fbpx

[ทดลองอ่าน] รู้ไว้ซะ ฉันนี่แหละแฟนคลับตัวแม่ เล่ม 1 ตอนที่ 5

老婆粉了解一下
รู้ไว้ซะ ฉันนี่แหละแฟนคลับตัวแม่

 

ชุนเตาหาน เขียน
เสี่ยวฝาน แปล

 

— โปรย —

กระจกเงาแบบตั้งพื้นสะท้อนภาพหญิงสาวตรงหน้าซึ่งมีใบหน้าขาวซีด
ผมยาวม้วนงอเล็กน้อยในระดับอก ใบหน้านี้เป็นใบหน้าที่ครั้งหนึ่งเธอเคยชิงชัง

เธอก้มศีรษะลงโค้งคำนับสามครั้ง

“เซิ่งเฉียว ฉันขอโทษนะ”

ขอโทษที่เมื่อก่อนฉันโจมตีเธอตามใจชอบโดยไม่รู้อะไรเลย
ขอโทษที่ฉันรัวแป้นพิมพ์แบบไม่รับผิดชอบ ทำให้เธอต้องเจ็บปวด
ขอโทษที่โลกออนไลน์ทำลายเธออย่างโหดร้ายไปตามกระแสสังคม

ฉันไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงหายตัวไป
อาจเป็นเพราะเธอแบกรับความโหดร้ายของโลกใบนี้ไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว
และฉันก็เป็นหนึ่งในผู้ร้ายเสียด้วย

ฉันจะแก้ไขปัญหาทุกอย่างเอง ฉันจะทำให้ชีวิตที่มืดมนของเธอได้พบกับแสงสว่าง

 

_______________________________

 

ติดตามการวางจำหน่ายหนังสือได้ทางเพจ “บ้านอรุณ

สำนักพิมพ์อรุณ

(ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์)

 

5

 

นิ้วของเซิ่งเฉียวสั่นระริก เธอเงยหน้าขึ้นทันควัน แล้วมองอีกฝ่ายด้วยแววตาดุดัน

เกาเหม่ยหลิงยังคงหัวเราะร่า เธอเก็บมือถือแล้วเอนไปด้านหลัง “อย่ามองฉันแบบนี้สิ ตอนนั้นถ้าไม่ใช่เพราะฉันช่วยจ่ายเงินสามล้านให้เธอหลุดพ้นจากพวกเจ้าหนี้นอกระบบ รูปพวกนี้ก็คงว่อนไปทั่วอินเทอร์เน็ตแล้ว ถ้าเธอจะโทษใคร ก็ควรโทษพ่อผีพนันของเธอนั่นแหละ”

เธอกัดฟัน พยายามสงบสติอารมณ์อย่างสุดความสามารถ

เกาเหม่ยหลิงยังคงพูดต่อ “จริงอยู่ที่สัญญาฉบับนี้ไม่เป็นธรรม แต่ตอนนั้นถ้าไม่มีสัญญาฉบับนี้และไม่มีฉันละก็ เธอกับแม่ที่พิการคงได้ไปอยู่กับพ่อผีพนันของเธอแล้ว สองหมื่นหยวนน้อยไปงั้นเหรอ…ที่จริงก็ไม่น้อยนะ เธอดูสังคมตอนนี้สิ พวกมนุษย์เงินเดือนทำงานแทบเป็นแทบตายทุกวันยังหาเงินไม่ได้ขนาดนี้เลย”

เธอยกถ้วยน้ำชาขึ้นมาจิบอึกหนึ่ง แล้วถอนหายใจ “ฉันเป็นคนหางานที่มั่นคงและเงินเดือนสูงให้เธอ เธอจะได้หลุดพ้นจากฝันร้ายและเงามืดในอดีตได้เสียที เธอควรจะขอบคุณฉันมากกว่านะ เสี่ยวเฉียว เลิกคิดเปรียบเทียบกับดาราคนอื่นในวงการเถอะ เธอคิดว่าจะเอาอะไรไปเทียบกับเขาได้เหรอ ชาติกำเนิดก็ไม่ดี การศึกษาก็ไม่มี สติปัญญาก็ยังไม่มีอีก ฉันอุตส่าห์สร้างภาพให้เธอเป็นเจ้าหญิงน้อยใสซื่ออ่อนหวาน แต่เธอกลับแสดงความดัดจริตไร้การศึกษา นอกจากหน้าสวยๆแล้วเธอยังมีอะไรดีอีกงั้นเหรอ”

เซิ่งเฉียวที่นั่งนิ่งอยู่บนโซฟาเนื้อตัวสั่นเทาไปหมด เกาเหม่ยหลิงจิบน้ำชา แล้วก็โยนซองเอกสารซึ่งบรรจุเงินจำนวนสองหมื่นหยวนใส่อ้อมแขนเซิ่งเฉียวอีกครั้ง “เชื่อพี่เกาเถอะ เมื่อก่อนเคยทำยังไง ตอนนี้ก็ควรทำยังงั้น ทำตัวดีๆ อย่าคิดหนีละ” เกาเหม่ยหลิงกล่าวเหมือนตบหัวแล้วลูบหลัง “ฉันรู้ว่าเธอเองก็ลำบากอยู่ เอาอย่างนี้แล้วกัน ตั้งแต่เดือนหน้าฉันจะขอเพิ่มเงินเดือนให้เธอเป็นเดือนละสามหมื่นหยวน แค่นี้ก็ดีมากแล้วนะ”

เซิ่งเฉียวกำหมัดแน่น มองซองเอกสารซึ่งอยู่ในมือนิ่ง

เกาเหม่ยหลิงโบกมือให้เธอ แล้วถือกระเป๋าเดินไปทางประตู แต่ก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้จึงหันกลับมายิ้มและเอ่ยว่า “จริงสิ ละครวายเรื่องนั้น ฉันช่วยเลื่อนเวลาออกกองไปเป็นพรุ่งนี้เช้าแล้วนะ พี่เกาดีกับเธอไหมล่ะ บ่ายนี้เธอก็พักผ่อนเสียหน่อย แล้วพรุ่งนี้ฉันจะให้ฟางไป๋มารับ”

ประกายในดวงตาของเธอค่อยๆเลือนหายไป ก่อนจะเปลี่ยนกลับมาเป็นเกาเหม่ยหลิงที่แข็งกร้าวและร้ายกาจคนเดิม “เซิ่งเฉียว จุดจบของคนที่ไม่เชื่อฟังไม่ค่อยสวยหรอกนะ”

จากนั้นประตูก็ถูกปิดดังปัง

บรรยากาศภายในห้องกลับมาเงียบสงบดังเดิม มีเพียงเสียงถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่าของเซิ่งเฉียวเท่านั้น

เธอนิ่งอยู่นานก่อนจะตบหน้าตัวเองเพื่อเรียกสติ แล้วหลับตาลง

“เฉียวเฉียว ไม่เป็นไรนะ ใจเย็นๆ ค่อยๆคิดหาวิธีแก้ไข ต้องใจเย็นเข้าไว้ ไม่เป็นไรนะ”

เธอลืมตาขึ้นมาหยิบมือถือซึ่งวางอยู่ข้างตัว แล้วกดปุ่มหยุดอัดเสียง เมื่อบันทึกเสียงเสร็จเรียบร้อยก็ส่งเข้าอีเมลของตัวเอง จากนั้นจึงเดินไปกดน้ำที่ตู้ แล้วดื่มไปห้าแก้วเต็มๆ เธออยู่ในสภาพทำอะไรไม่ถูกสักพักก็เดินเข้าห้องแต่งตัว

กระจกเงาแบบตั้งพื้นสะท้อนภาพหญิงสาวตรงหน้าซึ่งมีใบหน้าขาวซีด ผมยาวม้วนงอเล็กน้อยในระดับอก ใบหน้านี้เป็นใบหน้าที่ครั้งหนึ่งเธอเคยชิงชัง

เธอก้มศีรษะลงโค้งคำนับสามครั้ง

“เซิ่งเฉียว ฉันขอโทษนะ”

ขอโทษที่เมื่อก่อนฉันโจมตีเธอตามใจชอบโดยไม่รู้อะไรเลย ขอโทษที่ฉันรัวแป้นพิมพ์แบบไม่รับผิดชอบ ทำให้เธอต้องเจ็บปวด ขอโทษที่โลกออนไลน์ทำลายเธออย่างโหดร้ายไปตามกระแสสังคม

ฉันไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงหายตัวไป อาจเป็นเพราะเธอแบกรับความโหดร้ายของโลกใบนี้ไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว และฉันก็เป็นหนึ่งในผู้ร้ายเสียด้วย

ฉันจะแก้ไขปัญหาทุกอย่างเอง ฉันจะทำให้ชีวิตที่มืดมนของเธอได้พบกับแสงสว่าง

เซิ่งเฉียวหมุนตัวเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดปุ่มโทร.ออก เสียงรอสายดังอยู่นานกว่าจะมีคนรับ เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ “เฉียวอวี่ ฉันต้องการพบคุณค่ะ”

ปลายสายตอบกลับด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ “จากไหนครับ”

“ฉันมีคำถามเรื่องกฎหมายอยากจะปรึกษา ขอนัดเจอหน่อยได้ไหมคะ”

“ขอโทษนะครับ ช่วงนี้ผมมีงานต้องรับผิดชอบอยู่หลายคดีเลย ค่อนข้างเร่งเสียด้วย เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ ผมจะให้เพื่อนร่วมงานที่สำนักทนายความติดต่อคุณก่อน…”

“ไม่ได้ค่ะ! ฉันต้องการคุยกับคุณคนเดียวเท่านั้น! เฉียวอวี่คะ ฉันต้องการความช่วยเหลือจากคุณจริงๆ นอกจากคุณแล้วฉันก็ไม่เชื่อใจใครทั้งนั้น”

ปลายสายเงียบไปชั่วขณะ ในที่สุดก็เอ่ยออกมาอย่างจนปัญญา “โอเคครับ ถ้างั้นเจอกันตอนสองทุ่มที่…”

“ที่ซีเฟิงสุ่ยเซี่ย! ฉันจะรอคุณอยู่ที่ห้องโส่วเฟิงนะคะ”

ซีเฟิงสุ่ยเซี่ยเป็นร้านชาหรูหรา ตั้งอยู่ในละแวกบ้านที่ตระกูลเฉียวชอบแวะไป เป็นร้านที่บรรยากาศดีและมีความเป็นส่วนตัว เฉียวอวี่มองหมายเลขโทรศัพท์ที่ไม่รู้จักแวบหนึ่ง “ได้ครับ คืนนี้พบกัน”

เซิ่งเฉียววางสายด้วยความรู้สึกโล่งอก

เธอนั่งอยู่บนโซฟาครู่หนึ่งก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงกดเปิดรายชื่อผู้ติดต่อในโทรศัพท์มือถือ เพื่อหาเบอร์ที่บันทึกชื่อไว้ว่า “คุณแม่” แล้วโทร.ออก

ปลายสายรับโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว เสียงที่ดังสวนมาเป็นเสียงของผู้หญิงที่ดีใจอย่างเหลือล้น “เฉียวเฉียว!”

เซิ่งเฉียวน้ำตาไหลพรากทันที

นี่เป็นความรู้สึกของเจ้าของร่างกายนี้หรือเปล่านะ

เธอสูดน้ำมูก “แม่ ช่วงนี้สบายดีไหมคะ”

“แม่สบายดีจ้ะ ลูกไม่ต้องเป็นห่วง ช่วงนี้อากาศเริ่มเย็นแล้ว เลยมีคนมาซื้อแผ่นรองเท้าเพิ่มขึ้น ยอดขายไม่เลวเลย เซิ่งเฉียว ลูกไม่ต้องส่งเงินมาให้แม่แล้วนะ แม่มีเงินพอใช้ ลูกเก็บไว้ใช้เองเถอะ ซื้อของดีๆ ใส่เสื้อผ้าดีๆ แม่ดูละครเรื่องที่ฉายช่วงนี้แล้วเห็นลูกผอมลงด้วย อย่าปล่อยให้ตัวเองหิวนะจ๊ะ”

“แม่ ละครนั่นถ่ายตั้งแต่ปีที่แล้วค่ะ”

ปลายสายบ่นอุบ เช่นเดียวกับมนุษย์แม่ทุกคนบนโลกที่เป็นห่วงลูกสาวเหนือสิ่งอื่นใด พอวางสายเซิ่งเฉียวจึงคิดว่าคงต้องหาเวลากลับบ้านไปเยี่ยมแม่เสียหน่อยแล้ว

เธอค้นหารายชื่อผู้ติดต่อในมือถืออีกรอบ เห็นชื่อคนในวงการบันเทิงที่คุ้นตาหลายชื่อ ทำให้พอจะรู้แวดวงเพื่อนเจ้าของร่างคร่าวๆ ดูเหมือนว่าเจ้าของร่างจะไม่มีเพื่อนสนิทในวงการเลย และมักจะไปไหนมาไหนคนเดียวตลอด

เธอเข้าไปดูแอ๊กเคานต์เวยปั๋วของเซิ่งเฉียว ข้อความล่าสุดเป็นภาพถ่ายเซลฟี่ที่เจ้าของร่างลงไว้เมื่อครึ่งเดือนก่อน มีการแสดงความคิดเห็นค่อนข้างเยอะทีเดียว กว่าครึ่งเป็นหน้าม้า ส่วนอีกครึ่งเป็นพวกแอนตี้แฟน[1]ลองเลื่อนดูก็เห็นคำพูดว่าร้ายต่างๆนานา เธอถอนหายใจยาวเหยียด ใช้ความคิดสักพัก ก่อนจะลงข้อความในเวยปั๋วว่า [เสี่ยวเฉียวจะพยายามเป็นคนที่แกร่งขึ้น[2]]

แล้วก็มีความเห็นตอบกลับในเวลาอันรวดเร็ว

 

[เล่นเกมกันไหม เสี่ยวเฉียวของฉันเก่งสุดๆ] [เกาะกระแสแม้กระทั่งเกมออเนอร์ออฟคิงส์ คงหมดหนทางจะเยียวยาแล้ว] [ตัวเองมีความสามารถอะไรยังไม่รู้เลย ยังมีหน้ามาอยากเป็นคนแกร่งขึ้นอีก]

 

เซิ่งเฉียวออกจากแอ๊กเคานต์เวยปั๋ว

เธอค้นหาแฟนเพจของเซิ่งเฉียวก็พบว่า นอกจากเพจที่ชื่อ “บ้านแฟนคลับทั่วโลกของเซิ่งเฉียว” แล้ว บ้านไซต์และแฟนเพจอื่นๆ มีอยู่ในเวยปั๋วน้อยจนเหลือเชื่อ ลองคลิกเข้าไปดู “ทีมโหวตเซิ่งเฉียว[3]” จำนวนครั้งการโหวตคะแนนล่าสุดก็เป็นเพียงเลขหลักหน่วยเท่านั้น

จำนวนผู้ติดตามในแอ๊กเคานต์ทางการบนเวยปั๋วยังดูดี แต่ในฐานะที่เป็นถึงดาราสาวระดับรอง ตัวเลขพวกนี้ต้องเรียกว่าน้อยจนน่าเกลียด

เซิ่งเฉียวโทรศัพท์ไปหาฟางไป๋ “เสี่ยวไป๋ ใครเป็นคนดูแลแอ๊กเคานต์แฟนเพจทางการบนเวยปั๋วของฉันเหรอ ฉันอยากจะคุยกับแอดมินหน่อย”

ฟางไป๋เอ่ย “ผมเอง”

เซิ่งเฉียว “…”

เธอหมดคำพูดไปชั่วขณะ

“เอางี้นะ นายส่งรหัสผ่านมาให้ฉันหน่อย หลังจากนี้ฉันจะเป็นคนดูแลแอ๊กเคานต์นี้เอง นายไม่ต้องยุ่งแล้ว”

ฟางไป๋ “???”

ตัวเองเป็นแอดมินแฟนเพจของตัวเองเนี่ยนะ

ไม่นานนัก เซิ่งเฉียวก็ได้รับรหัสผ่าน

หลังจากเข้าสู่ระบบได้แล้ว เธอก็แชร์ข้อความที่เพิ่งใช้แอ๊กเคานต์ส่วนตัวโพสต์ไป โดยพิมพ์ว่า

 

[เวลาจะพิสูจน์ทุกอย่าง พวกเรารอเธอเติบโตนะ]

 

จากนั้นเธอก็เดินเข้าห้องนอน เปิดคอมพิวเตอร์ ดาวน์โหลดโปรแกรมตกแต่งภาพ แล้วทำประกาศรับสมัครสมาชิก เมื่อแต่งภาพเสร็จก็ใช้แอ๊กเคานต์ทางการโพสต์ภาพนั้นพร้อมข้อความว่า

 

[เพื่อเป็นการตอบรับที่เซิ่งเฉียวของฉันจะเปลี่ยนเป็นคนที่แกร่งขึ้น แอดมินขอรับสมัครสมาชิกแฟนคลับของเซิ่งเฉียวมา ณ ที่นี้ เชิญอ่านรายละเอียดได้จากภาพด้านล่างเลยจ้า]

 

เธอต้องการรับสมัครแฟนคลับที่ชื่นชอบเซิ่งเฉียวจริงๆ และค่อยๆสร้างฐานข้อมูลขึ้นมาใหม่ โดยเริ่มจากสมัครแอ๊กเคานต์ในโซเชียลมีเดียใหม่ทุกแอปพลิเคชัน แล้วตั้งชื่อบัญชีผู้ใช้ว่า “เสี่ยวเฉียวจะพยายามเป็นคนที่แกร่งขึ้น”

มีคนสมัครเข้ากลุ่มแฟนเพจทางการอย่างรวดเร็ว

เธอเปิดคอมพิวเตอร์ แล้วทักไปหาแฟนคลับทีละคนแบบส่วนตัว ในฐานะที่เมื่อก่อนเคยเป็นแอนตี้แฟนของเจ้าของร่างนี้ เธอจึงเข้าใจความรู้สึกที่แฟนคลับมีต่อเซิ่งเฉียวเป็นอย่างดี

หลังจากคุยแบบส่วนตัวและตรวจสอบกันอยู่นาน พบว่าได้แฟนคลับตัวจริงของเซิ่งเฉียวมาแค่ไม่กี่คน แต่กลับได้ตัวแฟนคลับของฮั่วซีมาไม่น้อย

เจ้าพวกแอนตี้แฟนนี่นะ!

หลังจากที่วุ่นมาตลอดบ่าย สุดท้ายคนที่ผ่านการตรวจสอบจนได้เข้ากลุ่มแฟนคลับก็มีเพียงเก้าคน

น่าอนาถจริงๆ

เอาเถอะ ก็ยังดีกว่าไม่มีเลย เซิ่งเฉียวพยายามทำตัวให้มีชีวิตชีวา แล้วส่งข้อความเข้ากลุ่ม

 

[สวัสดีจ้ะทุกคน ฉันเป็นแอดมินประจำแฟนเพจทางการคนใหม่ของเฉียวเฉียวนะ นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันจะพยายามเพื่อให้เฉียวเฉียวดียิ่งขึ้นไปพร้อมกับทุกคน ทุกแอ๊กเคานต์ทางการที่โดนพวกแอนตี้เข้ามาป่วน ฉันเรียกคืนกลับมาหมดแล้ว อีกสักพักจะแบ่งงานให้ทุกคนตามความสามารถ ฉันได้คัดเลือกทุกคนเข้ามาในนี้อย่างพิถีพิถัน เพราะฉันเชื่อว่าทุกคนชื่นชอบเซิ่งเฉียวจากใจจริง ฉะนั้นต่อจากนี้ไปถือเป็นการเริ่มต้นใหม่ มาสู้ไปด้วยกันนะ]

 

เซิ่งเฉียวตรวจสอบแฟนคลับด้วยตนเองจนมั่นใจว่าแต่ละคนล้วนเป็นแฟนคลับตัวจริงเสียงจริง ทันทีที่ทุกคนเห็นแอดมินประกาศเช่นนี้ คนในทีมก็ดูกระตือรือร้นตอบรับกันยกใหญ่ เซิ่งเฉียวดึงแอ๊กเคานต์ทางการกลับมาหลายบัญชี แล้วแบ่งงานให้โดยพิจารณาจากอายุและเวลาว่างของแต่ละคน เพื่อให้ต่างคนต่างรับผิดชอบงานที่ไม่ซ้ำซ้อนกัน

สมาชิกในกลุ่มต่างยกนิ้วให้กับแผนการทำงานอันมีประสิทธิภาพของเธอ เป็นแฟนคลับตัวแม่อยู่ในแฟนด้อมมาก็นานหลายปี ในที่สุดก็ได้ใช้ความรู้ที่มีให้เป็นประโยชน์เสียที!

กว่าจะจัดการเรื่องแฟนเพจเสร็จ ฟ้าก็มืดแล้ว เซิ่งเฉียวรีบเก็บของแล้วออกไปพบเฉียวอวี่ตามนัด

 

ระหว่างทางรถติดมาก เฉียวอวี่จึงมาสายกว่าเวลานัดไปครึ่งชั่วโมง เขามาถึงซีเฟิงสุ่ยเซี่ยด้วยความเร่งรีบ บริกรนำทางเขาไปยังห้องโส่วเฟิง เมื่อผลักประตูเข้าไปก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งนั่งโดดเด่นอยู่ในท่าขัดสมาธิและถือกาน้ำชาไว้ เธอสวมเสื้อตัวยาวสีขาว เบี่ยงผมยาวมาไว้ตรงหน้าอก ดูแล้วช่างเข้ากับภาพวาดภูเขาและสายน้ำที่เป็นฉากหลังเสียเหลือเกิน

“ขอโทษด้วยนะครับ พอดีรถติดนิดหน่อย” เฉียวอวี่เดินเข้ามาใกล้ แล้วยื่นมือออกไปตามมารยาท หญิงสาวบนเก้าอี้ไม้ไผ่เงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าไร้เครื่องสำอาง

เฉียวอวี่หลุดปากอุทาน “เซิ่งเฉียว ทำไมถึงเป็นคุณไปได้ล่ะ”

เธอเห็นพี่ชายของตัวเองยืนอยู่ตรงหน้า แต่กลับไม่สามารถทำตัวสนิทสนมในฐานะน้องสาวได้ ในใจเซิ่งเฉียวรู้สึกเศร้าแต่ก็พยายามฝืนยิ้ม “ทำไมจะเป็นฉันไม่ได้ล่ะ นั่งก่อนสิคะ”

เฉียวอวี่นั่งลงด้วยความหวาดระแวง

เขายังจำฝังใจเรื่องคืนนั้นที่เซิ่งเฉียวอาละวาดอยู่หน้าบ้านตระกูลเฉียว แต่ถึงอย่างนั้นก็นึกหาเหตุผลที่ทำให้ดาราสาวไปปรากฏตัวอยู่หน้าบ้านตนแล้วพูดเรื่องราวประหลาดๆไม่ได้เลย นึกไม่ถึงว่าวันนี้เธอจะเป็นฝ่ายนัดเขามาเจอถึงที่

เฉียวอวี่มองเธอด้วยอย่างหวาดระแวง “เซิ่งเฉียว คุณคิดจะทำอะไรกันแน่ถึงได้นัดผมมา”

 

[1] Anti-fan หมายถึง กลุ่มคนที่ไม่ชอบศิลปินบางคนหรือบางกลุ่ม แต่คอยติดตามข่าวสารเพื่อหาเรื่องว่าร้ายศิลปิน

[2] บทพูดของตัวละครในเกม Honor of Kings

[3] เพจของกลุ่มแฟนคลับในเวยปั๋วที่จะช่วยโหวตให้ศิลปินที่กลุ่มแฟนคลับสนับสนุน

ใส่ความเห็น

แจ้งเตือนการใช้งานคุกกี้ เว็บไซต์ของเรามีการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดการประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้ดีที่สุด ได้แก่ คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ประสิทธิภาพ คุกกี้เพื่อการทำงานของเว็บไซต์ และคุกกี้กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ศึกษารายละเอียดและการตั้งค่าคุกกี้เพิ่มเติมเพื่อความเป็นส่วนตัวของท่านได้ใน นโยบายคุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า