[ทดลองอ่าน] ฝ่ากฎรักต่างโลก ตอนที่ 8

ฝ่ากฎรักต่างโลก

 Law of a Different World 

异世之万物法则

 

焦糖冬瓜 เจียวถังตงกวา เขียน

BlueFeather แปล

 

นิยาย 3 เล่มจบ

 

 heart ติดตามกำหนดการวางจำหน่ายได้ที่เพจ Rose Publishing heart

…XOXO… 

มาดามโรส

ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์

 

———————————————————–

 

บทที่ 8

โจวอวี้หันกลับไปมองก็เห็นซ่งจื้อยืนกอดอกพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ ประดับอยู่บนใบหน้า

“คุณซ่ง” โจวอวี้พยักหน้าเป็นเชิงทักทาย “คุณคงไม่ได้มาส่งผมหรอกใช่มั้ย”

“ถ้าผมบอกว่าใช่ล่ะ ที่โลกอีกด้านหนึ่งมันวิเศษมาก หวังว่าผมจะได้เห็นการทำงานของคุณนะ”

“ลาก่อน คุณซ่ง”

กล่าวจบ โจวอวี้ก็เปิดประตูห้องโดยสารออก เมื่อเข้าไปด้านในสิ่งแรกที่เขาเห็นคือโจวชิง

บัดนี้ผมที่ถูกโกนออกเพราะการผ่าตัดเปิดกะโหลกงอกยาวแล้ว อีกทั้งตัวคนก็ไม่ได้ซีดเซียวเหมือนอย่างที่นอนอยู่ในโรงพยาบาล เผยรูปลักษณ์ที่หล่อเหลาและฉลาดหลักแหลมของเจ้าตัวออกมาเหมือนกาลก่อน

จังหวะเดียวกันนั้น ดวงตาของโจวชิงก็เบิกกว้าง ความตกใจพาดผ่านเข้ามาในแววตาทันทีที่เห็นโจวอวี้

โจวอวี้เดินตรงไปนั่งข้างโจวชิง แล้วอุปกรณ์นิรภัยก็กดลงมาครอบตัวโจวอวี้ไว้โดยอัตโนมัติ

“พี่ไม่ควรมาอยู่ที่นี่ พี่มีชีวิตเป็นของตัวเอง” โจวชิงเอ่ยเสียงเบา ขอบตาแดงก่ำ “ที่นั่นอันตรายมาก ผมน่ะจะตายเมื่อไรก็ได้ จะเอาชีวิตมาเสี่ยงหรือไม่ก็ไม่สำคัญ แต่พี่จะมาทำแบบเดียวกับผมไม่ได้…”

“นายมีสิ่งที่นายอยากทำ ฉันก็มีสิ่งที่ฉันต้องทำเหมือนกัน”

โจวชิงหลับตาลง ริมฝีปากสั่นระริก “ขอโทษ…แล้วก็ขอบคุณนะครับ”

“คำขอบคุณฉันจะรับเอาไว้ ส่วนคำขอโทษ นายไม่จำเป็นต้องขอโทษฉัน”

โจวอวี้กวาดสายตาไปทั่วยานส่งตัว เขาเห็นหลี่เชียน หนุ่มไอทีที่เจอกันในชั้นเรียนแรก แพทย์สนามหานลี่ แล้วก็ชายผมสีน้ำตาลอายุราวสี่สิบปีคนหนึ่ง

โจวอวี้เคยค้นหาในอินเตอร์เน็ต เขาคือหัวหน้าศัลยแพทย์ที่ผ่าตัดเนื้องอกสมองชนิดไกลโอมาให้กับโจวชิง คุณดอกเตอร์แดเนียล

“ทำไมผมถึงไม่เห็นวิศวกรคนนั้น” โจวอวี้เอ่ยถามเสียงเบา

หลี่เชียนที่นั่งอยู่ตรงข้ามโจวอวี้ในแนวทแยงเปิดปากพูดอย่างจำใจ “ตั้งแต่ถูกเจ้าคนดวงซวยในชั้นเรียนแรกทำจนเสียขวัญ เขาก็นอนไม่หลับเลยสักคืน กลางวันก็เอาแต่พูดเพ้ออะไรประหลาด ๆ ได้ยินว่ามีอาการซึมเศร้าและเข้ารักษาอาการทางจิตไปแล้ว”

หรือไม่ก็ต้องการออกจากจวี้ลี่กรุ๊ปจนถูก ‘จัดการ’ ไปแล้ว

“เจ้าคนดวงซวยที่ว่านั่นหมายถึงฉันหรือเปล่า”

น้ำเสียงเกียจคร้านที่ติดจะหยอกล้อนิด ๆ ดังขึ้น หลี่เชียนยกมือขึ้นปิดหน้าพลางก่นด่าเบา ๆ “แม่ง ได้ยินได้ไงวะ!”

อู๋อวิ้นเดินมายังด้านข้างโจวอวี้และนั่งลงอย่างสบายอารมณ์ “สวัสดีทุกคน ผมอู๋อวิ้นเป็นหัวหน้าภารกิจส่งตัวพวกคุณในครั้งนี้ หากเกิดกรณีฉุกเฉินขึ้นไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม ผมขอให้ทุกคนปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด แต่โดยพื้นฐานแล้วถ้าเกิดปัญหาอะไรในกระบวนการวาร์ป [1] จริง ๆ สิ่งที่พวกเราทำได้ก็มีเพียงปล่อยไปตามยถากรรมเท่านั้นแหละ ไม่ต้องหันมาพึ่งผมล่ะ เมื่อกี้ใครกันนะที่บอกว่าผมเป็นคนดวงซวย”

“อะไรนะ มีปัญหาระหว่างการวาร์ปด้วยเหรอ” หานลี่เผยสีหน้าตื่นตกใจออกมา

“ปัญหาเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น มันก็เหมือนกับการบินจากประเทศหนึ่งไปอีกประเทศหนึ่งนั่นแหละ…เจอกระแสลม ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า หรือปิดประตูห้องโดยสารไม่สนิท แล้วก็ปิ้ว จบเห่” อู๋อวิ้นว่า ดวงตาของเขาฉายแววเริงร่าระคนขบขันบนความโชคร้ายของผู้อื่น

โจวชิงรู้สึกประหม่าขึ้นมา โจวอวี้หันไปมองเขาแล้วเอ่ยปลอบ “ไม่ต้องกลัว ไม่มีอะไรหรอก”

“อืม” โจวชิงพยักหน้า

พวกเขาสวมหูฟัง ในขณะที่ทางศูนย์บัญชาการแจ้งเตือนพวกเขาว่าระบบกำลังตรวจวัดเสถียรภาพของสนามแม่เหล็กกับการรับสัญญาณ และปัจจัยด้านความปลอดภัยต่าง ๆ

ที่นั่งของพวกเขาเอนลงอย่างช้า ๆ ก่อนจะลอยขึ้น

ความรู้สึกที่ไร้แรงโน้มถ่วงนี้มันประหลาดมาก

โจวอวี้รู้สึกกังวลขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เขารู้ว่าถ้าเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมาจริง ๆ เขาจะไม่สามารถช่วยเหลือโจวชิงได้เลย

ยานส่งตัวของพวกเขาดีดออกไปด้วยความเร็วสูงราวกับยิงหนังสติ๊ก

หลังโดนเร่งความเร็วอย่างกะทันหัน ร่างกายของโจวอวี้ไม่รู้สึกถึงอะไรเลยสักอย่างคล้ายกับเป็นอัมพาตอย่างไรอย่างนั้น ว่ากันตามหลักแล้วเขาควรจะรู้สึกเครียด ทว่าเขากลับไม่ได้ยินแม้แต่เสียงเต้นของหัวใจตัวเอง ประหนึ่งว่าทั่วทั้งร่างถูกทำให้หยุดนิ่ง

ยานส่งตัวเป็นแบบปิด ทำให้เขาไม่รู้แม้กระทั่งว่าการเดินทางผ่านสนามแม่เหล็กนั้นเป็นอย่างไร

หานลี่หลับตาปี๋ร้องภาวนาอยู่ในใจ

ตรงกันข้ามกับหลี่เชียนที่ดวงตาทั้งสองเปิดกว้างราวกับทุก ๆ วินาทีเป็นวินาทีสุดท้ายของชีวิต

ส่วนโจวชิงไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ดูเหมือนว่าเขาจะหลับไปแล้ว อาการเช่นนี้ของน้องชายทำให้โจวอวี้เป็นกังวลมาก ทว่าพวกเขาถูกจำกัดการเคลื่อนไหวให้ติดตรึงอยู่กับที่ โจวอวี้จึงไม่สามารถแตะตัวโจวชิงได้

“คุณไม่ต้องห่วงไปหรอก ก่อนจะเข้ายานส่งตัว ผมให้ยาระงับประสาทกับศาสตราจารย์โจวเพื่อลดการทำงานของสมอง แล้วก็ลดผลกระทบของสนามแม่เหล็กที่มีต่อสมองควบคู่ไปด้วย” แดเนียลกล่าว

ได้ยินอย่างนั้นโจวอวี้ก็โล่งใจ “ขอบคุณครับ”

“ไม่เป็นไร ยังไงงานครั้งนี้ผมก็มีหน้าที่อยู่สองอย่าง คือวิจัยเกี่ยวกับการรักษาโรคทางสมองและเป็นแพทย์เจ้าของไข้ของศาสตราจารย์โจว ก่อนหน้านี้เนื้องอกสมองชนิดไกลโอมาของเขาได้รับการควบคุมอัตราการเจริญเติบโตเอาไว้แล้ว แต่ถ้าหลังจากถึงนิเบลุงเกนแล้วเนื้องอกไกลโอมาของเขาเกิดโตขึ้นอีกครั้ง ผมก็จะทำการผ่าตัดครั้งที่สองให้เขา”

โจวอวี้ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง นี่คือสิ่งที่ซ่งจื้อจัดการให้อย่างนั้นเหรอ มันออกจะ ‘รู้ใจ’ เกินไปหน่อยหรือเปล่า

“นี่โจวอวี้ นายรู้หรือเปล่าว่าหลังจากถึงนิเบลุงเกนแล้วนายสังกัดอยู่ทีมใคร” อู๋อวิ้นน่าจะรู้สึกเบื่อมากถึงได้หันไปชวนโจวอวี้คุยเล่น

“ทีมนาย” โจวอวี้ตอบ

“ทำไมล่ะ”

“เพราะนายบอกว่าตัวเองโชคไม่ดี ฉันเลยเดาว่าลูกน้องของนายน่าจะตายอยู่ที่นั่นหมดแล้ว และหัวหน้าทีมผู้โดดเดี่ยวอย่างนายก็ต้องการคน” โจวอวี้เอ่ย

“นายนี่ไม่น่ารักเลยจริง ๆ” อู๋อวิ้นว่า “แต่ทีมที่มีแค่เราสองคน มันออกจะเปล่าเปลี่ยวไปหน่อยไหม”

“ก็ดีแล้วนี่ ถ้านายตาย ฉันก็แค่ล้างแค้นให้นายคนเดียว แรงกดดันไม่เยอะ ความรับผิดชอบก็น้อย” โจวอวี้ตอบ

“โอเค นายมันทั้งไม่น่ารัก ทั้งนิสัยเสีย”

โจวอวี้ตั้งใจจะพูดว่า “ขอบคุณที่ชม” ทว่าห้องโดยสารที่แต่เดิมขับเคลื่อนไปอย่างนิ่ง ๆ พลันเกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นมาอย่างรุนแรง

หานลี่กรีดร้องออกมาเสียงดังลั่น ขณะที่หลี่เชียนและคนอื่นทำอะไรโง่ ๆ อย่างการพยายามจะคว้าจับอะไรสักอย่าง แต่สภาวะที่ลอยอยู่เหนือพื้นเช่นนี้ทำให้พวกเขาไม่อาจจับอะไรได้

หลังทุกอย่างตกอยู่ในความมืด โจวอวี้หมดสติไปทันที

เวลาผ่านไปนานเท่าไรก็ไม่อาจทราบ แต่ตอนนี้โจวอวี้รู้สึกเจ็บศีรษะสุด ๆ แถมหูยังได้ยินเสียงหึ่ง ๆ ดังอยู่ตลอดเวลา เขากดศีรษะตัวเองและลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก

เมื่อสายตาปรับสภาพได้ เขาก็เห็นโจวชิงนอนฟุบอยู่ด้านข้าง เขารีบเอื้อมมือไปแตะที่คอของโจวชิง ก่อนจะพบว่าชีพจรยังเต้นเป็นปกติดีอยู่ หลี่เชียนและหานลี่หมดสติอยู่อีกด้าน ที่หน้าผากของหานลี่มีคราบเลือดติดอยู่ บางทีตอนที่สนามแม่เหล็กหยุดทำงาน เธออาจจะร่วงไปกระแทกกับอะไรสักอย่าง โชคดีที่อุปกรณ์นิรภัยยังคงทำงาน ไม่อย่างนั้นศีรษะของเธอต้องแตกแน่

เวลานี้ ดอกเตอร์แดเนียลที่ก่อนหน้านี้หมดสติอยู่ก็ลุกขึ้นมาเช่นกัน เขาสะบัดศีรษะ “เกิดอะไรขึ้น”

“ผมก็ไม่รู้ แต่…อู๋อวิ้นหายไป” โจวอวี้กล่าว

ดอกเตอร์แดเนียลเคาะกำปั้นลงที่หน้าผากตัวเองอย่างใช้ความคิด “เป็นไปไม่ได้ที่อยู่ ๆ เขาจะหายตัวไป ตัวยานไม่ได้พังในสนามแม่เหล็ก…มีทางเดียวก็คืออู๋อวิ้นเดินออกไปเอง”

โจวอวี้พยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วย เขาไปที่ข้างประตูและลองดึงมันออก

พริบตาเดียวที่เกิดช่องว่างขึ้น โจวอวี้ก็ปิดประตูทันที

“มีอะไร” ดอกเตอร์แดเนียลถามอย่างสงสัย “คุณเห็นอะไร”

“เพอริตอน” โจวอวี้ตอบ

“อะไรนะ…เพอริตอน ตอนนี้เราอยู่ในนิเบลุงเกนเหรอ” แดเนียลถาม

“น่าจะใช่”

“ปลายทางของการวาร์ปไม่ใช่ฐานวิจัยของจวี้ลี่กรุ๊ปเหรอ”

“ฐานนั่น…เหมือนจะพังไปแล้ว ผมเห็นซากอาคารแล้วก็ร่างคน”

มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ พวกเขาเพิ่งจะมาถึงฐานที่ถูกทำลายอย่างนั้นเหรอ

ถ้าอู๋อวิ้นรู้สึกตัวก่อนพวกเขา แล้วตอนนี้เขาไปไหนเสียล่ะ ทำไมถึงทิ้งพวกเขาไว้ที่นี่

“คุณกลัวหรือเปล่าดอกเตอร์แดเนียล” โจวอวี้ที่นั่งพิงอยู่ข้างประตูถาม

“ที่อยู่ด้านนอกนั่นคือเพอริตอนใช่มั้ย คุณคิดว่าผมไม่ได้เข้ารับการอบรมหรือไง ถึงไม่รู้ว่าเพอริตอนคืออะไร”

“งั้นคุณก็รู้ใช่มั้ยว่าห้ามกลัวเด็ดขาด” ที่โจวอวี้ปิดประตูก่อนแล้วค่อยบอกแดเนียล เป็นเพราะไม่อยากให้เพอริตอนที่อยู่ข้างนอกรู้สึกถึงฮอร์โมนความกลัวที่หลั่งออกมา

“ผมรู้ แต่คุณคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็ทำได้หรือไง คุณรู้ไหมว่าทำไมคนเราถึงกลัว เมื่อกลัวต่อมหมวกไตจะทำงานหนักเพื่อให้มนุษย์อย่างเราสามารถทำทุกอย่างได้เพื่อช่วยเหลือตัวเอง! มันเป็นสัญชาตญาณทางชีวภาพของมนุษย์!”

“ผมจะออกไปข้างนอก วงจรไฟฟ้าของยานส่งตัวหยุดทำงานไปแล้ว มันไม่มีทางที่จะติดต่อกับคนอื่น ๆ ได้แน่ ถ้าพวกเรายังอยู่ในนี้ต่อ เราจะขาดอากาศหายใจและไร้ทางออก แถมตอนนี้เราก็ไม่รู้ว่าอู๋อวิ้นหายไปไหน จะกลับมาที่นี่อีกหรือเปล่าก็ไม่รู้”

“คุณจะออกไปเนี่ยนะ คุณบ้าไปแล้วรึเปล่า!” แดเนียลเผยสีหน้าเหลือเชื่อออกมา

“ใช่ ผมจะออกไป เทียบกับการต้องนั่งรออยู่เฉย ๆ ผมถนัดลงมือทำมากกว่า ดอกเตอร์แดเนียล โจวชิงสำคัญกับผมมาก คุณเองก็สำคัญกับผมด้วยเช่นเดียวกัน ตอนนี้โจวชิง หานลี่และหลี่เชียนยังหมดสติอยู่ ซึ่งนั่นถือเป็นเรื่องดี เวลาที่ผมเปิดประตูพวกเขาจะได้ไม่รู้สึกกลัวและไม่ตกเป็นเป้าหมายของเพอริตอน ตอนนี้ผมอยากให้คุณใจเย็น ๆ”

แดเนียลสูดลมหายใจลึกเข้าปอด “ผม…ผมไม่รู้ว่าต้องทำยังไง…”

“ตอนที่คุณทำการผ่าตัด คุณน่าจะเคยเจอช่วงเวลาวิกฤตใช่ไหม ผิดพลาดเพียงนิดเดียวคนไข้ของคุณก็จะเสียชีวิตทันที”

“ตอนผ่าตัดกับตอนนี้มันไม่เหมือนกันนี่” แดเนียลกุมหน้าตัวเอง “ให้ตายเถอะ ผมตื่นขึ้นมาทำไมเนี่ย!”

“ตอนผ่าตัดหรือตอนนี้ก็ไม่ต่างกันหรอก คุณทำได้ เอาความเยือกเย็นในตอนนั้นมาดึงคุณออกจากความกลัวให้ได้ ผมอยากให้คุณดูแลโจวชิงแทนผม คุณจะตายไม่ได้” โจวอวี้พูด

แดเนียลกลืนน้ำลาย “โอเค ผมขอเวลาสัก…”

ยามที่แดเนียลกล่าวถึงจุดสำคัญก็พลันได้ยินเสียงดังโครม ภายในชั่วพริบตาโจวอวี้ก็พลิกตัวเปิดประตูออกไปแล้ว เขายังพูดไม่ทันจบประโยค ประตูก็ถูกกระแทกปิด

ดวงตาของแดเนียลเบิกกว้างจนแทบจะถลน โจวอวี้จะเร็วเกินไปหน่อยไหม

ยังไม่ทันที่เขาจะหายกลัว โจวอวี้ก็พุ่งตัวออกไปแล้ว?

แล้วนี่เขาไม่กลัวเพอริตอนข้างนอกนั่นเลยเหรอ ถ้าเขาตายขึ้นมาจะทำอย่างไร

 

[1] คือสมมติฐานที่เกี่ยวกับระบบการขับเคลื่อนที่เร็วกว่าแสง

ใส่ความเห็น