ฝ่ากฎรักต่างโลก
Law of a Different World
异世之万物法则
焦糖冬瓜 เจียวถังตงกวา เขียน
BlueFeather แปล
นิยาย 3 เล่มจบ
ติดตามกำหนดการวางจำหน่ายได้ที่เพจ Rose Publishing
…XOXO…
มาดามโรส
ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์
———————————————————–
บทที่ 3
โจวอวี้สังเกตเห็นว่าความเร็วในการฟื้นฟูของมันอยู่ที่ประมาณสามสิบวินาที
หมายความว่าเขามีเวลาจัดการมันแค่สามสิบวินาที!
หลังจากที่ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เขาก็ยกปืนขึ้นอย่างไม่คิดเสียใจทีหลัง เล็งยิงไปยังหางของสัตว์ร้ายอย่างต่อเนื่องและแม่นยำในระดับที่แทบจะยิงโดนจุดเดียวกันในทุกนัด
สัตว์ประหลาดส่งเสียงกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวดราวกับจะสั่นสะเทือนเพดานให้แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ
ศีรษะของโจวอวี้ปวดจี๊ดคล้ายกับมีอะไรบางอย่างส่งเสียงหึ่ง ๆ อยู่ภายในสมอง แต่เขาไม่สนใจและเคลื่อนไหวต่อไปเรื่อย ๆ หลีกเลี่ยงไม่ให้ตัวเองเข้าไปอยู่ในวิถีการโจมตีของหางแหลมนั่น พร้อมกับลั่นกระสุนปืนออกไปอย่างไม่หยุดยั้ง
กล้ามเนื้อของสัตว์ประหลาดมีความพิเศษมาก หากเป็นสิ่งมีชีวิตธรรมดาทั่วไปคงถูกยิงจนเละและกลายเป็นแอ่งโคลนไปแล้ว ทว่าหางของมันกลับห้อยต่องแต่งอยู่อย่างนั้น ใกล้จะขาดแต่ก็ไม่ยอมหลุดออกมาเสียที
ซองกระสุนของโจวอวี้ไม่มีเหลือแล้ว
ถ้าเขาพลาดโอกาสครั้งนี้ไป มันจะไม่มีครั้งหน้าอีก!
โจวอวี้โยนปืนทิ้ง วิ่งเข้าปะทะสัตว์ประหลาดด้วยความเร็วสูงสุด
เขารู้ว่าถ้าพรวดพราดเข้าไปที่ส่วนแขนขาของมันจะต้องถูกมันตะปบแน่ และมีแนวโน้มว่าจะถูกเหยียบเละเหมือนกับเฉินชง
โจวอวี้จึงตวัดเท้าข้างเดียวเหยียบลงตรงส่วนท้องของสัตว์ประหลาด มันสะบัดตัวอย่างงุ่นง่านและคิดจะใช้หางโจมตีโจวอวี้อีกครั้ง ทว่ามันไม่อาจยกขึ้นมาได้ ทำได้เพียงแค่แกว่งไปมาอยู่บนพื้นอย่างอ่อนแรง
โจวอวี้ทิ้งตัวนั่งลงบนหลังของมันได้เพียงชั่วครู่ ก่อนจะถูกพลังอันมหาศาลของมันสลัดออก เขาจึงใช้มีดสั้นแทงลงไปที่หลังของสัตว์ประหลาดอย่างแรง
สัตว์ประหลาดเงยหน้าคำรามอย่างเกรี้ยวกราด โจวอวี้ที่แทบจะถูกมันเหวี่ยงลงมาจากหลัง ทำได้แค่ใช้สองขาหนีบตัวมันไว้อย่างเหนียวแน่น
เวลาผ่านไปแล้วสิบวินาที เขาไม่อาจเสียเวลาได้อีกต่อไป
สัตว์ประหลาดตัวนี้เหมือนจะไม่มีสมอง หรือไม่สมองของมันก็อาจจะไม่ได้เติบโตอยู่ในกะโหลกศีรษะ
โจวอวี้ดึงปืนพกออกมาจากซองหนังตรงต้นขา เล็งไปที่คอของมันและกระหน่ำยิงอย่างบ้าคลั่ง จนกระสุนหมดลงภายในไม่กี่วินาที
สัตว์ประหลาดสะบัดโจวอวี้ทิ้งด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส กระดูกคอของมันเกือบโดนโจวอวี้ยิงทะลุ มันส่งเสียงร้องออกมาอย่างโกรธแค้น ร่างที่เคยปราดเปรียวซวนเซไปมา
โจวอวี้ที่ล้มลงมาอยู่ข้างร่างเฉินชงอย่างพอดิบพอดีพลันหยิบปืนของเฉินชงขึ้นมา เล็งยิงไปที่หางของสัตว์ประหลาดซึ่งฟื้นฟูหายไปแล้วครึ่งหนึ่งและกำลังจะถูกยกขึ้นมาอีกครั้ง!
บัดนี้รอบกายไม่เหลืออาวุธที่ใช้งานได้อีกต่อไป โจวอวี้โยนปืนที่ใช้การไม่ได้ทิ้ง ก่อนจะคว้าแท่งเหล็กที่ถูกสัตว์ประหลาดกระแทกจนหักมาเป็นอาวุธแทน เขาพุ่งตัวไปข้างหน้าและยิงไปที่ท้องของสัตว์ประหลาด
สัตว์ประหลาดโผนทะยานเข้ามาตามแนววิถีกระสุนที่เขายิงสวนออกไปแทบจะพร้อม ๆ กัน โจวอวี้ในยามนี้เปี่ยมไปด้วยสมาธิอันแน่วแน่ เขากำแท่งเหล็กในมือแน่น ในช่วงวินาทีชี้เป็นชี้ตาย เขาก็แทงแท่งเหล็กสวบเข้าไปที่ท้องของสัตว์ประหลาดในตำแหน่งเดียวกับที่ลั่นกระสุนเอาไว้อย่างแรง
โจวอวี้รู้ดีว่ากล้ามเนื้อของมันหนามาก เขาจึงเค้นแรงกายทั้งหมดและทุ่มพลังชีวิตที่มีจนกล้ามเนื้อหลังแทบปริแตก
แท่งเหล็กทะลุเข้าไปในเนื้อมันสำเร็จ เป็นเวลาเดียวกับที่หางของสัตว์ประหลาดยกขึ้นและแทงสวนเข้าที่ช่องท้องของโจวอวี้ด้วยความรวดเร็ว
โจวอวี้ควรจะต้องรู้สึกกลัว ยามที่หนามแหลมบนหางของสัตว์ประหลาดชี้ชันขึ้นภายในกาย อวัยวะราวกับถูกเจาะเป็นรูพรุน เขาคงตายอย่างอนาถยิ่งกว่าจ้าวเฉิงเสียอีก
ทว่าในช่วงเวลาแห่งความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสนี้ กลับทำให้โจวอวี้รู้สึกปลอดโปร่งอย่างน่าประหลาด ความตายกลายเป็นสิ่งที่ไม่สำคัญและไม่ควรค่าแก่การนึกถึง
เขามาไกลถึงขนาดนี้ ต่อให้อยากจะหนีก็สายเกินไปแล้ว เป็นไงเป็นกัน เขาจะพยายามให้เต็มที่ ทำให้สัตว์ประหลาดนี่เจ็บปวดทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส!
โจวอวี้ดันแท่งเหล็กเข้าไปในตัวมันอย่างบ้าคลั่ง เสมือนว่าเลือดที่ไหลทะลักอยู่ตรงช่วงท้องของตัวเองเป็นเพียงแค่หยดเลือดไม่กี่หยด
เขาเกร็งไหล่ขึ้นและก้าวไปข้างหน้าทีละก้าว ปล่อยให้หางของสัตว์ประหลาดแทงท้องตัวเองอยู่อย่างนั้นและสวนแท่งเหล็กเข้าไปอีก สัตว์ประหลาดพยายามดิ้นรนอย่างไม่ยอมจำนน อันที่จริงตัวมันสามารถใช้ความเร็วหลบหลีกออกไปได้ แต่ท่าทางของมันคล้ายจะไม่กล้าขยับบุ่มบ่าม ทำเพียงถอยร่นเพื่อเว้นระยะห่างพร้อมกับหดหางกลับคืนไปเท่านั้น เลือดของโจวอวี้พลันไหลทะลักออกมาราวกับน้ำตก ในชั่วเวลานั้นเขารู้ได้ทันทีว่าจุดที่เขาเพิ่งแทงลงไปจะต้องเป็นจุดสำคัญของสัตว์ประหลาดอย่างแน่นอน ต่อให้เขาต้องตาย เขาก็จะแทงทะลุร่างมันให้มิดด้าม!
“อ๊าก…” เสียงร้องคำรามของโจวอวี้ที่ดังขึ้นติด ๆ กัน ทำให้สัตว์ประหลาดรีบถอยร่นออกมาให้พ้นจากระยะการโจมตีของเขา โจวอวี้ออกแรงวิ่งอย่างสุดกำลัง ใช้เท้าขวากระโดดถีบไปที่ปลายแท่งเหล็กอย่างแรง จนแท่งเหล็กแทงลึกผ่านชั้นกล้ามเนื้อเข้าไปถึงอะไรบางอย่างที่มีความอ่อนนุ่ม หูของเขาได้ยินเสียงดังสวบ ของเหลวที่มีลักษณะคล้ายกับไขสมองไหลออกมาตามบาดแผลของสัตว์ประหลาดดูน่าสะอิดสะเอียน
ร่างของมันโงนเงนไปมาอย่างเสียสมดุลพร้อมกับโจวอวี้ที่หมดแรงล้มฟุบลงกับพื้น เลือดไหลอาบอยู่ใต้ร่าง เขามองไปที่สัตว์ประหลาดตรงหน้าด้วยสายตาเย็นเยียบจนกระทั่งมันล้มลงและนิ่งสนิท
โจวอวี้จึงค่อย ๆ หลับตาลง
เขารู้ว่าตัวเองกำลังจะตายเพราะเสียเลือดมาก…ยามที่สติใกล้จะแตกดับ โจวอวี้คล้ายกับได้ยินเสียงเฮลิคอปเตอร์
ภายในหูมีเสียงเครื่องมือดังขึ้นเป็นจังหวะและเสียงแว่วคล้ายกับมีใครบางคนกำลังพูดอยู่
“อัตราการเต้นหัวใจปกติ”
“ชีพจรปกติ”
“บาดแผลสมานตัวดี ไม่มีสัญญาณของการติดเชื้อ คาดว่าเขาน่าจะฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์ได้ภายในสองเดือนครับ”
คิ้วของโจวอวี้ขมวดเข้าหากัน นั่นใช่เสียงของหมอหรือเปล่า
“ดี รอจนกว่าเขาจะฟื้น ผมมีเรื่องต้องคุยกับเขา”
เสียงนี้ฟังดูนุ่มนวล ทว่าแฝงไปด้วยความเฉยชาต่อทุกสิ่ง
โจวอวี้ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น สิ่งที่เขาเห็นคือเพดานที่ส่องแสงระยิบระยับ แสงสว่างรอบตัวทำให้โจวอวี้รู้สึกตาพร่าจนต้องหรี่ตาลงอย่างช่วยไม่ได้
ที่นี่คือห้องคนไข้ รอบด้านมีเครื่องมือต่าง ๆ และหมอที่อยู่ในเสื้อคลุมสีขาวสองคนกำลังยืนพูดคุยอะไรบางอย่างอยู่ที่อีกด้านหนึ่งของเตียง
ไม่ไกลนักคือร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสีดำ ดวงตาที่อยู่หลังเลนส์แว่นไร้กรอบสังเกตเห็นว่าโจวอวี้ได้สติแล้ว รอยยิ้มจึงค่อย ๆ ผุดขึ้นบนริมฝีปาก เขาเดินมาที่ข้างตัวโจวอวี้อย่างไม่รีบร้อน มือข้างหนึ่งกดลงที่หมอนและโน้มตัวลงมา “สวัสดี ผู้บังคับการโจว”
โจวอวี้มองเข้าไปในดวงตาสีอำพันของอีกฝ่าย
“ที่นี่คือที่ไหน” โจวอวี้ถาม
เสียงของเขาค่อนข้างแหบและรู้สึกปวดหน่วงตรงช่วงท้อง รอยแผลที่ถูกสัตว์ประหลาดแทงดูเหมือนจะได้รับการรักษาแล้ว เพียงแต่โจวอวี้นึกสงสัยว่าโรงพยาบาลไหนกันที่มีมาตรฐานสูงเช่นนี้ อวัยวะภายในของเขาฉีกขาดตั้งหลายแห่ง แถมยังเสียเลือดอีกเป็นลิตร แต่ตอนนี้เขากลับยังมีชีวิตอยู่และดูเหมือนจะอยู่ในสภาพดีด้วย
“คุณคิดว่าที่นี่คือที่ไหนล่ะ” อีกฝ่ายยกยิ้มเล็กน้อย
หมอทั้งสองท่านหันมาคล้ายกับจะต้องการตรวจร่างกายของโจวอวี้
ช่วงเวลานั้นโจวอวี้พลันลุกขึ้นนั่งพลางใช้มือข้างเดียวคว้าคอชายที่อยู่ด้านข้างกดล็อกเข้าหาตัว ในท่าที่สามารถหักคออีกฝ่ายได้ทุกเมื่อ
“ที่นี่คือจวี้ลี่กรุ๊ปสินะ!” โจวอวี้กัดฟันกรอดพูดออกมาเสียงต่ำ
คนในชุดขาวทั้งสองคนไม่ใช่หมอ พวกเขามีบัตรประจำตัวแบบเดียวกับนักวิจัยติดอยู่ที่เอว
“ผู้บังคับการโจว! คุณอย่าเพิ่งทำอะไรวู่วาม! พวกเราเป็นคนไปช่วยคุณออกมาเอง!”
สีหน้าของนักวิจัยทั้งสองดูเคร่งเครียดจนเกินพอดี ท่าทางคนที่ถูกเขาล็อกคอไว้จะเป็นคนสำคัญใน
จวี้ลี่กรุ๊ป
“พวกคุณช่วยผมไว้งั้นเหรอ เท่าที่รู้ พวกคุณทุกคนล้วนเป็นนักวิจัยหัวกะทิในแต่ละสาขา แล้วทำไมตรรกะเหตุผลของพวกคุณถึงได้หายไปกันหมด” โจวอวี้ยกมุมปากขึ้นอย่างเย็นชา “ใครกันแน่ที่เป็นคนเลี้ยงสัตว์ประหลาดตัวนั้น ใครกันแน่ที่เป็นคนโกหกแล้วส่งทีมของผมไปทำภารกิจ ‘ช่วยเหลือตัวประกัน’ นักวิจัยที่เสียสติคนนั้นอยู่ไหน ตอนที่พวกเราเข้าไปในสถาบันวิจัยก็ไม่มีใครรอดชีวิตแล้วใช่ไหม พวกผมมันก็แค่หมากตัวหนึ่งที่ถูกส่งไปฆ่าสัตว์ประหลาดตัวนั้นให้พวกคุณใช่รึเปล่า”
ชายที่ถูกโจวอวี้ล็อกตัวไว้หัวเราะออกมาเบา ๆ
“โจวอวี้ คุณน่าสนใจจริง ๆ”
“คุณคิดว่าคนที่จะหักคอคุณเมื่อไรก็ได้น่าสนใจงั้นหรือ” โจวอวี้เลิกคิ้ว
“เปล่า ผมหมายถึงคนที่ฆ่าสัตว์ประหลาดตัวนั้นได้ต่างหากที่น่าสนใจ ตอนที่เราพบคุณ คุณเสียเลือดไปมาก ถ้าช้าไปอีกก้าวเดียวคุณคงได้ไปเฝ้ายมบาลแล้ว ทีมแพทย์ที่จวี้ลี่กรุ๊ปส่งมาถ่ายเลือดให้คุณมาตลอดทาง
พวกเขารู้ว่าคุณทนพิษบาดแผลไปจนถึงโรงพยาบาลไม่ไหวแน่ จึงทำการผ่าตัดคุณบนเฮลิคอปเตอร์ทันที สิ่งที่ผมว่ามานี้ แสดงให้เห็นว่าพวกเราอยากให้คุณมีชีวิตรอดจริง ๆ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ผมว่าเรามาคุยกันดี ๆ ดีกว่าไหม แล้วผมจะตอบทุกคำถามที่คุณอยากรู้”
โจวอวี้หลุบตาลงมองชายคนนี้แวบหนึ่ง
ถึงอย่างไรเขาก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว โจวอวี้จึงคลายมือออก
อีกฝ่ายยืดตัวขึ้นตรง จัดคอเสื้อตัวเองให้เข้าที่ ขณะที่นักวิจัยอีกสองคนพ่นลมหายใจออกมา
“สวัสดีโจวอวี้ ผมชื่อซ่งจื้อ หัวหน้าผู้รับผิดชอบโครงการ ‘แหวนแห่งนิเบลุงเกน’ ของจวี้ลี่กรุ๊ป”
“แหวนแห่งนิเบลุงเกน” ชื่อนี้ทำให้หัวใจของโจวอวี้กระตุกวูบ
“ผมได้ยินมาว่าจวี้ลี่กรุ๊ปรับแต่พวกสุดยอดหัวกะทิในหมู่หัวกะทิด้วยกันเองนี่ ไม่ทราบว่าคุณซ่งจบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกด้วยปริญญาเอกสาขาไหนล่ะ” โจวอวี้ว่าเป็นเชิงเหน็บแนม
ที่ผ่านมาเขาไม่เคยมีความรู้สึกดี ๆ กับพวกผู้มีอำนาจมีอิทธิพลเลยสักคน และสำหรับซ่งจื้อ เจ้าคนเสแสร้งนี่เขายิ่งไม่มีความรู้สึกดี ๆ เข้าไปใหญ่
ซ่งจื้อยกยิ้มอย่างไม่ถือสา “เรื่องพวกนั้นสำคัญด้วยเหรอ ที่ผมบอกชื่อของผมให้คุณรู้ก็เพื่อให้คุณเรียกผมได้สะดวกเวลาเราคุยกันเฉย ๆ ก่อนอื่นผมมีเรื่องที่จะต้องชี้แจงให้คุณฟัง จากข้อมูลที่คุณได้รับมา เรื่องที่มีนักวิจัยคนหนึ่งคลุ้มคลั่งและจับตัวนักวิจัยคนอื่นเป็นตัวประกัน เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงและเราไม่ได้สร้างเรื่องโกหกอะไร”
โจวอวี้นิ่งเงียบไม่เอ่ยคำ เพียงแค่สบตากับซ่งจื้อ รอให้เขาพูดต่อ
“เขาเจรจาต่อรองกับจวี้ลี่กรุ๊ป เรียกร้องให้ยุติโครงการ ‘แหวนแห่งนิเบลุงเกน’ หลังถูกผู้บริหารของจวี้ลี่กรุ๊ปปฏิเสธ เขาก็ปล่อยสัตว์ประหลาดออกมา ผลสุดท้ายเหตุการณ์ก็กลายมาเป็นอย่างที่คุณเห็น แต่ว่าตอนที่พวกคุณได้รับภารกิจ เรื่องที่ภายในสถาบันไม่มีใครรอดชีวิตอยู่แล้ว นั่นก็เป็นความจริงอีกเหมือนกัน สัตว์ประหลาดที่อยู่ในสถาบันตัวนั้น เดิมทีพวกเราจวี้ลี่กรุ๊ปตั้งใจจะส่งทีมที่มีประสบการณ์มากกว่าไปจัดการ แต่ผู้บังคับบัญชาของพวกคุณก็โดนกดดันมาจากเบื้องบนอีกทีเช่นกัน พวกเขาคาดหวังว่าสัตว์ประหลาดนั่นจะถูกกำจัดโดยเร็วที่สุด จึงส่งทีมของคุณเข้าไปโดยที่ไม่บอกเป้าหมายที่แท้จริง เพราะ ‘แหวนแห่งนิเบลุงเกน’ ถือเป็นความลับสุดยอดที่ไม่อาจแพร่งพรายให้คนนอกรู้ได้”
ดวงตาของซ่งจื้อเรียบนิ่ง โจวอวี้มองไม่เห็นการสั่นไหวภายในดวงตาของอีกฝ่ายเลยแม้แต่นิดเดียว ซึ่งนั่นหมายความว่า
สิ่งที่อีกฝ่ายพูดเป็นความจริง