fbpx

[ทดลองอ่าน] รู้ไว้ซะ ฉันนี่แหละแฟนคลับตัวแม่ เล่ม 2 ตอนที่ 41

老婆粉了解一下
รู้ไว้ซะ ฉันนี่แหละแฟนคลับตัวแม่

 

ชุนเตาหาน เขียน
เสี่ยวฝาน แปล

 

— โปรย —

ในหมู่แฟนคลับที่ตามดารานั้น มีอัตราส่วนของเพศหญิงสูงมาก
ซึ่งคงเป็นเพราะผู้หญิงนั้นใช้ความรู้สึกมากกว่า
และใฝ่ฝันถึงความอ่อนโยน ความสวยงาม จากการติดตามดารามากกว่า

ก็แค่การชอบคนคนหนึ่งเท่านั้นเอง เพราะคนที่ชื่นชอบคนนั้น
โดดเด่นเปล่งประกาย เพราะอย่างนั้นความรู้สึกของแฟนคลับ
จึงถูกเยาะเย้ยถากถางและไม่ได้รับการยอมรับอย่างนั้นหรือ
แบบนี้จะไม่ให้น้อยใจได้ยังไงล่ะ
แต่พอเห็นคนที่ติดตามคนนั้นยิ้มให้
ความน้อยเนื้อต่ำใจทั้งหมดก็กลายเป็นความหวานไปเลย

การเป็นแฟนคลับที่ดีก็ควรจะรักอย่างบริสุทธิ์
และรู้จักขอบเขต แต่ว่าแย่แล้ว เธอแย่แล้ว แย่แล้วจริงๆ!
ความรักของเธอไม่บริสุทธิ์แล้ว เธอต้องอยู่ให้ห่างจากเขา!!

 

_______________________________

 

ติดตามการวางจำหน่ายหนังสือได้ทางเพจ “บ้านอรุณ

สำนักพิมพ์อรุณ

(ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์)

 

41

 

ยามบ่ายฮั่วซีโพสต์เวยปั๋ว

ฮั่วซี : [หวังว่าวงการเพลงจะมีผลงานต้นฉบับดีๆมากขึ้นนะครับ]

คำพูดนี้เป็นเสมือนการตบหน้าคนที่ลอกผลงานคนอื่น และสื่อต่างๆรวมทั้งแอ๊กเคานต์ปั่นข่าวต่างก็พากันแชร์ข้อความนี้ เมื่อจุดสนใจถูกเบี่ยงเบนไปก็ช่วยให้งานประชาสัมพันธ์ของทางฝั่งเซิ่งเฉียวง่ายขึ้นไม่น้อย

ทางรายการดาวจรัสแสงรุ่นเยาว์ก็ออกมาโพสต์ขอโทษ พร้อมชี้แจงว่าก่อนหน้านี้ไม่ทราบว่าผู้เข้าแข่งขันคัดลอกผลงานของผู้อื่นมา จากนี้ไปทีมงานจะตรวจสอบอย่างเข้มงวด และจะไม่ให้เกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นอีก

แม้จะมีบางช่วงเวลาที่ทางรายการอยากจะตีเซิ่งเฉียวให้ตาย ทว่าเรื่องนี้กลับทำให้ระดับความนิยมของรายการสูงขึ้นไม่น้อย พวกเขาจึงไม่สามารถทำอะไรเซิ่งเฉียวได้อย่างเปิดเผย ทำได้เพียงเชิญเธอกลับมาอัดรายการต่อไป เพราะนี่เพิ่งจะสัปดาห์ที่สองเท่านั้น และกระแสความนิยมของทั้งสองสัปดาห์ก็ล้วนมาจากตัวเธอทั้งนั้น ให้ตายเถอะ เธอช่างสร้างเรื่องเก่งจริงๆ

ทว่าทางเย่ว์อี้ก็ปักใจแค้นเซิ่งเฉียวไปแล้ว คาดว่าหลังจากนี้ไปหากมีรายการวาไรตี้อะไรก็คงจะไม่เชิญเธอแล้ว

ถึงแม้ทั้งสองฝ่ายจะหลีกเลี่ยงความพัวพันระหว่างศิลปิน แต่ก็ยังมีแอ๊กเคานต์ปั่นข่าวบางแอ๊กเคานต์และชาวเน็ตบางคนโพสต์ลงกระดานข่าวว่า : [เซิ่งเฉียวโมโหสุดฤทธิ์เพียงเพราะผู้ชายคนเดียว]

มีแค่คนที่เป็นแฟนคลับของฮั่วซีเท่านั้นที่จะรู้จักเพลงลมเย็น ทำไมเซิ่งเฉียวถึงฟังแค่ครั้งเดียวก็รู้เลยว่าเป็นเพลงอะไร อีกอย่างจากน้ำเสียงและสีหน้าของเซิ่งเฉียวในตอนนั้น ถ้าจะบอกว่าเป็นเพราะโกรธเรื่องลอกเลียนผลงานก็ออกจะเกินเหตุไปหน่อย

ไฟแห่งความอยากรู้อยากเห็นยังไม่ทันได้ลุกโชนก็โดนแฟนคลับของฮั่วซีและเซิ่งเฉียวดับเสียก่อน ทั้งสองฝ่ายต่อต้านแอนตี้แฟนและกดรีพอร์ตในเวลาเดียวกัน จนเรียกได้ว่าสามัคคีกลมเกลียวเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน  ข่าวซุบซิบยังไม่ทันได้ขึ้นอันดับก็โดนสกัดดาวรุ่งเสียก่อน

ซีกวง : [อย่าคิดจะจับคู่ให้พวกเรา!]

แฟนคลับเซิ่งเฉียว : [มีแต่ผีเท่านั้นแหละที่อยากจะเกี่ยวข้องกับพวกเธอ!]

ทั้งสองฝ่ายต่างไม่ชอบขี้หน้ากัน ต่างฝ่ายต่างปั่นอันดับให้ศิลปินของตน

 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะถ่ายทอดสดถือว่าจบลงด้วยดี เป้ยหมิงฝานส่งเอกสารให้เซิ่งเฉียวอย่างยิ้มแย้ม

“ผมไปคุยงานพรีเซนเตอร์โฆษณาให้คุณมา คุณลองดูนะ ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็เซ็นสัญญาไปก่อน  มะรืนนี้ถ่ายทำ”

“โฆษณาอะไรคะ” เซิ่งเฉียวพลิกเอกสารดูด้วยนัยน์ตาเบิกกว้าง “ผ้าอนามัย”

เป้ยหมิงฝานกระแอมหนึ่งครั้ง “ตอนนี้คุณต้องเพิ่มความใกล้ชิดสนิทสนมกับประชาชนนี่ โฆษณาตัวนี้ผมแย่งมาจากดาราสาวสองสามคนเลยนะ”

เซิ่งเฉียว “…”

งั้นฉันคงต้องขอบคุณพี่มากเลย

“ตอนนีคุณไม่มีผลงานโดดเด่นอะไร ความดังก็ยังไม่มั่นคง ตำเเหน่งสาวน้อยแห่งชาติก็ยังไม่แน่นอน มีงานโฆษณาแบบนี้ยิ่งเยอะยิ่งดี ถ่ายไปก่อน อีกหน่อยค่อยรับงานหรูหรามีระดับ”

เซิ่งเฉียวไม่ได้รังเกียจงานโฆษณาผ้าอนามัยนักหรอก เพราะผ้าอนามัยเป็นมิตรแท้ที่ผู้หญิงขาดไม่ได้ เธอก้มหน้าอ่านเงื่อนไขอย่างละเอียดทีละข้อ เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีอะไรผิดพลาดก็เซ็นชื่อ

ตอนบ่ายไม่มีธุระอะไร ฟางไป๋จึงส่งเธอกลับบ้าน ก่อนที่ฟางไป๋จะกลับไปก็ไม่ลืมพลิกดูบันทึกกันลืมแล้วเตือนเธอว่า “พี่เฉียวเฉียว พี่มีการบ้านที่ยังไม่ได้ทำอยู่นะครับ อย่าลืมส่งการบ้านให้ครูตรวจด้วยละ”

คราวนี้เซิ่งเฉียวถึงนึกได้ว่ามีการบ้านที่เมิ่งซิงเฉินทิ้งไว้ให้

เธอฝึกซ้อมมาหลายวันแล้ว จึงนอนอยู่บนโซฟาสักพักระหว่างที่ช่วยฮั่วซีปั่นอันดับประจำวัน จากนั้นก็ลุกขึ้นมาเตรียมอัดวิดีโอ เธอแสดงอยู่หน้ากระจกหลายรอบ แล้วค่อยเปิดโทรศัพท์มือถือ วางบนขาตั้งให้เรียบร้อยก่อนเดินไปอยู่หน้ากล้อง

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะ “โรคกลัวการสอบ” หรือเปล่า พออยู่หน้ากล้องโทรศัพท์ถึงได้แสดงไม่เป็นธรรมชาติเลย ผิดกับตอนอยู่หน้ากระจก

หลังจากลองแสดงอยู่หลายครั้งก็ยังรู้สึกไม่พอใจ จึงแสดงและอัดวิดีโอครั้งแล้วครั้้งเล่า จนกระทั่งตกเย็นถึงจะเลือกคลิปที่แสดงได้ดีที่สุดส่งให้เมิ่งซิงเฉิน

ก่อนนอนก็ได้รับคำตอบกลับจากเขา : [คะแนน B+ พยายามต่อไปนะ]

อะไรนะ ฉันอุตส่าห์พยายามสุดชีวิต ได้แค่บีงั้นเหรอ

เซิ่งเฉียวหยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมแล้วถอนหายใจ

 

เธอฝึกซ้อมอยู่ที่บ้านอีกสองวัน วันถ่ายโฆษณาก็มาถึง ฟางไป๋มารับเธอพร้อมเตรียมอาหารเช้าไว้เรียบร้อย ติงเจี่ยนและโจวข่านก็รออยู่ในรถ ตอนนี้เธอมีผู้ติดตามสมกับตำเเหน่งดาราสาวระดับรองแล้ว

สตูดิโอซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำอยู่บริเวณชานเมือง ตอนที่เซิ่งเฉียวไปถึง ทีมงานตั้งฉากผ้าสีเขียวกับกล้องไว้เรียบร้อยแล้ว เธอเข้าไปทักทายทีมงานทีละคน จากนั้นผู้ช่วยก็พาเธอไปห้องแต่งหน้าและเปลี่ยนชุดสำหรับการถ่ายทำซึ่งเป็นชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่องให้ความรู้สึกแบบหญิงสาววัยรุ่น

โจวข่านเป็นผู้รับผิดชอบการแต่งหน้าทำผมให้เธอ เขาแต่งหน้าให้เธอบางๆ สไตล์สาววัยรุ่นตามความต้องการของผู้กำกับ ม้วนปลายผมเพื่อให้ดูฟูมีน้ำหนัก และผูกโบตรงกลาง

เซิ่งเฉียวมองตนเองในกระจกก็กระตุกมุมปาก “ละมุนขนาดนี้…ไม่เหมาะมั้งคะ”

ผู้กำกับซึ่งยืนอยู่ข้างๆ “เหมาะสิ เหมาะมากเลย โฆษณาของเราตัวนี้ต้องโดนใจสาววัยรุ่นแน่ๆ โปรโมตสินค้าสำหรับเด็กสาววัยรุ่น ยิ่งละมุนยิ่งดี”

เซิ่งเฉียว “…”

เธอจัดการเสื้อผ้าหน้าผมเรียบร้อยแล้วก็ออกมาจากห้องแต่งตัว ขณะที่ถือบทโฆษณาฟังผู้กำกับอธิบายอยู่นั้นก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามา ผู้กำกับรีบเอ่ยว่า “โจวเช่อมาแล้ว ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเร็วเข้า ทุกคนรอนายอยู่คนเดียวเนี่ย”

เซิ่งเฉียว “???”

นี่ใคร

อาจเป็นเพราะสีหน้าเธอดูประหลาดใจมากเกินไป ผู้กำกับจึงเป็นฝ่ายอธิบาย “นี่คือคนที่จะมาถ่ายคู่กับคุณ”

เซิ่งเฉียว “…โฆษณาผ้าอนามัยคู่กับผู้ชายเนี่ยนะคะ”

ผู้กำกับ “เพื่อให้โฆษณาของเราแตกต่างจากโฆษณาผ้าอนามัยของคนอื่น เราจึงให้ชายหญิงมีปฏิสัมพันธ์กันโดยเฉพาะ เดี๋ยวคุณนอนลงบนเตียงนะ แล้วทำท่าปวดประจำเดือน แล้วแฟนหนุ่มของคุณซึ่งก็คือโจวเช่อจะซื้อผ้าอนามัยมาให้ พอคุณได้ใช้แล้วก็จะรู้สึกสดชื่นสบายทั้งกายและใจ จากนั้นพวกคุณก็จะเต้นวอลซ์กันบนกองผ้าอนามัยตามจังหวะดนตรี”

เซิ่งเฉียว “???”

นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน

ผู้กำกับยังคงพูดไม่หยุด “หลังจากนั้นเราจะตัดต่อให้สวยงามมากๆ พวกคุณจะยืนอยู่บนกองผ้าอนามัยสีขาวดุจหิมะ ซึ่งรายล้อมไปด้วยดวงดาวและดวงจันทร์ พวกคุณจะเต้นรำตามเพลงประกอบฉาก ซึ่งจะเห็นความแตกต่างได้ชัดเจนมากเมื่อเทียบกับภาพที่ปวดประจำเดือนก่อนหน้านั้น”

สรุปคุณขายผ้าอนามัยหรือยาแก้ปวดกันแน่เนี่ย!

ผู้กำกับถามเธออย่างกระตือรือร้น “คุณเต้นวอลซ์เป็นไหม”

เซิ่งเฉียว “…”

ฉันไม่อยากเต้นเป็นเลย

ชายหนุ่มที่ชื่อโจวเช่อผู้ซึ่งจะมาแสดงคู่กับเธอนั้นเปลี่ยนเสื้อผ้าและแต่งหน้าทำผมเสร็จอย่างรวดเร็ว เซิ่งเฉียวไม่รู้จักเขา แต่เขาแนะนำตัวว่าเป็นนักศึกษาปีที่สามคณะการแสดงของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง

ชีวิตนักศึกษาชายสมัยนี้ไม่ง่ายเลยจริงๆ

 

การถ่ายทำเริ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ฉากแรกที่ต้องถ่ายก่อนคือภาพที่เซิ่งเฉียวที่นอนปวดประจำเดือนปางตายอยู่บนเตียง โจวข่านจึงตั้งใจตบแป้งเพิ่มให้เธออีกชั้นและเช็ดลิปสติกออกไปบางส่วนเพื่อให้ใบหน้าของเธอดูอิดโรยเป็นพิเศษ

ผู้กำกับถือสเลท “สาม สอง หนึ่ง แอ๊คชั่น!”

ปวดประจำเดือนยังต้องแสดงด้วยเหรอ ตัวเซิ่งเฉียวเองก็เป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มผู้หญิงปวดประจำเดือน เธอจึงรีบม้วนตัวงอแล้วกุมท้องเอาไว้ และแสดงสีหน้าเจ็บปวดเจียนตาย

ปรากฏว่าผู้กำกับกลับเอ่ยว่า “คัต! เสี่ยวเฉียว คุณแสดงแบบนี้ไม่ได้ ต้องให้สวยหน่อย ปวดด้วยสวยด้วยน่ะ เข้าใจไหม ตอนนี้หน้าตาของคุณดูบูดเบี้ยวมากไป”

เซิ่งเฉียว “…แต่นี่เป็นสีหน้าเวลาปวดประจำเดือนจริงๆเลยนะคะ”

ตอนที่ปวดเจียนตาย ใครจะไปห่วงเรื่องสวยไม่สวยกันล่ะ

“นี่เราจะออกอากาศให้ผู้ชมพันสามร้อยล้านคนดูนะ คุณทำหน้าบูดเบี้ยวแบบนี้เหมาะสมแล้วเหรอ”

เซิ่งเฉียว “…ไม่เหมาะค่ะ”

ผู้กำกับ “โอ๊ย ไม่เหมาะสมก็ถูกแล้วละ เข้าใจแล้วนะ ลองอีกรอบซิ”

เซิ่งเฉียว “…โอเคค่ะ”

พอตีสเลทปุ๊บ เธอก็เอามือกุมท้อง แล้วหดขากรรไกรล่างเข้ามาด้านในเล็กน้อย พร้อมกับทำสีหน้าน้อยเนื้อต่ำใจและน่าสงสาร

ผู้กำกับ “คัต! เสี่ยวเฉียว นี่ปวดประจำเดือนเหรอ คุณทำท่าเหมือนตัวเองท้องแล้วไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อเด็กอย่างงั้นเเหละ”

เซิ่งเฉียว “…”

ให้ตายสิ!

เธอลุกขึ้นนั่ง “ถ้างั้นผู้กำกับลองมาทำให้ฉันดูเป็นตัวอย่างสักรอบสิคะ”

ผู้กำกับกล่าว “ได้ไงล่ะ ผมไม่มีประจำเดือนนี่ ผมจะไปรู้ได้ยังไงว่าปวดประจำเดือนรู้สึกยังไง”

เซิ่งเฉียวกลับไปนอนที่เดิมอย่างหมดอาลัยตายอยาก ผู้กำกับยังอุตส่าห์ให้กำลังใจเธอ

“อย่าท้อสิ เสี่ยวเฉียว ผมเชื่อว่าคุณทำได้! เรามาลองกันอีกรอบ!”

ฉากแรกซึ่งต้องแสดงท่าทางปวดประจำเดือนนั้นถ่ายซ้ำอยู่ยี่สิบกว่าเทคถึงจะผ่าน

ฉากที่สองเป็นฉากที่แฟนหนุ่มมารับแฟนสาวไปงานเต้นรำ แต่พบว่าแฟนสาวทรมานกับการปวดประจำเดือนมาก ด้วยความรู้สึกเห็นใจจึงจะไปซื้อผ้าอนามัยห่อหนึ่งกลับมาให้เธอ

เซิ่งเฉียวที่นั่งอยู่ข้างๆ  “…”

ฉันประจำเดือนมา แล้วนายซื้อผ้าอนามัยมาให้ฉันเนี่ยนะ ฉันซื้อเองไม่เป็นเหรอ สู้ให้ฉันดื่มน้ำร้อนเยอะๆหน่อยยังจะดีกว่า! ใครเป็นคนเขียนบทโฆษณาเนี่ย! มีความรู้รอบตัวบ้างไหม หา!

ปรากฏว่าโจวเช่อเต้นจังหวะวอลซ์ไม่เป็นเลยเหยียบเท้าเธอตลอด เธอโดนเขาเหยียบจนหลังเท้าบวมไปหมดแล้ว

เซิ่งเฉียวอยากจะบ้าตาย “เดี๋ยวก่อนนะ ขอฉันสอนพื้นฐานการเต้นให้นายก่อน”

โจวเช่อเองก็รู้สึกละอายใจ “ขอโทษครับ คุณครูเซิ่งเฉียว เป็นความผิดของผมเอง”

“ไม่เป็นไร มันง่ายมาก นายดูนะ หนึ่งห้องเพลงมีสามจังหวะ ทั้งหมดจึงเป็นสามก้าว” เธอยกชายกระโปรงขึ้นแล้วเต้นอยู่กับที่ ก้าวช้าๆทีละก้าวให้โจวเช่อดูเป็นตัวอย่าง

ผู้กำกับ “ใช่ๆๆ ความรู้สึกแบบเดียวกับเสี่ยวเฉียวนี่เเหละ เสี่ยวเฉียว คุณเต้นได้ดีมากเลย เดี๋ยวพอตัดต่อเสร็จ พวกคุณก็จะหมุนตัวอยู่บนกองผ้าอนามัยสีขาวราวกับหิมะ ยิ่งสวยขึ้นไปอีกแน่ๆ”

เซิ่งเฉียว “…”

ขืนพูดอีกนิดเดียว ฉันจะไม่เต้นแล้วนะ

หลังจากที่สอนอยู่นาน ในที่สุดโจวเช่อก็เต้นท่าพื้นฐานได้ จึงเริ่มถ่ายทำฉากนี้กันเสียที ทางสตูดิโอเปิดเพลงจังหวะวอลซ์ เซิ่งเฉียวสวมชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่องสะบัดผมยาวพลิ้วไหวที่ผูกโบ เธอยิ้มอย่างอ่อนหวาน

ตกบ่ายถึงจะถ่ายทำฉากทั้งหมดเสร็จ พรุ่งนี้ยังต้องไปอัดเสียงพูดบทโฆษณาอีก เซิ่งเฉียวเข้าห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เมื่อกลับออกมาผู้กำกับก็เดินมาหาพร้อมยื่นนามบัตรของตนให้ แล้วเอ่ยอย่างตื่นเต้นว่า “เสี่ยวเฉียว คุณนี่เหนือความคาดหมายของผมจริงๆ คุณแสดงได้ตามความรู้สึกที่ผมต้องการทั้งหมดเลย คราวหลังถ้ามีงานโฆษณาอะไรอีกผมจะต้องติดต่อคุณแน่”

เซิ่งเฉียว “…”

ไม่ละๆ ฉันไม่อยากเต้นจังหวะวอลซ์บนกองผ้าอนามัยนี่อีกแล้ว

ผู้กำกับร้องบอกผู้ช่วยซึ่งอยู่ด้านหลังว่า “เอาของขวัญที่เตรียมไว้มาให้เซิ่งเฉียวซิ”

ผู้ช่วยรับคำ แล้วหอบกล่องกระดาษขนาดใหญ่ซึ่งวางอยู่ตรงมุมห้องวิ่งมาหา ฟางไป๋ยื่นมือออกไปรับ กล่องนั้นดูใหญ่ แต่กลับไม่ค่อยหนักสักเท่าไหร่

เซิ่งเฉียวถามว่า “อะไรเหรอคะ”

ผู้กำกับ “ผ้าอนามัยน่ะ! ใช้ดีมากๆเลยนะ! เดี๋ยวอีกสองสามวันทางแบรนด์สินค้าจะส่งไปให้อีกสองสามลัง ปีนี้เธอไม่ต้องซื้อผ้าอนามัยแล้วละ”

เซิ่งเฉียว “…ขอบคุณพวกคุณมากนะคะ”

 

ใส่ความเห็น

แจ้งเตือนการใช้งานคุกกี้ เว็บไซต์ของเรามีการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดการประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้ดีที่สุด ได้แก่ คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ประสิทธิภาพ คุกกี้เพื่อการทำงานของเว็บไซต์ และคุกกี้กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ศึกษารายละเอียดและการตั้งค่าคุกกี้เพิ่มเติมเพื่อความเป็นส่วนตัวของท่านได้ใน นโยบายคุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า