Game of Thrones vs สามก๊ก

 

Game of Thrones vs สามก๊ก ‘มังกรตะวันตกปะทะมังกรตะวันออก’

 

 

-คงไม่เกินเลยไปนักหากจะบอกว่า Game of Thrones และ สามก๊กจัดเป็นมหากาพย์สองเรื่องสำคัญของโลกที่ควรดูหรืออ่านสักครั้งก่อนตาย

-ถ้าคุณติดสองเรื่องพร้อมกันและนั่งดูยาวนานต่อเนื่องราวกับต้องการบันทึกสถิติลงกินเนสส์บุ๊คออฟเวิลด์เร็กคอร์ดแล้วละก็ คุณต้องจมอยู่หน้าจอยาวนานเป็นเวลาทั้งสิ้น 8,260 นาที หรือเกือบ 6 วันเต็มเลยทีเดียว!

-การจะบรรจุข้อมูลเกี่ยวกับมวลมหาประชาชนจากทั้งสองเรื่องลงไปได้หมด คุณอาจต้องเคลียร์พื้นที่ความทรงจำในสมองขนานใหญ่ก็ว่าได้

 

“Game of Thrones นี่สามก๊กเวอร์ชั่นตะวันตกชัดๆ”เคยได้ยินใครพูดประโยคนี้ตอนแนะนำให้เพื่อนดูหรืออ่านซีรีส์ยอดนิยมอย่าง Game of Thrones บ้างไหม (เราเชื่อว่าต้องเคย) จั่วหัวมาแบบนี้ คนที่เคยเสพสามก๊กมาแล้วอาจขมวดคิ้วสงสัยพลางโยนคำถามว่า “ขนาดนั้นเลยหรอ?”

แล้วถ้าชั้นไม่เคยสัมผัสสามก๊กล่ะ… 

 

เราก็ไม่รู้ว่าการแนะนำแบบนั้นจะช่วยหรือไม่ช่วยอย่างไร รู้แต่ว่าได้ยินคนพูดแบบนี้บ่อยมาก ส่วนตัวแล้วเรารักทั้งสองเรื่องมาก รักจนอยากแนะนำให้ใครต่อใครรีบคว้ามาดูโดยพลัน พูดให้ตรงกว่านั้นคือไม่อยากให้คุณพลาดสองสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตเลยทีเดียว (ว่าไปนั่น) 

 

ในเมื่อหลายคนชอบชักชวนโดยการโยงเรื่องหนึ่งไปหาเรื่องหนึ่งเป็นประจำอยู่แล้ว จะเป็นไรไปถ้าเราจะขันอาสาจับทั้งคู่มาเทียบกันหมัดต่อหมัดให้รู้หมู่รู้จ่ากันไปเลยว่าสองเรื่องนี้มันเหมือนกัน ต่างกัน เปรียบกันได้ / ไม่ได้ อย่างไร เพื่อช่วยให้คนที่อาจกำลังลังเลอยู่ตัดสินใจได้ง่ายเข้า หรือจะอ่านเป็นข้อมูลเน้นบันเทิงสำหรับคนที่เคยผ่านมาแล้วทั้งสองเรื่องก็ไม่ผิดอะไร

 

เอาเป็นว่าทั้งหมดเป็นเพียงการนึกสนุกของผู้เขียนที่ไหนๆ ใครๆ ก็ชอบเปรียบกันนัก ลองเอามาโยนบนสนามเดียวกันดูสักตั้งคงน่าสนุกไม่หยอก

ออกตัวล้อฟรีก่อนทั้งหมดนี้เป็นเพียงความคิดเห็นจากหนึ่งในแฟนของมหากาพย์ของทั้งสองเรื่องเท่านั้นนะ คุณอาจเห็นต่าง ไม่เห็นคล้อยได้ตามใจ เราไม่ถือ

 

จักรวาลของเรื่อง

การจะเปรียบให้เห็นภาพชัดถึงความเหมือนและความต่างของมหากาพย์ทั้งสองเรื่องอย่างถึงกึ๋นนั้น ก่อนอื่นคงต้องเริ่มจากจักรวาลของแต่ละเรื่องกันเสียก่อน เพื่อให้เห็นว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร ภาพรวมพูดถึงอะไร และเพื่ออรรถรส โปรดหาข้อมูลอย่างเจาะลึกตามแหล่งต่างๆ ประกอบกันไปด้วย รับรองว่าท่านจะหลุดหลงเข้าไปในโลกแห่งเรื่องราวและก้อนข้อมูลของมหากาพย์ทั้งสองเรื่องอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

เริ่มที่ Game of Thrones กันก่อน ซีรีส์ Game of Thrones เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน ซึ่งก็คือคุณลุง จอร์จ อาร์. อาร์. มาร์ตินคุณลุงเขียนนิยายเรื่องนี้ออกมาเป็นชุด (ตั้งใจไว้ว่าจะเขียน 7 เล่มจบ) และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีถึงดีมากจากนักอ่านทั่วโลก ได้รับการแปลไปแล้วกว่า 70 ประเทศ (ลิขสิทธิ์ฉบับภาษาไทยเป็นของแพรวสำนักพิมพ์) ก่อนจะดังระเบิดระเบ้อยิ่งขึ้นไปอีกไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่าเมื่อช่อง HBO ซื้อลิขสิทธิ์ไปสร้างสรรค์ต่อในรูปแบบซีรีส์โทรทัศน์โดยสองผู้อำนวยการสร้างอย่างเดวิด เบนิออฟฟ์และดี. บี. ไวส์

Game of Thrones มีเนื้อหาว่าด้วยอำนาจ การชิงบังลังก์ สงคราม รอบด้านของความเป็นมนุษย์ ความขัดแย้ง แย่งชิงผลประโยชน์ ความสำคัญของครอบครัว ตระกูลชนเผ่า ความรักและห่วงใยภายในครอบครัวที่อาจต้องสละเพื่อการศึก ปรารถนากามารมณ์อันเป็นสัญชาตญาณดิบ กับภาระหน้าที่/ความรับผิดชอบ ฯลฯ โดยมีกลิ่นอายแฟนตาซีของมังกร มนตร์ดำ ผีดิบ ฯลฯ เป็นเครื่องเคียงชั้นเลิศ และที่สำคัญยิ่งๆ และยิ่งๆ (ในสายตาผู้เขียน) คือสาวงามที่งามเหลือเกินแม่คุณเอ๊ยกับฉากอัศจรรย์ กำนัลแฟนๆ (โดยเฉพาะชายหนุ่ม) ที่มีมาไม่ยั้งจนเราแทบหยุดดูไม่ได้อีกด้วย

เกริ่นเรื่องอย่างย่อ (ซึ่งเกริ่นยากมาก) ก็คือ Game of Thrones ทั้งหนังสือและซีรีส์เป็นเรื่องการชิงอำนาจและการรักษาอำนาจของ 7 อาณาจักรบนแผ่นดินเวสเทอรอส เรื่องเริ่มตรงที่แผ่นดินแต่เดิมถูกปกครองโดยกษัตริย์แอริสที่สองแห่งตระกูลทาร์แกเรียน โดยมีตระกูลต่างๆ แยกกันปกครองแต่ละพื้นที่และขึ้นตรงต่อคิงส์แลนดิ้งเมืองหลวง ก่อนจะโดนกบฏโดยโรเบิร์ตแห่งตระกูลบาราเธียนและเอ็ดดาร์ค แห่งตระกูลสตาร์ค (โดยมีไทวิน แห่งตระกูลแลนนิสเตอร์เป็นตัวแจมสำคัญ) เสร็จกิจ แผ่นดินเวสเทอรอสจึงได้กษัตริย์โรเบิร์ต บาราเธียนขึ้นปกครองทำให้ตระกูลทาร์แกเรียนแทบสิ้น แตกกระสานซ่านเซ็นออกไป นำมาสู่เรื่องราวมากมาย (มากมายจริงๆ นะ) ที่คุณไม่ควรกระพริบตา และไม่อาจหักห้ามใจให้ไม่ดูต่อได้จนกว่าจะดูจบ (โอย มันเกริ่นยากมากจริงๆ นะ ฮา)

ขณะที่สามก๊กเป็นชื่อที่คุ้นหูคนไทยมากกว่าเพราะได้ยินมายาวนานเหลือเกิน อย่างที่รู้ว่าสามก๊กเป็นเรื่องราวที่มีเค้าโครงมาจากประวัติศาสตร์จีนในยุคสามก๊กราวปีพ.ศ. 763พ.ศ. 823โดยจุดเริ่มต้นจากยุคโจรโพกผ้าเหลืองในปีพ.ศ. 726กินระยะเวลายาวนานเกือบร้อยปี เคยมีผู้นำมาเล่าเป็นนิทานเล่าสืบต่อกันมาเป็นเวลายาวนาน และนำมาปรับปรุงเสริมแต่งเพื่อเล่นเป็นงิ้วในเมืองจีน ก่อนจะถูกนำมาสรรค์สร้างในรูปแบบนิยายอิงประวัติศาสตร์โดยหลัว กวั้นจงและถูกนำมาแปลเป็นภาษาไทยครั้งแรกโดยเจ้าพระยาพระคลัง (หน)ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเมื่อปี พ.ศ. 2345 ในรูปแบบสมุดไทย ต่อมาสามก๊กในเมืองไทยถูกตีความใหม่ตลอดจนตีพิมพ์ซ้ำอีกหลายครั้งในหลายรูปแบบหลายสำนักพิมพ์ แต่เวอร์ชั่นที่ได้รับความนิยมที่สุดก็ยังคงเป็นฉบับของเจ้าพระยาพระคลัง (หน)– จัดพิมพ์โดยหลายสำนักพิมพ์ รวมทั้งสำนักพิมพ์อมรินทร์

นอกเหนือไปจากรูปแบบหนังสือแล้ว สามก๊กยังถูกนำมาสร้างในรูปแบบซีรีส์ทางโทรทัศน์และภาพยนตร์อีกหลายครั้ง เวอร์ชั่นล่าสุดและได้รับความนิยมอย่างมากคือสามก๊ก 2010 ออกฉายทางโทรทัศน์ครั้งแรกทางช่องเจียงซู, ช่องอันฮุย, ช่องฉงชิ่งและช่องเทียนจิน ของจีน ก่อนถูกซื้อลิขสิทธิ์มาฉายทางช่อง 3 ของเมืองไทย

สามก๊กมีเนื้อหาว่าด้วยการชิงอำนาจ (เช่นกัน) แต่เรียลกว่า เพราะอิงจากเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์ มีเนื้อหาหลากหลายรสชาติ เต็มไปด้วยกลเล่ห์เพทุบายกลศึกในการรบการชิงรักหักเหลี่ยม ความเคียดแค้นชิงชัง ความซื่อสัตย์และการให้อภัยเกริ่นเรื่องอย่างย่อ (ซึ่งเกริ่นยากมากเช่นกัน)เรื่องเริ่มที่ยุคสมัยแผ่นดินจีนถูกปกครองโดยพระเจ้าเหี้ยนเต้ แห่งราชวงศ์ฮั่น แต่ก็เป็นแต่เพียงในนาม เพราะขุนนางกังฉินอย่างตั๋งโต๊ะสถาปนาตนเองเป็นพระมหาอุปราช มีฐานะเป็นบิดาบุญธรรมของพระเจ้าเหี้ยนเต้ ปกครองแผ่นดินอย่างคดโกง ไพร่ฟ้าตกระกำลำบาก ทำให้ขุนนางน้อยใหญ่รวมถึงประชาชนทั่วไปต้องการกำจัดตั๋งโต๊ะ เพื่อกอบกู้แผ่นดินฮั่นให้กลับมาร่มเย็นดังเดิม นำมาสู่การรวมตัวของกองทัพ 18 หัวเมืองเพื่อล้มตั๋งโต๊ะ ซึ่งในกลุ่มของกองทัพที่รวมกันนั้น มีโจโฉ, เล่าปี่ (มากับน้องร่วมสาบานอย่างกวนอูและเตียวหุย) และยอดขุนพลอีกมากมายรวมอยู่ด้วย โดยหารู้ไม่ว่า ต่อมาไม่นาน เขาเหล่านั้นจะต้องมาห้ำหั่นกันเองในกาลถัดไป (นี่ก็เกริ่นย๊าก ยาก)

ก็เรื่องมันยาว จะเกริ่นจะย่ออะไรเกรงใจสปอยล์ด้วย

 

 

ก๊ก เหล่า ตระกูล

ก๊ก เหล่า ตระกูล กลุ่มก้อนต่างๆ ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญของมหากาพย์ทั้งสองเรื่อง ถือเป็นภาพใหญ่ยักษ์บิ๊กเบิ้มของคนจำนวนมหาศาลที่ชิงไหวชิงพริบและห้ำหั่นเอาเป็นเอาตายระหว่างกัน (บ้างก็รักกัน) อาจพอพูดได้ว่า ถ้าไม่มีเรื่องกลุ่ม ก๊วน ครอบครัวพวกนี้ซะอย่าง เรื่องราวทั้งหมดที่ทำให้ตบตีฆ่าฟันกันเอาเป็นเอาตายขนาดนี้อาจไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้

การเปรียบข้อนี้ไม่เชิงเปรียบเพื่อให้เห็นความต่างหรือความเหมือน แต่เป็นการแนะนำว่าแต่ละเรื่องนั้น มีก๊ก เหล่า ตระกูล กลุ่มก้อนต่างๆ อย่างไร(เฉพาะกลุ่ม ก๊ก ตระกูลหลักๆ) คุณจะได้เตรียมใจทันเมื่อเริ่มดู อาจรู้ต่อไปด้วยว่าต้องเคลียร์พื้นที่ความทรงจำในสมองเท่าไหร่จึงจะบรรจุข้อมูลใหม่เกี่ยวกับมวลมหาประชาชนเหล่านี้ลงไปได้หมด

 

 

สามก๊ก

ชื่อก็บอกอยู่ว่าสามก๊ก เพราะฉะนั้นก๊กกลุ่มหลักๆ ในการห้ำหั่นกันก็ต้องมาอย่างน้อย 3 กลุ่ม การแบ่งแยกเป็นสามก๊กอย่างชัดเจนเริ่มจากที่โจผีโค่นล้มราชวงศ์ฮั่นแล้วสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นฮ่องเต้แห่งราชวงศ์โจว ส่วนเล่าปี่ก็สถาปนาราชวงศ์ฮั่นขึ้นมาใหม่ จากนั้นจึงแต่งตั้งตนเป็นฮ่องเต้ราชวงศ์ฮั่นส่วนซุนกวนเมื่อเห็นเล่าปี่กับโจผีสถาปนาตนเอง ซุนกวนเลยสถาปนาตนเองขึ้นมาเช่นกันเป็นฮ่องเต้พระองค์แรกแห่งราชวงศ์ซุน ซึ่งรายละเอียดของก๊กทั้งสาม มีดังนี้

 

วุยก๊ก

วุยก๊กจัดเป็นก๊กที่ยิ่งใหญ่และมีอำนาจมากที่สุดในบรรดาสามก๊ก ครอบครองพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศจีนปกครองโดยโจโฉต่อมาได้รับการสถาปนาเป็นราชวงศ์วุยโดยพระเจ้าโจผีและได้สถาปนาโจโฉเป็นจักรพรรดิแห่งราชวงศ์วุยอีกพระองค์หนึ่งวุยก๊กปกครองอาณาจักรโดยจักพรรดิสืบต่อกันมาทั้งหมด 5 พระองค์

 

จ๊กก๊ก

จ๊กก๊กปกครองโดยพระเจ้าเล่าปี่เชื้อพระวงศ์แห่งราชวงศ์ฮั่นในระหว่างปีพ.ศ. 764พ.ศ. 806ก๊กนี้ได้ชื่อว่ามีบุคคลล้ำค่ารวมตัวกันมากมาย เช่น ขงเบ้ง บังทอง รวมถึง5 ทหารเสืออย่าง กวนอู เตียวหุย จูล่ง ฮองตง และม้าเฉียวจ๊กก๊กครอบครองพื้นที่ทางภาคตะวันตกของประเทศจีน บริเวณมณฑลเสฉวนปกครองอาณาจักรโดยจักรพรรดิสืบต่อกันมาทั้งหมด 2 พระองค์คือ พระเจ้าเล่าปี่และพระเจ้าเล่าเสี้ยน

 

ง่อก๊ก

ง่อก๊กปกครองโดยพระเจ้าซุนกวนในระหว่างปีพ.ศ. 765พ.ศ. 823ครอบครองพื้นที่ทางด้านตะวันออกของประเทศจีนทางบริเวณตอนใต้ของแม่น้ำแยงซีเกียง ซึ่งคือพื้นที่บริเวณรอบ ๆ เมืองหนานจิง (นานกิง) ในปัจจุบันก๊กนี้ได้ชื่อว่ามียุทธภูมิดีที่สุดเพราะมีแม่น้ำแยงซีเกียงกั้นอยู่ทำให้ข้าศึกฝ่ามาลำบากมากแล้วแม่น้ำแยงซีเกียงนี่แหละที่ทำให้เกิดยุทธนาวีผาแดงหรือโจโฉแตกทัพเรือหรือสงครามเซ็กเพ็กทั้งยังเป็นอาณาจักรสุดท้ายในบรรดาอาณาจักรสามก๊กที่ล่มสลายโดยกองทัพของสุมาเอี๋ยนและราชวงศ์จิ้นอีกด้วย

 

 

 

Game of Thrones

ส่วน Game of Thrones เขามาเป็นตระกูล โดยมีลอร์ดของแต่ละตระกูลเป็นผู้นำสูงสุด แต่เดิมทุกตระกูลขึ้นตรงต่อตระกูลทาร์แกเรียน ที่สืบเชื้อสายมาจากเผ่าวาลีเรียนผู้มีพลังพิเศษสามารถบังคับมังกรไฟได้และครองบัลลังก์มาเนิ่นนาน Game of Thrones มีตระกูลหลักๆ

ดังนี้

-ตระกูล ทาร์แกเรียน

เป็นตระกูลผู้พิชิตเจ็ดอาณาจักรและก่อตั้งคิงส์แลนดิ้งขึ้นมาสืบเชื้อสายมาจากวาลีเรียน เมืองที่อุดมไปด้วยมังกรบนทวีปเอสซอส จนกระทั่งเอกอน ทาร์แกเรียนอพยพมาเวสเทอรอสและยึดครองเจ็ดอาณาจักรปัจจุบันมีแม่มังกรแดเนรีสทาร์แกเรียนเป็นผู้นำของตระกูลสัญลักษณ์ประจำตระกูลเป็นมังกรสามหัวบนพื้นสีดำ คำขวัญคือ Fire and Blood

 

-ตระกูล สตาร์ค

เป็นตระกูลใหญ่สุดผู้ครอบครองแดนเหนืออันหนาวเหน็บมาตั้งแต่ปฐมบุรุษ ผู้ปกป้องแดนเหนือจากคนเถื่อนและไวท์วอล์คเกอร์มาช้านานครองวินเทอร์เฟลอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเวสเทอรอส แต่เดิมอยู่ภายใต้การดูแลของเอ็ดคาร์ค สตาร์ค สัญลักษณ์ประจำตระกูลเป็นหมาป่าสีเทา คำขวัญคือ Winter is coming

 

-ตระกูล แลนนิสเตอร์

เป็นตระกูลหลักทางทิศตะวันตก ปักหลักอยู่โยงที่คาสเตอร์ลีร็อค แต่เดิมอยู่ภายใต้การดูแลของไทวิน แลนนิสเตอร์ สมาชิกครอบครัวมักจะมีแนวโน้มผมสีทองและตาสีเขียวสัญลักษณ์ประจำตระกูลเป็นสิงโตสีทอง มีคติประจำตระกูลว่าHear me Roar! กับ“แลนนิสเตอร์มักจะจ่ายหนี้ของเขาเสมอ”

 

-ตระกูล บาร์ราเธียน

เป็นตระกูลที่ครองบัลลังก์ต่อจากตระกูลทาร์แกเรียน สืบเชื้อสายมาจากโอรีส บาร์ราเธียน ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับเอกอน ทาร์แกเรียน นั่นหมายความว่าเป็นญาติห่าง ๆ ของพวกทาร์แกเรียนอีกด้วย แต่เดิมอยู่ภายใต้การดูแลของโรเบิร์ต บาราเธียน สัญลักษณ์ประจำตระกูลเป็นกวางสวมมงกุฏ มีคติประจำตระกูลว่าOurs is Fury

 

-ตระกูล ทัลลี

ตระกูลใหญ่ 1 ใน 7 ราชอาณาจักร ลักษณะเรือนผมสีน้ำตาลแดง และตาสีฟ้าบ้านอยู่ที่ริเวอร์รัน เป็นเมืองที่ตั้งอยู่กลางแม่น้ำ สวยงามทีเดียวลอร์ดคนปัจจุบันคือ เอ็ดมัวร์ ทัลลี สัญลักษณ์ประจำตระกูลเป็นปลาเทราต์สีเงิน มีคติประจำตระกูลว่า Family, Duty, Honor

 

-ตระกูล แอร์ริน

เป็นตระกูลที่สันโดษและเก็บตัว จุดเด่นที่คนจำได้คือ ประตูดวงจันทร์ที่ใช้ส่งคนไปตายด้วยการทำให้ตกลงจากยอดเขาสู่ก้นเหวลอร์ดคนปัจจุบันคือ โรเบิร์ตแอร์รินสัญลักษณ์ประจำตระกูลเป็นปลาเหยี่ยวฟ้าบินอยู่กับดวงจันทร์สีขาวบนท้องฟ้าสีฟ้ามีคติประจำตระกูลว่า As High As Honor

 

-ตระกูล ไทเรล

ตระกูลที่รวยที่สุดบ้านของตระกูลนี้ตั้งอยู่ที่ไฮห์การ์เด้น อันถือเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดอีกด้วย ตั้งอยู่ทางตอนใต้ติดกับดอร์น มีเจ้าหญิงแสนสวยอย่างมาเจอร์รี่ ไทเรลเป็นอาหารตาชุบชูหัวจิตหัวใจ ลอร์ดคนปัจจุบันคือ เมซ ไทเรล สัญลักษณ์ประจำตระกูลเป็นดอกไม้สีทอง มีคติประจำตระกูลว่า Growing Strong

 

-ตระกูล มาร์เทล

ตระกูลเจ้าสำราญและร่ำรวย มีเจ้าชายยอดนักรักอย่างโอเบริน มาร์เทลให้ตื่นเต้น เก่งการต่อสู้ทุกรูปแบบแต่ถนัดใช้หอกที่สุดเป็นตระกูลและอาณาจักรเดียวที่สามารถป้องกันการรุกรานของเอกอน ทาร์แกเรียนได้สัญลักษณ์ประจำตระกูลเป็นหอกแทงทะลุพระอาทิตย์มีคติประจำตระกูลว่า Unbowed, Unbent, Unbroken

 

-ตระกูล เกรย์จอย

ตระกูลที่เป็นเจ้าแห่งท้องทะเล ขึ้นชื่อเรื่องกองเรือที่ใหญ่ที่สุดและดีที่สุด อยู่ภายใต้การดูแลของอูรอน เกรย์จอย สัญลักษณ์ประจำตระกูลเป็นคราเคนสีทองบนพื้นดำมีคติประจำตระกูลว่า We Do Not Sow

 

-ตระกูล มอร์มอนท์

ตระกูลเล็กๆ ที่สาบานตนกับสตาร์ค มีลอร์ดที่ทั้งแสบ ทั้งแสนน่ารัก ทั้งยังอายุน้อยที่สุดในบรรดาลอร์ดทั้งปวงอย่างลีอานนา มอมอนท์เป็นผู้ดูแล สัญลักษณ์ประจำตระกูลเป็นหมีสีดำในป่าเขียวมีคติประจำตระกูลว่า Here We Stand

 

 

ตัวละคร vs ตัวละคร

            จบจากตระกูลก็มาลงลึกเป็นรายคน ความหลากหลายของตัวละครถือเป็นเสน่ห์สำคัญอย่างยากปฏิเสธ ทั้งสองเรื่องมีตัวละครเยอะจนจำไม่หวาดไม่ไหว แต่ไม่ใช่ทุกตัวที่จะอยู่ในใจคนจนเป็นที่จดจำ ข้างล่างนี้เป็นส่วนหนึ่งของตัวละครในใจเรา ซ้ำยังอาจหาญจับตัวที่มีคาแรคเตอร์โดดเด่นคล้ายคลึงกันทั้งที่อยู่คนละซีกโลกมาเปรียบกันหมัดต่อหมัดให้เห็นกันชัดๆ ในวงเล็บตัวโตๆ ว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้น ผู้อ่านอาจเห็นต่างได้ตามพอใจ

            -โจโฉ VS.ไทวิน แลนนิสเตอร์

โจโฉ – เป็นลูกของขันทีนามว่าโจโก๋เขารับราชการตั้งแต่วัยหนุ่ม ก่อนค่อยๆขยับตำแหน่งขึ้นไปเรื่อยๆจนกระทั่งกลายเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการกำจัดทรราชย์ตั๋งโต๊ะ เริ่มตั้งแต่จะลอบสังหารเอง (แต่ทำไม่สำเร็จ) ไปจนถึงรวบรวมกองทัพ 18 หัวเมืองเพื่อล้มตั๋งโต๊ะ ภายหลังได้เป็นถึงวุยอ๋องในสมัยราชวงศ์ฮั่นทั้งยังเป็นผู้รวบรวมแผ่นดินส่วนใหญ่ของจีนให้ขึ้นอยู่ภายใต้อำนาจของราชสำนักโดยมีตัวเขาเองเป็นผู้กุมอำนาจที่แท้จริงอยู่เบื้องหลัง

ไทวิน แลนนิสเตอร์–เป็นประมุขของตระกูลแลนนิสเตอร์แห่งคาสเตอร์ลีร็อค ไต่เต้าเก่งกาจขึ้นมาด้วยตัวเองตั้งแต่เด็ก เหตุเพราะผู้เป็นพ่ออย่างไททอส แลนนิสเตอร์นั้นอ่อนแอจนเป็นที่ดูแคลนและเยาะเย้ยของตระกูลอื่นๆ เมื่อเติบใหญ่ ไทวินจึงยกทัพไปทำลายตระกูลเหล่านั้นจนสิ้นซาก ก่อนที่จะรับหน้าที่เป็นมือขวาให้กับกษัตริย์แอริสที่สองแห่งตระกูลทาร์แกเรียน และเมื่อการครองบัลลังก์ของตระกูลทาร์แกเรียนสิ้นสุดลง ไทวินและครอบครัวก็ใช้ทั้งกำลัง ทั้งสมอง จนสามารถเข้ามามีอิทธิพลต่อได้ในยุคที่ตระกูลบาราเธียนครองบัลลังก์ ก่อนจะสืบต่ออำนาจยาวนานโดยมีเขาอยู่เบื้องหลังได้เรื่อยมาในยุคของจ็อฟฟรีย์ บาราเธียน (หลาน) ขึ้นครองราชย์ ซึ่งถึงแม้เจ้าจ็อฟฟรีย์จะใช้นามสกุลบาราเธียน แต่ใครๆ ก็รู้ว่าผู้มีอำนาจที่แท้จริงและอยู่เบื้องหลังทุกอย่างก็คือ ไทวิน แลนนิสเตอร์ ผู้นี้นี่เอง

#หมัดต่อหมัด

เรียกได้ว่า #พ่อก็คือพ่อ ถือเป็นสองคาแรคเตอร์หลักที่เป็นหัวโจกทรงอิทธิพลของทั้งเรื่องเลยก็ว่าได้ทั้ง 2 เป็นคนมีสติปัญญามาก มีไหวพริบ ฉลาดเป็นกรดด้วยกันทั้งคู่ ขี้ระแวง ไม่ไว้ใจใครง่ายๆ เด็ดขาด ไต่เต้าขึ้นมาด้วยตัวเอง ยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี ปกครองคนด้วยพระเดชและพระคุณเข้มข้น ทั้งยังเป็นผู้กุมอำนาจอยู่เบื้องหลังที่แท้จริงโดยไม่ยอมออกหน้าออกตาเหมือนกันอีกด้วย อดจินตนาการไม่ได้ว่าหากจับมาเจอกันจริงๆ จะเป็นอย่างไร

 

          -เล่าปี่ VS.แดเนรีส ทาร์แกเรียน

เล่าปี่ – อาชีพเดิมเป็นช่างเย็บเสื้อ แต่ใครจะเชื่อว่าช่างบ้านนอกคนนี้เป็นถึงเชื้อพระวงศ์ฮั่นวันที่บ้านเมืองระส่ำระสายจากกังฉินที่รังแกราชบัลลังก์และประชาชน เล่าปี่ได้พาพี่น้องร่วมสาบานอย่างกวนอูและเตียวหุยออกเดินทางไปเข้าร่วมกับกองทัพ 18 หัวเมืองเพื่อล้มตั๋งโต๊ะก่อนจะทำการสำเร็จในท้ายที่สุด จุดนั้นทำให้ชื่อเสียงของเล่าปี่เลื่องลือจนไต่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆ ด้วยความสามารถและคุณธรรมจนปราบปรามกบฏต่างๆเหี้ยนเตียนจนได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้แห่งอาณาจักรจ๊กฮั่นครอบคลุมพื้นที่เสฉวนและเกงจิ๋วตอนใต้ได้อย่างสมบูรณ์

แดเนรีส ทาร์แกเรียน – เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวและเป็นลูกคนเล็กของกษัตริย์แอริสที่สองแห่งตระกูลทาร์แกเรียน เดือนสุดท้ายก่อนเธอคลอดเป็นช่วงเดียวกันกับการก่อกบฏ ไม่นานจากนั้นรัชสมัยของราชวงศ์ทาร์แกเรียนก็สิ้นสุดลงแม่และพี่ชายของเธอระหกระเหินไปยังเกาะดราก้อนสโตนและคลอดระหว่างทาง เมื่อเติบใหญ่ขึ้น พี่ชายของเธอซึ่งก็คือ วิเซรีส ทาร์แกเรียนพยายามทำทุกทางเพื่อจะทวงทุกสิ่งของเขาและเธอคืนมา เริ่มจากการส่งตัวแดเนรีสไปเป็นชายาของคาล โดรโก้ เพื่อหวังได้กองทัพอาชาสุดเกรียงไกรไว้ใช้ทวงบัลลังก์ ที่สุดความตั้งใจของเขาไม่เป็นผลและตายด้วยน้ำมือของน้องเขย (ก่อนที่ต่อมาน้องเขยก็ตายอย่างกระปลกกระเปลี้ยน่าอนาถเป็นที่สุดภายหลัง) ทำให้แดเนรีสต้องเผชิญโลกและหาทางกลับคืนสู่ที่ที่เคยจากมา โดยมีสมุนคู่ใจมากมาย กองทัพทรงแสนยานุภาพ และมังกรอีก 3 ตัว!

#หมัดต่อหมัด

เป็นสองผู้นำสายคุณธรรมอย่างแท้จริง (รึเปล่า) คนหนึ่งเป็นหญิง อีกคนเป็นชาย แต่เส้นเรื่องชีวิตและลักษณะนิสัยคล้ายกันอย่างเหลือเชื่อ ทั้งเล่าปี่และแดเนรีสมีจุดเชื่อมโยงร่วมกันอยู่ตรงที่ความเป็นคนมองโลกในแง่ดี ช่างจดช่างจำ เก็บรายละเอียด เป็นผู้นำที่สามารถกุมหัวใจของคนรอบกายและคนภายใต้ปกครองไว้ได้ ทำให้ลูกน้อง พี่น้อง ยอมสู้ตายถวายหัวให้กับเขาและเธอโดยไม่คำนึงถึงชีวิต ทั้งยังเป็นคนถือเรื่องมนุษย์และความถูกต้องเป็นหนึ่งไม่มีสอง มีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ใจกว้าง และต้องการกอบกู้แผ่นดินให้เกิดความสงบสุข (แม้จะคนละวิธีการและผลลัพธ์ก็เถอะ)

 

          -กวนอู VS.เอ็ดดาร์คสตาร์ค

กวนอู – ชื่อรองว่าหยุนฉางเป็นน้องร่วมสาบานคนรองของเล่าปี่โดยมีเตียวหุยเป็นน้องเล็ก อาชีพเดิมเป็นยาม เอกลักษณ์สำคัญคือตัวใหญ่อย่างกับตึก (9 ฟุต) เครายาวถึงสะดือ (2 ฟุต) ใบหน้าแดงก่ำสีชาด และถือง้าวมังกรเขียว กวนอูมีความเก่งกล้าสามารถในการรบอย่างหาตัวจับยากสังหารแม่ทัพศัตรูเก่งๆตายมากมายนับไม่หวาดไม่ไหวร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับเล่าปี่และเตียวหุยเรื่อยมา ภายหลังจากที่ยกทัพเข้าเสฉวนกวนอูได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าครองแคว้นเกงจิ๋ว ก่อนจะจบชีวิตด้วยน้ำมือศัตรูอย่างน่าเจ็บใจ

เอ็ดดาร์ค สตาร์ค – เขาผู้นี้รู้จักกันในชื่อเล่นว่า เน็ด ถูกรับเลี้ยงเป็นลูกอุปถัมภ์มาพร้อมๆ กับเพื่อนสนิทที่ต่อมาเป็นกษัตริย์นามโรเบิร์ต บาราเธียนโรเบิร์ตและเน็ดช่วยกันล้มราชบังลังก์ของกษัตริย์วิปริต แอริสที่สองแห่งตระกูลทาร์แกเรียนลงได้สำเร็จ ก่อนที่โรเบิร์ตจะขึ้นครองราชย์ต่อ โดยที่ตัวเขาเองกลับไปเป็นลอร์ดทางเหนืออยู่ที่วินเทอร์เฟลบ้านเกิด ด้วยความลับมากมายและภาระหน้าที่รับผิดชอบที่เน็ดกุมไว้ตลอดชีวิต ทำให้เขาปรารถนาจะใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่ที่นี่ท่ามกลางลูกๆ และภรรยา ก่อนที่สิบห้าปีต่อมา โรเบิร์ตจะมาตามตัวไปเป็นมือขวาของกษัตริย์ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นความวุ่นวาย ฉ้อฉล การแย่งชิงอำนาจ การทรยศหักหลัง ให้เน็ดต้องตามแก้จนนำมาซึ่งวาระสุดท้ายของเขาในที่สุด

#หมัดต่อหมัด

ทั้งคู่เป็นบุรุษผู้เปี่ยมคุณธรรมและเท่ชะมัดยาดจากสองฝั่งซีกโลก อยู่อย่างทรนงเหมือนกัน เก่งเป็นบ้าเหมือนกัน แม้แต่การตายก็…

ก่อนอื่นเลยคือฝีมือ เก่ง เก่งจริงๆ ปราบมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ หาคู่ต่อกรด้วยยาก บุคลิคลักษณะก็แทบจะเหมือนราวเป็นคนเดียวกัน สูงใหญ่ หนวดเครา เป็นเจ้าของใบหน้าแววตาน่าเกรงขาม เป็นที่รักของคนรอบตัว เป็นที่ไว้ใจของเจ้านาย ใครๆ ก็อยากได้ตัวไปใช้งาน ยึดมั่นคุณธรรม ใจเย็น ประนีประนอม หนักแน่น ห้าวหาญ เป็นสุภาพบุรุษอย่างแท้จริง พูดง่ายๆ ว่าแทบจะถอดกันมาเลยทีเดียวสำหรับสองคนนี้

 

 

           -ขงเบ้งVS.ทีเรียน แลนนิสเตอร์

ขงเบ้ง–ฉายา “มังกรหลับ” เป็นปราชญ์ชาวดอยที่ฉลาดเป็นกรด ฉลาดมาก ฉลาดจริงๆ ฉลาดจนต้องกราบว่าพี่จะฉลาดไปไหน เป็นอัจฉริยะและรอบรู้ในทุกๆด้านมีชื่อจริงว่าจูกัดเหลียง แรกเริ่มเดิมทีอาศัยอยู่ที่เขาโงลังกั๋ง ชานเมืองซงหยงอยู่อย่างสันโดษ เก็บมันสมองอันปราดเปรื่องของตัวเองไว้เงียบๆ ชอบลองใจคน คราที่เล่าปี่ต้องการขงเบ้งไปช่วยงานเขาต้องพยายามสามครั้งสามคราจึงจะสมใจ จนในที่สุดขงเบ้งจึงยอมเข้าร่วมกับฝ่ายเล่าปี่รวบรวมแผ่นดินและผลักดันให้เล่าปี่ขึ้นเป็นฮ่องเต้แห่งอาณาจักรจ๊กฮั่น

ทีเรียน แลนนิสเตอร์ – ทีเรียน หรือฉายา “เดอะอิมพ์” เป็นคนแคระ ขาสั้นหนา หน้าผากล้ำออกมา นัยน์ตาทั้งสองข้างมีสีไม่เหมือนกัน หน้าบาก จมูกหายไปเกือบหมด (ผลจากสงครามอ่าว Blackwater)จุดเด่นของทีเรียนที่ทุกคนยอมรับคือฉลาดเป็นกรด แม้รูปร่างจะอัปลักษณ์ แต่เขาก็ใช้สมองนำหน้าจนแทบจะกลบจุดด้อยทั้งหมดในร่างกายในหายดับ กระนั้นก็ยังไม่ได้รับการยอมรับจากพ่อ (ไทวิน แลนนิสเตอร์) อยู่ดี เนื่องจากการเกิดของเขาเป็นเหตุให้ภรรยาของไทวินซึ่งก็คือแม่ของเขาตายนั่นเอง ทีเรียนฉายชัดความฉลาดเมื่อต้องรับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาผู้นำเสมอๆ ดูได้จากครั้งดำรงตำแหน่งมือขวาของกษัตริย์จ็อฟฟรีย์และคราที่ระหกระเหินมาช่วยงานแดเนรีสในการยกทัพกลับมาหักหาญตระกูลตัวเอง

#หมัดต่อหมัด

เส้นชีวิตของคู่นี้อาจแตกต่างราวฟ้ากับเหวก็จริง แต่สิ่งที่เหมือนกันอย่างยากยิ่งปฏิเสธก็คือมันสมองที่ฉลาดเหลือเกิน เข้าข่ายอัจฉริยะรอบรู้ในทุกๆ ด้าน เป็นที่ปรึกษาและกุนซือที่ดีในระดับที่ผู้นำทุกคนย่อมอยากได้ไว้ร่วมงาน สามารถจัดการปัญหาที่หลายคนขบไม่แตกได้ง่ายราวพลิกฝ่ามือ ทุกคำทุกประโยคที่หลุดจากปากล้วนคมคาย คิดมาอย่างดี คิดนำหน้าผู้อื่นหลายก้าวเสมอ อีกทั้งยังชื่นชอบสิ่งสุนทรีย์รื่นรมเหมือนกันอีกด้วย แม้ขงเบ้งจะไปทางกวีและดนตรี แต่ทีเรียนเป็นสายสุราและนารีก็เถอะ (ฮา)

 

            นอกจากนี้ยังมีอีกหลายตัวละครจากสองเรื่องที่บางคู่เหมือนกันราวถอดกันมาแม้จะคนละวัย กับบางคู่ที่อยากจะจับมาโขกหัวชนกันเพราะทำตัวน่าหมั่นไส้เหลือเกิน ยกตัวอย่างข้างล่าง

 

            -ตั๋งโต๊ะ VS.จอฟฟรีย์ บาราเธียน

เป็นคนชั่วผู้ซื่อบื้อและโหดร้าย มีอำนาจและใช้มันอย่างโหดเหี้ยม ไม่เกรงใจผู้ใด แม้ตั๋งโต๊ะจะเป็นขุนนางเฒ่าอายุมากขณะที่จอฟฟรีย์เป็นเด็กน้อยวัยยังไม่ถึงยี่สิบก็เถอะ แต่สองคนนี้สร้างความปวดหัวและเกลียดชังให้เกิดขึ้นมากมายทั้งในจอและนอกจออย่างเท่าเทียมโดยไม่ต้องสงสัย

 

            -ลิโป้ VS.เจมี แลนนิสเตอร์

รูปงาม นามกระจาย เสน่ห์เหลือร้าย ฝีมือไม่เป็นรองใครในหล้าด้วยกันทั้งคู่ ทั้งยังติดบ่วงชีวิตเพราะหญิงงามเหมือนกันอีกด้วย ลิโป้ติดสาวงามเมืองจนเป็นเหตุให้ฆ่าพ่อบุญธรรมตัวเอง ส่วนเจมีติดพี่สาวฝาแฝดของตัวเองที่แต่งงานมีสามีเป็นตัวเป็นตนแล้ว บันเทิงมากคู่นี้

 

            -สุมาอี้ VS.ลอร์ดปีเตอร์ เบลิซ (ลิตเติ้ลฟิงเกอร์)

มีสติปัญญา เจ้าเล่ห์ จอมวางแผนและมีความอดทนต่อแรงกดดันอย่างเหลือเชื่อ ดูไม่ออกเลยว่าจะดีหรือจะร้าย น่ากลัวชะมัด

 

            -เตียวหุยVS.ซานดอร์ คลีแกน (เดอะฮาวด์)

“คนชั่วช้าผู้น่ารัก” ใช้นิยามสองคนนี้ได้อย่างไม่เกินเลย

 

ความยาวของซีรีส์

ข้อนี้แหละโหดจัด เรียกได้ว่าใครที่ตกหลุมหล่นลงมาตั้งหน้าดูซีรีส์ทั้งสองเรื่องอย่างจริงจัง แทบทุกคนจะลงความเห็นร่วมกันว่า “แทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน” ส่วนจะเป็นเพราะอะไรนั้น เชิญทัศนา

เริ่มที่สามก๊ก นับเฉพาะเวอร์ชั่นล่าสุด (สามก๊ก 2010) ที่ฉายทางช่อง 3 (ทั้ง HD และ SD) มีจำนวนตอนทั้งสิ้น 126 ตอน!(แม่เจ้า) แต่ละตอนกินเวลาประมาณ 33 นาที เมื่อเอา 33 (นาที) คูณด้วย 126 (ตอน) แล้ว นั่นหมายความว่า สามก๊ก เวอร์ชั่น 2010 มีความยาวถึง 4,158 นาที! ด้วยความยาวขนาดนี้ หากคอซีรีส์เผลอตัวเผลอใจติดเข้างอมแงมและนั่งดูติดต่อกันโดยไม่หลับไม่นอนเขาผู้นั้นต้องใช้เวลาถึง 2 วัน กับอีก 8ชั่วโมงกว่าๆ ถึงจะดูจบ!

เรื่องความยาวมีหรือที่ Game of Thrones จะยอมน้อยหน้า ซีซัน 1-6 ของซีรีส์ชุดนี้ แบ่งจำนวนตอนแต่ละซีซันออกเป็น 10 ตอน ตอนละประมาณ 52 นาที นั่นหมายความว่าความยาวของแต่ละซีซันจะอยู่ที่ 520 นาที และเมื่อนำ 520 (นาที) x 6 (ซีซัน) นั่นเท่ากับว่า Game of Thrones ซีซัน 1-6 ขโมยเวลาคนดูไปถึง 3,120 นาที!

ยังครับ ความบันเทิงยังไม่จบ อย่างที่รู้กันว่าบรรดาแฟนๆ ของซีรีส์ชุดนี้กำลังเพลิดเพลินกับซีซัน 7 กันอยู่ และซีซันนี้ก็เป็นครั้งแรกที่ลดจำนวนตอนต่อซีซันจาก 10 เหลือแค่ 7 ตอน ถึงกระนั้นความยาวแต่ละตอนกลับยาวขึ้นกว่าเดิมพอสมควร (59 / 59 / 63 / 50 / 59 / 71 / 81 นาทีตามลำดับ) นั่นหมายความว่า ความยาวทั้งหมดของซีซั่น 7 ที่กำลังฉายและยังไม่จบอยู่นี้ใช้เวลาฉายรวมทั้งสิ้น 442 นาที!

เท่านั้นยังไม่พอ ซีซั่น 7 ยังฉายไม่ทันจบ ข่าวเกี่ยวกับซีซั่น 8 ออกมาแล้วว่า ซีรีส์ชุดนี้จะหดจำนวนตอนให้สั้นลงไปอีกเหลือแค่ 6 ตอนเท่านั้น อย่ากระหยิ่มยิ้มย่องไป รู้ไว้เถอะว่าทุกตอนยาวระดับภาพยนตร์ที่ฉายในโรงเลยทีเดียว ซึ่งความยาวโดยเฉลี่ยของภาพยนตร์ที่ฉายโรงปกติทั่วไปทุกวันนี้อยู่ที่ประมาณ 90 นาที นั่นหมายความว่า ซีรีส์Game of Thrones ซีซัน 8 จะมีความยาวถึง 540 นาทีเลยทีเดียว!

และเมื่อเอาความยาวของทั้ง 8 ซีซันมารวมกันแล้ว เท่ากับว่า มหากาพย์ Game of Thronesที่รัก กินเวลาฉายทั้งสิ้น 4,102 นาที คิดเป็น 68 ชั่วโมงกับอีก 30 นาที (โดยประมาณ)ซึ่งหากดูติดต่อกันโดยไม่หลับไม่นอนต้องใช้เวลาถึง 2 วัน กับอีก 8 ชั่วโมงกว่าๆ ถึงจะดูจบ หึหึ เหมือนสามก๊กไม่ผิดเพี้ยน (อาจมีคลาดเคลื่อนเหลื่อมกันนิดหน่อย)

ยิ่งถ้าคุณติดสองเรื่องพร้อมกันและนั่งดูยาวนานต่อเนื่องราวกับต้องการบันทึกสถิติลงกินเนสส์บุ๊คออฟเวิลด์เร็กคอร์ดแล้วละก็ คุณต้องจมอยู่หน้าจอยาวนานเป็นเวลาทั้งสิ้น 8,260 นาที หรือเกือบ 6 วันเต็มเลยทีเดียว!

 

ความยาวของหนังสือ

ยังไม่หนำใจกับเวอร์ชั่นทีวีซีรี่ส์ มาต่อกันที่เวอร์ชั่นหนังสือ อย่างที่รู้กันว่าซีรี่ส์ A Song of Ice and Fire (หรือ Game of Thrones) เวอร์ชั่นต้นทางภาษาต่างประเทศจนถึงป่านนี้ยังไม่จบเลย แฟนๆ ทั่วโลกต่างภาวนาให้คุณลุง จอร์จ อาร์.อาร์. มาร์ตินผู้เขียนเร่งเขียนออกมาให้จบเสียทีเถิด (บางคนถึงกับสวดมนต์ต่อชะตาหวังให้ลุงอายุยืนที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เลยทีเดียว) ซึ่งคุณลุงท่านก็ตั้งเป้าไว้ว่าครบจบถ้วนกระบวนความซีรี่ส์ชุดนี้จะมีทั้งหมด 7 เล่ม อย่างที่รู้ว่าเจ้าของลิขสิทธิ์ฉบับภาษาไทยของซีรีส์ชุดนี้ก็คือ แพรวสำนักพิมพ์ ได้จัดการซื้อลิขสิทธิ์มาแปลเป็นภาษาไทยเรียบร้อยแล้วทั้งหมด 5 เล่ม (ไม่ต้องห่วง เจ้านี้เขาก็ได้รับลิขสิทธิ์ต่อเนื่องไปจนจบชุดอีกด้วย)   และด้วยต้นฉบับภาษาอังกฤษที่หนาปึ้ก ทำให้แพรวสำนักพิมพ์ตัดสินจัดหั่นจำนวนเล่มของภาคที่ 1 – 5 จาก 5 เล่ม ออกเป็นทั้งสิ้น 11 เล่ม ในขนาดรูปเล่ม 14.5 x 21 เซนติเมตร ที่ถึงแม้จะหั่นซอยเล่มออกมาแล้ว แต่บอกได้ว่าจำนวนหน้าของแต่ละเล่มนั้นก็ยังสยองขวัญสั่นประสาทคนอ่านอยู่ดี เพราะมันหนามาก ไม่เชื่อดูข้างล่าง

 

 

นั่นหมายความว่า หนังสือชุด Game of Thrones เวอร์ชั่นภาษาไทย ภาคที่ 1 – 5 รวมทั้งสิ้น 11 เล่มนี้ มีจำนวนหน้ารวมกันถึง 6,187 หน้าถ้วนไม่รวมปก! (ไม่อยากนึกว่าเมื่อแปลครบจบทั้ง 7 ภาค จะถึงหมื่นหน้าไหม)

 

มากันที่สามก๊ก หนังสือชุดนี้สบายหน่อย เพราะอวสานจบสมบูรณ์มาตั้งแต่ครั้งบรมสมกัปนานมากแล้ว และถูกนำมาชำระตีพิมพ์เป็นภาษาไทยหลากหลายเวอร์ชั่นเกินจะนับ แต่เวอร์ชั่นที่ได้รับความนิยมที่สุด สมบูรณ์ที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้น สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ที่จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์อมรินทร์ ในรูปเล่มขนาดพิเศษ 23 x 28 เซนติเมตร ปั๊มทองและทาทองรอบตัวเล่มภาพประกอบในเล่มสร้างสรรค์โดย โอม รัชเวทย์(สวยมาก) จำนวนหน้าก็เบาะๆ ที่ 1,112 หน้า

 

เรื่องความหนาและความยาวในเวอร์ชั่นหนังสือเห็นทีสามก๊กต้องยอม Game of Thrones ไปเถอะ เพราะรายนั้นยาวเหลือเกิน

 

อัตราความน่าดู

ทั้งสองเรื่องเป็นมหากาพย์ยิ่งใหญ่ของโลกที่ควรค่าแก่การดู ส่วนจะชอบเรื่องใด ไม่ชอบเรื่องใด ชอบสองเรื่องหรือไม่ชอบทั้งสองเรื่องก็แล้วแต่ท่าน ในความเห็นเรา สิ่งที่สามก๊กโดดเด่นกว่า Game of Thrones อย่างเห็นได้ชัดคือเรื่องกลยุทธ์และวางแผนการรบ เพราะน้ำหนักของเรื่องเดินด้วยการชิงเมือง หักเมือง เล่ห์กลในการเอาชนะกันเพื่อให้ได้มาซึ่งความเหนือกว่าอย่างแท้จริง แต่ใช่ว่า Game of Thrones จะไม่มีเรื่องเหล่านี้เลย มีมากเหมือนกันแต่ไม่ได้ทุ่มน้ำหนักเท่าสามก๊ก เพราะGame of Thrones จะเน้นเรื่องราวรอบด้านความเป็นมนุษย์มากกว่า ตัวละครที่มีมิติอย่างไม่มีตัวใดร้าย ชั่ว ดี ด้านเดียวไม่เจือปน ทำให้ดูหลากหลายกว่าในแง่ของการเป็นนวนิยายเพื่อความบันเทิง

แต่หากจะวัดความอลังการงานสร้างในส่วนโปรดัคชั่นในซีรีส์ ข้อนี้อาจต้องให้ Game of Thronesอย่างไร้ข้อโต้แย้ง เพราะลงทุนกับการสร้างแต่ละซีซันไม่ต่ำกว่า 40 – 60 ล้านดอลลาร์ ส่วนมากหมดไปกับการเนรมิตฉาก CG สุดอัศจรรย์ เนียนกริ๊บและยิ่งใหญ่ไม่แพ้ภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดสักเรื่องเลยทีเดียว ภาพสวยจัดราวกับจินตนาการ ขณะที่สามก๊กอาจไม่เท่าเพราะเน้นถ่ายทำในสถานที่จริงบวกกับคนจริงเป็นส่วนมาก (CG มีบ้างประปราย) เลยทำให้ข้อนี้คนที่ชอบความอลังการและองค์ประกอบทางศิลปะอาจถูกใจ Game of Thrones เป็นพิเศษ

 

ที่สุดแล้วก็อย่างที่บอก ซีรีส์และนิยายทั้งสองเรื่องควรค่าแก่การอ่านการดูอย่างยิ่ง จัดสรรค์เวลาให้ดีแล้วลองเถิด หรือหากเคยลองเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาแล้ว ลองกระโดดไปหยิบจับอีกเรื่องมาดูเพิ่มอีกเรื่องก็ไม่เสียหาย กลิ่นมหากาพย์ตะวันออกกับตะวันตกที่แตกต่างกันแต่เชื่อมโยงกันด้วย “มนุษย์” นี่แหละ บันเทิงนักแล

แล้วคุณจะเข้าใจคำกล่าวที่ว่า “ควรค่าแก่การจดไว้เป็นหนึ่งในสิ่งที่ควรทำก่อนตาย” เป็นอย่างไร….

 

 

Source

หนังสือชุด A Game of Thrones เกมล่าบัลลังก์, แพรวสำนักพิมพ์

หนังสือชุดสามก๊ก, สำนักพิมพ์อมรินทร์

hbo.com

samkokwiki.com

gameofthronesfansite.com

th.wikipedia.org/wiki/สามก๊ก

pantip.com

samkokthai.com

 

Image
hbo.com/game-of-thrones
tv.bectero.com/threekingdoms
samkok911.com
americaninno.com
facebook.com/paperyardbooks


บทความอื่นๆ

2 thoughts on “Game of Thrones vs สามก๊ก

  1. Pingback: วรรณกรรมเยาวชน ที่กระทรวงศึกษาธิการเลือกให้เป็น หนังสืออ่านนอกเวลา

Comments are closed.