไปเอง ทั้งคู่ไม่ออกมาเคลื่อนไหวอีก หลังจากนั้นสองสามวันหยางซู่หลินก็ได้ยินจากเพื่อนที่อยู่ภาควิชาอื่นว่า ซูลั่วเครียดมากและดูเหมือนเธอจะเลิกกับโจวเฉิงแล้วด้วย

แต่เรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเฉินทิงแล้วละ เขาเองก็ไม่อยากยุ่งกับสองคนนั้นอีกแล้ว แต่สิ่งที่หนักใจที่สุดในตอนนี้คือมีสาวๆ มาสารภาพรักกับเขา แถมยังไม่ได้มีแค่คนเดียวด้วย

“เถอะน่าทิงทิง นายต้องสละโสดแล้วนะ!” หยางซู่หลินตบไหล่เฉิงทิง ถ้าทำได้เขาจะขอเป็นผู้ชายคนแรกของห้อง 423ที่ได้สละโสด

“แต่ใจฉันไม่หวั่นไหวนี่ คิดมาตลอดด้วยซ้ำว่าอยากบวช…” เฉินทิงฟุบลงบนโต๊ะอย่างอ่อนแรง

“ทิงทิง นายเป็นอะไรของนายเนี่ย ไม่เอาน่า ฉันเรียกนายว่าพี่แล้วนะ มีคนมาชอบนายไม่ดีหรือไง แล้วทำไมนายยังคิดจะบวชอีกเล่า!” หยางซู่หลินเบิกตากว้าง

เฉินทิงพูดอย่างเนิบช้า “จะได้เข้าสู่เส้นทางแห่งพุทธศาสนา ส่งต่อความรักให้ธรรมชาติน่ะสิ”

หยางซู่หลิน “…”

เฉินทิง “ใช้ชีวิตอย่างอิสระและปล่อยวาง”

หยางซู่หลิน “แฟนสาวน่ารักออกนะ!”

เฉินทิง “ฉันก็น่ารักนะ”

หยางซู่หลิน “…”

หยางซู่หลินคิดอย่างรอบคอบสักพัก แล้วรู้สึกว่าสิ่งที่เฉินทิงพูดมีเหตุผล โอกาสเกิดสถานการณ์แบบเมื่อวานนั้นมีน้อยมาก เหตุการณ์ “มือกลองระเบิดโลก” ก็เหมือนกับทักษะการอ่านของเฉินทิง นั่นคือ ต้องใช้เวลาคูลดาวน์อีกนาน กว่าจะสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ได้อีกครั้ง แต่เวลาจริงๆ ส่วนใหญ่หรือแม้แต่ตอนนี้เฉินทิงก็เป็นแบบนี้นี่แหละ

พวกผู้หญิงที่มาชอบเฉินทิง ชอบคนไหนกันแน่ ถ้าอยากให้เฉินทิงยอมเป็นอย่างที่คนทั่วไปชอบ นั่นก็ไม่ใช่เฉินทิงแล้ว

“เฮ้อ…งั้นนายหาแฟนเป็นผู้ชายดูสิ” หยางซู่หลินแซว

“เออ ก็ดีนะ” เฉินทิงลุกขึ้นนั่ง

“อย่าๆๆๆ!” หยางซู่หลินรีบโบกมือปัด “ฉันล้อเล่นนะ!”

“ฉันก็ล้อเล่น” เฉินทิงทำหน้าใสซื่อ

หยางซู่หลินเหนื่อยใจ คงอีกนานกว่าเขาจะตามมุกของรูมเมตคนนี้ทัน

 

*******

 

เรื่องที่จะปฏิเสธคนมาสารภาพรักอย่างไรไว้ค่อยว่ากัน ห้าวันหลังจากเรื่องวุ่นวายในงานปาร์ตี้ เฉินทิงก็ส่งข้อความไปถามเผยอี่เหยาว่าเขาว่างเมื่อไร เพราะเฉินทิงอยากนำชุดไปคืน

รุ่นน้องจอมเย็นชาไม่ตอบ

เฉินทิงเองก็ไม่ได้ร้อนใจ เขาทำธุระและจัดการเรื่องของตัวเองต่อไป ด้วยความที่เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์พอดี หยางซู่หลินต้องไปร่วมกิจกรรมกับฝ่ายข่าว เฉินทิงจึงไปที่ห้องสมุดคนเดียว

ห้องสมุดของมหาวิทยาลัย N ใหญ่มาก นอกจากห้องสมุดขนาดมหึมาแล้ว ยังมีร้านกาแฟ พื้นที่การเรียนรู้มัลติมีเดีย ห้องออกกำลังกาย และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ด้วย

เฉินทิงไม่สนใจสิ่งอื่นใด เพราะมัวแต่ง่วนอยู่กับเค้กในร้านกาแฟที่ชั้น G ร้านกาแฟแห่งนี้เพิ่งเปิดเมื่อสองปีที่แล้ว พื้นที่ไม่ใหญ่มาก แค่ประมาณครึ่งหนึ่งของห้องเรียนเท่านั้น ทำเลที่ตั้งก็ไม่ดี แต่ที่คนนิยมเพราะขึ้นชื่อเรื่องรสชาติ สิ่งที่ทำให้เฉินทิงขลุกอยู่ในนี้ได้ทั้งวันคือชั้นหนังสือภายในร้านที่มีหนังสือของจุนจิ อิโตะ[1] และเคียวโกคุ[2] อยู่เต็มสองแถว

หยางซู่หลินเคยบอกว่าเจ้าของร้านกาแฟคือรุ่นพี่ภาควิชาโบราณคดี เขาค่อนข้างลึกลับ แถมไม่เคยมาปรากฏตัวให้เห็นในร้าน ตอนนี้เขาย้ายไปอยู่บัณฑิตวิทยาลัยที่วิทยาเขตเก่าแล้ว หยางซู่หลินพยายามขอสัมภาษณ์รุ่นพี่คนนี้มาหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยสำเร็จ

แต่เฉินทิงสามารถบอกได้ว่าเจ้าของร้านอยู่หรือไม่จากรสชาติของเค้ก เพราะมีเพียงเค้กฝีมือเจ้าของร้านเท่านั้นที่อร่อยที่สุด แต่กว่าเค้กจะเข้าถึงปากของเฉินทิง เขาก็ออกไปก่อนแล้ว

วันนี้ก็เหมือนกัน เฉินทิงชิมแล้วรู้สึกถึงความขมอมหวาน พอหมดรสขมกลับมีรสหวานติดปลายลิ้น ทำให้รู้ทันทีว่ารุ่นพี่เจ้าของร้านคนนั้นแสดงฝีมืออีกแล้ว เขาจึงเงยหน้ามองไปที่ตู้กระจก เมื่อเห็นเค้กช็อกโกแลตชิ้นสุดท้ายก็ตาลุกวาว

ในร้านตอนนี้มีลูกค้าเพียงแค่คนเดียวคือเฉินทิง เขาจึงไม่ห่วงว่าจะมีใครมาแย่งเค้กชิ้นนั้นไป เฉินทิงค่อยๆ กินเค้กที่มีอยู่อย่างใจเย็น ก่อนจะเดินไปที่หน้าเคาน์เตอร์เพื่อเตรียมสั่งกลับบ้าน แต่ยังไม่ทันเอ่ยปาก เสียงกระดิ่งที่ประตูก็ดังขึ้นพร้อมกับลมเย็นๆ ที่พัดเข้ามา

เฉินทิงหันมองตามเสียงโดยไม่รู้ตัว และแล้วก็เห็นคนที่คาดไม่ถึง…เผยอี่เหยา

วันนี้เขาสวมโอเวอร์โค้ตกันลมสีดำ แขนเสื้อถูกดึงขึ้นเผยให้เห็นท่อนแขนเรียวที่ดูแข็งแรง ขาคู่นั้นทั้งตรงและเรียวยาว ก้าวเพียงไม่กี่ก้าวก็มาหยุดอยู่ข้างเฉินทิงพร้อมกับลมหนาวของเดือนตุลาคมได้แล้ว

“อเมริกาโนหนึ่งแก้วครับ” รวบรัดและชัดเจน

เฉินทิงมองพลางคิดว่าเผยอี่เหยาคงจำเขาไม่ได้ หรือไม่ก็ลืมเขาไปแล้ว ในขณะที่กำลังคิดว่าจะทักดีไหม เผยอี่เหยากลับหันมาถาม “นายจะดื่มอะไร”

“หา?”

“นายจะดื่มอะไร” เขาถามย้ำอีกครั้ง สีหน้าเย็นชาแต่ไม่ได้ดูหงุดหงิด

“ไม่เป็นไร ฉันแค่จะซื้อเค้กกลับบ้าน” เฉินทิงตอบกลับและรีบสำทับอีกประโยค “เดี๋ยวฉันสั่งเอง”

เฉินทิงเป็นลูกค้าประจำและคุ้นเคยกับพนักงานเป็นอย่างดี ไม่ต้องพูดอะไรมากพนักงานก็เข้าใจและเตรียมเอาเค้กชิ้นสุดท้ายมาแพ็กให้

เผยอี่เหยามองไปยังเค้กที่ส่งกลิ่นหวานเลี่ยน แล้วกวาดตามามองคนตัวเล็กผมหยักศกที่ยืนอยู่ข้างๆ สายตาจ้องไปที่เศษขนมเค้กที่ติดอยู่ตรงมุมปากอย่างสงสัย

ทิงทิงในวันนี้ดูไม่เหมือนกับคนที่อยู่ในงานปาร์ตี้คืนนั้นเลย

“เอ่อ…หน้าฉันมีอะไรรึเปล่า” เฉินทิงรู้สึกอึดอัดที่เห็นเขามองอย่างนั้น จึงลูบใบหน้าของตัวเองอย่างงุนงง คิดไม่ถึงว่าจะลูบเจอเศษขนมเค้ก หน้าของเขาจึงแดงก่ำ

แต่เผยอี่เหยากลับสงบนิ่งเช่นเคย แล้วพูดกับพนักงานด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ขอนมเพิ่มอีกแก้วครับ”

ได้ยินอย่างนั้นเฉินทิงก็ลืมเขินและรีบเอ่ยว่า “เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง อยากขอบคุณเรื่องชุดที่ยืมมาครั้งที่แล้วน่ะ”

ทิงทิงอย่าไปหงอ สูงร้อยแปดสิบเจ็ดเซนติเมตรแล้วไง ยังไงก็เปลี่ยนความจริงที่ว่าเจ้าถั่วน้อยนี้อายุแค่สิบแปดปีไม่ได้หรอก แต่ก่อนตอนที่อีกฝ่ายยังเป็นแค่ตัวอ่อน ฉันก็สูงตั้ง…สี่สิบเจ็ดเซนติเมตรแล้วแหละน่า!

ความสูงต่างกันตั้งสี่สิบเจ็ดเซนติเมตร อย่ามาดูถูกกันเชียวนะ

แต่เฉินทิงพลาดไปหน่อย เพราะเขาใช้เงินสด ในขณะที่อีกฝ่ายมีบัตรซึ่งเป็นบัตรส่วนลดพิเศษสำหรับนักศึกษาใหม่ที่จะหมดเขตภายในเย็นวันนี้

ยังดีที่แค่ห้าสิบหยวน ไม่ถูก ไม่แพง กำลังดี

 

*******

 

ตอนที่เฉินทิงเดินออกจากร้านพร้อมกับนมและขนมเค้ก สายลมยามเย็นทำให้นึกถึงเรื่องน่าอายที่ไม่ได้ใส่กางเกงวันนั้นขึ้นมา เขาแอบมองประเมินเผยอี่เหยาที่อยู่ข้างๆ และอดถามขึ้นมาไม่ได้ว่า “นายเห็นข้อความที่ฉันส่งไปรึเปล่า”

เผยอี่เหยาเอามือข้างหนึ่งเปิดเสื้อโค้ต แล้วล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ส่วนอีกมือก็ถือกาแฟและถามกลับว่า “ข้อความ?”

เฉินทิงพยักหน้า “เบอร์ที่น้าหร่วนให้มา คุณน้าบอกให้ฉันคืนชุดที่นายได้เลย”

เผยอี่เหยาเข้าใจในทันทีจึงอธิบายกลับไป “ฉันเพิ่งเปลี่ยนเบอร์”

เฉินทิงยิ้ม “อ๋อ ฉันแค่จะถามว่านายว่างเมื่อไหร่ ตอนนี้นายว่างอยู่รึเปล่าล่ะ ถ้าว่าง เดี๋ยวฉันเอาเสื้อไปคืนให้เลย”

“ไว้ที่นายก่อนแล้วกัน” เผยอี่เหยาปฏิเสธเสียอย่างนั้น เขาเดินต่อไปอีกไม่กี่ก้าวก็หยุด “ฉันต้องไปทางนี้”

ถนนสายเดียวกัน แต่มีทางแยกสองทางเพื่อไปหอพักคนละฝั่ง

เฉินทิงบอกลาอีกฝ่าย เมื่อเห็นเขาเดินไปไกลแล้ว จึงเดินกลับหอพักของตัวเองพลางคิดไปด้วยว่าน่าแปลกที่อยู่ดีๆ วันนี้ก็เจอเผยอี่เหยา

แต่เขาให้นมแก้วนี้มาทำไมเนี่ย

คงไม่ได้หาว่าเขาเตี้ยหรอกนะ

รุ่นน้องคนนี้ออกจะเป็นคนดีนี่นา

 

*******

 

เฉินทิงไม่รู้ตัวเลยว่าเผยอี่เหยาคนดีคนนี้ยังนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่อยู่เลย เขามาหาหนังสือในห้องสมุด แต่บังเอิญเห็นเฉินทิงตอนกำลังจะกลับพอดี จึงตีเนียนเดินเข้าไปในร้านกาแฟ

อาจเป็นเพราะว่าคนที่อยู่ในบ้านตอนนั้นมาวนเวียนอยู่ในความคิดของเขาเสียแล้ว

ในขณะที่กำลังคิดเพลินๆ เผยอี่เหยาก็รู้สึกถึงลมที่พัดผ่านตัวไป เมื่อเงยหน้าขึ้นกลับเห็นเฉินทิงที่ควรจะเดินไปอีกทางวิ่งแซงหน้าเขาไปอย่างรวดเร็ว

ท่ามกลางสีสันยามพระอาทิตย์ใกล้จะตกดิน ผมหยักศกปลิวสะบัดโต้สายลม ดูแล้วก็น่ารักดีเหมือนกัน

เฉินทิงไม่ได้สนใจเขาเลย ที่จู่ๆ ก็เปลี่ยนเส้นทางแถมยังวิ่งไวขนาดนั้น เพราะเขาจะหนีใครบางคน เด็กสาวคนนั้นเป็นนักเรียนใหม่ จริงๆ แล้วเธอเป็นคนดีมาก ทั้งใจดีและมีน้ำใจ เธอบอกว่าตกหลุมรักเฉินทิงตั้งแต่แรกเห็นในงานปาร์ตี้ แต่พอเฉินทิงเห็นเธอกลับเอาแต่วิ่งหนี

เพราะเด็กสาวคนนี้สูงถึงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบสามเซนติเมตรครึ่ง

เมื่อวานตอนมาสารภาพความในใจ เธอยังบอกอีกว่าต่อไปจะดูแลทิงทิงเอง

ทิงทิงฟังแล้วรู้สึกซาบซึ้งมาก แต่ก็เลือกที่จะปฏิเสธเธอ

 

 

[1] นักเขียนการ์ตูนแนวสยองขวัญชื่อดังชาวญี่ปุ่น

[2] มีชื่อเต็มว่า นัตสึฮิโกะ เคียวโกคุ นักเขียนนวนิยายแนวลึกลับชื่อดังชาวญี่ปุ่น

ใส่ความเห็น

แจ้งเตือนการใช้งานคุกกี้ เว็บไซต์ของเรามีการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดการประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้ดีที่สุด ได้แก่ คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ประสิทธิภาพ คุกกี้เพื่อการทำงานของเว็บไซต์ และคุกกี้กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ศึกษารายละเอียดและการตั้งค่าคุกกี้เพิ่มเติมเพื่อความเป็นส่วนตัวของท่านได้ใน นโยบายคุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า