[ทดลองอ่าน] ฝ่ากฎรักต่างโลก ตอนที่ 9

ฝ่ากฎรักต่างโลก

 Law of a Different World 

异世之万物法则

 

焦糖冬瓜 เจียวถังตงกวา เขียน

BlueFeather แปล

 

นิยาย 3 เล่มจบ

 

 heart ติดตามกำหนดการวางจำหน่ายได้ที่เพจ Rose Publishing heart

…XOXO… 

มาดามโรส

ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์

 

———————————————————–

 

บทที่ 9

 

เมื่อโจวอวี้ก้าวออกมาจากยานส่งตัว เขาจึงได้เข้าใจสภาพของฐานแห่งนี้มากยิ่งขึ้น

พื้นที่ของฐานแห่งนี้พอ ๆ กันกับสถาบันวิจัยแห่งแรกที่โจวอวี้ได้เข้าไป ดูจากความเสียหายแล้ว คาดว่าน่าจะเกิดการระเบิดขึ้น

ทุก ๆ ที่เต็มไปด้วยเศษซากของกำแพง วงจรไฟฟ้าทั้งหมดเสียหายยับเยิน โจวอวี้พยายามมองหาคอมพิวเตอร์ที่คิดว่าน่าจะใช้งานได้สักเครื่องแต่ก็ไม่พบ

เพอริตอนจำนวนหนึ่งเดินเตร่ไปมาอย่างไร้เป้าหมาย เวลานี้พวกมันล่าเสร็จแล้วและคล้ายกับว่ากำลังเบื่อหน่ายอยู่นิดหน่อย

ฐานแห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่โล่งกว้างจนมองเห็นแนวป่าทึบอยู่ไกล ๆ เมื่อเลื่อนสายตาขึ้นด้านบนก็เห็นนกยักษ์บินวนอยู่เหนือผืนป่า คล้ายกับมันพร้อมจะบินโฉบลงมาที่นี่ได้ทุกเมื่อ

โจวอวี้ค้นร่างของนักวิจัยคนหนึ่ง แต่ก็ไม่พบอุปกรณ์สื่อสารใด ๆ แน่ละ นักวิจัยส่วนใหญ่ใช้คอมพิวเตอร์มากกว่าอุปกรณ์สื่อสารอยู่แล้ว ถ้าอยากจะหาจริง ๆ ก็ต้องไปหาในตัวของคนที่มีอาวุธ

เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก็พลันพบร่างในชุดลายพรางร่างหนึ่งนอนอยู่ภายใต้วงล้อมของฝูงเพอริตอน

เขาสืบเท้าไปหาร่างนั้น ย่อตัวลงแล้วใช้มือคลำไปตามตัวศพ ไม่นานเขาก็เจออุปกรณ์สื่อสารเครื่องหนึ่งในสภาพที่ไม่สมบูรณ์และใช้การไม่ได้

สรุปว่าพวกเขาติดแหง็กอยู่ที่นี่และไม่สามารถติดต่อหาคนหรือฐานอื่นได้เลยใช่ไหม

ฐานของจวี้ลี่กรุ๊ปมีมากกว่าหนึ่งแห่งก็จริง แต่ถ้าพวกเขาติดต่อให้คนพวกนั้นส่งคนมาช่วยเหลือไม่ได้ทันท่วงที การต้องตกอยู่ในที่ที่อันตรายโดยไร้สิ่งกำบังเช่นนี้ และเสี่ยงว่าจะถูกฆ่าตายตอนไหนก็ขึ้นอยู่กับเวลาแล้ว

“เฮ้ นายนี่มันกล้าเป็นบ้า ตอนที่คุณซ่งบอกฉันว่านายเผชิญหน้ากับเพอริตอนโดยไม่กลัวเลยสักนิด ฉันยังคิดว่าเขาโม้อยู่เลย นึกไม่ถึงว่าจะเป็นเรื่องจริง”

โจวอวี้หันหลังไปมองก็พลันเห็นอู๋อวิ้นยืนอยู่ด้านหลัง

บนตัวของเขาเต็มไปด้วยอาวุธกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ครบครัน แล้วก็แว่นกันแดดที่ไม่รู้ไปเอามาจากไหนเสียบอยู่บนศีรษะ

“รับ” อู๋อวิ้นโยนอะไรบางอย่างให้โจวอวี้ “ถึงนายจะควบคุมตัวเองได้เวลาที่เจอเพอริตอน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่านายจะใจเย็นอยู่อย่างนี้ได้เวลาที่เจอกับสิ่งมีชีวิตอื่น เพราะเพอริตอนไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุด”

“นี่คืออะไร”

“ยาระงับ หลังฉีดเข้าไปแล้ว รับรองได้เลยว่าภายในสี่สิบแปดชั่วโมง ต่อให้นายหวาดกลัวมากแค่ไหนก็จะไม่มีฮอร์โมนหลั่งออกมาแปะเครื่องหมายว่านายเป็นเหยื่อแม้แต่นิดเดียว”

“ขอบคุณ” โจวอวี้กล่าวก่อนจะเก็บมันใส่กระเป๋า

“ไม่ต้องขอบคุณฉัน ขอบคุณนักวิจัยจากจวี้ลี่กรุ๊ปโน่น ยาระงับอันนี้เป็นยันต์ช่วยชีวิตสำหรับเจ้าหน้าที่ภาคสนามทุกคน ส่วนใหญ่ก็อยู่ในฐานที่ถูกระเบิดนั่นแหละ…นายไม่ใช้หรือไง” อู๋อวิ้นเอียงคอถาม

“โจวชิงกับคนอื่น ๆ อยู่ในยานส่งตัว”

“โอเค งั้นเราก็มาช่วยกัน ฐานนี้ถูกทำลายแล้ว เราต้องรีบไปที่ฐานต่อไป” อู๋อวิ้นหมุนตัวแล้วเดินไป

“ฐานที่ใกล้ที่สุดอยู่ตรงไหน” โจวอวี้ถาม

“เลยป่า ‘ดวงตาปีศาจ’ ที่นายเห็นไปไม่ไกลเท่าไร” อู๋อวิ้นพูดออกมาอย่างสบาย ๆ

“นายล้อเล่นรึเปล่า พวกเราทุกคนต่างรู้ดีว่าป่าพวกนี้มันอันตรายขนาดไหน แล้วป่าใหญ่อย่างนั้นเราจะออกไปได้ทันก่อนที่ฟ้าจะมืดเหรอ”

เขากับอู๋อวิ้นน่ะไม่เป็นไร เพราะได้รับการฝึกต่อสู้มาโดยเฉพาะ แต่โจวชิงล่ะ ไหนจะหมอแล้วก็นักวิชาการที่ไม่มีแม้แต่แรงจับไก่ [1] พวกนั้นอีกล่ะ

“เราถึงต้องใช้เจ้านั่นไง” อู๋อวิ้นพยักพเยิดไปอีกด้าน

โจวอวี้เดินตามอู๋อวิ้นผ่านกำแพงผุพังที่เหลือแต่ซากไป ก่อนจะเห็นรถออฟโรดคันหนึ่งจอดอยู่ รถคันนี้ดูแตกต่างไปจากรถที่อยู่ในโลกอีกฝั่งหนึ่ง เพราะมันมีความแข็งแรงทนทานและมีคุณสมบัติอื่นที่มากกว่า

“นี่เป็นรถที่ใช้เดินทางผ่านป่านั่นโดยเฉพาะสินะ”

“อาฮะ ฉันใส่สิ่งของทุกอย่างที่ใช้ได้ลงไปหมดแล้ว” อู๋อวิ้นเปิดท้ายรถ ภายในนั้นนอกจากอาวุธแล้วก็ยังมีของที่จำเป็นเช่นน้ำ อาหาร และกล่องดำอีกใบ

“นั่นอะไร” โจวอวี้ถาม

“ตัวอ่อนสิ่งมีชีวิตสำหรับการวิจัยที่ยังไม่ถูกทำลาย ถึงจะไม่รู้ว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตระดับไหน แต่สำหรับทุกฐานวิจัยแล้วพวกมันคือค่าสถานะเริ่มต้นของสิ่งมีชีวิต และมีความหมายต่อการวิจัยมากทีเดียว”

“อย่างนั้นเหรอ” มือของโจวอวี้วางลงบนกล่องอย่างแผ่วเบา ช่วงวินาทีนั้นคล้ายกับมีกระแสไฟแล่นปราดเข้าสู่หัวใจ จังหวะการเต้นของก้อนเนื้อตรงหน้าอกซ้ายเต้นควบคู่ไปกับตัวอ่อนที่อยู่ในกล่องใบนั้นราวกับสื่อถึงกัน

ร่างกายของเขาพลันทรุดฮวบ เส้นประสาทคล้ายกับถูกบางสิ่งจับกุมเอาไว้

“นายเป็นอะไรไปโจวอวี้” อู๋อวิ้นมองไปที่โจวอวี้อย่างขบขัน “อย่าได้ทำหายเชียว เจ้าสิ่งนี้มันช่วยพวกเราได้ไม่น้อยเลยล่ะ มีของให้ศึกษา พวกทีมวิจัยจะได้เรียกร้องให้เราจับตัวอันตรายน้อยลงหน่อย ขึ้นรถเถอะ”

“ไอ้ตัวที่อยู่ในกล่องมันขยับได้หรือเปล่า” โจวอวี้ถาม

อู๋อวิ้นหลุดขำพรืดออกมา “มันจะไปขยับได้ยังไง พวกตัวอ่อนที่อยู่ในกล่องจำเป็นต้องอยู่ในสถานการณ์ที่พิเศษ มันถึงจะสามารถเจริญเติบโตจนกลายเป็นตัวโตเต็มวัยได้”

“จริงเหรอ แล้วเราต้องเอามันไปด้วย?”

“ทำไมล่ะ ฉันนึกว่านายไม่กลัวอะไรเสียอีก” อู๋อวิ้นทาบฝ่ามือลงบนกล่อง สีหน้าท่าทางของเขายังคงเป็นปกติ ราวกับไม่รู้สึกอะไร

“เอาเหอะ ไปกันเถอะ”

“เชื่อฉันเถอะน่า ถ้านายอยากลดงานเสี่ยงตายในอนาคตละก็ มีแต่ต้องเอาของพรรค์นี้ไปประเคนให้พวกบ้าการวิจัยเยอะ ๆ เท่านั้นแหละ”

อู๋อวิ้นพูดราวกับคุ้นเคยกับสไตล์การทำงานของจวี้ลี่กรุ๊ปเป็นอย่างดี

โจวอวี้ขึ้นรถตามอู๋อวิ้นไป

อู๋อวิ้นจุดบุหรี่ที่เก็บมาได้ซึ่งคาบไว้ในปาก สีหน้าดูปล่อยวางราวกับอิ่มเอมใจ

ตอนที่ขับรถเข้าไปใกล้กับฝูงเพอริตอน อู๋อวิ้นก็กดปุ่มอะไรบางอย่าง ก่อนที่ด้านหน้าโจวอวี้จะมีปืนยื่นออกมา ลำกล้องของมันยาวมาก มันก็คือปืนที่ใช้สำหรับซุ่มยิงในระยะไกล

“ใช้ปืนนี่จัดการกับเพอริตอนพวกนั้นซะ ไม่อย่างนั้นตอนที่เราเปิดประตู ถ้าเจ้าพวกนั้นตื่นอยู่ละก็ จะต้องมีใครสักคนแหกปากร้องกรี๊ดแน่ ไม่สู้เราจัดการมันไปเลยดีกว่า”

“นั่นกระสุนอะไร”

“นิวโรทอกซิน [2] …”

อู๋อวิ้นเพิ่งจะพูดจบ โจวอวี้ก็เหนี่ยวไกไปแล้ว ภายในเวลาห้าวินาที เพอริตอนพวกนั้นก็ล้มลงทีละตัวราวกับโดมิโน

“นายยิงเร็วเกินไปแล้ว!” บุหรี่ของอู๋อวิ้นแทบร่วง

“พวกมันไม่ได้อยู่ห่างเป็นร้อยไมล์ซะหน่อย ถึงจะยิงพลาดพวกมันก็ไม่รู้อยู่ดีว่าเราอยู่ที่ไหน”

“…”

อู๋อวิ้นจอดรถตรงหน้าประตูห้องโดยสาร โจวอวี้ผลักประตูลงจากรถอย่างว่องไวก่อนจะก้าวไปเปิดประตูของยานส่งตัวที่คนพวกนั้นอยู่

เขาเห็นดอกเตอร์แดเนียลนั่งพิงอยู่ข้างกำแพง หลี่เชียนและหานลี่ตื่นแล้ว ดูจากท่าทางของพวกเขา ดอกเตอร์แดเนียลน่าจะเล่าสถานการณ์ในปัจจุบันให้ฟังแล้ว สองแขนของพวกเขากอดตัวเองอย่างสั่นเทา สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว โดยเฉพาะหานลี่ที่น้ำตาคลอเบ้าไปเรียบร้อยแล้ว

โจวอวี้ไม่ได้พูดคุยอะไรไร้สาระนอกจากเอายาระงับออกมา หลังอธิบายสรรพคุณให้ฟังคร่าว ๆ ก็จัดการฉีดให้กับพวกเขาทั้งคู่

โจวอวี้อุ้มโจวชิงที่ยังคงหลับอยู่ขึ้นก่อนจะเหลือบไปมองคนอื่น ๆ แวบหนึ่ง “ทำไมยังไม่ขยับกันอีก จะรอให้ฉันถีบออกไปหรือไง”

“เราจะรู้ได้ยังไงว่ายามันได้ผล” หลี่เชียนถามกลับ

“เดี๋ยวนายออกไปก็รู้เอง” ท่าทางของโจวอวี้เย็นชามาก

ดอกเตอร์แดเนียลเป็นคนแรกที่ออกไปก่อน ตามด้วยหลี่เชียนและหานลี่ที่เดินตัวสั่นออกไปด้วยความหวาดกลัว

สิ่งแรกที่ปรากฏสู่สายตาพวกเขาก็คือร่างของเพอริตอน

หานลี่เบิกตากว้างพร้อมสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ข่มกลั้นไม่ให้ตัวเองกรีดร้องออกมา ก่อนเธอกับหลี่เชียนจะเดินเกาะกันไปขึ้นรถ

โจวอวี้พยุงโจวชิงขึ้นรถและส่งยาให้แดเนียล “ฉีดยาระงับให้เขาตอนใกล้จะตื่นด้วยนะครับ”

“ได้” แดเนียลพยักหน้าตอบรับ

ตอนนี้โจวชิงยังคงหลับอยู่ ฉีดยาให้เขาไปก็มีแต่จะเปลืองเวลาที่ยาออกฤทธิ์ซะเปล่า ๆ

อู๋อวิ้นที่ยังสูบบุหรี่ไม่ทันหมดมวนถูกโจวอวี้ที่นั่งอยู่ด้านข้างดึงมันโยนทิ้งนอกรถ “โทษที น้องชายฉันสุขภาพไม่ดี ฉันไม่อยากให้เขาสูบบุหรี่มือสองต่อจากนาย”

“นายมันโคตรใจร้ายเลย” อู๋อวิ้นว่าพลางเลื่อนกระจกหน้าต่างรถขึ้นอย่างไม่ถือสา

พวกเขาขับรถมุ่งหน้าไปยังป่าทึบ

นี่ไม่ใช่การสำรวจป่า โจวอวี้รู้ดีว่านอกจากอันตรายที่พวกเขาต้องเผชิญแล้วก็มีแต่คำว่าไม่ปลอดภัยทั้งนั้น

ในสายตาของหลี่เชียนและหานลี่ สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าคล้ายกับเป็นปากของปีศาจที่พร้อมจะเขมือบกลืนพวกเขาลงท้องไปเมื่อไรก็ได้

“ถ้ามีใครแหกปากร้องกรี๊ด ฉันจะใช้ปืนนี่ยิงอุดปากซะ” อู๋อวิ้นชักปืนพกที่เสียบอยู่ในซองข้างเอวขึ้นมาแกว่งไปมากลางอากาศ

หานลี่และหลี่เชียนเอนพิงเบาะด้านหลังอย่างเสียขวัญ

ส่วนดอกเตอร์แดเนียลกำลังวัดชีพจรโจวชิงอยู่ ดูเหมือนเขาจะเป็นคนที่ใจเย็นที่สุดแล้ว

ชั่วพริบตาที่หน้าต่างรถด้านหน้าปะทะเข้ากับกิ่งไม้ใบไม้ที่ขวางทางอยู่อย่างรกทึบ นกตัวเล็กจิ๋วเท่านิ้วมือจำนวนมหาศาลที่ถูกทำให้ตกใจก็พากันบินแตกฮือออกมาจากทั่วทุกสารทิศ พวกมันชนเข้ากับกระจกหน้าต่างรถ เกิดรอยขูดขีดไปทั่วทั้งคัน กลายเป็นเสียงแหลมบาดหูจนทุกคนทนไม่ไหวต้องยกมือขึ้นปิดหูของตัวเอง

แรงกระแทกของมันรุนแรงจนน่ากลัวราวกับมันสามารถเจาะทะลุเข้ามาในตัวรถได้ทุกเมื่อ

“นั่นคือสิ่งมีชีวิตระดับดี ชื่อ ‘เจ้านิ้วน้อย’ ฟังดูน่ารักดีใช่ไหม ถึงความอันตรายของมันจะอยู่ระดับดี แต่นั่นก็เป็นแค่พวกมันหนึ่งตัวเท่านั้นไม่ใช่ทั้งฝูง หลี่เชียน ถ้านายไม่ได้ฉีดยาระงับแล้วเผอิญไปยืนอยู่นอกตัวรถละก็นะ หลังจากที่พวกมันบินผ่าน นายอาจจะถูกจะงอยปากของพวกมันเจาะจนเป็นรูพรุนและสูบเลือดจนแห้งเลยก็ได้”

อู๋อวิ้นดูเหมือนจะชอบขู่หลี่เชียนมากเป็นพิเศษ

สิ่งมีชีวิตชนิดนี้แน่นอนว่าได้อธิบายให้พวกเขาฟังในตอนฝึกอบรมไปแล้ว

“งั้นทำไมคุณไม่ฉีดยาสักเข็ม ทำให้พวกเราเป็นแบบศาสตราจารย์โจวไปเลยล่ะ อย่างน้อยเราที่สลบอยู่ก็สร้างความลำบากอะไรให้พวกคุณไม่ได้”

“งั้นเหรอ แต่ฉันก็ชอบที่นายทำให้ลำบากนะ”

“ถ้างั้นคุณก็ยิงผมทิ้งไปเลยเถอะ!” หลี่เชียนกำหมัดแน่น อดทนไม่ให้ตัวเองเผลอต่อยอู๋อวิ้น

“เสียกระสุนเปล่า ๆ น่า แต่วางใจเถอะ ถ้ายาระงับของนายหมดฤทธิ์แล้วรู้สึกกลัวจนทนไม่ได้เมื่อไร ฉันจะยิงให้แล้วกัน แบบโป้งเดียวจอดเลยล่ะ”

เมื่อเข้ามาสู่ป่า พวกเขาทั้งหมดต่างเงยหน้าขึ้นมองไปด้านบนอย่างเผลอไผล

ต้นไม้ที่นี่สูงมากราวกับจะแตะไปถึงสวรรค์ชั้นฟ้า

กิ่งก้านใบไม้งอกงามอุดมสมบูรณ์ พวกมันทับซ้อนกันไปมาจนแสงแดดลอดผ่านช่องว่างลงมาได้แค่บางส่วน ชนิดที่ถ้าเป็นตอนกลางคืนคงจะมืดสนิท

ต้นไม้พวกนี้มีอายุหลายร้อยหลายพันปี และใบของพวกมันก็ประหลาดมาก ราวกับนิ้วมือคนที่กำลังเริงระบำอย่างพลิ้วไหว ยามที่พวกมันสัมผัสกันต่างฝ่ายต่างก็ลื่นไหลเข้าหากันราวกับกำลังแลกเปลี่ยนอ้อมกอด

ตัวประหลาดนานาพันธุ์จ้องมองมายังรถของพวกเขาจากทั่วทุกสารทิศ

สัตว์ที่มีหกดวงตาและกล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ กระโดดลงจากที่สูง มันทิ้งตัวบนหลังคารถจนได้ยินเสียงดัง ‘โครม’ ยังไม่ทันที่คนด้านหลังจะส่งเสียงร้องออกมา อู๋อวิ้นก็โบกปืนในมือเสียก่อน

“นั่นเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตระดับอี ไอคิวต่ำ แล้วก็ไม่ใช่สัตว์นักล่า” ดอกเตอร์แดเนียลที่นั่งอยู่เบาะหลังพูดพลางกุมมือหานลี่เป็นการปลอบใจ

โดยที่ไม่มีใครคาดคิด อู๋อวิ้นพลันเปิดปืนกลและเอี้ยวตัวหมุนไปทางหลังคารถ ดวงตาของโจวอวี้จ้องไปที่เป้าเล็งก่อนจะลั่นไกอย่างไม่ลังเล ส่งกระสุนใส่ปากที่อ้าออกกว้างของสิ่งมีชีวิตตัวนั้นอย่างดุเดือด

คนที่นั่งอยู่เบาะหลังต่างสั่นสะท้านไปกับเสียงกระสุนปืน

เพียงพริบตา สัตว์ตัวนั้นก็ตกลงจากหลังคารถ เผยให้เห็นใบหน้าบู้บี้ที่อยู่ภายในปากที่เปิดออก

“แต่จะแตกต่างออกไปถ้าในตัวมันมีสัตว์ปรสิตระดับซี” โจวอวี้พูด

สัตว์ปรสิตเป็นสายพันธุ์ที่น่ารังเกียจในนิเบลุงเกน เมื่อพวกมันเข้าไปในร่างกายของเจ้าของร่างได้มันจะควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างเดิม อาศัยเปลือกนอกที่ไร้พิษภัยเข้าไปใกล้เหยื่อและทำตัวเป็นกาฝากอีกครั้ง

หลี่เชียนเปิดปากพูดเสียงสั่น “พวก…พวกเรากลับไปที่ยานส่งตัวได้ไหม ในป่านี่อันตรายเกินไป ขอร้องล่ะ อู๋…บอสอู๋…”

 

[1] ร่างกายอ่อนแอไร้เรี่ยวแรง

ใส่ความเห็น