fbpx

[ทดลองอ่าน] ผมจะเป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่อนุบาลสัตว์ บทที่ 47 วันที่สี่สิบเจ็ดในฐานะพี่เลี้ยง

幼崽护养协会
ผมจะเป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่อนุบาลสัตว์ เล่ม 2

 

酒矣 (Jiu Yi)
เขียน

ชาเย็น Lover
แปล

 

— โปรย —

ด้วยความช่วยเหลือของเซี่ยหลวน
อนุบาลสัตว์ สาขาอวิ๋นเป่า พัฒนาก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว
มีเหล่าลูกสัตว์สมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามามากมายในสาขา
การที่ได้ดูแลและอยู่กับเจ้าพวกตัวน้อยทั้งหลาย|
ทำให้เซี่ยหลวนเริ่มเข้าใจทีละนิด
ว่าเพราะอะไรเขาถึงถูกเลือกให้มาทำหน้าที่พี่เลี้ยงลูกสัตว์ ณ อวกาศแห่งนี้

 

—.—.—.—.—.—.—.—.—.—

 

ติดตามกำหนดการวางจำหน่ายได้ที่เพจ >> Rose Publishing

…XOXO…

มาดามโรส

 

ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์

 

บทที่ 47
วันที่สี่สิบเจ็ดในฐานะพี่เลี้ยง

 

แม้เป็นเพียงเสียงขับร้องของลูกสัตว์ แต่ผู้ชมที่อยู่ริมฝั่งกลับค่อยๆ ตั้งใจฟังโดยไม่รู้ตัว บางคนถึงขั้นตกอยู่ในภวังค์

เงือกโตเต็มวัยหลายตัวได้ฟังแค่ประโยคแรกก็เชื่อมั่นว่า เมื่อลูกสัตว์เติบโตขึ้น เสียงขับขานของมันต้องเป็นหนึ่งในเสียงที่สะกดคนให้เคลิบเคลิ้มได้แน่ และเมื่อฟังต่อไปเรื่อย ๆ พวกเขาก็รู้สึกว่า ต่อให้ตอนนี้เป็นแค่เสียงร้องของลูกสัตว์ก็ทำให้เคลิบเคลิ้มได้ระดับหนึ่งแล้ว

ไม่ต้องพูดถึงพลังที่รับรู้ได้ยามขับขาน เห็นได้ชัดว่าลูกเงือกตัวนี้มีพรสวรรค์สูงมาก เสียงขับร้องไพเราะน่าฟัง น้ำเสียงสะอาดและใสกังวานเช่นนี้ทำให้รู้สึกว่าสวรรค์ลำเอียงอยู่นิดหน่อย

จะว่าไปแล้ว…

ผู้ปกครองของลูกสัตว์ตัวนี้อยู่ไหนนะ

พอหลุดจากภวังค์เสียงร้องอันไพเราะของลูกสัตว์ ผู้ฟังที่อยู่ริมฝั่งจึงเริ่มหันซ้ายหันขวามองดูรอบด้าน แต่พวกเขากลับไม่เห็นเงือกโตเต็มวัยลงไปในมหาสมุทร

ลูกสัตว์ที่ขึ้นไปร้องเพลงทุกตัวล้วนมีผู้ปกครองร้องเพลงตอบรับ

แม้จะไม่มีกฎเกณฑ์บังคับว่าผู้ปกครองต้องทำแบบนี้ แต่ตามแนวคิดของเผ่าเงือก เวลานี้ผู้ปกครองที่รักลูกสัตว์จะต้องร้องตอบกลับไป

ในเมื่อลูกสัตว์กล้าที่จะร้องเพลงมอบแด่ผู้ปกครองต่อหน้าผู้คนมากมายขนาดนี้ หากผู้ปกครองที่ได้ยินเสียงขับขานไม่ร้องตอบก็ดูจะไม่ถูกต้องไปสักหน่อย

อีกอย่าง ลูกสัตว์ตัวนี้ร้องเพลงเพราะขนาดนี้ แม้แต่พวกเขายังฟังออกว่าเงือกน้อยชอบผู้ปกครองของตัวเองมาก ถ้าผู้ปกครองไม่ตอบกลับ อีกเดี๋ยวลูกสัตว์จะต้องหดหู่ผิดหวังมากเป็นแน่…

เซี่ยหลวนในฐานะผู้ปกครองที่กำลังโดนผู้ฟังในที่นี้กล่าวติเตียนในใจ อันที่จริงเขากำลังหาวิธีเข้าใกล้โขดหินก้อนนั้นอยู่ อย่างแรกที่เขาคิดคือว่ายน้ำไปก็จบเรื่อง

เมื่อเงือกโตเต็มวัยตัวหนึ่งเห็นเขาทำท่าจะลงไปในมหาสมุทรก็ดึงตัวเขามาสอบถามสถานการณ์ จากนั้นให้เขายืนรออยู่ที่เดิมสักครู่

เซี่ยหลวนยืนรออยู่ครู่หนึ่งก็เห็นว่าเงือกน้อยที่กำลังร้องเพลงบนโขดหินยังคงมองแต่เขา เมื่อรอจนเริ่มร้อนใจ ในที่สุดทางเดินไปยังโขดหินกลางมหาสมุทรก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเซี่ยหลวน

ทางเดินนั้นคล้ายกับมีแท่นหินกลมผุดจากส่วนลึกของมหาสมุทรขึ้นเหนือผิวน้ำ กลายเป็นทางเชื่อมระหว่างเซี่ยหลวนกับโขดหินก้อนนั้น

นี่เป็นคุณสมบัติหนึ่งของอุปกรณ์จำลองสภาพแวดล้อม เมื่อมีความจำเป็นต้องใช้ ผู้ดูแลสามารถควบคุมผ่านแผงควบคุมได้

ผู้คนริมฝั่งเห็นทางเดินปรากฏบนผืนน้ำจึงเกิดความรู้สึกสงสัยขึ้นมาเล็กน้อย โดยเฉพาะเมื่อเห็นชายหนุ่มเผ่ามนุษย์อยู่ตรงทางเดินนั้น

ไม่ใช่ว่าควรเป็นผู้ปกครองไปอุ้มลูกของตัวเองเหรอ ทำไมถึงเป็นมนุษย์คนหนึ่งไปได้

แต่ลูกเงือกที่นั่งร้องเพลงอยู่บนโขดหินกำลังมองชายหนุ่มเผ่ามนุษย์คนนั้นอยู่จริง ๆ ผู้ชมบางส่วนเริ่มเข้าใจ

แท่นหินที่สร้างขึ้นนี้ค่อนข้างใหญ่ หลังจากเดินไปตามทาง เซี่ยหลวนก็เหยียบลงไปบนแท่นหินนั้นได้อย่างราบรื่น

แท่นหินดังกล่าวไม่ได้ราบเรียบนัก เซี่ยหลวนจึงต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดเหตุน่าเวทนากับตัวเองอย่างการลื่นตกลงไปในมหาสมุทร เมื่อเดินเข้าไปใกล้ตรงหน้าลูกเงือกที่กำลังนั่งร้องเพลงอยู่ตรงริมโขดหิน เซี่ยหลวนก็ก้มลงอุ้มเงือกน้อยขึ้นมา

เวลานั้นเพื่อให้ชายหนุ่มขยับได้สะดวกกว่าเดิม ลูกน็อกซ์ซึ่งตอนแรกขดอยู่ในอกของชายหนุ่มก็ปีนขึ้นบ่า

“Nor’sifa utha…”

ลูกเงือกที่ชายหนุ่มอุ้มไว้ในอกยังคงขับขานบทเพลงต่อไป แต่ระหว่างที่ชายหนุ่มอุ้มมันขึ้นมานั้นก็เห็นได้ชัดเจนว่าครีบหางของเงือกน้อยเริ่มสะบัดไปมาเป็นจังหวะสม่ำเสมอโดนตัวชายหนุ่มเบา ๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า

เซี่ยหลวนซึ่งถูกดวงตาสีฟ้าครามจับจ้องอย่างไม่วางตาร้องคลอตามเสียงร้องของลูกสัตว์ เริ่มแรกเขาลองฮัมท่วงทำนองเบา ๆ เพื่อตอบรับเสียงขับขานนั้น

เผ่าเงือกเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีพรสวรรค์ด้านการร้องเพลง ดังนั้นผู้ปกครองเผ่าเงือกทั่วไปจึงร้องเพลงออกมาได้อย่างสบาย ๆ ทั้งยังสอดประสานกับเสียงร้องของลูกสัตว์เป็นอย่างดี

ทว่าเซี่ยหลวนไม่ได้มีพรสวรรค์อย่างเผ่าพันธุ์เงือก แต่เขาต้องร้องเพลงตอบรับลูกสัตว์ จึงได้แต่พยายามฮัมตามทำนอง

เขาไม่รู้เนื้อร้องและความหมายของแต่ละพยางค์ที่เปล่งออกมา  ดังนั้นการที่เซี่ยหลวนฮัมเพลงเบา ๆ เป็นจังหวะก็เพื่อขานรับเสียงร้องเพลงของเงือกน้อยเท่านั้น

แม้จะเป็นมนุษย์ ทว่าเสียงของชายหนุ่มก็ไพเราะมากเช่นกัน

เมื่อได้ยินท่วงทำนองฮัมเพลงตามเบา ๆ ของชายหนุ่ม ไม่นานเสียงขับขานของลูกเงือกก็เจืออารมณ์ดีใจอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นจากเสียงร้องหรือภาษากายของลูกสัตว์ล้วนชัดเจนจนรู้สึกได้

เนื่องจากเผ่าเงือกเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีลักษณะเฉพาะ การรับรู้พลังจิตจึงไวกว่าเผ่าพันธุ์อื่น ๆ มาก แม้แต่พวกที่ไม่เข้าใจเรื่องพลังพิเศษก็ยังสังเกตเห็นได้

ณ ตอนนี้ เวลานี้ ผู้ชมส่วนใหญ่ตรงริมฝั่งต่างก็รู้สึกได้ถึงพลังจิตอันแข็งแกร่งสายหนึ่ง

พลังจิตสายนี้ส่งมาจากท่วงทำนองที่ชายหนุ่มเผ่ามนุษย์ฮัมเบาๆ และก็ราวกับเสียงขับขานของลูกสัตว์ได้รับพลังเพิ่มขึ้นจากพลังจิตสายนี้จนรัศมีเล็ก ๆ แผ่ขยายออกไปทีละเล็กละน้อย

เพราะรับรู้ได้ถึงพลังจิตอันแข็งแกร่ง พวกเขาจึงพากันตะลึงงันไปชั่วครู่ ผู้ฟังเผ่าเงือกในที่นั้นต่างรู้สึกไม่อยากเชื่อ…

พลังจิตระดับนี้ในเผ่าพันธุ์ของพวกเขาแล้วนับว่าโดดเด่นพอสมควร

เซี่ยหลวนเพ่งความสนใจทั้งหมดไปที่เงือกน้อยซึ่งกำลังร้องเพลงให้เขา จึงไม่มีเวลาไปสนใจท่าทางตื่นตะลึงของคนอื่น ๆ

ในความเป็นจริง พลังจิตที่เซี่ยหลวนแสดงออกมาในตอนนี้เป็นผลจากการที่เขาพยายามกักพลังไว้อย่างสุดความสามารถ

ตั้งแต่รู้ว่าขีดพลังจิตของตัวเองสูงเกินปกติ เซี่ยหลวนจึงเริ่มเรียนรู้ที่จะควบคุมความสามารถนี้ไว้

ผู้ชมฟังออกว่าชายหนุ่มพยายามคลำทำนองตามอยู่ และท่วงทำนองที่ชายหนุ่มฮัมเบา ๆ ก็สอดรับกับเสียงขับขานของลูกสัตว์ได้ค่อนข้างดี

แม้ไม่รู้ว่าทำไมเงือกน้อยตัวนี้ถึงมีผู้ปกครองเป็นมนุษย์ แต่ดูจากที่ชายหนุ่มพยายามร้องเพลงเพื่อตอบรับลูกสัตว์ อย่างน้อยผู้ชมในที่นี้ก็รับรู้ได้ว่า ชายหนุ่มมนุษย์คนนี้รักและเอ็นดูลูกสัตว์ไม่ต่างจากผู้ปกครองเงือกตัวอื่น ๆ

ผู้ฟังริมฝั่งต่างคิดว่า ในค่ำคืนนี้มีเพียงลูกเงือกหางสีฟ้าน้ำแข็งตัวนี้ที่ขับร้องได้เพราะที่สุด ดังนั้นเมื่อเสียงร้องเพลงจบลงจึงพากันปรบมืออย่างพร้อมเพรียงล้นหลามยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ

เสียงร้องเพลงใสกังวานของลูกสัตว์นี้สมควรได้รับเสียงปรบมืออย่างท่วมท้นจริงๆ

“ปะป๊า ปะป๊า~”

หลังจากหยุดร้องเพลงแล้ว ลูกเงือกที่ซุกอยู่ในอกของชายหนุ่มก็เรียกผู้ปกครองของตัวเองสองครั้งติดในทันที ครีบหางของลูกสัตว์สะบัดไปมา ในดวงตาสีฟ้าครามที่จับจ้องชายหนุ่มฉายความคาดหวังชัดเจน

ความคาดหวังแบบนี้จะตีความว่าอย่างไรได้

เซี่ยหลวนลูบเรือนผมของลูกสัตว์ ก่อนปรบมือให้ด้วยท่าทางที่ไม่ถนัดนัก เมื่อเสียงปรบมือจบลงเขาก็พูดพร้อมกับดวงตาเปื้อนยิ้มว่า “เกลน้อยร้องเพลงเพราะสุดยอดเลย”

เซี่ยหลวนเพิ่งพูดจบ เงือกน้อยที่อยู่ในอกก็เข้ามาแนบชิดคลอเคลียแก้มซ้ายโดยไม่ทันตั้งตัว เมื่อคลอเคลียแก้มเขาแล้ว ลูกสัตว์ก็ซบอกเขาทันที

ถ้าตอนนี้มีใครสบตากับลูกเงือก จะต้องเห็นว่าดวงตาสีฟ้าครามสว่างไสวราวกับบรรจุดวงดาวเอาไว้เป็นแน่

ลูกเงือกไม่ได้สนใจฟังเสียงปรบมือของผู้ฟังริมฝั่งนัก เสียงที่เงือกน้อยอยากได้ยินมากที่สุดคือเสียงปรบมือจากชายหนุ่ม

เมื่อครู่แก้มซ้ายของเซี่ยหลวนสัมผัสถึงความเนียนนุ่มเพียงช่วงสั้น ๆ เขาจึงก้มหน้าลงคลอเคลียแก้มของลูกสัตว์ในอกคืน

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผิวของเด็กน้อยนั้นดีมาก เนียนนุ่มราวกับเต้าหู้อย่างไรอย่างนั้น

ท่ามกลางเสียงปรบมืออย่างท่วมท้นบนชายฝั่ง เซี่ยหลวนก็อุ้มลูกสัตว์เดินกลับขึ้นฝั่งด้วยทางเส้นเดิมอีกครั้ง

“ปะป๊า~”

ลูกเงือกที่ชายหนุ่มอุ้มเหมือนจะดีใจเป็นพิเศษจึงพูดคำนี้ออกมาบ่อย ๆ

ลูกสัตว์ไม่ได้ต้องการให้ชายหนุ่มทำอะไรให้ มันแค่อยากเรียกผู้ปกครองของตัวเองเฉย ๆ เท่านั้น

“อืม ๆ เกลเด็กดี” เซี่ยหลวนย่อมเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกนี้ของลูกสัตว์ เขาจึงตอบกลับอย่างใจเย็นโดยไม่รู้สึกเบื่อหน่ายแม้แต่น้อย

ลูกสัตว์ร้องเพลงให้เขาแล้ว ถ้าหากถามเซี่ยหลวนว่าซาบซึ้งหรือเปล่า คำตอบของเขาก็คือ ซาบซึ้งอย่างไม่ต้องสงสัย

ลูกสัตว์ร้องเพลงเป็นครั้งแรก เดิมทีก็เป็นเรื่องน่าจดจำมากอยู่แล้ว

สิ่งที่เซี่ยหลวนรู้สึกเสียดายเพียงอย่างเดียวในเวลานี้คือ เขาไม่อาจบันทึกภาพที่ลูกสัตว์ตัวนี้นั่งร้องเพลงบนโขดหินเมื่อครู่ได้

หลังจากชายหนุ่มอุ้มลูกสัตว์กลับไปยังชายฝั่ง สายตาจับจ้องของคนในลานที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นก็ยังคงไม่ละไปไหน

กระทั่งเห็นลูกสัตว์ตัวต่อไปว่ายไปใกล้โขดหิน เพื่อเป็นการให้เกียรติลูกสัตว์ทุกตัว ผู้ฟังบนฝั่งถึงได้เบนสายตากลับไป

เซี่ยหลวนนำเจ้าตัวขนปุกปุยที่หมอบอยู่บนไหล่กลับมาไว้ในอกตามเดิม เขาอยู่ที่สระไลโลต่ออีกสักพัก หลังจากฟังเงือกน้อยอีกสองตัวร้องเพลงจบก็รู้สึกว่าสมควรแก่เวลาไปหาที่พักแล้ว

เขาเห็นลูกเงือกในอกเหมือนอยากนอน เซี่ยหลวนจึงเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆตามสัญชาตญาณ

ถึงอย่างไรสุดเขตใจกลางเมืองเซโร่ก็ต้องมีโรงแรมสะดวกสบายให้พักอยู่แล้ว

เซี่ยหลวนมุ่งไปข้างหน้าด้วยใจจดจ่อเร่งหาโรงแรม แต่พอเดิน ๆ ไปเขากลับเจอสถานที่จัดกิจกรรมที่มีคนมารวมตัวกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งอีกแห่งหนึ่ง

ราวกับว่าตรงนั้นมีแต่คู่รัก เลยทำให้เซี่ยหลวนผู้ไร้คู่รู้สึกว่าตัวเองไม่เข้าพวกอยู่สักหน่อย

เซี่ยหลวนไม่คิดจะเข้าใกล้ความครึกครื้นทางฝั่งนี้ เพียงมองกิจกรรมดังกล่าวด้วยความอยากรู้อยากเห็นเท่านั้น นี่คงเป็นกิจกรรม ‘หมายมั่นคนรัก’ อย่างที่ชายเผ่าเงือกคนนั้นบอกเขาก่อนหน้า

ตามตำนานเล่าขานของเผ่าเงือก คู่รักที่ขอพรให้ได้อยู่คู่กันหน้าสระจันทราในเทศกาลเนเซร่า จะได้รับการยอมรับและการอำนวยพรจากเทพสมุทร

“ไม่รู้ว่าปีนี้ใครจะหาหินจันทราเม็ดนั้นเจอ” เงือกโตเต็มวัยตัวหนึ่งพูดประโยคนี้ด้วยน้ำเสียงทอดถอนใจ ในน้ำเสียงเจือไปด้วยความคาดหวังอยู่บ้าง

หินจันทราเป็นอัญมณีงดงามที่ขึ้นชื่อของดาวเฮเลนมิตต์  ในตำนานบอกไว้ว่า อัญมณีเม็ดนี้มีพลังน่าอัศจรรย์มาก ทั้งยังกล่าวกันว่าหินจันทราเป็นของแทนใจสำหรับมอบให้คนรัก ซึ่งมันมีโอกาสทำให้เกิดเรื่องอัศจรรย์ไม่คาดฝันขึ้นได้

เรื่องอัศจรรย์นี้หมายถึงอะไรไม่มีใครเคยอธิบายไว้ชัดเจน แต่กลับมีคนบอกว่าจะเกิดขึ้นจริง ๆ

เพื่อให้เข้ากับเทศกาลเนเซร่า และเพื่อเพิ่มความน่าสนใจขึ้นอีกเล็กน้อย ทุกปีจะมีคนของทางการนำหินจันทรามาซ่อนไว้ในบริเวณโดยรอบสระจันทราล่วงหน้า จึงทำให้มีคู่รักที่สนใจมาเข้าร่วมกิจกรรมการค้นหาอัญมณี

เขาแค่อยากรู้เนื้อหาของกิจกรรมเท่านั้น เมื่อฟังคร่าว ๆ แล้วเซี่ยหลวนก็ออกเสาะหาโรงแรมตามเป้าหมายเดิม

เขาวางเงือกน้อยที่อุ้มไว้ลงในสระเล็กของห้องพักที่ออกแบบมาเพื่อลูกเงือกโดยเฉพาะ แล้วค่อยวางลูกน็อกซ์ลงบนเตียง ก่อนเซี่ยหลวนจะเดินเข้าไปในห้องอาบน้ำ

ความคิดของเขาเรียบง่าย แค่อาบน้ำแล้วก็เข้านอน

เมื่อเปลี่ยนชุดนอนแล้วเซี่ยหลวนจึงเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วเข้าไปดูในห้อง ลูกเงือกยังคงอยู่ในสระน้ำเล็ก ทว่าเจ้าตัวขนปุกปุยที่ควรจะอยู่บนเตียงกลับหายไป

แค่กวาดตามองก็เห็นภายในห้องพักได้ทั้งหมด ลูกน็อกซ์ไม่อยู่ในห้องจริง ๆ เมื่อเซี่ยหลวนเริ่มร้อนรนขึ้นมานิดหน่อย เสียงผลักประตูห้องก็ดังขึ้น

ลูกสัตว์ตัวกลมที่คลุมผ้าคลุมเล็กๆสีดำผลักช่องขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ก่อนลอดเข้ามาในห้อง

ไม่รู้ว่ามันไปทำอะไรมา ผ้าคลุมเล็กสีดำที่สวมอยู่จึงมีคราบฝุ่นให้เห็นจาง ๆ

เซี่ยหลวนก้มตัวลงอุ้มลูกน็อกซ์มาไว้บนหน้าตัก ก่อนจะยื่นมือไปตบฝุ่นบนผ้าคลุมออกเบา ๆ แล้วดึงฮู้ดที่สวมอยู่บนหัวของมันไปด้านหลัง

เมื่อดึงฮู้ดออกก็เห็นเขาสองข้างบนหัวของลูกน็อกซ์อย่างชัดเจน ทั้งยังเห็นใบหูเล็กๆที่อยู่ข้างเขาคู่นั้นกำลังขยับเล็กน้อยด้วย

ตอนนั้นเองลูกน็อกซ์ก็เข้ามาใกล้เขาเล็กน้อย รอกระทั่งมันเงยหน้าขึ้น เซี่ยหลวนก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ

“ฮู่ววว”

สิ่งที่มันคาบอยู่ดูเหมือนกับอัญมณีทรงรีที่เปล่งแสงแวววาวจาง ๆ ลูกน็อกซ์เงยหน้าขึ้นส่งเสียงงึมงำแผ่วเบาพร้อมกับจับจ้องชายหนุ่มเผ่ามนุษย์ตรงหน้า

 

ใส่ความเห็น

แจ้งเตือนการใช้งานคุกกี้ เว็บไซต์ของเรามีการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดการประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้ดีที่สุด ได้แก่ คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ประสิทธิภาพ คุกกี้เพื่อการทำงานของเว็บไซต์ และคุกกี้กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ศึกษารายละเอียดและการตั้งค่าคุกกี้เพิ่มเติมเพื่อความเป็นส่วนตัวของท่านได้ใน นโยบายคุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า