[ทดลองอ่าน] ฝันรักในเงาเมฆ ตอนที่ 4

ฝันรักในเงาเมฆ
别想打扰我暴富

เย่ว์หลิวกวง 月流光 เขียน
สี่เมษา แปล
Jadeline วาดปก

 

นิยายเล่มเดียวจบ

ติดตามการวางจำหน่ายหนังสือได้ทางเพจ “บ้านอรุณ

(ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์)

 

_________________________

 

4

หน่วยที่ปรึกษา

 

ในห้องทำงานที่มีหน้าต่างทรงโค้งยาวจรดพื้น ดวงอาทิตย์สาดแสงหักเหเข้ามาด้านในห้อง ตกกระทบลงบนพื้นข้างเท้าของผูชิงชิงอย่างพอดิบพอดี เธอยืนอยู่ด้านหน้าโต๊ะทำงานของเหรินเซี่ยงหย่วน ท่าทางที่ไม่รู้จะเอามือไม้ไปวางที่ไหนทำให้ดูเหมือนย้อนกลับไปในวันแรกที่เธอเข้ามาทำงานที่นี่

คิดว่าทุกคนที่เคยพบเหรินเซี่ยงหย่วนต่างก็ต้องเคยสัมผัสถึงความรู้สึกห่างเหินบางๆ ที่แผ่กระจายออกมาจากร่างของเขา มีสำนักงานทนายความมากมายที่กำหนดให้ทนายความต้องใส่ชุดสุภาพ แต่พอทุกคนอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวก็สามารถปลดเนกไท หรือพับแขนเสื้อขึ้นได้ แต่เหรินเซี่ยงหย่วนไม่ใช่ ไม่ว่าจะเป็นเวลาไหน จะมีใครอยู่หรือไม่ ท่าทางของเขาก็มักจะเป็นเช่นนี้

เหรินเซี่ยงหย่วนใส่เสื้อเชิ้ตและสวมด้วยเสื้อกั๊กสูท บนเสื้อผ้าไม่มีลวดลายอะไรเลยแม้แต่น้อย มีเพียงเนกไทสีแดงอมม่วงดูแพงมากเส้นนั้นที่คลายออกเล็กน้อยเพื่อไม่ให้รู้สึกอึดอัดจนเกินไป ตั้งแต่แรกจนกระทั่งตอนนี้เขาก็ยังคงก้มหน้าลงตลอดเวลา คดีที่เขาดูแลเกิดปัญหาบางอย่าง เขาจึงกำลังหาวิธีแก้ไขปัญหานั้น บนตู้เอกสารเตี้ยๆ ที่อยู่ด้านข้างมีเอกสารที่ผูชิงชิงค้นหามากองเป็นตั้งๆ อย่างเป็นระเบียบ เขาจะต้องอ่านเอกสารเหล่านี้ให้หมด เพื่อประมวลความคิดแล้วกลั่นกรองออกมาเป็นตัวหนังสือ

“มีเรื่องอะไร” เหรินเซี่ยงหย่วนเขียนอะไรบางอย่างบนกระดาษเล็กน้อย แต่ก็ยังคงไม่เงยหน้าขึ้น

ในห้องทำงานอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกาแฟ ตั้งแต่ครั้งนั้นที่ถูกด่าเรื่องกาแฟ ผูชิงชิงก็ไม่กล้าทำอะไรโดยพลการเกี่ยวกับเรื่องของกาแฟอีกเลย ไม่ต้องรอให้เหรินเซี่ยงหย่วนสั่ง เธอก็รีบวางงานในมือแล้ววิ่งเข้าออกร้านกาแฟอยู่สองสามร้านกว่าจะหาซื้อกาแฟที่เหรินเซี่ยงหย่วนดื่มอยู่ประจำมาได้

เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ พูดสิ่งที่เธอเตรียมใจมาเป็นอย่างดีตลอดหลายวันที่ผ่านด้วยน้ำเสียงสั่นเทา “ตอนนี้เราก้าวสู่ยุคดิจิทัลแล้ว ฉันคิดว่าทนายความเองก็ต้องมีความรู้เรื่องอินเทอร์เน็ตด้วย เพื่อที่จะใช้อินเทอร์เน็ตในการหาคดี…”

ผูชิงชิงสังเกตสีหน้าท่าทางของเหรินเซี่ยงหย่วนอย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นว่าเขาไม่มีทีท่าว่าจะขัดความคิดของเธอ ถึงได้กล้าที่จะพูดต่อว่า “คดีของสำนักทนายความของเราค่อนข้างน้อย ฉันก็เลยคิดว่าจะใช้ชื่อของคุณเปิดแอ๊กเคานต์ดีไหมคะ เนื้อหาในนั้นก็จะเป็นคดีที่เคยทำมาแล้ว ข้อมูลทางธุรกิจ หรือไม่ก็วิพากษ์เกี่ยวกับประเด็นร้อนในสังคม”

ผูชิงชิงยังคงสังเกตสีหน้าของเหรินเซี่ยงหย่วนต่อ แต่เขาก็ยังคงไม่เงยหน้า เพียงแต่รับคำเรียบๆ ว่า “อืม” เล็กน้อย ราวกับกำลังบอกว่าให้เธอพูดต่อไป

เหรินเซี่ยงหย่วนคงไม่มีทางจะคาดถึงว่า เพียงการรับคำ “อืม” เรียบๆ ธรรมดาๆ ของเขากลับเพิ่มความมั่นใจให้ผูชิงชิงมาก ถึงแม้ท่าทางของเขาจะดูเหมือนไม่ได้สนใจอะไรนัก แต่อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นว่าเขากำลังฟังอยู่

ผูชิงชิงที่ยังคงรู้สึกตื่นเต้นดีใจพูดเสียงดังขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว กล่าวถึงสิ่งที่คิดจินตนาการเอาไว้ให้เหรินเซี่ยงหย่วนได้ฟัง “พวกเรายังสามารถสมัครแอ๊กเคานต์ในสื่อโซเชียลมีเดียได้ด้วยนะคะ เผยแพร่บทความต่างๆ ในนั้น ตอบคำถามกับผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ทำให้เราเป็นที่รู้จักในวงกว้าง เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วก็สามารถทำให้คนที่ต้องการทนายความติดต่อเราได้ง่ายขึ้น และยังทำให้ลูกค้านึกถึงเราเป็นอันดับแรกเมื่อเขาต้องการ”

ในที่สุดเหรินเซี่ยงหย่วนก็เงยหน้าขึ้น เขาสวมปลอกปากกาดัง “กึก” แล้วพูดว่า “ดีนะ คุณไปทำมาสิ”

“คะ…คุณเห็นด้วยเหรอคะ” ผูชิงชิงไม่อยากจะเชื่อเลย เธอยังมีคำพูด มีเหตุผลที่เตรียมไว้มากมาย แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่ายังไม่ทันจะได้อธิบายต่อ เขาก็เห็นด้วยเสียแล้ว

“แน่นอน” เหรินเซี่ยงหย่วนพูดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

จริงเหรอ นี่เป็นเรื่องจริงเหรอ

คนที่ด่าเธอว่าเขียนผิดจาก “ศาลประชาชน [1] ” เป็น “โรงพยาบาล [2] ประชาชน” คนที่บอกว่าลายมือของเธอเหมือนกับลายมือของเด็กประถม คนคนนั้นที่บอกว่าเธอยิ่งช่วยยิ่งยุ่งเมื่อเธอส่งเอกสารไปผิดที่ แต่ตอนนี้กลับเห็นด้วยกับความคิดของเธอ!

หนึ่งปีแล้ว ในที่สุดเธอก็ได้รับการยอมรับจากเหรินเซี่ยงหย่วนสักที ถึงแม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรก็ตาม ผูชิงชิงจึงถือโอกาสตีเหล็กตอนที่ยังร้อนพูดแผนการของตัวเองต่อไป “พวกเรายังสามารถติดต่อ…”

ตอนนี้เหรินเซี่ยงหย่วนกลับย้ายสายตาลงไปมองที่เอกสารในมืออีกครั้ง เอ่ยปากขึ้นอย่างไม่รีบร้อนว่า “ตอนนี้ผมกำลังยุ่งมาก ค่อยคุยกันวันหลังแล้วกัน”

“ดะ ได้ค่ะ…” เมื่อถูกเหรินเซี่ยงหย่วนสาดน้ำเย็นใส่แบบนี้ ขาขวาของผูชิงชิงที่ตอนแรกจะก้าวออกไปก็หดกลับเข้ามาอีกครั้ง “ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ” ตอนที่เธอกำลังจะเดินออกไปจากประตูก็ได้หันกลับมากวาดตามองอีกรอบ ใช่แล้ว เธอไม่ได้จำผิด ในห้องทำงานของเหรินเซี่ยงหย่วนไม่มีรูปถ่ายอยู่จริงๆ ไม่มีทั้งรูปของเขาและไม่มีทั้งรูปพ่อแม่

เขาคงเป็นเด็กกำพร้าจริงๆ สินะ…

ในฐานะที่เป็นผู้ช่วยของเหรินเซี่ยงหย่วน ผูชิงชิงจึงไม่เหมือนพนักงานออฟฟิศคนอื่นๆ ที่เข้างานเก้าโมงเช้าเลิกงานห้าโมงเย็นอย่างทั่วๆ ไป หากเจ้านายยังไม่เลิกงาน เธอก็ไม่สามารถไปไหนได้ บางครั้งเหรินเซี่ยงหย่วนยุ่งมาก ยุ่งจนกระทั่งโต้รุ่งอยู่ในห้องทำงานหลายวัน ผูชิงชิงเองก็ต้องอยู่เป็นเพื่อนเขาที่นี่ด้วย

คุณกำลังคิดว่าตอนที่เจ้านายเลิกงาน คุณเองก็จะได้เลิกงานด้วยอย่างนั้นเหรอ บอกเลยว่าผิด! เวลาที่เหรินเซี่ยงหย่วนเลิกงาน เขาจะโยนเรื่องที่เหลือมาให้ผูชิงชิง เหรินเซี่ยงหย่วนเลิกงานแล้ว แต่ผูชิงชิงกลับมีงานชิ้นใหม่ หลังจากกลับไปถึงบ้าน เธอก็ยังต้องค้นหาข้อมูล ก้มหน้าเขียนแผนงาน เพราะหากเหรินเซี่ยงหย่วนต้องการจะใช้ในวันต่อมาแล้วเธอไม่มีให้ ก็จะถูกเขาตำหนิว่าทำงานล่าช้า ไม่ได้ดั่งใจ

โทษทีเถอะ เธอเองก็ต้องการเวลาพักผ่อนเหมือนกันไหม

สองวันมานี้ นอกจากผูชิงชิงจะต้องจัดการเรื่องที่ได้รับมอบหมายมาแล้ว เธอยังต้องรับผิดชอบการเขียนเนื้อหาที่จะใช้ลงในแอ๊กเคานต์โซเชียลมีเดียอีก

หลังจากที่ผูชิงชิงตั้งใจที่จะเริ่มงานนี้จริงๆ ถึงได้รู้ว่าตัวเองนั้นคิดง่ายเกินไป การสร้างแอ๊กเคานต์นั้นเป็นเรื่องที่ง่ายมาก การเตรียมเนื้อหาที่สำหรับวันสองวันนั้นก็ไม่ได้นับว่ายากเท่าไหร่ แต่สิ่งที่ลำบากก็คือการที่จะต้องทำอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ มิน่าล่ะทำไมแอ๊กเคานต์ของทนายความหลายๆ คนถึงได้ไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเลย นานวันเข้าก็ยิ่งไม่มีเนื้อหาใหม่ๆ บวกกับผูชิงชิงที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกฎหมายครึ่งๆ กลางๆ บทความที่คนอื่นๆ ใช้เวลาเขียนไม่กี่นาที แต่พอเป็นเธอกลับต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการหาข้อมูลกว่าจะเขียนออกมาได้

หลังจากที่ซั่งเสี่ยวเฟยรู้เรื่องนี้เข้าก็ด่าเธอออกมาอย่างไม่ลังเลทันทีว่า “หาเรื่องใส่ตัว”

ซั่งเสี่ยวเฟยถามว่า “ทนายเหรินให้เธอรับสมัครคนหรือเปล่า”

“ไม่”

“เขาเพิ่มเงินเดือนให้เธอไหม”

“ไม่”

“แล้วนี่ยังจะไม่เรียกว่าหาเรื่องใส่ตัวอีกเหรอ คนอื่นๆ เขามีแต่งานยิ่งน้อยยิ่งดี แต่เธอก็ดีนี่ หาเรื่องเพิ่มงานให้ตัวเองแท้ๆ”

“ฉัน… เฮ้อ…”

ห้องเช่าเล็กๆ เก็บเสียงได้ไม่ดีนัก บางครั้งข้างห้องก็จะมีเสียงทะเลาะเบาะแว้งของสามีภรรยาดังเข้ามา หรือไม่อยู่ๆ ก็จะมีเด็กตัวเล็กๆ วิ่งเล่นจนพื้นสะเทือน ผูชิงชิงสวมชุดนอน ใส่ที่คาดผม นั่งชันเข่าอยู่บนเก้าอี้พร้อมกับสายตาที่จ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ สีหน้าระทมทุกข์มาก

ตอนนี้ถึงได้เข้าใจว่าตัวเองโง่เง่าขนาดนั้น ทำไมเธอถึงไปเสนอให้เหรินเซี่ยงหย่วนเปิดแอ๊กเคานต์ได้นะ ตอนนี้ถ้าจะไปบอกเขาว่าไม่ทำแล้วจะยังทันหรือเปล่า

“เหอะๆ ก็ทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็แล้วกัน”

ถ้าเหรินเซี่ยงหย่วนไม่ไล่เธอออกน่ะสิถึงจะแปลก

เรื่องนี้ก็ไม่ใช่ว่าแค่เพิ่มเงินเดือนแล้วจะแก้ไขได้ ถึงจะให้เงินมากกว่านี้ เธอก็ไม่รู้ว่าจะไปเอาเวลาที่ไหนมาทำ

รับคนเหรอ

ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยพูดเรื่องรับคนเพิ่มกับเหรินเซี่ยงหย่วน เพราะเรื่องที่ต้องรับผิดชอบนั้นมีมากมายและวุ่นวายเกินไป ผูชิงชิงจึงเคยเสนอให้เหรินเซี่ยงหย่วนรับคนเพิ่มมาอีกสักคน จะเป็นธุรการหรือทนายความฝึกหัดก็ได้ แต่กลับถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย

“รับคนเพิ่ม” เหรินเซี่ยงหย่วนขมวดคิ้วอย่างที่มักทำอยู่บ่อยๆ น้ำเสียงฉายแววดูแคลนเช่นเคย “มีคุณแค่คนเดียวก็ทำให้ผมปวดหัวมากพออยู่แล้ว ยังจะรับคนมาเพิ่มอีกเหรอ ผมไม่รับ”

จริงๆ เลย นี่เป็นเหตุผลอะไรกันเนี่ย

ในเมื่อรับสมัครคนเพิ่มก็ไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นก็เขียนส่งๆ ไปแล้วกัน ยกตัวอย่างเช่นทนายความคนนี้ เพียงแค่หาข้อมูลมาจากอินเทอร์เน็ตแล้วก็คัดๆ มาเขียนลงไป ทั้งประหยัดเวลาและประหยัดแรง พอทำอย่างนี้แล้วอย่าว่าแต่บทความของหนึ่งเดือนเลย บทความของทั้งปีก็ไม่มีปัญหา

แต่…

ผูชิงชิงยังคงจำเหตุการณ์ในห้องทำงานของเหรินเซี่ยงหย่วนวันนั้นได้ดี เขาตอบรับข้อเสนอของเธอ อีกทั้งวางใจมอบหมายงานชิ้นนี้ให้ จนในที่สุดเธอก็ได้รับการยอมรับจากเหรินเซี่ยงหย่วน เธอจึงไม่อยากทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจของเขาจากเรื่องนี้

เครื่องหมายเคอร์เซอร์ [3] ที่หยุดนิ่งอยู่ตรงนั้นเนิ่นนานเคลื่อนไหวไปบนหน้าจออีกครั้ง แบ่งส่วน ทำตัวหนา เพิ่มองค์ประกอบต่างๆ เข้าไป เผยแพร่…ไม่กี่วันต่อมา ผูชิงชิงก็มีความสามารถในการจัดหน้าแอ๊กเคานต์แล้ว ถึงแม้หลังจากที่บทความถูกเผยแพร่ออกไปจะไม่มีใครมาอ่าน แต่เธอก็เชื่อว่าขอเพียงแค่พยายามต่อไป สักวันจะต้องสัมฤทธิผล

ก่อนเข้านอน ผูชิงชิงก็ยังคงถือมือถือไว้ในมือ แต่ไม่ได้เข้าแอปพลิเคชันเถาเป่า [4] แต่กลับเข้าเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับกฎหมายโดยเฉพาะ ในเว็บไซต์เหล่านี้มักจะมีชาวเน็ตที่ต้องการการบริการด้านกฎหมายมาตั้งคำถามเอาไว้ ซึ่งเหล่าทนายสามารถเลือกที่จะตอบคำถามได้ ดังนั้นที่นี่จึงเป็นพื้นที่ในการแสดงความเป็นมืออาชีพของทนายความ ทำให้ตัวเองเป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งไม่แน่ว่าอาจจะมีชาวเน็ตบางคนที่ค่อนข้างพอใจกับคำตอบของทนายความเหล่านี้ และมอบคดีความให้เขาดูแล

ผูชิงชิงเห็นคำถามหนึ่งที่คิดว่าตัวเองพอจะตอบได้ หลังจากเขียนคำตอบเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ปรับแก้คำเล็กน้อย เพราะผู้ที่ทำงานด้านกฎหมายต้องพิถีพิถันในการใช้ “ภาษากฎหมาย” หมายความว่าเมื่อจะเขียนอะไรออกมาบางอย่าง จำเป็นต้องถูกต้องครอบคลุม อย่างไรเสียตอนนี้เธอก็อาศัยชื่อของเหรินเซี่ยงหย่วนอยู่ เธอไม่อาจทำให้เขาขายหน้าได้อย่างเด็ดขาด

หลังจากกดโพสต์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ผูชิงชิงก็ไม่ได้วางมือถือลงทันที เธอเลื่อนดูคำตอบของทนายคนอื่นๆ เล็กน้อย อยากจะดูว่ามีจุดไหนที่ตนเองยังไม่ได้พูดถึงหรือเปล่า หลังจากนั้นก็ดูอีกว่าในหน้าแอ๊กเคานต์นั้นมีความคิดเห็นอะไรอีกบ้าง หลังจากเข้าๆ ออกๆ แอปพลิเคชันสองสามแอป เวลาก็ล่วงเลยไปจนถึงตีหนึ่งแล้ว อีกทั้งพรุ่งนี้เธอยังต้องไปรับเหรินเซี่ยงหย่วนตั้งแต่เช้าอีก

คงจะต้องเข้านอนเสียที…

ผูชิงชิงเพิ่งจะนอนไปได้ไม่เท่าไหร่ เสียงมือถือก็ดังขึ้น เหรินเซี่ยงหย่วนเคยบอกเอาไว้ว่า ถ้าไม่รับโทรศัพท์หนึ่งครั้งจะหักเงินห้าสิบหยวน เธอจึงไม่กล้าปล่อยให้มือถือแบตหมด และไม่กล้าวางมือถือไว้ไกลตัว ถึงแม้จะเข้านอนแล้วก็ต้องสามารถรับโทรศัพท์ได้ภายในเวลาไม่นาน “ฮัลโหล”

“ไปหน่วยงานที่ปรึกษา เดี๋ยวนี้” ในสายมีเสียงของเหรินเซี่ยงหย่วนดังเข้ามา คำพูดกระชับเรียบง่ายแต่ครอบคลุมความหมายทุกอย่าง

ขนาดผูชิงชิงยังไม่ทันลืมตา ปลายสายก็วางไปเสียแล้ว

ผูชิงชิงพลิกตัวอย่างสบายเล็กน้อย เมื่อผ่านไปสักพักจึงได้สติ…นี่ไม่ใช่ความฝัน!

“อ๊า…”

เธอลุกจากเตียง เปลี่ยนเสื้อผ้า เก็บข้าวของ หยิบกุญแจรถ ลงจากตึก ตอนที่รอไฟแดงอยู่นั้นผูชิงชิงก็หาวหวอดๆ ทำงานล่วงเวลาก็ช่างเถอะ แต่การลากคนออกจากที่นอนนี่ไร้มนุษยธรรมเกินไปจริงๆ ยังดีที่ตอนนี้อากาศไม่นับว่าเย็นเท่าไหร่ ไม่อย่างนั้นให้เธอตายไปเสียยังดีเสียกว่า

เนื่องจากระยะทางค่อนข้างไกล ตอนที่พวกเขาไปถึงหน่วยงานที่ปรึกษานั้น คนที่มาเข้าร่วมประชุมก็เกือบจะมากันครบแล้ว ที่แท้เป็นเพราะผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งของหน่วยงานถูกพาตัวไป และเรื่องนี้ก็เกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย จึงจำเป็นต้องดำเนินการโดยเร็วที่สุด

ทุกครั้งที่มาเข้าร่วมประชุมแบบนี้ ผูชิงชิงมักจะดีใจที่สำนักงานทนายความมีเพียงเจ้านายและตนเองเพียงสองคน จึงไม่ต้องเสียเวลาไปกับเรื่องที่ยาวนานและไร้ความหมายแบบนี้ คนที่เข้าร่วมประชุมมีประมาณสิบกว่าคน ในนั้นมีสองคนที่พูดมากที่สุด คนหนึ่งพูดชักแม่น้ำทั้งห้าแต่ก็ยังไม่เข้าประเด็นเสียที ส่วนอีกคนก็เอาแต่พูดผลักภาระว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตนเอง

ไม่ง่ายเลยกว่าที่จะแก้ปัญหาของเรื่องนี้ไปได้ ตอนที่ผู้จัดประชุมให้ทุกคนแสดงความคิดเห็น ผูชิงชิงก็แทบจะเป็นลมไปแล้ว

ตอนที่เวียนมาถึงคนคนหนึ่ง คนนั้นก็รีบผลักเรื่องมาให้เหรินเซี่ยงหย่วน ให้เขาลองเสนอความคิดเห็นบ้าง แต่ไม่รู้เป็นเพราะเหรินเซี่ยงหย่วนใจลอยหรือลืมคำที่จะพูดไปแล้ว เขาลังเลอยู่นานก็ยังไม่พูดอะไรออกมาเสียที ประจวบกับที่ปัญหานี้ผูชิงชิงก็รู้คำตอบอยู่พอดี เพราะเมื่อคืนเธอได้ค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะตอบคำถามของชาวเน็ต ตอนนี้ก็ถือว่าไม่เสียเปล่าแล้ว

ในขณะที่เหรินเซี่ยงหย่วนนิ่งเงียบไปนั้น ผูชิงชิงก็เสริมทันที นับว่าเป็นครั้งแรกที่เธอได้เอ่ยปากพูดในที่ประชุมแบบนี้ เธอพยายามบังคับให้น้ำเสียงไม่สั่น และพยายามเลือกใช้คำพูดให้สวยงามและถูกต้องที่สุด

อีกฝ่ายฟังไปพร้อมกับพยักหน้าราวกับเห็นด้วย เรื่องนี้ทำให้ผูชิงชิงรู้สึกมีกำลังใจมาก หลังจากพูดจบ อีกฝ่ายก็อดไม่ได้ที่กล่าวชื่นชมทันที “พูดได้ดีมาก ผมเองก็รู้สึกว่า…”

การประชุมจบลงแล้ว ผูชิงชิงก็ยังคงปลื้มปริ่มกับความดีใจที่ได้รับการยอมรับจากผู้อื่น ในที่สุดเธอก็ได้ใช้สิ่งที่ตัวเองเรียนมาช่วยเหลือคนอื่นเสียที ความรู้สึกที่ประสบความสำเร็จแบบนี้ไม่ว่าเป็นเรื่องอะไรก็มาทดแทนไม่ได้จริงๆ

ผูชิงชิงหันไปมองเหรินเซี่ยงหย่วนอย่างไม่รู้ตัว ครั้งนี้เขาคงไม่พูดว่าตนเองไม่ได้เรื่องแล้วสินะ วันนี้ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ ชื่อเสียงของเขาคงหายวับไปแล้ว ทว่าเหรินเซี่ยงหย่วนในตอนนี้กลับไม่ได้สนใจเธอเลยแม้แต่น้อย เขากำลังไถมือถือ ราวกับกำลังส่งข้อความให้ใครสักคน

ตั้งแต่ออกมาจากหน่วยงานที่ปรึกษา เวลาก็ล่วงเลยมาถึงตีสี่ ท้องฟ้าด้านนอกยังคงมืดสนิท ผูชิงชิงขับรถเข้ามาจอดรอ พอเหรินเซี่ยงหย่วนขึ้นรถแล้วก็ค่อยปิดประตูรถ หลังจากนั้นจึงค่อยวิ่งเหยาะๆ กลับมาประจำที่นั่งคนขับ และขับรถออกไปด้วยความระมัดระวัง

บนถนนไม่มีรถอยู่เลย แต่โชคร้ายที่ต้องมาเจอกับการซ่อมถนนพอดี ทำให้ถนนที่ปกติกว้างขวางกลับเหลือช่องทางเดินรถเพียงแค่เลนเดียว ซึ่งทำให้ขับลำบากมาก

ตั้งแต่หลังจากประชุมเสร็จเหรินเซี่ยงหย่วนก็ยังไม่พูดอะไรกับเธอสักคำ ผูชิงชิงคิดว่าเขาเหนื่อยแล้ว จึงไม่ได้สนใจอะไรอีก แต่พอนึกถึงว่าตนเองได้ช่วยแก้ไขสถานการณ์แทนเขาไปครั้งหนึ่ง แต่เขากลับไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมาเลย ผูชิงชิงจึงรู้สึกเสียกำลังใจอยู่บ้าง

หลังจากขับรถออกมาได้สักพัก ในที่สุดเหรินเซี่ยงหย่วนที่นั่งอยู่บนเบาะหลังก็เอ่ยปากว่า “เมื่อครู่ใครบอกให้คุณพูด”

เสียงของเหรินเซี่ยงหย่วนไม่ดังนัก น้ำเสียงไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไร แต่ผูชิงชิงก็ยังรู้สึกได้ถึงความหมายเชิงตำหนิ

เธอกำพวงมาลัยแน่น พูดเสียงเบาว่า “ฉัน…”

ไม่ต้องรอคำอธิบาย เหรินเซี่ยงหย่วนก็แค่นเสียงเสียแล้ว “ที่เขาถามก็เพราะต้องการให้ทางเรารับรองให้เขา ผมไม่อยากมีส่วนร่วมกับปัญหาภายในของพวกเขาถึงไม่ได้พูดอะไรออกมา แล้วคุณออกความเห็นทำไม”

“คะ” ครั้งนี้ผูชิงชิงถึงได้รู้ตัวว่าตนเองทำเรื่องลำบากเข้าให้แล้ว หรือเมื่อครู่ที่เขาส่งข้อความก็เพราะกำลังอธิบายให้ผู้บริหารคนอื่นๆ เข้าใจอย่างนั้นเหรอ ผูชิงชิงนึกถึงรายละเอียดตอนประชุมขึ้นมาอีกครั้ง คำพูดของทุกคนนั้นก็ดูปกติมาก ฟังไม่ออกเลยว่าจะมีความขัดแย้งภายในที่ตรงไหน

แสงไฟสีเหลืองนวลจากข้างทางยังพอทำให้มองเห็นอะไรได้บ้าง ผูชิงชิงสังเกตเส้นทางข้างหน้าอย่างละเอียด เพราะตอนนี้กำลังซ่อมแซมถนนอยู่ จึงมีก้อนหินจำนวนไม่น้อย และรถก็อาจจะไปกระแทกได้ตลอดเวลา

เหรินเซี่ยงหย่วนกลับไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น “ทีแรกผมก็นึกว่าคุณแค่ซื่อ ตอนนี้ถึงได้รู้ว่าคุณไม่ใช่แค่ซื่อ แต่ยังโง่ด้วย และที่น่ากลัวยิ่งไปกว่านั้นก็คือโง่แล้วยังไม่เจียมตัว พอรู้อะไรเข้าหน่อยก็ต้องรีบอวดฉลาดออกมาโดยไม่ดูสิ่งรอบตัว ถ้าผมเดาไม่ผิด ตั้งแต่ตอนแรกจนถึงเมื่อกี้นี้คุณก็คงภูมิใจในตัวเองมากสินะ ถ้าผมไม่พูด คุณก็คงไม่รู้ตัวไปตลอดเลยใช่ไหม ตลกจริงๆ …”

เหรินเซี่ยงหย่วนพูดไม่ผิด ถ้าไม่ใช่เพราะเขาบอกเธอว่าปัญหาความขัดแย้งหน่วยงานที่ปรึกษานั้นรุนแรงมาก และเธอไม่ควรพูดอะไรออกมาในเวลานี้ บางทีเธอก็อาจจะไม่รู้ไปตลอดชีวิต ใช่ เธอซื่อและก็โง่ ไม่อย่างนั้นทำไมเธอถึงหางานไม่ได้เสียที ได้แต่มาทำงานเป็นผู้ช่วยรองมือรองเท้าของเหรินเซี่ยงหย่วนแบบนี้

“ขอโทษค่ะ” ผูชิงชิงกัดริมฝีปาก พูดอย่างใช้อารมณ์

“หึ…” ตอนนี้เหรินเซี่ยงหย่วนก็หัวเราะแล้ว

น้อยครั้งมากที่เหรินเซี่ยงหย่วนจะหัวเราะสักครั้ง ผูชิงชิงเองก็เคยจินตนาการถึงท่าทางตอนที่เขาหัวเราะว่าคงจะดูดีกว่าตอนที่เขาหน้าตึงอยู่บ้าง แต่เสียงหัวเราะของเขาตอนนี้กลับฟังดูบาดหู ทำให้ผูชิงชิงอดเลือดขึ้นหน้าไม่ได้อยู่พักหนึ่ง

“ขอโทษ ขอโทษ ทุกครั้งคุณก็เอาแต่ขอโทษ คิดว่าทุกครั้งที่ทำผิดก็ใช้คำขอโทษมาลบล้างได้หรือไง ปีหนึ่งแล้วนะ คุณไม่ใช่พนักงานใหม่แล้ว หรือคิดจะให้คนอื่นยกโทษให้คุณตลอดเหรอ บอกตามตรงนะ ผมรู้สึกเสียใจจริงๆ ที่พาคุณมาด้วย ก่อนหน้านี้คุณก็ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง ช่วยอะไรก็ไม่ได้ ตอนนี้ก็ดีนี่ รู้จักสร้างความวุ่นวายแล้ว…”

เหรินเซี่ยงหย่วนยังคงพูดต่อไปไม่หยุด ผูชิงชิงรู้สึกหงุดหงิดมาก แต่เธอกลับไม่สามารถโต้แย้งอะไรได้ ในเวลาเดียวกันนั้น เครื่องนำทางก็ได้ส่งสัญญาณบอกให้เลี้ยวซ้าย ผูชิงชิงจึงทำได้เพียงแค่เลี้ยวซ้ายตามรถขนดินคันข้างหน้าไป ใครจะรู้ว่าเพียงเวลาไม่นาน แสงสว่างจ้าสายหนึ่งก็ส่องผ่านเข้ามา ทำให้รถส่ายอย่างหนัก ราวกับว่าสามารถพลิกคว่ำได้ตลอดเวลา

ผูชิงชิงรีบหยุดรถด้วยความตกใจ รอบด้านมีเสียงดังโครมครามไม่หยุด ภาพฉากข้างหน้ากลายเป็นภาพไม่คุ้นตามาก ไม่ว่าที่ไหนก็เต็มไปด้วยดินโคลนและรถก่อสร้าง ไม่ไกลออกไปเป็นหลุมใหญ่ที่มองไม่เห็นก้นหลุม ผูชิงชิงสูดหายใจเข้าครั้งหนึ่ง ที่แท้เดิมทีตรงนี้ก็ไม่มีทางให้ไป แต่เธอกลับตามรถขนดินเข้ามาในพื้นที่ก่อสร้างอย่างไม่รู้ตัว!

เหรินเซี่ยงหย่วนเองก็รู้สึกว่าผิดปกติ เขาทำสีหน้าเรียบเย็น ทำเพียงแค่พูดกับผูชิงชิงว่า “นี่คุณจงใจเหรอ”

“ฉัน…” ผูชิงชิงอยากจะร้องไห้ออกมาแต่ไม่มีน้ำตา เขาคงไม่คิดว่าตนเองจะพาเขากลับบ้านเก่าเพราะอารมณ์โกรธเพียงชั่ววูบหรอกนะ ผูชิงชิงหันไปมองเขานิ่งๆ “ถ้าฉันบอกว่าไม่ใช่ คุณจะเชื่อไหมคะ”

“เหอะ…” เหรินเซี่ยงหย่วนหัวเราะอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เสียงหัวเราะนั้นยิ่งฟังเสียดหูมากกว่าเมื่อครู่นัก

เหนื่อย โกรธ อับอาย…ความรู้สึกต่างๆ นานาพลันระเบิดออกมาในเวลานี้

“คุณพอได้แล้วหรือยัง” ผูชิงชิงพูดอย่างหมดความอดทนแล้ว เสียงของเธอดังมาก ดังจนกระทั่งสามารถกลบเสียงดังโครมครามของเครื่องจักรด้านข้างที่ดังเข้ามาไม่หยุดได้

เห็นได้ชัดว่าเหรินเซี่ยงหย่วนนึกไม่ถึงว่าเธอจะระเบิดออกมาในเวลานี้ ดวงตาคู่ที่หลบซ่อนอยู่ในความมืดมิดนั้นพลันไหววูบเพราะความตกตะลึงทันที สีหน้าที่ไม่พอใจเป็นทุนเดิมนั้นก็ยิ่งมืดครึ้มลงหลายส่วน

จะว่าไปแล้วก็แปลก สายตานี้กลับทำให้ผูชิงชิงมีความรู้สึกอยากเอาชนะอยู่บ้าง ราวกับว่าเธอได้ย้อนกลับไปในบ่ายวันที่ฝนตกวันนั้น ตอนที่เธอกำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าลู่วั่งเทียนที่ถูกรถชน ตอนนั้นเหรินเซี่ยงหย่วนที่ยืนเอามือค้ำประตูรถก็ใช้สายตาแบบนี้มองเธอเช่นเดียวกัน

ผูชิงชิงขนลุกชันทันที ในที่สุดก็ตระหนักได้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไป แต่คำพูดก็พูดออกไปแล้ว จะทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็คงไม่ได้สินะ

ผูชิงชิงจ้องมองเหรินเซี่ยงหย่วนอยู่พักหนึ่ง ก่อนกล้ำกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

เพียงไม่นาน ผูชิงชิงก็เชิดปลายคางขึ้น ยังคงใช้น้ำเสียงห่างเหิน ราวกับโกรธยิ่งกว่าเหรินเซี่ยงหย่วนพูดว่า “เมื่อกี้คุณเอาแต่พูดๆๆ แบบนี้ ตอนนี้ก็ยังเอาแต่พูดๆๆ ไม่หยุด พูดตั้งหลายชั่วโมงแล้ว น้ำก็ยังไม่ได้ดื่มสักอึก ถ้าคอแห้งจนไม่มีเสียงจะทำยังไงคะ”

ผูชิงชิงพูดจบก็หยิบน้ำแร่ที่วางไว้ข้างๆ ขวดหนึ่งมาเปิดฝา ก่อนส่งให้เขาอย่างระมัดระวัง พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า “ดื่มน้ำสักหน่อยไหมคะ”

เหรินเซี่ยงหย่วนไม่ได้รับไป ผูชิงชิงเองก็ไม่กล้าชักมือกลับ ทั้งสองคนนิ่งค้างอยู่อย่างนั้นครู่หนึ่ง จนกระทั่งคนงานในพื้นที่ก่อสร้างตรงเข้ามาเคาะกระจกรถ เหรินเซี่ยงหย่วนถึงได้รับน้ำแร่ในมือของผูชิงชิง ก่อนแค่นเสียงเย็น

พูดตามตรงแล้ว ผูชิงชิงรู้สึกนับถือตัวเองมากที่สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ภายในระยะเวลาสั้นๆ แบบนั้น ไม่อย่างนั้นเธอก็คงตกงานอย่างไม่มีทางเลือก เธอไม่กลัวที่จะต้องออกจากงาน ใจหนึ่งก็อยากจะไปให้พ้นจากเหรินเซี่ยงหย่วนจนแทบทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน แต่เธอจะออกโดยที่ยังไม่มีงานใหม่ไม่ได้ เธอไม่อยากย้อนกลับไปในวันที่ส่งใบประวัติและรอรับสายแบบนั้นอีก

หลังจากกลับมาถึงบ้าน ผูชิงชิงก็เอนตัวนอนลงบนเตียงทันทีทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้า เธอเหนื่อยมากจริงๆ เมื่อล้มตัวลงบนที่นอนก็นอนหลับไป แต่สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกเสียใจก็คือคนคนนั้นยังคงไม่ปล่อยเธอไป เขาโผล่ขึ้นในความฝันอีกครั้ง ชี้มือชี้ไม้ด่าว่าเธออยู่อย่างนั้น

เดี๋ยวก็ซื่อบ้าง เดี๋ยวก็โง่บ้างละ นี่ก็ไม่ได้ นั่นก็ไม่ได้…

ผูชิงชิงทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว จึงด่าเขากลับยกใหญ่

เจ้านายคนอื่นๆ ต่างก็มีทั้งพระเดชและพระคุณ มีทั้งไม้อ่อนและไม้แข็ง แต่เหรินเซี่ยงหย่วนนี่ก็ดีนัก แต่ไหนแต่ไรไม่เคยยอมรับในตัวเธอ มีแต่หยิบยกข้อผิดพลาดมาพูด หรือเธอจะไม่มีข้อดีอะไรเลยจริงๆ ใช่สิ เรื่องในวันนี้เธอเป็นคนผิด ไม่เข้าใจสถานการณ์แต่ก็ยังพูดซี้ซั้ว ยังดีที่ทางหน่วยงานที่ปรึกษานั้นยังไม่มีความเห็นอะไร ถ้าเขาเปลี่ยนทนายที่ปรึกษาเพราะคำพูดไม่กี่คำของเธอ เธอคงรับผิดชอบไม่ไหวแน่ แต่ถึงจะไม่มีผลงาน แต่เธอก็ขยันทำงานไม่ใช่เหรอ หนึ่งปีที่ผ่านมานี้ เธอทำงานหลายหน้าที่และทำอย่างละเอียดรอบคอบมาโดยตลอด ให้ทำอะไรก็ทำ โดยเฉพาะช่วงนี้เธอทำแอ๊กเคานต์ด้วยความยากลำบากขนาดนั้น ชี้แนะสักครั้งเขาก็ไม่เคย นี่ใจร้ายใจดำเกินไปแล้ว

พูดไปพูดมา ผูชิงชิงก็ทนไม่ไหวจนต้องร้องไห้ออกมา กระทั่งที่ข้างหูได้ยินเสียง “ฮัลโหล ฮัลโหล” ดังขึ้น เธอถึงได้ลืมตาด้วยความสะลึมสะลือ

ผูชิงชิงมองมือถือในมือเล็กน้อย ก่อนยกขึ้นแนบหูอีกครั้ง

“อะไรของคุณ” คำถามที่ฟังดูเข้มงวดของเหรินเซี่ยงหย่วนดังกระทบโสตประสาททันที

“อะไรคะ” เธอไม่เข้าใจ

“คุณดูซิว่านี่กี่โมงแล้ว” คนปลายสายพูดอย่างไม่สบอารมณ์

ผูชิงชิงมองนาฬิกาเล็กน้อย ตอนนี้ยังไม่แปดโมงเลย “เมื่อคืนทำงานจนดึกดื่นขนาดนั้น ฉันก็เลยคิดว่าวันนี้ตอนเช้าไม่ต้องเข้างานแล้วเสียอีก”

“ใครบอกคุณว่าวันนี้ไม่ต้องเข้างาน ทำอะไรโดยพลการ รีบมารับผมเร็วเข้า ผมมีเรื่องสำคัญที่ต้องจัดการ”

“ค่ะๆๆ ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้…”

ไร้มนุษยธรรม

หลังจากวางสาย ผูชิงชิงก็ก่นด่ากับมือถือ แต่ไม่นานก็ต้องเบิกตากว้างอีกครั้ง มองมือถือด้วยสายตาแปลกใจมาก ให้ตายเถอะ ทำไมถึงอยู่ในมือเธอได้ล่ะ เธอรับสายเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แล้วคำพูดในฝันเหล่านั้นไม่ใช่ว่าเขาได้ยินหมดแล้วหรอกนะ

“อ๊า!” ผูชิงชิงกรีดร้องออกมาอย่างกลุ้มใจพร้อมเอาผ้าห่มคลุมหัว “ช่วยด้วย…”

[1] องค์กรตุลาการของสาธารณรัฐประชาชนจีน จัดตั้งขึ้นในแต่ละมณฑล เขตปกครองตนเอง และเทศบาลนครที่ขึ้นตรงต่อส่วนกลาง แบ่งออกเป็น ศาลประชาชนขั้นสูง ขั้นกลาง และขั้นพื้นฐาน

[2] คำว่า ศาล (法院) กับคำว่าโรงพยาบาล (医院) ในภาษาจีนมีตัวเขียนใกล้เคียงกัน

[3] Cursor ตัวชี้ตำแหน่ง หรือเรียกว่า “ตัวกะพริบ” เพื่อชี้ให้รู้ว่าตำแหน่งของการพิมพ์อักษรตัวต่อไปจะอยู่ที่ไหน

[4] เว็บซื้อขายสินค้าออนไลน์ในเครือของอะลีบาบากรุ๊ป

ใส่ความเห็น