อยากพัฒนาตัวเองแบบก้าวกระโดด ต้องอ่านหนังสือ howto เล่มไหนบ้างนะ

อยากประสบความสำเร็จในชีวิตและหน้าที่การงานแบบก้าวกระโดด ทำได้ไม่ยาก แค่ “ปลดล็อค” ความคิดและวิธีการที่เคยทำแบบเดิมๆ แล้วเปิดรับสิ่งใหม่ แนวคิดใหม่ เพียงเท่านี้ เราก็สามารถพัฒนาตัวเองแบบก้าวกระโดดได้ไม่ยากแล้ว ขอแนะนำชุดหนังสือสำหรับคนที่ต้องการพัฒนาตัวเองแบบก้าวกระโดดแล้วทิ้งคนเก่าไว้ข้างหลัง ดังนั้นถ้า อยากพัฒนาตัวเองแบบก้าวกระโดด ต้องอ่านหนังสือ howto เล่มไหนบ้างนะ เรามีคำตอบให้!

ทำงานให้ได้ดีด้วย Mindset แบบ CEO

เขียนโดย รยูรางโด ได้แนะนำเรื่องโดนใจมนุษย์เงินเดือนที่ใช้ชีวิตไปวันๆ ว่า ในใจของพวกเขาจะมี “ถ่านไฟฉายชนิดชาร์จไฟ” อยู่ ทั้งที่อยากลาออกมากแค่ไหน แต่พอได้รับพลังเป็นเงินเดือนก็ทำให้มีแรงทำงานต่อไปได้ เล่มนี้จึงรวมสุดยอดเคล็ดลับการทำงานของแต่ละตำแหน่ง เพื่อให้คุณเข้าใจบทบาทน้าที่ของแต่ละตำแหน่งในองค์กรและเติบโตไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น การแสดงให้คนอื่นเห็นวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน การสะสมชั่วโมงบินในการทำงาน การสร้างสูตรการทำงานเป็นของตัวเอง

ผู้เขียนยังได้ตั้งคำถามว่า “คุณกำลังทำงานได้สมกับคุณค่าของตัวเองอยู่หรือเปล่า” นี่คือคีย์เวิร์ดสำคัญที่คุณต้องเริ่มถามตัวเองเดี๋ยวนี้! นอกจากนั้นยังได้รวบรวมข้อคิดและเคล็ดลับการทำงานของแต่ละตำแหน่ง ตั้งแต่ระดับ CEO กรรมการบริหาร หัวหน้าทีม ลูกทีม ไปจนถึงเจ้าของกิจการ เพื่อให้คุณเข้าใจบทบาทของแต่ละตำแหน่งและเติบโตไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นจงวางแผนกลยุทธ์เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายได้ตามความเป็นจริง

อย่าทำตัวเหมือนเด็กฝึกงานในขณะที่ได้รับเงินหลักแสนต่อปี

อย่าคาดหวังจะได้คำตอบใหม่ด้วยวิธีการเดิม

อย่ามัวรอผลโดยไม่ลงแรง แต่จงวางแผนวิธีดำเนินงาน

จงแยกระหว่างความเป็นจริงส่วนรวมกับความคิดเห็นส่วนตน

จงให้ความสำคัญกับงานที่ต้องทำมากกว่างานที่อยากทำ

เพราะไม่ว่าคุณจะอยู่ตำแหน่งไหนในองค์กรก็ประสบความสำเร็จได้

คนเก่งเขาก็ทำงานให้ง่ายแบบนี้แหละ

เขียนโดย ปาร์คโซยอน ได้เผยความลับของการทำงานให้มีความสุขด้วยการจัดการทุกอย่างให้เรียบง่าย จากเคล็ดลับของคนเก่งที่มีเพียง 0.01% ที่ไม่ว่างานจะเป็นงานรูปแบบไหนก็รับมือได้ง่ายๆ โดยโพกัสเฉพาะสิ่งสำคัญ และไม่ใช้พลังงานพร่ำเพรื่อไปกับงานยิบย่อยที่ไม่เกิดประโยชน์ ด้วย 4 ทักษะจำเป็นสำหรับคนทำงาน ได้แก่ การวางแผน การเขียน การพูด และการสร้างสัมพันธ์

ผู้เขียนได้ยกเคล็ดลับของคนเก่ง ที่คนเก่งอาจไม่เคยบอกคุณ นั่นก็คือการทำงานทุกอย่าง ให้ง่าย เคยสังเกตไหมว่า คนที่ทำงานเก่งมักจะไม่ค่อยแสดงอาการเครียดหรือกังวลออกมาให้เห็น เลิกงานตรงเวลา ไม่ต้องอยู่ทำงานดึกดื่น แล้วผลงานที่ออกมาก็ยอดเยี่ยม เคล็ดลับการทำงานแบบคนเก่งคือ ทำงานทุกอย่างให้ง่าย โดยตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกให้หมดด้วยวิธีเหล่านี้

ไม่เน้นวิเคราะห์แต่เน้นการสื่อสารชัดเจน

การโชว์วิเคราะห์สถิติอาจจะดูเท่ แต่ในแง่ของการปฏิบัติงานแล้ว การสื่อสารที่ตรงประเด็นจะเป็นผลดีกับลูปการทำงานทั้งหมดมากกว่าการวิเคราะห์สถิติแบบเท่ๆ แน่นอน

วางแผนด้วย Why และ How จะตามมา

การวางแผนการทำงานด้วยคำว่า “ทำไม” หลายๆ ครั้งเข้า คำตอบคือ “อย่างไร” ด้วยวิธีไหนจะตามมาเอง

นำงานเดิมๆ มาเขย่าๆ แล้วได้งานชิ้นใหม่

งานใหม่เกือบทุกชิ้น ถูกต่อยอดมาจากงานชิ้นเก่าแล้วทั้งนั้น หากคุณนำงานเก่าๆ มาแผ่บนโต๊ะตัวนึง แล้วเขย่าเบาๆ งานชิ้นใหม่อาจปรากฎขึ้นมาโดยที่คุณไม่ต้องเสียเวลาไปนั่งคิดให้หัวระเบิด และบางครั้งก็คิดไม่ออกด้วย

ถ้ายังไม่เข้าใจทั้งหมดก็อย่าเพิ่งทำ

การลงมือทำงานโดยที่ยังไม่เข้าใจชิ้นงานทั้งหมด เหมือนเอาเวลาไปโยนทิ้งถังขยะ โอกาสที่จะสูญเปล่ามีสูงมาก ถ้าอยากทำงานให้เร็ว และง่ายดาย ต้องเริ่มต้นที่ “ความเข้าใจ”

เรื่องแบบนี้คนเก่งๆ เขารับมือกันแบบไหน

เขียนโดยอุเอะดะ จุนจิ หนังสือไกด์บุ๊กทางความคิด ที่จะช่วยแก้ไขเรื่องกลุ้มใจต่างๆ ที่คนทำงานต้องพบเจอในแต่ละวันตั้งแต่เช้ายันค่ำจาก 35 ปัญหาหนักอกของคนทำงาน โดยแบ่งออกเป็น 3 เรื่องใหญ่ ได้แก่ คำแนะนำที่ใช้ได้ผลกับการคบหาผู้อื่น คำแนะนำที่ใช้ได้ผลกับตัวเอง และคำแนะนำที่ใช้ได้ผลกับเรื่องความรักและในชีวิต อย่างเช่นคำถามสุดฮิต หัวหน้าไม่รับฟังความคิดเห็น หนังสือเล่มนี้ได้แนะนำว่า เราต้องรู้จักปรับตัวและพลิกแพลงสถานการณ์ให้เป็น และที่สำคัญคือ ต้องเป็นลูกน้องที่สร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์

ยิ่งคนช่วงวัย 30 เป็นช่วงที่เรากำลังมีไฟและอยากเสนอแนะความคิดเห็น เพราะแบบนี้คุณยิ่งต้องพัฒนาการทำงานของตัวเองให้ดียิ่งขึ้น ทั้งยังต้องเป็นคนที่ตระหนักถึงปัญหาและความเสี่ยงไปพร้อมกันด้วย แล้วหัวหน้าจะยอมรับความเห็นของคุณสิ่งสำคัญคือ ต้องสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ หมั่นสร้างผลงานเข้าไว้ ทำงานในวันพรุ่งนี้ให้ดีกว่าวันนี้ ทำงานในปีหน้าให้ดีกว่าปีนี้ เมื่อทำได้เช่นนี้ หัวหน้าจะเป็นฝ่ายเข้ามาถามความคิดเห็นของคุณเอง และนำความเห็นของคุณไปปรับปรุงการทำงานมากขึ้นเรื่อยๆ

ทำงานยังไงให้คุณมีมูลค่าสูงสุดในองค์กร

เขียนโดย โนงุจิ มาอิโตะ วิสัยทัศน์ทางการเงินเป็นมาตรฐานที่เป็นกลางและโปร่งใสที่สุดในการประเมินบุคคล คนที่ได้รับการประเมินในระดับยอดเยี่ยมจึงเป็นคนที่บริษัทคาดการณ์ว่าจะสร้างรายได้ในอนาคต และรู้จักวิธีลดต้นทุนให้มากที่สุด ด้วยวิธีคิดและทำงานดังนี้ ลงทุนกับตัวเอง ไม่ใช่หุ้นหรืออสังหาริมทรัพย์ ผลงานที่ผ่านมาในอดีตของคุณ เป็นตัวทำนยอนาคต เพียงเท่านี้ ไม่ว่าจะทำงานที่ไหน คุณก็เป็นบุคคลที่ทรงคุณค่าตลอดเวลา

ผู้เขียนยังยืนยันว่า มาตรฐานที่มีความโปร่งใสและยุติธรรมที่สุดในการประเมินคนคือ กระแสเงินสดที่บุคคลผู้นั้นสร้าง เขารู้ว่าผู้อ่านบางคนคงไม่ชอบที่เอาคนมาเปรียบกับเงิน แต่หากคุณทำงานในบริษัทที่มุ่งผลกำไรแล้ว ไม่มีมาตรฐานไหนที่ยุติธรรมไปกว่านี้อีกแล้ว ดังนั้น คุณจำเป็นต้องรู้มูลค่าของตัวเองและเพิ่มมูลค่านั้นให้ยิ่งๆ ขึ้นไป

ทำมากเหนื่อยฟรีทำถูกวิธีไม่เหนื่อยเลย

เขียนโดย ฮิโรคาซึ ยามานาชิ พอกันทีกับความพยายามซ้ำซากไร้ที่สิ้นสุด ลองเปลี่ยนมาใช้ 75 วิธี ที่จะช่วยให้คุณทำทุกอย่างได้ดีขึ้น เร็วขึ้น และเหลือพลังไว้ใช้กับเรื่องอื่นได้อีกเยอะ ดังนั้นไม่ว่าจะทำอะไร จงเลือกทำด้วยวิธีที่ดีที่สุด แล้วความพยายามจะได้ผลอย่างรวดเร็ว เช่น ลังเลเมื่อไร ตัดทิ้งทันที ต่อให้มีงานล้นมือก็ต้องแบ่งเวลา วางแผนทำงานยากๆ ก่อน เพียงเท่านี้ก็จะสร้างผลลัพธ์ได้อย่างง่ายดาย

แต่ในบางครั้งเราทำงานแต่ละชิ้นให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่กลายเป็นว่าเราใช้เวลากับมันมากเกินไปจนงานเป็นไปอย่างล่าช้า หรืองานเป็นไปได้ด้วยดีแต่เจอปัญหาก็ต้องหยุดชะงักเพราะว่าวางแผนการทำงานไม่ดี เช่น งานเปิดตัวสินค้าใหม่จะจัดขึ้นในอีก 3 เดือน แต่ 1 เดือนผ่านไปยังสรุปกันไม่ได้ ทำให้เสียเวลาเปล่าๆไป 1 เดือน

ดังนั้นการวางแผนการทำงานคือ การที่เราต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรถึงจะทำงานให้สำเร็จ เมื่อวางแผนเสร็จแล้วต้องกำหนดว่าฝ่ายไหนรับผิดชอบส่วนไหนและจัดตารางว่างานไหนจะเริ่มและเสร็จเมื่อไหร่ ต้องจัดลำดับโดยคำนึงถึงความสัมพันธ์ของแต่ละแผนก และต้องคาดการณ์ระยะเวลาที่เสร็จด้วย เมื่อเราวางแผนได้ถูกต้องและชัดเจนจะเป็นการสร้างความกดดันและแรงจูงใจให้แต่ละแผนกทำงานเสร็จตามที่กำหนดไว้

วิธีแก้ปัญหาที่รวดเร็วที่สุดในโลก

เขียนโดย เทระชิตะ คาโอรุ ในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทุกวินาทีมีค่า เพราะเวลาที่ผ่านไปอาจหมายถึงการสูญเสียกำไรมหาศาล ดังนั้น คนที่แก้ปัญหาได้แต่ใช้เวลานานจึงมีมูลค่าน้อยกว่าคนที่จัดการได้ภายในเวลาที่จำกัด เทคนิคระดับสูงสำหรับจัดการปัญหาได้อย่างรวดเร็วสุดขีด 4 ขั้นตอน ก็จะช่วยสางทุกปัญหาได้อย่างรวดเร็ว และยกระดับสู่การเป็นคนทำงานมูลค่าสูงที่มีทักษะการแก้ปัญหาได้อย่างยอดเยี่ยม

ผู้เขียนยังเน้นว่า การแก้ปัญหาเก่งอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในยุคนี้ คนที่แก้ปัญหาได้เก่งและรวดเร็วถึงจะเป็นต่อในทุกสนามการทำงาน ทักษะการแก้ปัญหาหรือวิธีแก้ปัญหาที่รวดเร็วเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน หากใครมีทักษะนี้สูงก็จะได้รับการยอมรับว่าเป็นบุคลากรที่มีคุณค่าของบริษัท แต่น่าแปลก ทั้งๆ ที่มีปัญหาที่ต้องแก้ไขเป็นประจำ หลายคนกลับแก้ปัญหาผิดจุดบ้าง ไม่มีเป้าหมายบ้าง บางคนถึงขนาดไม่รู้ตัวว่ากำลังเผชิญกับปัญหาอยู่ ในปัจจุบันการแก้ปัญหาได้ถูกต้องไม่ช่วยให้เอาตัวรอดได้เสมอไป แต่คุณต้องแก้ไขด้วย ความเร็วจึงจะสามารถชนะคู่แข่งคนอื่นๆ ได้

อยากพัฒนาตัวเองแบบก้าวกระโดด ต้องอ่านหนังสือ howto เล่มไหนบ้างนะ

สั่งซื้อออนไลน์ได้โดยคลิกที่ชื่อหนังสือ

ทำงานให้ได้ดีด้วย Mindsetแบบ CEO

คนเก่งเขาก็ทำงานให้ง่ายแบบนี้แหละ

เรื่องแบบนี้คนเก่งๆ เขารับมือกันแบบไหน

ทำงานยังไงให้คุณมีมูลค่าสูงสุดในองค์กร

ทำมากเหนื่อยฟรีทำถูกวิธีไม่เหนื่อยเลย

วิธีแก้ปัญหาที่รวดเร็วที่สุดในโลก

บทความอื่นๆ

การงานยุ่งเหยิง ทำงานไม่ทัน แก้ไขด้วยเล่มไหนดี

อยากอ่านใจคนได้ เดาใจคนออก อ่านเล่มไหนดี

ใส่ความเห็น