fbpx

[ทดลองอ่าน] รู้ไว้ซะ ฉันนี่แหละแฟนคลับตัวแม่ เล่ม 4 ตอนที่ 121

老婆粉了解一下
รู้ไว้ซะ ฉันนี่แหละแฟนคลับตัวแม่

 

ชุนเตาหาน เขียน
littleell แปล

 

— โปรย —

เขาเป็นไอดอลของเธอ
เธอเฝ้าติดตามเขามาตลอด
จนมาวันหนึ่งเธอไม่รู้สึกถึงสิ่งอื่นใดในโลกนี้อีกแล้ว
สัมผัสได้เพียงแค่เขา
เธอรู้แล้วว่า “เธอรักเขา”

เธอเดินมาถึงตรงนี้ มาอยู่ข้างกายเขาได้อย่างไรนะ
…ที่แท้เป็นเขาเองนั่นแหละที่เดินเข้ามาหาเธอ

“เธอคงไม่เลิกเป็นแฟนคลับหรอกนะ”
“ไม่หรอก ฉันจะรักเขาตลอดไป”
“ฉันก็เหมือนกัน! โอ๊ย ไม่คิดแล้ว แค่เขามีความสุข
ก็สำคัญยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น”
แต่ไหนแต่ไรมาความต้องการของแฟนคลับ
ต่างก็ชัดเจนและมีเพียงเท่านี้

 

_______________________________

 

ติดตามการวางจำหน่ายหนังสือได้ทางเพจ “บ้านอรุณ“

สำนักพิมพ์อรุณ

 

(ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์)

 

121

 

เซิ่งเฉียวยังคงไม่ให้คำตอบ เป้ยหมิงฝานร้อนใจเหมือนอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่เมิ่งซิงเฉินรั้งเขาเอาไว้ ก่อนจะยิ้มและถามว่า “คุณกังวลเรื่องถ่ายซ้อนสินะ”

เซิ่งเฉียวพยักหน้า “ผู้กำกับเฉินเป็นคนจริงจังกับการถ่ายทำมาก ฉันไม่อยากทำให้เขาผิดหวังค่ะ”

เมิ่งซิงเฉินยิ้ม เอ่ยน้ำเสียงอ่อนโยน “ผมถามคุณก่อนว่าถ้ารับงานละครเรื่องสายลมแห่งตะวันออก คุณมีความมั่นใจที่จะทำให้ละครทั้งสองเรื่องสำเร็จออกมาอย่างมีคุณภาพไหม”

เซิ่งเฉียวนิ่งอึ้งกับคำถามของเขา

เมื่อเห็นท่าทางของเมิ่งซิงเฉินที่จริงจังไม่เหมือนกำลังล้อเล่น เธอเองก็คิดถึงละครทั้งสองเรื่องอย่างละเอียด จากตัวละครของละครและชีวิตประจำวันแล้วนอกจากเธอจะลำบากหน่อยความจริงแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร

เซิ่งเฉียวว่า “ได้ค่ะ”

เมิ่งซิงเฉินยิ้มดังที่คาดเอาไว้ แล้วจึงพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นผมจะบอกให้คุณรู้ว่า ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าตารางงานของคุณทับซ้อนกัน แต่ทำไมพวกเราก็ยังตัดสินใจเลือกคุณมาร่วมแสดง”

“ข้อแรก ตั้งแต่ผู้กำกับหานเสียชีวิตจนถึงตอนนี้ กองละครขาดทุนไปเกือบหนึ่งล้านหยวนแล้ว เมื่อวานทางสปอนเซอร์ก็ยกเลิกเงินสนับสนุนอย่างเป็นทางการ พระเอกนางเอกของเรื่องต่างก็ทยอยยกเลิกสัญญา ถ้าหากตอนนี้ไม่รีบรวบรวมทีมงานเปิดกล้องถ่ายทำอีกครั้ง ความพยายามทั้งหมดที่มีมาก่อนหน้านี้ก็จะสูญเปล่า”

“ข้อสอง ความจริงแล้วก่อนจะมานี่ ผมกับหมิงฝานได้คำนวณเวลาของคุณแล้ว ติงเจี่ยนบอกว่าการถ่ายทำในกองถ่ายเพียงแสงจันทราส่องถึงราบรื่นมาก ตามเก็บฉากที่ขาดแทบจะครบหมดแล้ว ฉากนางเอกในเรื่องสายลมแห่งตะวันออกมีไม่มาก ก่อนหน้านี้คุณก็เคยอ่านบทละครมาก่อน นางเอกตายตั้งแต่กลางเรื่อง ช่วงแรกเราจะถ่ายทำส่วนของพระเอกก่อน ฉากในแต่ละวันของคุณสามารถจัดให้น้อยหน่อย ช่วงหลังพอละครเพียงแสงจันทราส่องถึงเก็บงานใกล้ปิดกล้อง คุณค่อยเร่งถ่ายก็ยังทัน”

“ข้อสาม ซึ่งก็คือจุดที่สำคัญที่สุด ละครเรื่องสายลมแห่งตะวันออกเป็นละครที่พระเอกเด่น คุณเองก็รู้ตลาดตอนนี้ดี มีดาราหญิงน้อยคนนักที่จะยอมมาเป็นตัวประกอบในละครที่พระเอกเด่น แต่เพื่อเป็นการรับรองเรตติ้งทางฝ่ายผลิตจำเป็นต้องคัดสรรนักแสดงหญิงจากดาราหญิงที่โด่งดัง ต้องมีทั้งฝีมือการแสดงและมีกระแสโด่งดัง ในวงการก็มีเพียงไม่กี่คน อีกอย่างตารางงานก็แน่นกันทั้งนั้น ไม่มีใครยอมมาช่วย”

เมื่อเซิ่งเฉียวฟังเขาพูดจบก็มองไปที่เป้ยหมิงฝานแล้วถามว่า “มีคุณครูเมิ่งอยู่ทั้งคนพวกเธอก็ไม่ยอมมาหรือคะ แล้วนางเอกคนก่อนหน้าล่ะ”

เป้ยหมิงฝานว่า “เรายังต้องการคนที่ไม่มีความรับผิดชอบ ฉีกสัญญาแล้วคิดจะกลับมาพวกเราอีกเหรอ ตอนนี้คนที่อยากมาก็ฝีมือการแสดงไม่ดีบ้างละ โด่งดังไม่มากพอบ้างละ ดาราหญิงอีกไม่กี่คนต่างก็มีละครอยู่แล้ว เลือกใครก็ต้องวิ่งไปมาสองกองถ่าย ไม่ต่างกัน นี่เป็นโอกาสที่ดีนะ แน่นอนว่าต้องให้เธอเลือกก่อนอยู่แล้ว”

ร่วมแสดงกับเมิ่งซิงเฉิน ยังไม่ต้องพูดถึงว่าละครจะดังหรือเปล่า เพียงแค่ฝีมือการแสดงระดับราชาแห่งวงการภาพยนตร์ก็เรียนรู้ได้ไม่รู้จักหมดแล้ว

อีกอย่างเซิ่งเฉียวเองก็สนใจละครเรื่องสายลมแห่งตะวันออกมากอยู่แล้ว แต่ต่อมาต้องปล่อยไปก็รู้สึกเสียดายมาตลอด

เธอคิดอยู่นานสองนานสุดท้ายก็พูดขึ้นอย่างจริงจังว่า “ฉันยอมรับค่ะ แต่ฉันต้องขอให้ทางผู้กำกับเฉินยินยอมก่อน”

เมิ่งซิงเฉิน “เขาตกลงแล้ว”

เซิ่วเฉียว “ฮะ”

เมิ่งซิงเฉิน “พวกเราพบกันที่งานศพของเหล่าหาน ผมเกริ่นเรื่องนี้กับเขาไปแล้ว เขาบอกว่าคุณทำได้ดีมาก หากรักษาระดับนี้ต่อไปจนถ่ายละครของเขาเสร็จ เขาไม่ถือสาที่คุณจะมาช่วยทางนี้”

เซิ่งเฉียวจึงโล่งใจเอ่ยอย่างดีใจว่า “งั้นตอนนี้วางตารางการถ่ายทำใหม่ก่อนเถอะค่ะ ฉันเองก็ต้องหาเวลาเตรียมประวัติย่อของตัวละครเหมือนกัน”

เป้ยหมิงฝานล้วงตารางงานออกมาจากกระเป๋าอย่างรวดเร็ว “จัดเสร็จแล้ว!”

เซิ่งเฉียว “???”

ทำไมรู้สึกเหมือนว่าสองคนวางแผนกันมาแล้วนะ

เมิ่งซิงเฉินยิ้ม “ต่อจากนี้คุณจะลำบากมาก แต่ขณะเดียวกันก็จะได้เรียนรู้อะไรมากมาย ในช่วงเวลาคับขันคุณจะได้รู้จักตัวเองในแง่มุมใหม่ๆ”

เซิ่งเฉียวรู้สึกว่าเขาพูดเก่งจริงๆ เป็นทีมขายโฆษณาเดียวกับเป้ยหมิงฝานชัดๆ

เมื่อตกลงกันเรียบร้อย ภารกิจของพวกเขาก็หนักขึ้นมาทันตา เป้ยหมิงฝานนำบทละครเรื่องสายลมแห่งตะวันออกมาเพื่อให้เธอได้อ่านรอไปก่อน ก่อนที่เป้ยหมิงฝานและเมิ่งซิงเฉินจะกลับ เป้ยหมิงฝานก็หันกลับมาราวกับนึกอะไรขึ้นได้ “ใช่แล้ว ลืมบอกเธอไปเลย พอผู้กำกับคนใหม่ที่มารับงานกองละครต่อได้ยินว่าพวกเรากำลังหาตัวนางเอกอยู่ก็เจาะจงเลือกเธอ ผู้กำกับหยางอวิ๋น เธอรู้จักใช่ไหม”

เซิ่งเฉียวนึกอยู่ครู่หนึ่งก็ส่ายศีรษะ “นึกไม่ออกเลยค่ะ”

เป้ยหมิงฝานว่า “ก่อนหน้านี้ตอนเธออยู่ที่ซิงเย่าเคยเป็นดารารับเชิญให้ละครย้อนยุคเรื่องภาพฝันมัวเมาแห่งฉางอัน ยังจำได้ไหม”

เซิ่งเฉียวนึกออกทันที “ผู้กำกับคนนั้นเหรอเนี่ย!”

ตอนนั้นเธอถูกซิงเย่าบังคับให้ไปเป็นนักแสดงรับเชิญรับบทอาจารย์ของพระเอก ซึ่งต้องสวมชุดกระโปรงผ้าพลิ้วๆโหนเชือกท่ามกลางอากาศหนาวจนเกือบทำให้เธอแข็งตาย พอปิดกล้องแล้ว ผู้กำกับคนนั้นก็ตั้งใจมารอให้นามบัตรใบหนึ่งแก่เธอ แล้วบอกเธอว่า “เรื่องดีๆกว่าจะได้มาต้องผ่านการขัดเกลา หลังผ่านการขัดเกลาแล้วก็จะพบโลกใบใหม่” แถมยังพูดอีกว่ารอคอยที่จะได้ร่วมงานกับเธอ

ไม่คิดเลยว่าจะได้ทำงานร่วมกันเร็วขนาดนี้

เซิ่งเฉียวรอคอยที่จะได้เข้าฉากละครจีนยุคใหม่เรื่องนี้มากขึ้นทุกที

 

เช้าวันรุ่งขึ้น เธอไปถ่ายฉากของตนเองในกองถ่ายเพียงแสงจันทราส่องถึงจนเสร็จก่อน จากนั้นก็อธิบายให้ทีมงานทุกคนฟังอย่างจริงจังอีกครั้งหนึ่ง หลายวันมานี้ทุกคนอยู่ที่สถานที่ถ่ายทำ ได้ยินข่าวที่นักแสดงละครเรื่องสายลมแห่งตะวันออกฉีกสัญญา สปอนเซอร์ยกเลิกเงินสนับสนุน กองถ่ายปิดตัวลงต่างๆนานา เซิ่งเฉียวจะไปช่วยงานทุกคนต่างก็เข้าใจ

ผู้กำกับเฉินไม่ได้มีท่าทีผิดแปลกไปจากเดิม จริงอย่างที่เจิงหมิงบอกเอาไว้ก่อนหน้านี้ว่าขอแค่เธอถ่ายฉากในส่วนของตัวเองเรียบร้อยจะทำอะไรเขาก็ไม่ยุ่ง ก่อนกลับยังพูดกับเซิ่งเฉียวว่า “ตกกลางคืนยังมีฉากกลางคืนด้วยนะ อย่าสายล่ะ”

เซิ่งเฉียวตอบตกลง

ครึ่งชั่วโมงต่อมาฟางไป๋ก็ขับรถมาส่งเธอที่กองละครสายลมแห่งตะวันออก ในกองถ่ายนอกจากจะเปลี่ยนตัวละครหลักแล้ว ทีมงานฝ่ายอื่นๆยังคงเป็นคนกลุ่มเดิม

เดิมทีก็เตรียมตัวแยกย้ายกลับบ้านทางใครทางมันแล้วทว่าสุดท้ายกลับมีราชาแห่งวงการภาพยนตร์หล่นลงมาจากฟ้าเข้ามาเป็นสปอนเซอร์เสียก่อน แล้วราชาแห่งวงการภาพยนตร์ก็ลากนักแสดงหญิงมาด้วยคนหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ช่างราวกับความฝัน

ผู้กำกับหยางอวิ๋นอยู่ที่สถานที่ถ่ายทำแล้ว เซิ่งเฉียวรีบเข้าไปทักทายเขา ผู้กำกับหยางยิ้มแล้วพูดว่า “ในที่สุดก็มีโอกาสได้ร่วมงานกับเธออีก”

เซิ่งเฉียวเองก็ยิ้ม “ขอบคุณผู้กำกับหยางที่ให้เกียรติค่ะ”

ทั้งสองพูดคุยกันสองสามประโยคเมิ่งซิงเฉินก็มาถึง เนื่องจากเปลี่ยนทีมผู้สร้างหลักทั้งหมดจึงต้องทำความรู้จักกับทีมงานในแต่ละฝ่ายอีกครั้งหนึ่ง หลังทักทายเสร็จเซิ่งเฉียวก็ไปถ่ายฟิตติ้งก่อน

การแต่งกายมีด้วยกันสองแบบ ชุดหนึ่งคือชุดนักเรียนในยุคสาธารณรัฐจีน อีกชุดหนึ่งคือเครื่องแบบทหารซึ่งให้อารมณ์งดงามแตกต่างกันออกไป ในเมื่อเกิดมาสวย ใส่ชุดอะไรก็ดูดีไปหมด

พอเธอถ่ายเสร็จออกมา ผู้กำกับหยางก็กำลังคุยเรื่องบทกับเมิ่งซิงเฉินอยู่ ผู้กำกับหยางพูดว่า “ฉันจะไม่พูดกับนายให้มากความแล้ว เพื่อไม่ให้รบกวนความเข้าใจที่นายมีต่อตัวละครก็เอาตามความคิดนายเองคิดก็แล้วกัน”

เมื่อเห็นเซิ่งเฉียวก็กวักมือเรียกเธอ “มา เสี่ยวเฉียว พวกเรามาคุยเรื่องบทกันหน่อย”

เอาละ ไม่จำเป็นต้องอธิบายบทละครกับราชาแห่งวงการภาพยนตร์ แต่กับเธอก็ยังจำเป็นอยู่ เธอขยับตัวไปนั่งใกล้เขา หยางอวิ๋นถือบทละครพลิกไปมาถามเธอว่า “อ่านจบรึยัง”

เซิ่งเฉียวพยักหน้า “เคยอ่านก่อนหน้านี้ค่ะ เมื่อคืนก็อ่านอย่างละเอียดอีกรอบหนึ่งแล้ว”

ผู้กำกับหยางว่า “อดนอนมาใช่ไหมเนี่ย อ่านแล้วก็ดี ความจริงแล้วตัวละครซ่งย่วนนี้รับมือไม่ยาก ฉันเชื่อว่าเธอรับมือไหว แต่อาจจะเป็นในช่วงท้ายที่ความคิดของตัวละครเกิดการเปลี่ยนแปลง เธอต้องพยายามทำความเข้าใจอารมณ์ในตอนนั้นของตัวละครให้มากหน่อย โดยเฉพาะตอนที่ตัวละครตัดสินใจพลีชีพ เธอคิดว่าเป็นการทำเพื่อคนรักหรือทำเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม”

เซิ่งเฉียวคิดทบทวนแล้วพูดว่า “ทั้งสองอย่างมั้งคะ ฉันรู้สึกว่าตัดสินไม่ได้ว่าเธอยอมตายเพราะอะไร แต่เธอมีทางตายเส้นทางเดียวเท่านั้นที่สามารถเลือกเดินได้ นี่เป็นหนทางเดียวของเธอแต่กลับเป็นทางรอดเดียวที่เธอรอคอย”

ผู้กำกับหยางพยักหน้าชื่นชม “ความรู้สึกแบบนี้แหละ ความจริงเธอต้องต่อสู้ดิ้นรนใช้ชีวิตอยู่ตลอดเวลา ฝ่ายทหารบีบให้พ่อแม่เธอตาย เป็นศัตรูของเธอ แต่เพื่อมีชีวิตอยู่แก้แค้นให้พ่อแม่ เธอจึงจำเป็นต้องเข้าร่วมกับฝ่ายทหาร เธออยากให้ตัวเองยิ่งใหญ่ พยายามฝึกฝนตัวเอง แต่เพราะความสามารถที่เธอมีทำให้กองกำลังทหารส่งเธอไปปฏิบัติภารกิจทำเรื่องที่ขัดต่อเจตนารมณ์ เธอถูกผลักให้เดินตลอดเวลา เธอไม่มีทางเดินเป็นของตัวเอง จนกระทั่งเธอรู้ว่าอวี๋ตงเฟิงคือคนของพรรคปฏิวัติใต้ดินที่กองกำลังทหารตามหาตัวอยู่ เธอต้องปกป้องอวี๋ตงเฟิง ไม่เพียงเพราะว่าเธอรักเขา แต่ขอแค่เขามีชีวิตอยู่ความเป็นธรรมจึงจะมีชัย เพียงแค่ความเป็นธรรมมีชัยชนะจึงจะถือว่าเธอได้แก้แค้นให้พ่อแม่แล้ว

“จากนักเรียนหญิงที่ใสซื่อไม่เข้าใจโลกไปจนถึงการปฏิบัติภารกิจพิเศษในกองกำลังทหารตอนกลางเรื่อง จนสุดท้ายพลีชีพอย่างไม่เสียดาย ทุกเส้นทางที่เธอก้าวเดินมาต่างก็เป็นทางตัน สุดท้ายมีเพียงความตายเท่านั้นที่เป็นทางรอดเดียวของเธอ”

เซิ่งเฉียวถอนหายใจ “ตอนที่อวี๋ตงเฟิงช่วยชีวิตเธอก็แค่ต้องการให้เธอมีชีวิตอยู่ต่อไปเท่านั้น”

ผู้กำกับหยางยิ้ม “ตอนนั้นการมีชีวิตอยู่ถือเป็นสิ่งที่ฟุ่มเฟือยที่สุด”

 

เมื่อเมิ่งซิงเฉินถ่ายภาพฟิตติ้งเสร็จ ทีมงานก็เริ่มตกแต่งภาพ เวยปั๋วทางการที่ออฟไลน์ไปนานของละครเรื่องสายลมแห่งตะวันออกก็กลับมาออนไลน์อีกครั้งเพื่อโพสต์ภาพฟิตติ้งของพระนางคู่ใหม่ตอกหน้าชาวเน็ตที่แพร่ข่าวลือว่ากองถ่ายปิดตัวลงแล้วอย่างหนักหน่วง

[อะไรนะ] [พระเอกคือเมิ่งซิงเฉิน ราชาแห่งวงการภาพยนตร์กลับมาถ่ายละครแล้ว] [อะไรนะ] [นางเอกคือเซิ่งเฉียว บ้าน่า เธอไปกอดขาราชาแห่งวงการภาพยนตร์อีท่าไหนเนี่ย] [จะว่าไปช่วงนี้เซิ่งเฉียวกำลังถ่ายละครเรื่องเพียงแสงจันทราส่องถึงอยู่ไม่ใช่หรือไง] ทันทีที่พวกแอนตี้แฟนตั้งสติได้ก็ผนึกกำลังโจมตีเซิ่งเฉียวเรื่องรับงานซ้อน ไม่ทุ่มเทให้กับการทำงาน

เป้ยหมิงฝานคาดการณ์เอาไว้ก่อนแล้วจึงเผยแพร่ข่าวความเสี่ยงหากกองถ่ายละครสายลมแห่งตะวันออกต้องปิดตัวลงและการที่เซิ่งเฉียวยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือผ่านแอ็กเคานต์ปั่นข่าวต่าง ๆ

ตารางการถ่ายทำของเซิ่งเฉียวก็ถูกเผยแพร่ออกไปด้วยส่วนหนึ่ง เมื่อชาวเน็ตเห็นตารางการถ่ายทำที่แน่นขนัดก็ตื่นกลัว

ลำบากน่ะลำบากจริง ๆ

แอนตี้แฟน : [เหอะๆ ลำบากไปจะมีประโยชน์อะไร พอถึงเวลานั้นก็ทำลายละครทั้งสองเรื่องเพราะเร่งถ่ายทำ ทำให้คุณภาพไม่ดี]

แฟนคลับของเซิ่งเฉียว : [เหอะ ข้ามเวลามาหรือไง ยังถ่ายทำไม่เสร็จเลยเธอรู้แล้วเหรอว่าคุณภาพไม่ดี กองถ่ายทั้งสองกองเขาตกลงกันดีแล้ว ผู้กำกับและนักแสดงทั้งสองฝ่ายต่างก็แสดงออกว่าเข้าใจ จำเป็นต้องให้นักเลงคีย์บอร์ดอย่างพวกเธอมาวิพากษ์วิจารณ์ด้วยรึไง พวกนักเลงคีย์บอร์ดประสาทเอ๊ย]

แอ็กเคานต์เวยปั๋วทางการของละครเรื่องสายลมแห่งตะวันออกก็โพสต์อธิบายใจความประมาณว่า ขอบคุณเซิ่งเฉียวและเมิ่งซิงเฉินที่เสนอตัวเข้ามาช่วยเหลือกองถ่ายที่กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาจนเกือบต้องยกเลิกกองถ่ายละคร ทุกคนจึงกลับมาฮึกเหิมอีกครั้ง เพื่อสืบสานผลงานของผู้กำกับหานให้สำเร็จลุล่วงไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง

ข่าวผู้กำกับเสียชีวิตกะทันหันเพราะเลือดออกในสมองดังอยู่ช่วงหนึ่ง ชาวเน็ตเองก็ให้ความสนใจเรื่องนี้มาโดยตลอด และทราบดีว่าการรวบรวมกองละครอีกครั้งนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย บวกกับทีมงานและแฟนคลับที่คอยควบคุมทิศทางของข่าว หัวข้อข่าวเกี่ยวกับถ่ายทำละครซ้อนจึงถูกกลบด้วยหัวข้อข่าว [เซิ่งเฉียวช่วยเหลือกองละคร]

ชาวเน็ตส่วนมากก็เข้าใจอีกทั้งยังมีคนบอกว่า : [เซิ่งเฉียวต้องรับแรงกดดันในการถ่ายละครสองเรื่อง ผู้กำกับทั้งสองคนต่างก็ยอมรับ หมายความในอีกมุมหนึ่งได้หรือไม่ว่าเธอมีความสามารถสูงและมีฝีมือการแสดงยอดเยี่ยม]

แอนตี้แฟนรีบขุดประเด็นเกี่ยวกับละครเรื่องพูดบ้าๆที่กำลังออกอากาศขึ้นมาทันที : [ทักษะการแสดงพอไปวัดไปวาได้แบบนี้เหรอที่เรียกว่าดี]

แฟนคลับของเซิ่งเฉียวก็สวนกลับทันควัน : [นั่นถ่ายทำตั้งแต่ปีที่แล้ว รู้ได้ยังไงว่าไม่มีการพัฒนา]

ขณะที่ทั้งสองฝ่ายโต้เถียงกันไปมา ละครภาพฝันมัวเมาแห่งฉางอันที่ออกอากาศได้ระยะหนึ่งก็อัปเดตตอนใหม่ซึ่งเซิ่งเฉียวเป็นนักแสดงรับเชิญ

เซิ่งเฉียวไม่ได้โปรโมตละครเรื่องนี้เลย เพราะเข้าฉากแค่ไม่กี่ฉากแล้วนางเอกก็ยังเป็นปีศาจมะเขือ แต่แอ็กเคานต์เวยปั๋วทางการของกองละครภาพฝันมัวเมาแห่งฉางอันกลับแท็กเซิ่งเฉียว บรรดาแฟนคลับของเซิ่งเฉียวจึงเห็นเข้า

[ฮะ นี่เป็นละครเรื่องที่ทำให้ไอดอลของเราเหนื่อยจนเป็นลมเข้าโรงพยาบาล] [ยังมีหน้ามาแท็กไอดอลของเราอีก] [หวังอยากให้พวกเราช่วยกันเพิ่มกระแสด้วย]

แฟนคลับของเซิ่งเฉียวกระจายกำลังคนไปดูละคร เพราะพวกเขาเองก็ไม่รู้ว่าเซิ่งเฉียวออกกล้องในตอนที่เท่าไหร่ วันๆก็เอาแต่ตามละครโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น รอคอยว่าเมื่อไหร่ไอดอลขงพวกเธอจะปรากฏตัว จากนั้นก็ตัดคลิปไปให้แฟนคลับกลุ่มใหญ่ได้ชื่นชม

ละครตอนล่าสุดที่ออกอากาศในคืนนี้ เป็นฉากที่พระเอกถูกไล่ฆ่าจนกลิ้งลงตกหน้าผาไป เมื่อต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันแต่ต่างสถานที่ก็ทำให้เขาอดที่จะหวนคิดถึงอาจารย์ของเขาไม่ได้

เมื่อเซิ่งเฉียวในชุดสีแดงลอยลงมาจากฟากฟ้าที่มีหิมะโปรย ผู้ชมส่วนใหญ่ต่างก็ตกตะลึงกับความงดงามที่ส่งผ่านแววตาและรอยยิ้มของเธอ

หิมะโปรยปรายลงบนผมยาวดำสนิทคล้ายไข่มุกประดับ เซิ่งเฉียวยืนอยู่บนพื้นน้ำแข็ง ทอดสายตามองลงไปยังผู้ที่นอนอยู่แทบเท้าราวกับเป็นเพียงมดปลวก ครู่หนึ่ง เธอก็กระตุกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นเปล่งประกายจากมุมปากขึ้นไปจนถึงหางตา เฉกเช่นบุปผาสีโลหิตที่ผลิบานทะลุน้ำแข็ง “เจ้ากราบกรานขอให้ข้าเป็นอาจารย์งั้นรึ เจ้ารู้หรือไม่ว่าการเป็นศิษย์ของข้าจะต้องแลกด้วยสิ่งใด”

สมบูรณ์แบบ

แฟนคลับของเซิ่งเฉียวกุมหัวใจกรี๊ดลั่นล้มลงไปกองกับพื้น

ไม่กี่นาทีต่อมา เชาฮว่าของเซิ่งเฉียวก็เต็มไปด้วยภาพแคปหน้าจอคำพูดประโยคนี้

 

[ฮือๆๆ ที่รักโตแล้ว หว่านเสน่ห์เป็นแล้ว] [ฮือๆๆ นางมารชุดแดงคร่าชีวิต] [ฮือๆๆๆ ให้แลกกับอะไรก็ยอม!] [ดูสายตานี่สิ มองรอยยิ้มนี่สิ ใช้จิตสำนึกหน่อยนะ มาบอกว่าทักษะการแสดงของลูกสาวฉันไม่ดี บ้านแกสิ]

 

ตอนนั้นเซิ่งเฉียวหนาวแทบตาย ภาพที่เห็นนั้นออกมาดีมาก เธอทำได้ดีจริงๆ หลังจากภาพแคปหน้าจอนี้ถูกนำไปโพสต์จนติดอันดับค้นหายอดนิยม แม้แต่คนทั่วไปก็ยังชื่นชม

พวกแอนตี้แฟนแยกย้ายสลายตัวกันไป แต่พวกเราจะกลับมาอีก! ถึงยังไงพวกเราต้องสบโอกาสทำลายเธออีกแน่!

ในโลกโซเชียลวุ่นวายไปหมด เซิ่งเฉียวยุ่งจนไม่มีแม้แต่เวลาเล่นอินเทอร์เน็ตด้วยซ้ำ แต่ละวันต้องเร่งรีบไปกลับระหว่างกองถ่ายละครสองกอง แต่ละฉากต้องใช้ความตั้งใจอย่างเต็มเปี่ยม แม้แต่ภารกิจเช็กอิน โหวตดันชาร์ตให้ฮั่วซีในแต่ละวันก็มอบให้ติงเจี่ยนจัดการ

ช่วงนี้ละครเรื่องใหม่ของฮั่วซีกำลังออกอากาศ ทุกวันหลังจากเธอกลับจากสตูดิโอถ่ายทำถึงโรงแรม ก็ยังต้องเปิดดูทางโทรศัพท์มือถือ ไอแพด และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กพร้อมกันทั้งสามเครื่องเพื่อเพิ่มเรตติ้ง

ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ดูเท่าไหร่ วางเอาไว้แล้วไปทำกิจวัตรของตัวเอง รอจนใกล้ถึงเวลาเข้านอนแล้วจึงจะเหลือบดู ชื่นชมความหล่อของฮั่วซีในละครเรื่องใหม่แล้วเข้านอน

ก่อนนอนวันนี้เธอเห็นฉากที่ฮั่วซีกำลังจูบกับนางเอกในละคร

ฮือ แววตาอบอุ่นจังเลย

เซิ่งเฉียวดูฉากจูบของเขาจบอย่างอาลัยอาวรณ์ พยายามกดความคิดถึงที่ก่อตัวขึ้นในจิตใจอย่างบ้าคลั่ง ก่อนหน้านี้พอหัวถึงหมอนก็หลับ ทว่าคืนนี้กลับถูกกระตุ้นจนนอนไม่หลับพลิกตัวไปมา

สุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะลุกขึ้นมาโทรศัพท์หาฮั่วซี

ฟากฮั่วซียังเป็นเวลากลางวัน หลังจากที่เขากดรับสายแล้วก็บอกให้เธอรอก่อนแล้ววางสายไป เขาคงกำลังยุ่งอยู่ ผ่านไปครู่หนึ่งจึงโทร.กลับมา เอ่ยถามเสียงทุ้มว่า “ทำไมยังไม่นอน”

เซิ่งเฉียวพูดขึ้นด้วยความโกรธว่า “ฉันเห็นคุณจูบผู้หญิงคนอื่น!”

ฮั่วซี “ละครเรื่องใหม่เหรอ”

เซิ่งเฉียว “ฮึ!”

ฮั่วซีหัวเราะหนึ่งครั้งแล้วพูดตอบเสียงนุ่มว่า “ผมยังไม่ได้คิดบัญชีเรื่องเมิ่งซิงเฉินกับคุณเลยนะ คุณกลับหึงซะงั้น”

เซิ่งเฉียว “…”

ฮั่วซี “ดีใจไหมที่ได้ร่วมงานกับรุ่นพี่เมิ่ง”

เซิ่งเฉียว “…”

ไปหาเรื่องหึงราชาจอมหึงทำไมเนี่ย

 

ใส่ความเห็น

แจ้งเตือนการใช้งานคุกกี้ เว็บไซต์ของเรามีการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดการประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้ดีที่สุด ได้แก่ คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ประสิทธิภาพ คุกกี้เพื่อการทำงานของเว็บไซต์ และคุกกี้กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ศึกษารายละเอียดและการตั้งค่าคุกกี้เพิ่มเติมเพื่อความเป็นส่วนตัวของท่านได้ใน นโยบายคุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า