สุนทรพจน์สะเทือนโลกของ เกรต้า ธุนเบิร์ก เด็กสาวผู้ปลุกระดมการเคลื่อนไหวเพื่อกู้วิกฤติโลกร้อน

เกรต้า ธุนเบิร์ก คือเด็กสาวชาวสวีเดนวัย 16 ปี ผู้ลุกขึ้นปลุกระดมเพื่อวิกฤติโลกร้อน จนทำให้กว่า 160 ประเทศทั่วโลกออกมาเคลื่อนไหวเพื่อกู้วิกฤติโลกร้อน นอกจากนั้น เกรต้า ยังเป็น “บุคคลแห่งปี” ของนิตยสาร TIME และเป็นผู้ได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์

สุนทรพจน์ของ เกรต้า ธุนเบิร์ก เด็กสาวที่สร้างปรากฎการณ์ไปทั่วโลก ย่อมไม่ธรรมดา เกรต้า พูดแบบไหนถึงทำให้หลายคน พร้อมที่จะลุกขึ้นมาปกป้องโลก และสภาพภูมิอากาศไปกับเธอ มาดูกัน

เกรต้า ธุนเบิร์ก 002

สิงหาคม 2018
หยุดเรียนประท้วงเรื่องวิกฤติโลกร้อน

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในเดือนสิงหาคมปี 2018 เด็กสาวชาวสวีเดนวัย 15 ปี เกรต้า ธุนเบิร์ก ตัดสินใจหยุดเรียนหนึ่งวัน เพื่อประท้วงเรื่องวิกฤติสภาพภูมิอากาศ ที่หน้ารัฐสภาของสวีเดน เธอนั่งถือป้ายที่แปลเป็นภาษาไทยว่า หยุดเรียนประท้วงสภาพภูมิอากาศ หลังจากนั้นไม่กี่วันถัดมา เพื่อนๆ นักเรียน ผู้ปกครอง และผู้คนหลากหลายสาขาอาชีพ ได้มาเข้าร่วมกับเธอ สื่อใหญ่ระดับโลกเดินทางมาสัมภาษณ์ ไม่ใช่เพื่ออยากรู้จัก แต่เพื่อรับฟังสิ่งที่เธอต้องการจะบอก

 แคมเปญ “Friday School Strikes”

เกรต้า เริ่มแคมเปญที่ชื่อว่า Friday School Strikes ที่ชักชวนให้นักเรียนหยุดเรียนทุกวันศุกร์ เพื่อออกมาประท้วงเรียกร้องการลงมือเพื่อยับยั้งวิกฤติสภาพอากาศ จากทางรัฐบาลและผู้มีอำนาจทั้งหลาย ทั้งในสวีเดนและทั่วโลก เพื่อปกป้องอนาคตของตัวเอง เพียงแค่ไม่กี่เดือน นักเรียนกว่าหมื่นชีวิตในหลายสิบประเทศก็เข้าร่วมแคมเปญนี้ด้วย

เธอเริ่มถูกเชิญให้ขึ้นเวทีทรงเกียรติในยุโรปมากมายหลายเวที เกรต้า กล่าววาทะอันโด่งดังบนเวทีของสหประชาชาติเอาไว้ว่า

“พวกคุณได้ขโมยความฝันและวัยเด็กของฉันไปด้วยถ้อยคำอันกลวงเปล่าของคุณ!”

เกรต้า ธุนเบิร์ก 003

“พวกคุณกล้าดียังไง คุณช่วงชิงความฝัน และวัยเด็กของฉันไปด้วยคำพูดลอยๆ”

วลีเด็ดจากเกรต้า ธุนเบิร์ก “How Dare You!” อาจจะดูก้าวร้าวในสายตาผู้ใหญ่ แต่สำหรับความรู้สึกในใจ ของเด็กสาวคนหนึ่งแล้ว มันมีอะไรที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า ที่ผู้ใหญ่มิอาจล่วงรู้ได้ หากเธอไม่พูดออกมา

ฉันควรกลับไปโรงเรียน ที่มีอีกฟากหนึ่งของมหาสมุทร แต่พวกคุณทุกคนกลับหันมาฝากความหวัง ไว้กับคนหนุ่มสาวอย่างพวกเรางั้นเหรอ พวกคุณกล้าดียังไง!

คุณช่วงชิงความฝันและวัยเด็กของฉันไปด้วยคำพูดลอยๆ ผู้คนกำลังทุกข์ทรมาน กำลังล้มตาย ระบบนิเวศน์ทั้งหมดกำลังพังทลายลง เราอยู่ในจุดเริ่มต้นของการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ ส่วนพวกคุณก็เอาแต่พูดถึงเงิน และเทพนิยายเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจนิรันดร พวกคุณกล้าดียังไง!

วิทยาศาสตร์บอกชัดเจนมากว่าสามสิบปีแล้ว คุณกล้าดียังไงถึงเมินหนีแล้วบอกว่าคุณทำดีพอแล้ว ทั้งที่การเมืองและทางแก้ที่จำเป็น ยังไม่มีให้เห็นเลยสักที่

คุณบอกว่าคุณได้ยิน และบอกว่าคุณเข้าใจถึงความเร่งด่วน แต่ฉันไม่อาจเชื่อว่าคุณเข้าใจ เพราะถ้าคุณเข้าใจสถานการณ์อย่างดี และยังล้มเหลวในการลงมือทำอยู่ละก็ แสดงว่าคุณชั่วร้ายมาก

ฉันจึงไม่เชื่ออย่างนั้น

เกรต้า ธุนเบิร์ก 004

ฉันมาที่นี่เพื่อบอกว่า ไฟกำลังไหม้บ้านของเรา

การแก้วิกฤติสภาพภูมิอากาศ คือความท้าทายและซับซ้อน หนทางแก้ไขหลักๆ นั้นแสนง่าย แม้แต่เด็กตัวเล็กๆ ก็ยังเข้าใจได้ คุณเองก็เข้าใจ และอาจรับรู้มาบ้างแล้ว แต่แค่ไม่ลงมือทำมัน เพิกเฉยต่อสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับโลกของเรา และนี่คือคำพูดของเกรต้า ที่กล่าวขึ้นในสภาเศรษฐกิจโลกเมื่อเดือนมกราคมปี 2019

เราต้องหยุดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
แค่เราจะทำหรือไม่ทำเท่านั้น

เราจะเลี่ยงการจุดชนวนปฏิกิริยาลูกโซ่เหนือความควบคุมของมนุษย์ที่ไม่อาจย้อนคืน หรือไม่ทำเท่านั้น

ทั้งหมดมีแต่สีดำกับขาว ไม่มีพื้นที่สีเทาเมื่อเป็นเรื่องการอยู่รอด

ตอนนี้เราต่างมีทางเลือก เลือกที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลง เพื่อรักษาสภาพความเป็นอยู่ของคนรุ่นต่อไปในอนาคต หรือจะทำแบบเดิมๆ แล้วล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งหมดนี้คุณอยู่กับ “เรา”

เราต้องเปลี่ยนแทบทุกอย่างในสังคมปัจจุบัน ยิ่งรอยเท้าคาร์บอนของเราใหญ่มากเท่าไหร่ หน้าที่ของเราก็จะยิ่งใหญ่ตาม และเธอทิ้งท้ายเอาไว้ว่า

 ผู้ใหญ่ชอบพูดว่า “เราติดค้างความหวังที่ต้องมอบให้คนหนุ่มสาว”

แต่ฉันไม่อยากได้ความหวังของคุณ
ฉันไม่อยากให้คุณมีความหวัง
ฉันอยากให้คุณตื่นตระหนก
ฉันอยากให้คุณรู้สึกกลัวเหมือนที่ฉันรู้สึกอยู่ทุกวัน และฉันอยากให้คุณลงมือทำ
ฉันอยากให้คุณลงมือทำเหมือนว่าไฟกำลังไหม้บ้านของเรา

เพราะมันกำลังลุกไหม้จริงๆ

เกรต้า ธุนเบิร์ก 005

เราอยู่ท่ามกลางการสูญพันธ์ครั้งที่หก

และอัตราการสูญพันธุ์ครั้งนี้ เร็วกว่าอัตราที่ถือว่าปกติถึง 10,000 เท่า สิ่งมีชีวิตถึง 200 สายพันธุ์ กำลังสูญพันธุ์ไปในทุกๆ วัน

ดินอุดมสมบูรณ์ที่ถูกกัดเซาะ การตัดไม้ทำลายป่าผืนใหญ่ มลพิษทางอากาศ การสูญเสียแมลงและสัตว์ป่า ภาวะมหาสมุทรเป็นกรด

ทั้งหมดนี้คือหายนะที่ถูกเร่งให้เลวร้ายลง โดยวิถีชีวิตที่เราผู้อยู่ในโลกอันมั่งคั่งทางการเงินมองว่ามีสิทธิ์ที่จะดำเนินต่อไป

แต่แทบไม่มีใครรู้ เรื่องหายนะภัยเหล่านี้ หรือเข้าใจว่ามันเป็นเพียงอาการบ่งชี้แรกเริ่ม ของการล่มสลายทางนิเวศวิทยาของสภาพภูมิอากาศ

เพราะพวกเขาจะรู้ได้ยังไง ก็ไม่มีใครบอก หรือที่สำคัญกว่านั้น ไม่มีใครที่ควรบอก มาบอกพวกเขาด้วยวิธีการที่ถูกที่ควร

จากหนังสือ คุณได้ยินฉันไหม
สำนักพิมพ์ Amarin How-to

วางขายแล้วที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ
สั่งซื้อออนไลน์ คลิก


บทความอื่นๆ
แนวคิดเจ๋งๆ ของ เจฟฟ์ เบโซส ผู้ก่อตั้ง Amazon.com อาณาจักรดิจิทัลมูลค่าล้านล้านดอลลาร์
วัยเด็กของอีลอน มัสก์ โตมาแบบไหน…ถึงได้เป็นแบบนี้
10 เรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับ อีลอน มัสก์ อัจฉริยะหรือคนบ้า?

ใส่ความเห็น