fbpx

[ทดลองอ่าน] รู้ไว้ซะ ฉันนี่แหละแฟนคลับตัวแม่ เล่ม 4 ตอนที่ 126

老婆粉了解一下
รู้ไว้ซะ ฉันนี่แหละแฟนคลับตัวแม่

 

ชุนเตาหาน เขียน
littleell แปล

 

— โปรย —

เขาเป็นไอดอลของเธอ
เธอเฝ้าติดตามเขามาตลอด
จนมาวันหนึ่งเธอไม่รู้สึกถึงสิ่งอื่นใดในโลกนี้อีกแล้ว
สัมผัสได้เพียงแค่เขา
เธอรู้แล้วว่า “เธอรักเขา”

เธอเดินมาถึงตรงนี้ มาอยู่ข้างกายเขาได้อย่างไรนะ
…ที่แท้เป็นเขาเองนั่นแหละที่เดินเข้ามาหาเธอ

“เธอคงไม่เลิกเป็นแฟนคลับหรอกนะ”
“ไม่หรอก ฉันจะรักเขาตลอดไป”
“ฉันก็เหมือนกัน! โอ๊ย ไม่คิดแล้ว แค่เขามีความสุข
ก็สำคัญยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น”
แต่ไหนแต่ไรมาความต้องการของแฟนคลับ
ต่างก็ชัดเจนและมีเพียงเท่านี้

 

_______________________________

 

ติดตามการวางจำหน่ายหนังสือได้ทางเพจ “บ้านอรุณ“

สำนักพิมพ์อรุณ

 

(ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์)

 

126

 

ขณะกินอาหารกลางวันกันอยู่นั้น บิดาของเฉียวอวี่ก็ได้รับโทรศัพท์ ไม่รู้ว่าปลายสายพูดอะไร สีหน้าของท่านขรึมลงเล็กน้อย และพูดเพียงว่า “รู้แล้ว ตอนบ่ายฉันจะเข้าไปที่บริษัท”

เฉียวอวี่ขมวดคิ้วถาม “เรื่องนั้นอีก…”

ยังไม่ทันพูดจบ บิดาของเฉียวอวี่ก็พูดขัดขึ้นว่า “กินข้าว วันๆเอาแต่พูด” แล้วกลับมายิ้มแย้มมองเซิ่งเฉียว “เสี่ยวเฉียวกินเยอะๆนะ หนูผอมเกินไปแล้ว”

เซิ่งเฉียวมองดูอยู่แวบหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกไป เพียงแค่ยิ้มและพยักหน้า พอกินอาหารกลางวันเสร็จบิดาของเฉียวอวี่ก็ออกไป ดูรีบร้อนเสียด้วย แต่ในตอนบ่ายเซิ่งเฉียวก็ยังต้องไปงานอีเวนต์อีก ฟางไป๋โทร.หาเธอ บอกว่ากำลังออกมารับเธอแล้ว

เฉียวอวี่ออกมาส่งเธอ เดินมาได้ครึ่งทางเซิ่งเฉียวก็ถามเขาว่า “คุณลุงเป็นอะไรไป ที่บริษัทมีเรื่องอะไรใช่ไหม”

เฉียวอวี่อมยิ้ม “ไม่มีอะไรหรอก ปัญหาเล็กน้อย”

เซิ่งเฉียวชะงักฝีเท้าแล้วพูดขึ้นอย่างจริงจังว่า “มีเรื่องอะไรต้องบอกฉันนะคะ ถ้าหากฉันช่วยอะไรได้ก็ยินดี”

เฉียวอวี่ยิ้ม “คุณจะช่วยอะไรได้” เขาหยุดนิ่งอยู่ครู่หนึ่งแล้วถอนหายใจก่อนจะพูดขึ้นว่า “จะบอกว่าใหญ่ก็ไม่ใหญ่ จะเล็กก็ไม่เล็ก ที่ไม่บอกคุณเพราะไม่อยากให้คุณรู้สึกผิด”

เซิ่งเฉียวขมวดคิ้ว เอ่ยถามหยั่งเชิง “เรื่องซือเซวียนรึเปล่า”

เฉียวอวี่ตกใจในความฉลาดของเธอแล้วพยักหน้า “ตั้งแต่ซือเซวียนเกิดเรื่อง ก็รู้สึกว่าตระกูลซือจะโกรธแค้นผมเข้าให้ ช่วงนี้พวกเขาจงใจลงแข่งขันในหลายๆโครงการที่คุณพ่อลงทุน แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร”

เซิ่งเฉียวไม่เคยคิดว่าเรื่องของซือเซวียนจะส่งผลกระทบต่อพวกเขาจึงโกรธจนหน้าแดง เฉียวอวี่ตบไหล่เธอเบาๆ “ที่ไม่บอกคุณก็เพราะกลัวว่าคุณจะเป็นแบบนี้ อย่ากังวลไปเลย คุณพ่อผมเป็นใคร อายุยี่สิบกว่าท่านก็ออกมาสร้างเนื้อสร้างตัว มีธุรกิจเป็นของตัวเองแล้ว จะรับมือกับวิธีสกปรกแค่นี้ไม่ได้เลยเหรอ”

เซิ่งเฉียวรู้สึกโกรธมากแต่กลับช่วยอะไรไม่ได้ สุดท้ายจึงได้แต่พูดเสียงเบาว่า “ขอโทษนะคะ เป็นเพราะฉันแท้ๆ”

เฉียวอวี่จ้องเธอแวบหนึ่ง “ถ้าคุณเป็นแบบนี้อีก ต่อไปหากมีเรื่องอะไรผมจะไม่บอกคุณแล้วนะ”

เซิ่งเฉียวบุ้ยปากแล้วยิ้มทีหนึ่งจากนั้นก็ไม่เอ่ยอะไรอีก

 

หลายวันต่อจากนั้นเซิ่งเฉียวก็ง่วนอยู่กับงานอีเวนต์และงานถ่ายโฆษณา เป้ยหมิงฝานรีบเร่งจัดการงานในตารางงานช่วงนี้ให้หมด เพื่อให้เธอทบทวนบทเรียนอยู่ที่บ้านได้อย่างสบายใจ ช่วงก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะไม่รับงานละครอีก อาจจะรับรายการวาไรตี้เบาๆสักรายการช่วงต้นปี

ใกล้ช่วงปีใหม่เข้าไปทุกที ในที่สุดสตูดิโอของฮั่วซีก็เผยแพร่ข่าวที่เขากำลังจะกลับประเทศ

ความเคลื่อนไหวในเชาฮว่าคึกคักขึ้นมาทันที ครึ่งปีเชียวนะ! ครึ่งปีเต็มที่ไม่ได้เห็นที่รักเลย! น้ำตาแห่งความคิดถึงไหลรินอย่างไม่เคอะเขินอยู่ทุกวัน!

ทางสตูดิโอยังเผยแพร่ข่าวต่ออีกว่า วันที่สองหลังจากที่เขากลับประเทศจะเดินทางไปเซี่ยงไฮ้เพื่อร่วมงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เขาเป็นพรีเซ็นเตอร์อยู่ กลับประเทศจะบินตรงไปเซี่ยงไฮ้เลย

กลุ่มแฟนคลับที่เซี่ยงไฮ้รีบระดมคนไปรอรับที่สนามบินทันที ซีกวงทั่วประเทศที่ไม่ติดขัดด้านเวลาและการเงินต่างก็มุ่งหน้าสู่เซี่ยงไฮ้กันอย่างรวดเร็ว ไปรอรับที่สนามบินก่อน จัดงานต้อนรับที่รักกลับประเทศอย่างยิ่งใหญ่ จากนั้นก็ไปให้กำลังใจเขาที่งานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ให้เขารู้ว่าพวกเราอยู่ด้วยเสมอ

จำนวนคนสองในสามของกลุ่มแฟนคลับต่างก็กำลังอวดตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม เตรียมของเชียร์

ฉิงซู : [อาฝู ไปด้วยกันสิ! พวกเราจองบ้านทั้งหลังเอาไว้นอนด้วยกันหลายๆคนเลยนะ!]

ฝูสั่วอี่ : [อาฝูไปไม่ได้ อาฝูร้องไห้แล้ว]

ฮั่วฮั่ว : [เธอซวยมากเลยอาฝู ช่วงเวลาที่สำคัญขนาดนี้ เธอกลับไปเป็นสักขีพยานไม่ได้]

ฝูสั่วอี่ : [อย่าพูดเลย บ่อน้ำตาจะแตกแล้ว]

สุ่ยสุ่ย : [อาฝูไม่ร้องนะ! พวกเราจะถ่ายวิดีโอมาให้เธอเอง! ให้เธอได้เห็นพี่ชายในลุคใหม่ก่อนใคร!]

ฝูสั่วอี่ : [สหาย! อาฝูคงต้องพึ่งวิดีโอของพวกเธอต่อชีวิตแล้วละ ตอนเจอที่รักอย่ามัวแต่คิดถึงตัวเอง ต้องนึกถึงอาฝูผู้สติแตกที่รอคอยอย่างเงียบๆอยู่ไกลแสนไกลนะ!]

ซวยมาก ซวยสุดๆ

แฟนหนุ่มกลับประเทศ เธอกลับไม่สามารถเห็นเขาได้ในทันที เขายังจะไปเซี่ยงไฮ้ ยังต้องไปร่วมงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ยังมีการแสดงอีก ส่วนเธอกลับไม่เห็นอะไรเลย

เธอถูกความรักทำร้ายอย่างสาหัส

เหลียงเสี่ยวถังส่งข้อความมา : [พี่เฉียวเฉียว พี่ไปรึเปล่า]

เซิ่งเฉียว : [ที่เธอถามนี่มันใช่เรื่องเหรอ! ไปไหน ไปรับที่สนามบินหรือไปงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ตอนกลางวัน! อยากให้ฉันถูกเหล่าซีกวงเหยียบตายตรงนั้นหรือไง!]

เหลียงเสี่ยวถัง : [ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!]

เซิ่งเฉียว : [ฉันเก็บตัวแล้ว]

เหลียงเสี่ยวถัง : [ถ้าอยากทำให้ภาพลักษณ์คู่จิ้นออกมาดี ก็ต้องเก็บตัว ยอมขาดทุนหน่อยละนะ]

เซิ่งเฉียว : [???]

เหลียงเสี่ยวถัง : [อย่างนั้นฉันไม่รอพี่แล้วนะ ฉันจะบินไปเจอหน้าลูกชายฉันอย่างมีความสุข ทนไม่ไหวแล้ว!]

 

สหายน้อยเซิ่งเฉียวร้องไห้งอแง อารมณ์ไม่ดีตลอดทั้งวัน ทว่าตอนคุยโทรศัพท์กับฮั่วซีกลับต้องทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความรักก็ส่วนความรัก งานก็ส่วนงาน จะให้ความต้องการส่วนตัวส่งผลกระทบต่อเขาไม่ได้

ฮั่วซี “พองานเปิดตัวผลิตภัณฑ์จบผมก็กลับปักกิ่งเลย ไม่นานหรอก”

ภาพลักษณ์ภายนอกที่เซิ่งเฉียวแสดงออกมา “อื้ม! ฉันจะรอคุณค่ะ”

แต่ความคิดของเธอตีกันวุ่นวายไปหมด ฮือๆๆๆๆๆๆๆ ฉันที่ไปรับคุณไม่ได้จะต่างอะไรกับปลาเน่ากันเล่า

และแล้วก็ถึงวันที่ฮั่วซีกลับประเทศอย่างรวดเร็ว เธอไถเชาฮว่าทุกวัน มองดูทุกคนติดแท็กสนามบินเซี่ยงไฮ้กันอย่างมีความสุข ราวกับทั้งโลกมีแค่เธอที่ไม่ได้ไปรับเขาที่สนามบิน รู้สึกแย่สุดๆ

เธอคิดถึงเขามาก คิดถึงเขามาก คิดถึงเขามาก ทนไม่ไหวแล้ว ทนไม่ไหวแล้ว ทนไม่ไหวแล้ว!

เซิ่งเฉียวส่งข้อความหาเหลียงเสี่ยวถัง : [เธอถึงหรือยัง]

เหลียงเสี่ยวถัง : [ถึงแล้วสิ อยู่โรงแรมน่ะ ลูกชายมาถึงช่วงกลางคืน ตอนนี้ก็ถือว่ายังเช้าอยู่]

เซิ่งเฉียว : [เธอว่าฉันจะปรากฏตัวยังไงถึงจะไม่เป็นจุดสนใจ]

เหลียงเสี่ยวถัง : [???]

เซิ่งเฉียว : [ฮือ ช่วยเข้าใจคนน่าสงสารที่ไม่ได้เจอแฟนหนุ่มมาตลอดครึ่งปีด้วยเถอะ]

เหลียงเสี่ยวถัง : [ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อย่างนั้นพี่รีบมา ฉันจะช่วยพี่คิดหาวิธีเอง!]

เซิ่งเฉียว : [จริงนะ!]

เหลียงเสี่ยวถัง : [ลูกสะใภ้อยากเจอลูกชาย มีหรือที่แม่สามีอย่างฉันจะไม่ยอม พี่รีบหน่อย ฉันจะส่งที่อยู่โรงแรมให้]

เซิ่งเฉียว : [ฮือ!]

บอกว่าจะไปก็ไป ช่วงเวลาสำคัญอย่างการต้อนรับเขากลับประเทศที่มีกลิ่นอายของพิธีการขนาดนี้จะไม่ไปไม่ได้! พอเซิ่งเฉียวบอกมารดาของเธอเรียบร้อยก็จองตั๋วเครื่องบินทันที ให้ฟางไป๋แอบไปส่งเธอที่สนามบิน รีบเดินทางโดยไม่หยุดพัก

 

เวลาที่เครื่องบินของฮั่วซีลงจอดคือสองทุ่ม ขณะที่เครื่องบินกำลังจะจอดสนิทช่างแต่งหน้าทำผมก็เริ่มแต่งหน้าทำผมให้เขา ผู้ช่วย “แฟนคลับที่มารอรับที่สนามบินค่อนข้างเยอะ เดี๋ยวพวกเราเดินตรงทางเดินประจำนะ ต้องทักทายแฟนคลับ”

เขาพยักหน้าเปิดโทรศัพท์ส่งข้อความหาเซิ่งเฉียวว่าเขาถึงแล้ว แต่จนกระทั่งลงจากเครื่องบินก็ไม่ได้รับข้อความตอบกลับจากเธอ

เมื่อเดินออกมา สิ่งที่เห็นคือทะเลสีทอง คนเยอะแต่ไม่วุ่นวาย กลุ่มแฟนคลับมีความสามารถในการจัดการที่ดีมาก แฟนคลับยืนอยู่สองด้าน ทุกคนต่างยกแบนเนอร์และป้ายไฟอย่างเรียบร้อย เขาถอดหมวกออก แววตาอ่อนโยน โบกมือและยิ้มให้กับซีกวงตลอดทาง

หลายคนถึงขั้นร้องไห้ อารมณ์ดีใจจนน้ำตาไหลแบบนี้ วันนี้เขาเข้าใจแล้ว

เขาเอ่ยกำชับเสียงต่ำตลอดทางว่า “ตอนกลับระวังความปลอดภัยด้วยนะ”

พอเดินมาถึงหน้าประตูก็เห็นว่ามีปิกาจูตัวหนึ่งยืนอยู่ด้านหลังสุดของกลุ่มแฟนคลับ

มาสคอตปิกาจูสีทองที่ยืนเรียบร้อยอยู่ด้านหลังสุดนั้น พอเห็นเขาเดินออกมาก็รีบโบกไม้โบกมือไม่หยุด เพราะกลุ่มคนค่อนข้างหนาแน่น ปิกาจูตัวนั้นจึงยืนไม่นิ่ง โงนเงนไปมาดูแล้วให้ความรู้สึกทั้งซื่อบื้อทั้งน่ารัก

เสี่ยวตั้นที่อยู่ข้างฮั่วซียิ้มแล้วพูดว่า “แฟนคลับสมัยนี้เข้าใจคิดหาวิธีดึงดูดความสนใจเหมือนกันนะครับ”

ที่ด้านข้างของปิกาจูมีหญิงสาวมัดผมหางม้าคนหนึ่งยืนอยู่ คอยพยุงเจ้าปิกาจูเอาไว้ตลอดราวกับกลัวว่ามันจะล้มลง ฮั่วซีมองอยู่นานก็รู้สึกว่าหญิงสาวคนนั้นคุ้นตา

พอใกล้จะขึ้นรถจึงนึกขึ้นได้

เขาเคยเจอเธอมาก่อนที่โรงแรมในห้องของเซิ่งเฉียว เธอเป็นเพื่อนของเซิ่งเฉียว

ฮั่วซีชะงักฝีเท้าแล้วหมุนตัวกลับไปมองอีกครั้ง ปิกาจูยังยืนอยู่ที่เดิม ยังเฝ้ามองเขาอยู่ไกลๆ เมื่อเห็นเขาหันกลับไปมอง แฟนคลับที่อยู่ทางด้านนั้นก็ตื่นเต้นกันยกใหญ่ ปิกาจูเองก็โบกมือให้เขาอย่างรวดเร็ว

เขาหรี่ตาลง

เสี้ยววินาทีหนึ่งเขาคิดอยากจะพุ่งตัวออกไปหา

แฟนคลับที่อยู่รอบๆเริ่มล้อมเข้ามาใกล้ขึ้น แทบจะปิดทางออกเอาไว้ บอดี้การ์ดเองก็พยายามควบคุมสถานการณ์ เสี่ยวตั้นเร่งเขา “รีบไปเถอะครับ”

เขามองปิกาจูที่ดูซื่อบื้อและน่ารักนั่นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันกลับไปขึ้นรถ

รถยนต์ติดเครื่องและค่อยๆเคลื่อนที่ออกจากสนามบิน เขากดโทรศัพท์โทร.หาเซิ่งเฉียวแต่ไม่มีคนรับ ผ่านไปสิบนาทีเธอก็โทร.กลับมา น้ำเสียงที่ได้ยินบ่งบอกถึงความสุขเป็นอย่างมาก “ฮั่วซี~”

เขาหลุบตาถามเสียงต่ำ “คุณอยู่ไหน”

เซิ่งเฉียวเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะตอบว่า “อยู่บ้านไงคะ”

เขายิ้ม “ชุดปิกาจูใส่แล้วอุ่นดีไหม”

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง สักพักถึงได้ยินเสียงเธอถามเบาๆว่า “คุณรู้ได้ยังไงคะ”

เขาเอ่ยตำหนิ “ผมให้คุณรออยู่ที่บ้านไม่ใช่หรือไง สวมชุดมาสคอตแบบนั้นไม่ปลอดภัยเลย คุณจะวิ่งวุ่นทำไม”

เธอเอ่ยตอบอย่างน่าสงสาร “ก็ฉันคิดถึงคุณนี่นา”

เขารู้สึกเจ็บแปลบหัวใจ ครู่หนึ่งจึงเอ่ยถามเสียงต่ำว่า “คุณพักที่ไหนล่ะ ผมจะไปรับคุณ”

เซิ่งเฉียวจึงบอกที่อยู่กับเขา ฮั่วซีจึงกำชับห้ามเธอออกไปไหนอีก แล้ววางสาย บอกคนขับรถขับไปรับเธอ เสี่ยวตั้นที่อยู่ด้านข้างนิ่งอึ้ง “ปิกาจูนั่นคือแฟนพี่เหรอเนี่ย”

พอฮั่วซีหวนนึกถึงก็รู้สึกอยากหัวเราะ “อืม”

เสี่ยวตั้นถอนหายใจไม่หยุด “พวกพี่แอบคบกันแบบสุดขั้วจริงๆนะเนี่ย”

รถเคลื่อนไปถึงโรงแรมที่เซิ่งเฉียวพักอยู่ ฮั่วซีกดโทรศัพท์หาเซิ่งเฉียว รออยู่ครู่หนึ่งก็เห็นคนสวมหมวกและผ้าปิดปาก สะพายเป้ รีบร้อนวิ่งลงมา

เสียงแตรรถดังขึ้น เซิ่งเฉียวตกใจหันกลับไปมอง เธอเห็นว่าฮั่วซีลดกระจกหน้าต่างรถลงมาครึ่งหนึ่ง แววตาก็เป็นประกายขึ้นมา รีบวิ่งตึงตังเข้าหา

ฮั่วซีเปิดประตูรถยื่นมือมาดึงเธอขึ้นรถ

เซิ่งเฉียวถอดหมวกและผ้าปิดปากออก เสี่ยวตั้นที่นั่งอยู่ด้านหน้าหันกลับมาทักทายเธอ ภายในรถยังมีคนอื่นๆอยู่ด้วย เธอก็ไม่กล้าเสียมารยาทจึงได้แต่ยิ้มแหย

ผมของเธอเริ่มยาวแล้ว เธออ้วนขึ้นกว่าช่วงที่ถ่ายละครก่อนหน้านี้เล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกาย ขณะที่จ้องมองเขาแววตาก็เต็มไปด้วยความชอบที่ไม่อาจปิดบัง

เขาลูบศีรษะเธออยู่ครู่หนึ่ง “ตัวป่วน”

เธอเบะปาก ขยับมือน้อยๆวนไปมาบนฝ่ามือของฮั่วซี ฮั่วซีบอกคนขับรถ “กลับโรงแรมเถอะ” แล้วถามเซิ่งเฉียวว่า “หิวหรือเปล่า กินข้าวเย็นแล้วหรือยัง”

“กินกับเสี่ยวถังแล้วค่ะ ไม่หิว!” เธอกะพริบตาปริบๆเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ “เพราะเสี่ยวถังคุณถึงรู้ว่าเป็นฉันใช่ไหมคะ”

ฮั่วซีพยักหน้า เธอยิ้มจนตาหยี “ถ้าเสี่ยวถังรู้ว่าคุณจำเธอได้ต้องดีใจมากแน่ๆ”

ฮั่วซีบีบมือเธอ แล้วพูดเสียงต่ำ “คราวหลังห้ามทำแบบนี้อีกนะ ไม่ปลอดภัย”

เธอตอบรับอย่างเชื่อฟัง “ค่ะ”

เมื่อมาถึงโรงแรมที่ฮั่วซีพักอยู่ เพื่อความปลอดภัยเสี่ยวตั้นก็ส่งกุญแจห้องให้เซิ่งเฉียว และให้ผู้ช่วยขึ้นไปพร้อมกับเธอด้วย รอจนเธอเข้าห้องไปแล้ว ผู้ช่วยก็เดินออกไป เธอเดินดูรอบๆห้องอยู่ครู่หนึ่งฮั่วซีจึงมาเคาะประตู

ประตูเปิดออก ฮั่วซีเดินเข้ามา ประตูห้องปิดลงดังปัง

เซิ่งเฉียวพูดว่า “ฮั่วซี นี่…”

ยังไม่ทันพูดจบ ก็รู้สึกว่าเอวถูกรัดแน่น เขายื่นมือมาคว้าเธอเข้าอ้อมกอด เพียงชั่วพริบตาก็กดตัวเธอเข้ากับประตูแล้วโน้มตัวลงมาจูบ

เป็นจูบดั่งพายุที่โหมกระหน่ำ นำพาความคิดถึงซึ่งอัดอั้นมาตลอดระยะเวลาครึ่งปีซัดสาดถาโถมเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง สองร่างแนบชิดติดกัน เธอกอดเอวของเขาเอาไว้แน่น ทุกอณูของผิวกายต่างร้อนรุ่ม

เซิ่งเฉียวถูกจูบของมอมเมาจนแทบสิ้นสติ จึงพยายามดันตัวเขาออก แต่เขากลับไม่ยอมผละจาก แต่กลับลากมือผ่านเอวของเธอ ยกตัวเธอขึ้นในท่าเจ้าสาว แล้วสาวเท้าก้าวใหญ่ๆไปยังห้องนอน

เซิ่งเฉียวหดตัวอยู่ในอ้อมกอดของเขา ใบหน้าแดงซ่านไปหมด ร้องหงิงอย่างงุนงง “ฮั่วซี…”

เขาวางเธอลงบนเตียง เซิ่งเฉียวรู้สึกว่าร่างกายเบาหวิว แล้วเขาก็ขยับกายทาบทับลงมา จู่โจมปิดปากของเธออีกครั้ง เซิ่งเฉียวอ่อนเปลี้ยไปทั้งร่าง ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงที่จะตอบโต้ ทำได้เพียงปล่อยให้เขารุกรานอยู่อย่างนั้น ครู่หนึ่งก็รู้สึกถึงฝ่ามือร้อนผ่าวของเขาที่ลากผ่านบริเวณเอว

เธอถูกความร้อนของฝ่ามือนั้นลวกจนสะดุ้ง สติแจ่มชัดเจนขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อลืมตาขึ้นก็เห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยแววแห่งความรู้สึกของเขา

เซิ่งเฉียวใจเต้นราวโครมคราม เธอกลั้นหายใจ รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะตาย

แต่เขากลับไม่ขยับมือขึ้นด้านบน เขาผละริมฝีปากออก หายใจหนักหน่วง แล้วกัดริมฝีปากของเธอแรงๆทีหนึ่ง “คู่จิ้นเยอะ”

เขาหยิกเอวเธอหนึ่งที “จะไปเป็นแฟนคลับของคนอื่น”

เธอสะดุ้งโหยงเพราะผิวบริเวณเอวนั้นอ่อนไหวต่อสัมผัส

เขาไซ้ซอกคอของเธอ แล้วขบกัดบริเวณลำคอของเธอ “ไปเชียร์คนอื่น”

ความรู้สึกเจ็บจี๊ดแผ่ซ่านไปทั่วตัวจนเธอเหยียดเกร็งนิ้วเท้า ร้องครวญครางว่า “ฮั่วซี…”

เขาหัวเราะ “คุณพูดอีกสิ”

 

ใส่ความเห็น

แจ้งเตือนการใช้งานคุกกี้ เว็บไซต์ของเรามีการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดการประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้ดีที่สุด ได้แก่ คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ประสิทธิภาพ คุกกี้เพื่อการทำงานของเว็บไซต์ และคุกกี้กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ศึกษารายละเอียดและการตั้งค่าคุกกี้เพิ่มเติมเพื่อความเป็นส่วนตัวของท่านได้ใน นโยบายคุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า