fbpx

[ทดลองอ่าน] คู่มือการเอาตัวรอดของนักกิน เล่ม 2 ตอนที่ 39

《古代吃货生存指南》
คู่มือการเอาตัวรอดของนักกิน

 

เข่อเล่อเจียงทัง เขียน
เสี่ยวหวา แปล

 

— โปรย —

 เจียงซูเหย่าผู้เป็นดั่งถุงฟางข้าวใบหนึ่ง
กลับกลายเป็นผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหารแปลกๆ หลากหลายรายการ
ด้วยเหตุนี้เซี่ยสวินสามีแต่เพียงในนามจึงชื่นชอบ
และหวงแหนนางยิ่งยวด
.
ขอเพียงได้กินอาหารฝีมือภริยา เท่านี้เขาก็พึ่งใจแล้วจริงๆ
ส่วนสหายร่วมงานผู้ตะกละตะกลามเหล่านั้นน่ะหรือ…
อย่าหวังว่าจะได้มากินอาหารฝีมือภริยาที่เรือนของเขาอีก
.
แค่เขาแบ่งปันให้บ้างเป็นครั้งคราว
เท่านี้ก็นับว่าเขาใจกว้างอักโขแล้ว!

 

_______________________________

 

ติดตามการวางจำหน่ายหนังสือได้ทางเพจ “บ้านอรุณ

สำนักพิมพ์อรุณ

(ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์)

 

39

 

วันนี้เซี่ยสวินเลือกที่จะนั่งรถม้าแทนการขี่ม้า เพราะกลัวว่าน้ำแกงจะหกใส่กล่องอาหารที่ถืออยู่ในมือ

เมื่อมาถึงตำหนักตงกงก็ถูกลิ่นเฉิงขวางไว้ เขาตกใจจนพูดไม่ออก “วันนี้เจ้าเอาน้ำแกงมาด้วยหรือ”

เซี่ยสวินกล่าวว่า “เจ้ารู้ได้อย่างไร”

“เห็นเจ้าแบบนี้ ผู้ใดจะไม่รู้บ้าง” เซี่ยสวินผู้นี้แม้ว่าปกติจะเดินอย่างมั่นคงมาก แต่ไม่ถึงกับตึงเครียดเช่นนี้ แม้กระทั่งมุมเสื้อคลุมก็ไม่ขยับ ไม่ต่างกับเก่อชิงซูหญิงตระกูลสูงศักดิ์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองหลวงมากนัก

แน่นอนคำพูดประโยคนี้ลิ่นเฉิงไม่กล้าพูดออกมา ถึงอย่างไรในทุกๆวันล้วนแต่อาศัยขอกินอาหารกลางวันจากเซี่ยสวินเพื่อบรรเทาความหิว

เขาหัวเราะแหะๆ ทอดถอนใจว่าเซี่ยสวินได้แต่งงานกับภรรยาดีไปพลาง และทอดถอนใจว่าตัวเองไม่ได้แต่งภรรยาแต่ก็พลอยได้ลาภปากไปด้วยไปพลาง เช่นนี้มิยิ่งดีกว่าหรือ

เมื่อถึงตอนเที่ยง ลิ่นเฉิงนั่งตรงข้ามเซี่ยสวินอย่างเชื่อฟัง มองดูกล่องอาหารของวันนี้อย่างคาดหวัง

เซี่ยสวินเปิดออกดูก่อน เครื่องเคียงของวันนี้มีมากมาย

นอกจากไก่อบของเมื่อวานนี้ ยังมีมะเขือยาวผัดกระเทียมใส่พริกที่มีสีสันสวยสดงดงามซึ่งมีรูปร่างเหมือนชิ้นเนื้ออีกอย่าง

เมื่อมองดูที่ข้าวอีกครา ก็พบว่ามีน้ำมันหมูสีขาวนวลที่แข็งตัวอยู่หนึ่งช้อน บนน้ำมันหมูได้โรยด้วยต้นหอมซอยและซีอิ๊ว แล้วยังมีกากหมูวางกองอยู่ที่ด้านข้างอีกกองหนึ่ง

ลิ่นเฉิงขมวดคิ้ว “นี่ของอะไร” ในฐานะที่เป็นบุตรสายตรงที่เกิดในตระกูลของอัครเสนาบดีที่ถูกโอ๋มาตั้งแต่เด็ก จึงเป็นเรื่องปกติที่จะไม่เคยเห็นน้ำมันหมู

เซี่ยสวินเคยเดินทางออกท่องเที่ยว จึงพอจะรู้อยู่บ้าง “น้ำมันหมู”

ลิ่นเฉิงกล่าวอย่างแปลกใจว่า “วางน้ำมันหมูอยู่บนข้าวทำไมกัน แถมยังดิบด้วย!”

เซี่ยสวินมองเขาราวกับมองคนโง่ “น้ำมันหมูยังแบ่งเป็นดิบกับไม่ดิบด้วยหรือ”

แม้ว่าตระกูลลิ่นจะไม่ชอบกินเนื้อหมูตั้งแต่สมัยอัครเสนาบดีลิ่น แต่ลิ่นเฉิงก็ยังรู้ว่าควรใช้น้ำมันหมูในการปรุงอาหาร เพียงแต่ว่าการวางน้ำมันหมูลงไปบนข้าวก้อนหนึ่งเช่นนี้ …

เขาเหลือบมองสีหน้าของเซี่ยสวิน โอ้สามีภรรยาทะเลาะกันอย่างนั้นหรือ

เซี่ยสวินไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ได้เทน้ำและปิดฝา หลังจากนั้นไม่นาน น้ำก็เริ่มเดือด และไอน้ำก็ค่อยๆอุ่นอาหาร

เมื่อเปิดกล่องอาหาร กลิ่นหอมของอาหารได้โชยปะทะใบหน้า แน่นอนว่าสิ่งที่ดึงดูดใจมากที่สุดคือไก่อบที่มีความเค็มความสด และมะเขือยาวผัดเปรี้ยวหวานที่มีความหวานอมเปรี้ยว

แต่ลิ่นเฉิงอดที่จะจ้องมองไปที่ข้าวสวยไม่ได้ น้ำมันหมูสีขาวแวววาวได้ละลายจนหมดแล้ว ได้เคลือบข้าวสวยที่อวบอ้วนจนมันวาว เซี่ยสวินใช้ช้อนคนซีอิ๊ว ต้นหอมซอย กากหมู และข้าวสวยให้เข้าด้วยกัน ถึงสีจะดูอ่อนจาง แต่กลับทำให้คนรู้สึกสงสัยในรสชาติของมันอย่างน่าแปลกประหลาด

เซี่ยสวินเองก็รู้สึกสงสัยในรสชาติของข้าวที่คลุกกับน้ำมันหมูเช่นเดียวกัน จึงลองตักช้อนหนึ่งเข้าใส่ปาก

“เป็นอย่างไรบ้าง” ลิ่นเฉิงจ้องมองด้วยความร้อนใจ

ยากที่จะอธิบายความอร่อยได้ เห็นได้ชัดว่ามันเป็นแค่น้ำมันหมูธรรมดา เมื่อมันละลายลงในข้าวกลับมีรสชาติที่ยอดเยี่ยมและมันย่อง บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าต้นหอมซอยได้ขจัดความคาว และก็อาจจะเป็นเพราะซีอิ๊วได้เพิ่มความกลมกล่อม

ขึ้นมา และในปากเต็มไปด้วยความมันเยิ้ม วิธีการกินที่เรียบง่ายธรรมดากลับรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก

ซีอิ๊วทำขึ้นเป็นพิเศษโดยเจียงซูเหย่า มีรสหวาน รสเค็มและรสกลมกล่อม เสริมด้วยกลิ่นหอมของน้ำมันหมู สามารถบรรยายได้คำเดียวว่า “หอม”

เขาเคี้ยวกากหมูดัง “กร้วมๆ” กากหมูเป็นสิ่งล้ำค่าในสายตาของคนธรรมดากับเด็ก ๆ แต่สำหรับเขาแล้วนี่เป็นครั้งแรกที่ได้กินมัน มันกรุบกรอบและแข็งเล็กน้อย หลังจากที่กัด มันก็ละลาย กลิ่นหอมของน้ำมันฟุ้งกระจายในปาก ยิ่งเคี้ยว ยิ่งอร่อย

“อืม” เซี่ยสวินพยักหน้า ถือว่าการชิมอาหารเป็นเรื่องจริงจัง โดยลิ้มรสอย่างช้าๆ และเตรียมที่จะกลับไปรายงานกับเจียงซูเหย่าอย่างละเอียด

“อร่อยหรือไม่อร่อยกันแน่” ลิ่นเฉิงร้อนใจจะตายอยู่แล้ว ยิ่งเป็นอาหารที่เรียบง่ายมากเท่าไร เขาก็ยิ่งอยากรู้อยากเห็นมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงยกช้อนขึ้นและพูดกับเซี่ยสวินว่า “ช้อนของข้ายังสะอาดอยู่ ให้ข้ากินสักคำจะได้หรือไม่”

คนทั้งสองเกิดในตระกูลสูงศักดิ์ มารยาทในการรับประทานอาหารโดยพื้นฐานแล้วเหมือนกับสลักลึกอยู่ในกระดูก ทว่าการขอกินอาหารกลางวันฟรีในช่วงหลายวันนี้ ทำให้ลิ่นเฉิงลืมกฎระเบียบไปนานแล้ว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หยิบออกมาจาก

ในชามของเซี่ยสวินก็คือของที่มีกลิ่นหอม

“อือ” เซี่ยสวินผลักกล่องอาหารกลางวันไปตรงหน้าเขา คนทั้งสองก็เหมือนเด็กในโรงเรียนอนุบาลที่แบ่งปันข้าวกล่องที่เต็มไปด้วยความรักของแม่ โดยคุยกันว่าลิ่นเฉิงจะตักออกไปหนึ่งในสาม

เมื่อลิ่นเฉิงกินข้าวที่คลุกกับน้ำมันหมูไปคำหนึ่ง นัยน์ตาก็เบิกกว้างทันใด

ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยลิ้มรสอาหารอันโอชะ และอาหารเลิศรส แต่รสชาติบางอย่างไม่สามารถปรุงอาหารด้วยวัตถุดิบชั้นดีและวิธีการที่พิถีพิถันได้

ตัวอย่างเช่นข้าวคลุกกับน้ำมันหมู เมื่อเคี้ยวไปเรื่อยๆ ในปากเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของน้ำมัน บนกากหมูร้อนๆถูกราดด้วยซีอิ๊วที่มีความเค็มและความหวาน กินแล้วเต็มไปด้วยความสุข

ฉับพลันนั้นลิ่นเฉิงถอนหายใจออกมา “ครอบครัวชาวนามักจะกินอาหารที่มีรสชาติเช่นนี้อย่างนี้หรือ”

เซี่ยสวินกล่าวว่า “อาหารมื้อนี้ทำไม่ยาก แต่อย่างหนึ่งคือการใช้ความคิดที่สร้างสรรค์ และอีกอย่างคือต้องพึ่งพาซีอิ๊วเพื่อเพิ่มรสชาติ ครอบครัวชาวนาไม่น่าจะทำเช่นนี้ได้”

ลิ่นเฉิงพยักหน้าและถามว่า “ไฉนอยู่ๆฮูหยินบ้านเจ้าถึงได้นึกคิดจะทำของสิ่งนี้ออกมาล่ะ”

เซี่ยสวินโพล่งออกมา “ตระกูลหลินคิดจะเปิดร้านอาหาร”

“อ่อ …เอ๊ะ? !” ลิ่นเฉิงเลียปากจ๊อบแจ๊บ ยังคงลิ้มรสกลิ่นหอมของน้ำมันที่หลงเหลืออยู่ แล้วกล่าวช้าไปครึ่งจังหวะว่า “ตระกูลหลิน? ฮูหยินของเจ้า?”

“ถูกต้อง”

เมื่อเทียบกับความคิดอื่นๆ ปฏิกิริยาแรกของลิ่นเฉิงคือการถามว่า “เจ้าเห็นด้วยหรือ”

“ข้ามีอะไรที่ไม่เห็นด้วย?”

นายหญิงของตระกูลสูงศักดิ์น้อยมากที่จะเข้าครัวทำอาหาร อย่างมากก็แค่ตุ๋นน้ำแกง เมื่อยกไปให้สามีจะถูกชื่นชมว่าเพียบพร้อมไปด้วยคุณธรรมและช่างเอาอกเอาใจ เรื่องฝีมือการปรุงอาหารหาได้เกี่ยวข้องกับพวกนางไม่ ฉะนั้นตอนที่เซี่ยสวิน

บอกว่าอาหารที่นำมาทำโดยเจียงซูเหย่า ลิ่นเฉิงจึงไม่เชื่อแม้แต่กระผีก

ฝีมือของนางในยามนี้ได้ขยายไปเปิดร้านอาหารแล้ว นี่เป็นสิ่งที่ไม่อาจอธิบายได้อยู่บ้าง

“สูตรอาหารเหล่านี้เป็นของพ่อครัวที่ตระกูลหลินเชิญมาหรือว่าภรรยาเจ้าเป็นคนทำ”

“แน่นอนว่าเป็นฮูหยินของข้า”

ลิ่นเฉิงขมวดคิ้ว “ดังนั้นฮูหยินของเจ้าจะมอบสูตรอาหารที่นางคิดให้กับพ่อครัว แล้วจากนั้นก็เปิดร้านอาหารและขายให้กับชาวบ้าน แต่ไม่เปิดหอสุราแล้วขายให้กับตระกูลสูงศักดิ์?”

“อืม” เซี่ยสวินไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ และจิบน้ำแกงไก่อบอย่างมีความสุข

ลิ่นเฉิงลูบคาง ส่ายหน้าอย่างช้าๆ น้ำเสียงมีความลังเลเล็กน้อย “นี่…ไม่ค่อยเหมาะสมกระมัง” จะพูดอย่างไรดี มันดูลดตัวให้เกียรติผู้ที่ด้อยกว่า

เซี่ยสวินเลิกคิ้วมองเขา

“ตระกูลหลินร่ำรวยมหาศาล ไม่ขาดแคลนเงินเหล่านี้กระมัง” เขากล่าวอย่างอ้อมค้อม

เซี่ยสวินกับลิ่นเฉิงต่างก็มีชาติกำเนิดสูงส่ง แต่พวกเขามีประสบการณ์ และความคิดที่แตกต่างกัน ลิ่นเฉิงเป็นคุณชายที่ถูกประคบประหงมมาตั้งแต่เด็ก ในขณะที่เซี่ยสวินกลับดูเป็นผู้ใหญ่เกินตัว ตั้งแต่เล็กไม่เคยถูกตามใจ เมื่ออายุได้สิบขวบ ได้กราบไหว้ท่านอัครเสนาบดีที่เกษียณอายุแล้วเป็นท่านอาจารย์ และได้ติดตามท่านอาจารย์ออกไปท่องเที่ยว ทำให้ความคิดเปิดกว้างไม่น้อย

“แน่นอนว่าไม่ขาด” เขากล่าวว่า “เจ้าคิดว่าเพราะอะไรถึงได้ทำอาหารรสเลิศ”

ลิ่นเฉิงตอบว่า “กินนะสิ”

“คนหิวก็แค่อยากอิ่มท้อง หลังจากอิ่มท้องแล้ว ก็จะนึกถึงสิ่งที่มากกว่าการอิ่มท้องมากขึ้นอีกชั้น เจ้ากับข้าตั้งแต่เล็กจนโตมีอาหารรสเลิศอะไรบ้างที่ไม่เคยกิน และไม่ต้องจ้องมองกล่องอาหารเที่ยงทุกมื้อเพื่อขอแบ่งปัน นับประสาอะไรกับชาวบ้านที่ไม่พิถีพิถันในเรื่องการกิน”

ลิ่นเฉิงไม่คิดว่าเขาจะตอบแบบนี้ ถึงอย่างไรเขาไม่ใช่คนโง่ ชี้แนะเพียงเล็กน้อยก็เข้าใจได้ เมื่อเห็นสายตาของเซี่ยสวิน ก็รู้สึกแปลกใจ การทำการค้าไม่ใช่ทำเพื่อหาเงินหรอกหรือ ทว่าเมื่อมองจากมุมมองของผู้คนแล้วการมองข้ามเรื่องเงินๆทองๆ แล้ววางแผนทำการค้านี้ กลับเป็นสิ่งที่หาได้ยาก

เขาทอดถอนใจ คุ้นเคยกับเซี่ยสวินเป็นอย่างดี มีอะไรก็จะพูดออกไปตรงๆ “ข้าเคยได้ยินและได้เห็นความกำเริบเสิบสานของเจียงซื่อมาก่อน รู้สึกว่านางไม่คู่ควรกับเจ้า เฮ้อ ไม่ใช่แค่ไม่คู่ควรกับเจ้า ทั่วทั้งเมืองหลวง …แค็กๆ คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายแล้วข้าก็มีอคติมากเกินไป”

เซี่ยสวินส่งเสียง“หืม?”ออกมาทางโพรงจมูก สีหน้าไม่เปลี่ยน “เคยเห็น? เจ้าพูดมาให้ละเอียด”

“ฮ่าๆ” ลิ่นเฉิงหัวเราะแห้งๆสองที เขาคงเสียสติไปแล้วที่มานินทาภรรยาของเซี่ยสวินต่อหน้า “ข้าปากพล่อยเอง ไม่เคยเจอ เพียงแต่คนอื่นว่าอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น ไม่ไหว ไม่ไหว ละอายใจจริงๆ”

เขาเปลี่ยนเรื่องคุย พยายามยื่นตะเกียบไปคีบไก่อบมาชิ้นหนึ่ง แต่กลับถูกเซี่ยสวินขวางไว้

“ไม่ให้” เซี่ยสวินกล่าวเสียงเย็นชา

โอ้! มีเรื่องสนุกให้ชมแล้ว

ผู้คนที่อยู่รอบๆหันหน้ามาพร้อมกัน พวกเขาไม่ได้ยินสิ่งที่คนทั้งสองพูดคุยกันเมื่อครู่นี้ แต่คำว่า “ไม่ให้” กลับชัดเจนอย่างยิ่ง

เฮ้ ยังต้องให้พูดอีกหรือ ชั่วดีอย่างไรลิ่นเฉิงก็เป็นหลานสายตรงของท่านอัครเสนาบดีที่น่าเกรงขาม กลับมาแย่งอาหารจากกล่องอาหารของคนอื่นทุกวัน มันใช้ได้หรือ

แม้ว่าพวกเขาจะตะกละ แต่ไม่ได้หนังหน้าหนาที่จะไปขอกินฟรี

เซี่ยสวินเงยหน้าขึ้น ทุกคนหันหน้าไปในชั่วพริบตา และแอบมองความเคลื่อนไหวด้านนี้อย่างเงียบๆ ลูกตาแทบจะถลนออกมาอยู่รอมร่อแล้ว

ดูแล้วเซี่ยป๋อยวนเหมือนจะโมโหเล็กน้อย? แม้ว่าจะมองไม่เห็นอะไรจากใบหน้าประติมากรรมน้ำแข็งที่ไม่เคยแปรเปลี่ยนมานับหมื่นปีของเขา แต่ทุกคนรู้สึกว่าเซี่ยสวินอารมณ์ไม่ดี เอ่อ…เพียงแต่ท่าทางนี้น้ำเสียงนี้ กลับไม่แตกต่างกับหลานชายตัวน้อยที่เพิ่งเริ่มเรียนหนังสือของบ้านพวกเขาเท่าใดนัก

ลิ่นเฉิงตกตะลึง “มีเยอะขนาดนี้ ให้ข้าสักชิ้นสิ”

เซี่ยสวินขัดขวางอีกครั้ง

“ไม่” กล่าวออกมาอย่างตรงไปตรงมาและฉับไว

หลังจากที่ลิ่นเฉิงตระหนักถึงความคิดของเซี่ยสวิน ก็มองเขาอย่างน้อยใจยิ่ง

เซี่ยสวินหลุบตาลง สีหน้ายังเหมือนเดิม “ห้ามกินเนื้อ”

เอาเถอะ นี่ถือว่าเป็นการลงโทษที่เขาเพิ่งจะพูดไม่ถูกกาละเทศะก็แล้วกัน

ลิ่นเฉิงกล่าวขอโทษอย่างว่าง่าย “ข้าช่างน่าไม่อายจริงๆ กินอาหารที่สะใภ้เจียงเป็นคนทำ แต่กลับพูดจาล่วงเกินนาง หวังว่าป๋อยวนจะไม่เก็บมาใส่ใจ ข้าไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อภรรยาของสหาย”

เซี่ยสวินกินน้ำแกงคลุกกับข้าวอยู่สองสามคำ และในขณะที่ลิ่นเฉิงถูกใบหน้าที่เยียบเย็นของเขาทำให้ตกใจจนเกือบจะมีเหงื่อไหลออกมาจากหน้าผากแล้ว เขาถึงตอบด้วยเสียงเรียบเฉย “อืม”คำหนึ่ง

ลิ่นเฉิงจะกล้าอวดดีได้อย่างไร ก็ตักมะเขือยาวผัดเปรี้ยวหวานช้อนหนึ่งลงในชามอย่างรวดเร็ว

มะเขือยาวผัดเปรี้ยวหวานมีสีแดงสด มีความข้นเหนียว รสชาติเข้มข้น มะเขือยาวถูกหั่นเป็นชิ้นใหญ่ หลังจากถูกทอด ผิวด้านนอกได้กลายเป็นสีเหลืองทองอ่อนๆซึ่งดูเหมือนเนื้อก็ไม่ปาน

ลิ่นเฉิงได้กลิ่นรสหวาน เปรี้ยวและเค็มที่คุ้นเคย ทันใดนั้นก็นึกถึงหมูเส้นผัดเปรี้ยวหวานในวันนั้นแล้ว ทำให้เจริญอาหารขึ้นมาในทันที ก็เอามะเขือยาวผัดเปรี้ยวหวานยัดใส่ปากชิ้นหนึ่ง

ด้านในของมะเขือยาวนุ่มและร้อน แต่ผิวจะเหนียวไปหน่อย ผิวด้านนอกที่ถูกทอดจะดูดซับน้ำปรุงรสเปรี้ยวหวานได้เต็มที่ ทำให้มันพองตัวและอ่อนนิ่ม เมื่อเอาใส่ปาก รสเปรี้ยวอมหวานจะระเบิดในปาก มีความเค็มเล็กน้อย เหมาะที่จะกินคู่กับข้าว

เขารีบตักข้าวคำใหญ่เข้าใส่ปาก น้ำปรงุรสเหนียวเข้มข้น ซึ่งเข้ากันได้ดีกับข้าวที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆและสุกกำลังพอดี นอกจากรสเปรี้ยว หวาน เค็มของน้ำปรุงรสเปรี้ยวหวานแล้ว มะเขือยาวที่ถูกหั่นชิ้นหนายังรักษาความหอมสดชื่นของตัวมันเองไว้ได้อยู่

เขาพยักหน้าและเคี้ยวไปด้วย “มะเขือยาวนี้รสชาติต่างกับเนื้อสัตว์ไม่มากนัก”

น้ำปรุงรสที่ข้นเหนียวสีแดงเข้มได้แทรกซึมลงไปในข้าวสวย เมื่อคลุกเคล้าให้เข้ากัน น้ำที่ข้นเหนียวเค็มและหอมได้เคลือบข้าวสวยที่ขาวแวววาว เมื่อเข้าใส่ปากก็มีกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งปาก มีความเค็มพอดี เปรี้ยวอมหวานและเผ็ดเล็กน้อย แค่กินน้ำแกงกับข้าวก็อร่อยมากแล้ว

หลังจากที่ลิ่นเฉิงกินข้าวหมดแล้ว ถึงนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ “จริงสิป๋อยวน ร้านอาหารของสะใภ้เจียงจะเปิดเมื่อใด และจะตั้งที่แห่งใด”

ทุกคนที่เงี่ยหูฟังอย่างตื่นเต้นเมื่อครู่นี้ ก็มองหน้ากันไปมา

เซี่ยสวินกล่าวว่า “ข้าไม่รู้ นี่เป็นการค้าของบ้านมารดาของฮูหยินข้า ข้าจะไปรู้รายละเอียดได้อย่างไร”

ลิ่นเฉิงเบะปาก และเพื่อนร่วมงานที่แอบฟังอยู่ข้างๆเลิกกางหูอย่างหมดแรง

เซี่ยสวินกินอาหารที่หอมฉุยอย่างช้าๆ กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ในวันปกติข้าก็แค่ช่วยฮูหยินทดลองชิมอาหารเท่านั้นเอง”

…เท่านั้นเองหรือ

กลิ่นหอมของอาหารที่ชวนน้ำลายสอได้อบอวลไปทั่วทั้งห้อง และเมื่อมองไปที่อาหารรสเลิศที่อยู่ตรงหน้าเซี่ยสวิน ทุกคนก็หัวเราะเหอๆในใจพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

ในช่วงบ่ายวันนั้นนางกำนัลน้อยของห้องเครื่องกำลังล้างตะเกียบอยู่ ก็ส่งเสียง“เอ๊ะ” อย่างประหลาดใจ แล้วกระซิบกับสหายที่อยู่ข้างๆว่า “ฟันของใต้เท้าที่อยู่ในตำหนักตงกงดีจริงๆ เจ้าดูตะเกียบไม้ไผ่นี้สิ นึกไม่ถึงว่าจะมีรอยฟันด้วย”

ใส่ความเห็น

แจ้งเตือนการใช้งานคุกกี้ เว็บไซต์ของเรามีการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดการประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้ดีที่สุด ได้แก่ คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ประสิทธิภาพ คุกกี้เพื่อการทำงานของเว็บไซต์ และคุกกี้กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ศึกษารายละเอียดและการตั้งค่าคุกกี้เพิ่มเติมเพื่อความเป็นส่วนตัวของท่านได้ใน นโยบายคุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า