กฏ 4 ข้อสำหรับมือใหม่หัดเก็บบ้าน

ใครๆ ก็อยากมีบ้านโล่งๆ สวยๆ  ข้าวของเป็นระเบียบ พอเริ่มจัดบ้านมุมนี้ก็ดันไปเพิ่มความรกให้กับมุมอื่นๆ ของบ้านแทน สุดท้ายเลยต้องปล่อยไว้แบบเดิม แล้วก็ได้แต่บ่นกับตัวเองว่า อยากมีบ้านสวยๆ จัง! เอาล่ะ…ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงแล้ว มาเป็นคุณคนใหม่ที่มีความสุขกว่าเดิม ชีวิตดีขึ้นกว่าเดิมด้วยการ “ทิ้งสิ่งของไม่จำเป็น”  ด้วยกฏ 4 ข้อสำหรับผู้อยาก เก็บบ้าน ที่ไม่รู้จะเริ่มยังไง หรือตัดใจทิ้งของไม่ได้

ลองทำตาม 4 วิธีนี้ดู แล้วจะลืมไปเลยว่าเคยมีบ้านรกๆ

 

 

เริ่มทิ้งจากสิ่งที่เห็นชัดๆ ว่าคือขยะ 

ขยะคืออะไร…?

  • ของหมดอายุ หรือผักเน่าๆ  ที่รอวันเป็นปุ๋ยในตู้เย็น
  • ขวดเปล่า กระป๋องเปล่า ที่ไม่มีไอเดียรีไซเคิล
  • เสื้อผ้าเก่าๆ ที่ขอทานยังเมินหน้า
  • เครื่องใช้ไฟฟ้าที่พังจนเกินเยียวยา  เปิดใช้เมื่อไหร่เสี่ยงตายเมื่อนั้น

ในบรรดาข้าวของต่างๆ มากมาย ทำไมเราถึงเลือกเก็บบางชิ้นไว้ ทำไมเราสับสนว่าจะทิ้งหรือไม่ทิ้งดี นั่นเป็นเพราะว่าข้าวของชิ้นนั้นมีความทรงจำอันล้ำค่าซ่อนอยู่ ที่ไม่ว่าของชิ้นไหนก็ไม่สามารถทำได้ แต่ถ้าของชิ้นไหนคุณนึกอะไรเกี่ยวกับมันไม่ออกเลย แถมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าซื้อมาทำไม ทิ้งมันไป แล้วเก็บอะไรที่สำคัญต่อใจเราจริงๆ ดีกว่า  แล้วเราจะไม่รู้สึกอยากได้ของแบบเดียวกันมาเพิ่มให้บ้านรกอีกเลยล่ะ

 

สิ่งของที่มีเหมือนกันหลายชิ้น ก็ทิ้งมันไปบ้าง

  • ลิปสติก 20 แท่ง สีซ้ำแล้วซ้ำอีก ประหนึ่งว่ามี 20 ปาก แต่มีแท่งโปรดใช้บ่อยเพียง 3 แท่ง
  • เสื้อผ้าล้นตู้ แต่กลับถามตัวเองว่า วันนี้จะใส่อะไรดี
  • กรรไกร 5 เล่ม ที่จำไม่ได้ว่าวางไว้ไหนบ้าง สุดท้ายก็ใช้เล่มเดิมๆ ที่วางไว้ตรงนั้น

สาเหตุที่เราจำไม่ได้ คิดไม่ออก และใช้อะไรเดิมๆ ก็เพราะว่าเรามีของมากเกินไป   ดังนั้น กำจัดสิ่งเหมือนๆ กันที่ไม่สำคัญกับเราทิ้งไปบ้าง นอกจากบ้านจะโล่ง เป็นระเบียบเพิ่มขึ้นแล้ว เราก็ไม่ได้รู้สึกว่าสูญเสียอะไรไปด้วย เพราะเราจะพบของชิ้นโปรดที่สำคัญของเราจริงๆ

 

อะไรที่ลืมไปแล้วอย่าเก็บไว้

เวลาที่กำลังจัดบ้าน เรามักค้นเจอสมบัติประหลาดๆ ที่คาดไม่ถึงมาก่อน แล้วอาจพูดว่า “เรามีของแบบนี้อยู่ด้วยหรอ!”  สิ่งของชิ้นนั้นอาจจะตอบกลับมาว่า “ก็ใช่น่ะสิ เธอมีฉันอยู่ น่าน้อยใจเหลือเกินที่เธอลืมกันได้ ฉันคงไม่สำคัญกับเธอแล้ว”

ถึงของชิ้นนั้นจะดูน่าสงสาร แต่เราคงต้องขอให้คุณลืมมันไปตลอดกาล  ทิ้งมันไปซะ เพราะถ้าสิ่งนั้นจำเป็นจริงๆ คุณคงไม่เก็บมันให้พ้นหูพ้นตาจนลืมเสียสนิทแบบนั้นหรอก  ดังนั้น หากมีอะไรที่คุณเพิ่งค้นเจอ แล้วประหลาดใจว่าทำไมถึงมีของชิ้นนั้น ทิ้งมันไปเถอะ จงจำไว้ว่า “ในเมื่อมันไม่เคยจำเป็นต้องใช้ ฉะนั้นมันก็ไม่จำเป็นในชีวิตเรา”

ถ้าเราใช้ข้าวของอย่างดีและให้ความสำคัญกับมัน เราก็น่าจะจำข้าวของเราได้ทุกชิ้น แต่ในทางกลับกัน ข้าวของที่เราลืมไปแล้วว่ามีอยู่ ก็หมายความว่าของเหล่านั้นไม่สำคัญและควรทิ้งมันไปดีกว่า

นึกภาพตามง่ายๆ ตอนที่ตั้งใจจะทิ้งของ แล้วอยู่ดีๆ เราก็พบว่า มีของแบบนี้อยู่ด้วยหรอเนี่ย! พอหยิบมาดู ในใจก็คิดไปว่า เอาไว้ใช้ตอนนั้น..ตอนนี้ดีกว่า… ทั้งๆ ที่ผ่านมาไม่เคยนึกถึงมันเลยสักนิด ลองคิดดูสิว่าถ้าของมันจำเป็นจริงๆ คุณคงไม่เก็บใส่กล่อง ใส่ตู้ไว้จนลืมมันไปหรอก

 

ลืมแล้วก็ลืมไปเลยดีกว่า ทิ้งมันไปซะ คุณสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายโดยไม่มีมันมาก่อนนะ

สักวันหนึ่ง…ไม่มีจริง

ตอนที่เราซื้อเครื่องไฟฟ้ามา เราก็จะได้อุปกรณ์เสริมติดมาด้วย อย่างคู่มือการใช้ที่ไม่คิดจะเปิดดู หรือสายเคเบิลที่ไม่รู้จะไปต่อกับอะไร บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีของแบบนี้อยู่ด้วยหรอ แต่เป็นเพราะเราคิดว่า “สักวันหนึ่งคงได้ใช้” เราก็เลยเก็บไว้

แต่หากลองคิดดูดีๆ แล้วล่ะก็ “วันนั้นคงได้ใช้” “ไว้ใช้ตอนนั้นแล้วกัน” เหตุการณ์เหล่านี้เป็นแค่เรื่องที่คุณคิดไปเอง แล้วกลายเป็นการเก็บ ‘ขยะ’ ไว้เต็มบ้าน วิธีเดียวคือ คุณต้องทิ้งมันไปซะ สิ่งของที่คุณคิดว่าอาจไว้ใช้ในอนาคต เปลี่ยนคำว่า “วันนั้นคงได้ใช้” มาเป็นคำว่า “เราสามารถใช้มันได้ตอนนี้และตลอดไป” รับรองบ้านไม่รก หาของก็ง่ายขึ้นด้วย

สิ่งของบางอย่างแม้จะไม่โดนคุณเก็บเข้าซอกตู้ หรือแม้กระทั่งตั้งอยู่ต่อหน้าต่อตาคุณ แต่ถ้าคุณไม่หยิบมาใช้ ก็คงต้องถึงเวลาโบกมือลาเจ้าสิ่งนั้นแล้วล่ะ เพราะสาเหตุที่คุณไม่เก็บมันเข้าตู้เก็บของ เพราะคุณคิดแบบนี้ใช่ไหมว่า  สักวันหนึ่ง…..มันคงมีประโยชน์  นั่นไม่จริงซะหน่อย  คำว่าสักวันหนึ่ง…ไม่มีวันมาถึงหรอก เพราะถ้ามันเป็นสิ่งของจำเป็นจริงๆ คุณต้องรีบหยิบมาใช้  วางไว้ใกล้ตัวตลอดเวลาแล้วล่ะ  อย่ามโนว่ามันสำคัญเลย ฉะนั้นตั้งนะโม 3 จบ แล้วโบกมือบ๊ายบายกันได้เลย

 

ชีวิตดีขึ้นง่ายๆ ด้วยการเริ่มต้นทิ้งสิ่งไม่จำเป็น

55 วิธีเปลี่ยนคุณเป็นใหม่ที่มีความสุขในชีวิตมากขึ้น

เก็บบ้าน

ราคา 225 บาท

 


บทความอื่นๆ

Minimalism ยิ่งน้อย ยิ่งสุข จริงหรือเปล่า