fbpx

เพราะเป็นวัยรุ่น ทุกคนจึงล้วน ‘เจ็บปวด’

วัยรุ่น” เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากช่วงหนึ่งในชีวิตมนุษย์ พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับทางเลือกมากมายก่อนที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เป็นวัยที่ต้องค้นหาตัวเอง ลองผิดลองถูก ซึ่งในวัยนี้ นอกจากจะต้องทำความเข้าใจตัวเองแล้ว ยังต้องตัดสินใจโดยอิงปัจจัยต่างๆ อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นด้านสังคม สภาพแวดล้อม ค่านิยม และวัฒนธรรม ที่มีแนวคิดไม่ตรงกับวัยรุ่นในยุคใหม่ ส่งผลให้ต้องรับมือกับความรู้สึกเหล่านั้นโดยลำพัง

สำนักพิมพ์ Springbooks ร่วมมือกับ Joox Thailand สร้าง Joox Rooms เปิดห้องพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ในสังคม โดยเมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 26 พฤษภาคม 2565 เวลา 20.00 – 21.00 น. ที่ผ่านมา ห้องนี้จัดพูดคุยกันในหัวข้อ “เพราะเป็นวัยรุ่นจึง…” ผ่านการชวนนักเขียน 3 คน ของสำนักพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็น คิดมาก, พาฝัน, และ Morefin กลุ่มนักเขียนที่สื่อสารกับกลุ่มวัยรุ่น มาร่วมแชร์ประสบการณ์ส่วนตัวจากการพูดคุยในแฟนเพจอย่างเป็นกันเอง

เพราะเป็นวัยรุ่นจึง… ในมุมมองของแต่ละคนมีความคิดเห็นที่ต่างกันออกไป

แต่จุดเชื่อมโยงนั้นไม่ต่าง

เพราะทุกคนเป็นวัยรุ่น

หรือไม่ก็…เคยเป็นวัยรุ่น 

 

 

เพราะเป็นวัยรุ่นจึง…เรียนรู้

 

สำหรับ คิดมาก หรือนักเขียนที่มีผู้ติดตามมากถึง 1.5 ล้านคน คิดว่าการเป็นวัยรุ่นเป็นการเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการงาน ความรัก ความสัมพันธ์ ก็ล้วนแต่จะต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง หากย้อนไปถึงประสบการณ์ช่วงวัยรุ่นของเขา การชอบอ่านหนังสือทั้งวรรณกรรมและแนวชีวิต ถือว่ามันคือการได้หลบภัยไปในโลกของตนเอง แล้วจึงแปรเปลี่ยนเป็นวัตถุดิบที่สำคัญต่อชีวิตเมื่อโตขึ้น ในทางกลับกันแม้ว่าภาพลักษณ์ของเขาจะดูเป็นเด็กเรียน สอบได้คะแนนดี แต่แท้จริงแล้ว เขาแอบมีวีรกรรมแสบ เพราะความเป็นวัยรุ่นทำให้อยากที่จะออกนอกกรอบและกฏต่างๆ บ้างในบางเวลา เช่นเรื่องทรงผมแปลกๆ หรือย้อมสีผมตามนักฟุตบอลทีเขาชื่นชอบในช่วงปิดเทอม

หากย้อนอดีตได้ สำหรับคิดมากแล้ว เขาคงพูดกับตัวเองว่า ‘ทำถูกแล้ว ทำต่อไปนะ อย่าลังเลและเปลี่ยนใจ วันนึงจะไม่เสียดายและเสียใจกับสิ่งที่เราทำในตอนนั้น’  ซึ่งเขาหมายถึงการที่เขาเป็นคนดื้อและการที่ไม่ค่อยเชื่อฟังใคร เพราะมันแสดงให้เห็นถึงความแน่วแน่และความเป็นตัวของตัวเอง อีกทั้งหากมีปัญหา เขามักจะไม่ปรึกษาใคร เพราะเชื่อมั่นในตนเองและคิดว่าชีวิตมันคือของเรา หากล้มเหลวหรือพ่ายแพ้ เมื่อเวลาผ่านไป เราจะผ่านมันไปได้เอง

“โอกาส” หากเป็นวัยรุ่นในยุคนี้ คงจะมีโอกาสมากกว่าในสมัยที่เขาอยู่ มีโอกาสในการแสดงออกและเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น เนื่องจากการพัฒนาทางเทคโนโลยี ค่านิยม และวัฒนธรรมของสังคมที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา มากไปกว่านั้น การเป็นวัยรุ่นในยุคนี้ น่าจะมีโอกาสได้รับการศึกษาที่ดีขึ้นเนื่องจากหลายปัจจัย เช่นการเงินและสภาพแวดล้อม หากเขาได้ใช้ชีวิตวัยรุ่นในยุคนี้ เขาคงเป็นคนเดิม แต่เป็นตัวเองในเวอร์ชั่นคูณสอง เก่งขึ้น ฉลาดขึ้น แสบขึ้น แต่ในทางกลับกัน ก็สามารถล้มเหลวได้มากขึ้นด้วย

สิ่งที่เขาอยากบอกกับวัยรุ่นในยุคนี้ก็คือ เขาเป็นกำลังใจให้ การเป็นวัยรุ่นในยุคสมัยนี้มันง่ายกว่าเมื่อก่อน แต่หลายปัจจัยเช่นสภาพแวดล้อมต่างๆ อาจจะทำให้ยากต่อการใช้ชีวิต เพียงแค่โอบกอดตัวเองให้เป็น ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็จะสามารถผ่านมันไปได้อย่างแน่นอน

 

 

 

เพราะเป็นวัยรุ่นจึง… โดดเดี่ยว

เพราะเป็นวัยรุ่นในมุมมองของ พาฝัน นักเขียนแนวโรแมนติก ดราม่า เชื่อว่าการก้าวเข้าสู่วัยรุ่นคือครั้งแรกของทุกอย่าง โดยเป็นความขัดแย้งของตัวเธอเองที่ในตอนนั้นเคยรู้สึกว่าเธอเติบโตมาอย่างพิเศษ คิดว่าตัวเธอนั้นไม่เหมือนคนอื่น แต่ในทางกลับกันเธอก็เกิดคำถามว่าจะมีคนเข้าใจหรือพบเจอเหมือนกับเธอบ้างไหม เลยทำให้รู้สึกโดดเดี่ยว ซึ่งถ้าให้เปรียบเทียบตัวเองเป็นหนังสือ ในช่วงวัยรุ่นเธอชอบอ่านหนังสือที่เป็นเรื่องแต่งแทบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นรอมคอม (Romantic Comady) นิยายวาย อ่านทั้งหนังสือที่สนใจและไม่สนใจ แม้กระทั่งหนังสือเรียนก็ตาม โดยให้เหตุผลว่าการที่เธอตั้งใจเรียนก็เพื่อที่จะได้ทุนไปต่างประเทศ และเพราะรู้ว่าทุกคนคาดหวังในเรื่องเรียน เธอจึงทำให้หน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อที่จะทำเรื่องผิดแล้วไม่มีใครว่าได้ 

นอกจากนี้ระหว่างที่พูดคุยกันถึงประเด็นดังกล่าว พาฝันก็ได้เกิดคำถามขึ้นมาว่าถ้าเป็นวัยรุ่นในยุคนี้ จะแตกต่างไปจากวัยรุ่นในยุคที่ตัวเองเคยผ่านมาไหม สำหรับเธอแล้ว เธอรู้สึกว่าเด็กยุคนี้เก่ง ทำอะไรได้เยอะ และสามารถหาเงินได้มากกว่ายุคก่อน เธอจึงชื่นชมว่าวัยรุ่นยุคนี้เก่งกว่ายุคพวกเธอมาก และถ้าเธอเป็นวัยรุ่นในยุคนี้ก็อาจจะได้รับโอกาสนั้น เพราะเวลาเข้าข้างคนที่อายุน้อยเสมอ ในขณะเดียวกันก็อาจจะถูกผลักไปในทางที่ไม่ถูกไม่ควรได้ง่ายขึ้น เพราะวัยรุ่นยุคนี้ Depression กันเยอะมาก เธอเลยไม่แน่ใจว่าถ้าเธอเป็นวัยรุ่นในยุคนี้เธอจะอยู่ในฝั่งมืดหรือสว่างกันแน่ หรืออาจจะรู้สึกโดดเดี่ยวหนักกว่าเดิมก็ได้ แต่เชื่อว่าถ้าเป็นวัยรุ่นในยุคนี้เธอก็คง Active กับ Politic มากประมาณนึง เพราะสิ่งหนึ่งที่เธอรู้สึกห่างไกลมากในการเป็นวัยรุ่นยุคของเธอคือเรื่อง ‘การเมือง’ 

สิ่งที่เธออยากบอกตัวเองถ้าหากสามารถย้อนอดีตได้ คือ ‘เดี๋ยวทุกอย่างก็จะผ่านพ้นไป’ ซึ่งเธอในวัยรุ่นมองว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องใหญ่ไปหมด ไม่ว่าจะทะเลาะกับเพื่อน มีแฟน เลิกกับแฟน เกรดตก ข้าวในโรงอาหารหมด เธอเลยรู้สึกว่าอยากบอกว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไปไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม และเธอคิดว่าถ้าเธอบอกตัวเธอเอง เธอคงฟังมากขึ้น โดยในช่วงวัยรุ่นของเธอ ถ้าหากมีปัญหาก็จะเยียวยาด้วยการเขียน ซึ่งวิธีในตอนนั้นจะเรียกว่าการเขียน ‘ไดอารี่ออนไลน์’ หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ‘บล็อก’ ในสมัยนี้ แต่ก็ไม่ได้ใส่รายละเอียดของเรื่องราวมากนัก เพียงแค่เขียนแบบคลุมเครือเหมือนเรื่องเล่าคนอื่น หรือเป็นเรื่องที่ใครๆก็เจอกันกันมากกว่า

เธอยังบอกอีกว่าโดดเดี่ยวในแบบของเธอคือไม่ได้แปลว่าไม่มีคนคบ เธอมีครอบครัวที่น่ารัก มีเพื่อนที่ดี มีคนรักในวัยเด็กที่ทุกวันนี้ยังคงติดต่อกันอยู่ แต่เป็นความโดดเดี่ยวที่มาจากข้างในมากกว่า พอโตมาเธอก็รู้สึกว่ามันไม่มีใครเข้าใจใครถ่องแท้อยู่ดี มันไม่เกี่ยวกับช่วงอายุ หรือสิ่งที่เธอเจอ แต่แค่เพราะมนุษย์ไม่มีความสามารถในการเข้าใจอะไร 100% เท่านั้นเอง

 

 

 

 

เพราะเป็นวัยรุ่นจึง… เจ็บปวด

เพราะเป็นวัยรุ่นจึง… เจ็บปวด

Morefin นักเขียน นักจิตวิทยา ที่มีผู้ติดตามถึงหกแสนกว่าคน กล่าวถึงมุมมองการเป็นวัยรุ่นว่าเพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด เขาบอกว่าเขาคิดคำที่เหมาะสมกับการอธิบายถึงความเป็นวัยรุ่นไว้เยอะมาก  แต่สุดท้ายแล้วก็ยังรู้สึกชอบคำว่าเจ็บปวดอยู่ดี เพราะวัยรุ่นเป็นช่วงที่ไม่ใช่เด็กแต่ก็ไม่โตพอที่จะเป็นผู้ใหญ่ ต้องสลัดเกาะป้องกันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก ความหวัง และความวุ่นวาย ซึ่งทั้งหมดนี้จึงทำให้เจ็บปวด 

ในช่วงวัยรุ่นของเขาเป็นช่วงที่ต้องหาอัตลักษณ์ให้ตัวเอง และอยากเป็นที่ยอมรับ จึงทดลองอะไรหลายๆอย่าง ซึ่งถ้าหากเปรียบเทียบตัวเองเป็นหนังสือ ในช่วงวัยรุ่นเขาชอบอ่านหนังสือดราม่า ชวนคิด หักมุม เรื่องราวมุมมองชีวิต เพื่อหาตัวเลือกและมุมมองของชีวิตมากขึ้น และในช่วงวัยรุ่นหากมีปัญหาเขาจะไม่ค่อยปรึกษาใคร เพราะไม่อยากให้ปัญหาตัวเองเป็นภาระคนรอบข้าง จึงพยายามดึงตัวเองไปสู่ตรงอื่น เช่น เล่นเกม เล่นกีฬา เพราะมีเพื่อนเยอะ ถ้าหากเศร้าก็เรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน ส่วนในด้านวีรกรรมสมัยเรียนนั้น ช่วงวัยรุ่นตอนต้นเขาค่อนข้างนิ่ง ใช้ชีวิตเท่าที่ควรจะเป็น เรียนเสร็จเตะบอล เสร็จแล้วก็กลับบ้าน ช่วงปี 1 ถึงได้เริ่มอยากหาอัตลักษณ์ให้กับตนเอง ใส่ชุดนิสิตที่ไม่ค่อยถูกระเบียบ ไว้ผมยาวและเเต่งตัวเท่ๆ เป็นต้น

ในวัยเด็กของเขา เขาเป็นเด็กต่างจังหวัดธรรมดาที่ไม่ค่อยมีอะไรให้เสพมากนัก เนื่องจากความเจริญกระจุกอยู่ที่กรุงเทพเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้กระจายไปที่อื่นมากนัก เขาจึงคิดว่าถ้าหากเขาเป็นวัยรุ่นในสมัยนี้ก็คงไม่ได้แตกต่างจากเดิมสักเท่าไหร่ แต่ในทางกลับกันยุคสมัยนี้ทุกคนมีสิ่งที่เหมือนๆกัน ไม่ว่าจะเป็นไอโฟน แมคบุ๊ก ไอแพด ส่งผลให้เด็กสมัยนี้มีอะไรให้เสพเยอะขึ้น และพ่อแม่ที่อยู่ต่างจังหวัดที่มีรายได้ไม่ดีเท่าพ่อแม่ที่ทำงานในกรุงเทพอาจจะเหนื่อยขึ้นได้ เขาเลยเกิดคำถามว่าถ้าเป็นวัยรุ่นในยุคนี้เขาจะเกิดปมด้อยไหม ถ้าหากไม่ได้ใช้ของดีๆเหมือนคนอื่น หรือในทางกลับกันการเป็นวัยรุ่นในยุคทุนนิยมอาจจะทำให้เขาเข้าใจอะไรมากขึ้นกว่าเดิมก็ได้

ถ้าหากย้อนอดีตได้ สิ่งที่เขาอยากจะบอกกับตัวเองในตอนนั้นมี 2 อย่าง คือ อย่างแรกชมตัวเองในการใช้ชีวิต เพราะรู้สึกว่า Dynamic ในชีวิตเขาสุ่มเสี่ยงต่อการทำเรื่องแย่ๆเยอะ อาจจะถึงขั้นใช้ยาเสพติดเลยก็ว่าได้ แต่เขายังมีสิ่งยึดเหนี่ยวและประคับประคองตัวเองไว้ได้ สองคือ เรื่องเรียนให้พยายามตั้งใจกับมัน เพราะการเรียนดีจะพาให้เราไปอยู่ในที่มหาลัยดีๆ สังคมดีๆ ทำให้เราได้เจองานที่รายได้ดีๆ ชีวิตคนเราถ้าเรียนดี มีการงานดี ก็เป็นพื้นฐานของชีวิตที่ดี

 

 

 

เพราะเป็นวัยรุ่นจึง…

ที่สุดแล้วเราอาจไม่สามารถตอบได้แบบเจาะจงว่า เพราะเป็นวัยรุ่นจึง… อะไร แต่เชื่อว่าการคุยอย่างเข้าใจ หรือแม้แต่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่อิงต่อการตั้งคำถาม และหาคำตอบ อาจทำให้เราเจอสิ่งที่ตามหาก็เป็นได้

สุดท้ายนี้ ไม่ว่าเพราะเป็นวัยรุ่นจึง…เรียนรู้ โดดเดี่ยว หรือเจ็บปวด เราต่างล้วนมีประสบการณ์ที่ไม่เหมือนกัน มีความคิดที่แตกต่างกัน และเชื่อว่ามนุษย์ทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยไหน จะต้องผ่านพ้นไปได้เพียงแค่ให้เวลากับมัน สำนักพิมพ์ Springbooks จึงขอเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ทุกท่านก้าวผ่านปัญหาต่างๆ โดยมีเราเป็นเพื่อนที่อยู่เคียงข้างตลอดการเติบโตของคุณ

แล้วคำว่า “วัยรุ่น” สำหรับคุณล่ะ เป็นอย่างไร?

 

ใส่ความเห็น

แจ้งเตือนการใช้งานคุกกี้ เว็บไซต์ของเรามีการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดการประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้ดีที่สุด ได้แก่ คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ประสิทธิภาพ คุกกี้เพื่อการทำงานของเว็บไซต์ และคุกกี้กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ศึกษารายละเอียดและการตั้งค่าคุกกี้เพิ่มเติมเพื่อความเป็นส่วนตัวของท่านได้ใน นโยบายคุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า