4 วิธีตื่นเช้า งานเช้าแค่ไหนยังไงก็รอด

วิธีตื่นเช้า ที่คุณใช้อยู่ได้ผลจริงหรือเปล่า?

เมื่อเราที่ต้องเจอเหตุการณ์ที่ทำให้ตื่นเช้าขึ้นกว่าเดิม เช่น ต้องตื่นมาสะสางงานต่อ ไปต่างจังหวัดแต่เช้า หรือมีประชุมเช้า สิ่งที่เราทำจนคุ้นเคยคือการนอนให้ไวขึ้นกว่าเดิม แต่กลายเป็นนอนไม่หลับและอาจนอนดึกกว่าเดิม จนทำให้ไม่อยากตื่น งัวเงีย และเพลียหนักมาก

ลองทำ 4 วิธีตื่นเช้า นี้ดู ไม่ว่างานจะเช้าแค่ไหนยังไงก็รอด

นอนตามปกติแต่ร่นเวลาตื่น

          ลักษณะของการนอนหลับคือ เลื่อนออกไปง่าย แต่ร่นเข้ามาทำยาก เมื่อเรานอนเร็วขึ้นแค่ไหนเราก็ยังนอนไม่หลับอยู่ดีเพราะร่างกายไม่ชินกับเวลานอนนี้ และการนอนเร็วขึ้น 1 ชั่วโมงยังเป็นการรุกล้ำเขตห้ามนอนอีกด้วย

            การที่เราเข้านอนปกติแต่ตื่นให้เร็วขึ้น 1 ชั่วโมงจะช่วยให้หลับง่ายกว่าและคุณภาพการนอนยังดีกว่าด้วย เราสามารถค่อยๆ ร่นเวลาอย่างไม่หนักเกินไปคือ 1 ชั่วโมงต่อ 1 วัน แต่สำหรับคนที่อยากจะนอนให้ไวขึ้นจริงๆ แนะนำให้แช่น้ำร้อน 1 ชั่วโมง และออกกำลังกายแบบเบาอย่างการยืดเส้นเพื่อเพิ่มอุณหภูมิร่างกาย

 

รักษาเวลานอนอย่างเคร่งครัด

          การนอนให้ตรงเวลาเป็นสิ่งที่ทำยาก เพราะไม่รู้ว่าจะเจอสถานการณ์กะทันหันแบบไหน เช่น งานยังไม่เสร็จ มีงานเลี้ยงของบริษัท แต่ต่อให้รู้ว่ายาก ก็ต้องฝึกกำหนดตารางนอนให้ได้ โดยเริ่มจากกำหนดเวลาตื่นก่อนแล้วค่อยตั้งเวลาหลับ

            เมื่อเรากำหนดเวลาได้แน่นอนแล้วต่อให้วันพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าเราก็จะไม่รีบนอนก่อนเวลา เพราะหัวใจของการฝึกตื่นเช้าคือการนอนตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอ และการหลับตรงเวลาจะช่วยสร้างการนอนแบบ 90 นาทีทองด้วย

 

แสงสว่างที่เป็นได้ทั้งมิตรและศัตรู

          เรามักได้ยินเสมอว่า ก่อนเข้านอนควรเลี่ยงแสงสีฟ้า เพราะเมื่อฮอร์โมนกระตุ้นการนอนอย่างเมลาโทนินจะถูกขัดขวางและจะทำให้การนอนหลับกับนาฬิกาชีวภาพของเราแปรปรวนได้ แต่กลับมีวิจัยปัจจุบันออกมาระบุว่า เมื่อจอตาสัมผัสแสงที่มีความยาวคลื่น 470 นาโนเมตร ระดับการตื่นจะเพิ่มขึ้น ดังนั้นแสงชนิดนี้จึงเป็นที่น่าจับตามองว่าจะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ เช่น กระตุ้นการตื่น เร่งประสิทธิภาพการทำกิจกรรมในแต่ละวัน

ดังนั้นเราไม่จำเป็นที่จะต้องกังวลกับแสงสีฟ้ามากจนเกินไป แค่หลีกเลี่ยงการใช้แสงสีฟ้าก่อนจะเข้านอน เช่น หน้าจอคอมพิวเตอร์ หน้าจอมือถือ

 

สวิตช์ตื่น ตัวช่วยเร่งประสิทธิภาพของร่างกาย

          ในร่างกายของเรามีฮอร์โมนที่จะทำหน้าที่ช่วยให้ระบบประสาทอัตโนมัติและร่างกายทำงานสอดคล้องกัน ฮอร์โมนสเตียรอยด์ที่จะหลั่งออกมาเล็กน้อยเมื่อเราหลับ มีหน้าที่ควบคุมภูมิคุ้มกันและจะไหลมาอีกทีในช่วงใกล้เช้า

นอกจากนี้ยังมีสารเคมีในสมองที่ทำงานตอนร่างกายตื่นนั่นคือ นอร์อิพิเนฟริน ฮิสตามีน โดพามีน ยิ่งทำงานเต็มกำลังมากเท่าไหร่ ระดับการตื่นก็จะยิ่งสูงขึ้น จะทำให้ประสิทธิภาพการลงมือทำกิจกรรมต่างๆดีขึ้นและการนอนหลับก็จะดีตามด้วย เพราะการตื่นและการนอนหลับเป็นสิ่งที่อยู่คู่กันเสมอ

 

ข้อมูลจากหนังสือ หลับดีมีคุณภาพ ด้วยเคล็ดลับฉบับสแตนฟอร์ด

วางขายแล้วที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

สั่งซื้อออนไลน์ คลิก

 


บทความอื่นๆ

เคล็ดลับการนอนฉบับสแตนฟอร์ด มหาวิทยาลัยวิจัยอันดับหนึ่งด้านการนอนหลับ

เคล็ดลับสร้างบรรยากาศในห้องนอน : ถ้าหลับมีคุณภาพก็ลดน้ำหนักได้ผลดี

นอนไม่หลับ เสี่ยงภาวะต่อมหมวกไตล้า

นอนไม่หลับทำไงดี ? พบ 5 เคล็ดลับแก้อาการนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย

เทคนิคการ “พักผ่อน” แบบไม่ต้องกังวลเรื่องงาน และได้ประสิทธิภาพสูงสุด!

ใส่ความเห็น