fbpx

[ทดลองอ่าน] ฝ่ากฎรักต่างโลก เล่ม 3 ตอนที่ 87

ฝ่ากฎรักต่างโลก

Law of a Different World

异世之万物法则

 

焦糖冬瓜 เจียวถังตงกวา เขียน

BlueFeather แปล

 

นิยาย 3 เล่มจบ

 

 ติดตามกำหนดการวางจำหน่ายได้ที่เพจ Rose Publishing

…XOXO…

มาดามโรส

 

ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์

 

———————————————————–

 

บทที่ 87

 

“งั้น…จุดประสงค์ที่แท้จริงที่คุณมาที่นี่ก็ไม่ใช่เพื่อการวิจัย แต่ต้องการใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อให้ทัวริ่งออกมา!” แววตาของโจวอวี้เข้มขึ้นกว่าเดิม

ไอแซกพยักหน้า เขาไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจกับฝูงทารันทูล่าที่ใกล้เข้ามาเลยสักนิด ตรงกันข้ามท่าทางของเขาดูสงบมากทีเดียว

“ถูกต้อง”

“เชี่ยเอ๊ย!” อู๋อวิ้นโมโห “ถ้าอย่างนั้นเราปล่อยให้คุณโดนทารันทูล่าสองหัวกินน่าจะง่ายกว่า!”

“คุณทำได้เหรอ” ไอแซกแบมือทั้งสองข้างออกอย่างสบาย ๆ สายตามองไปที่ใบหน้าของโจวอวี้ “ผมรู้ว่าคุณฆ่าทัวริ่งได้”

ท่าทางของโจวอวี้ดูเย็นชายิ่งขึ้น

ช่างสมกับเป็นจวี้ลี่กรุ๊ปจริง ๆ ใช้ประโยชน์จากแต่ละคนให้มากที่สุด กระทั่งชีวิตและความตายก็ไม่ยกเว้น

เสียงเคลื่อนไหวของอะไรบางอย่างดังขึ้นรอบตัวพวกเขา ฟังดูเหมือนเสียงขาข้อปล้องของทารันทูล่าสองหัวที่เหยียบย่ำลงบนซากไม้จนแตกหัก

‘เจ้านิ้วน้อย’ ฝูงใหญ่บินฮือขึ้นอย่างแตกตื่น

โม่เย่หรี่ตาลง ทว่าโจวอวี้กลับยืนขวางตรงหน้าเขา “อย่าใช้พลังของนายเร็วเกินไป ทัวริ่งยังไม่โผล่ออกมา”

รอยยิ้มวาดโค้งขึ้นบนริมฝีปากของโม่เย่ เขาจูบลงที่หลังคอของโจวอวี้ “งั้นผมย่อมหลบอยู่ข้างหลังคุณ รับการปกป้องจากคุณอย่างแน่นอน”

โจวอวี้ในตอนนี้รู้เพียงแค่วิธีที่จะควบคุมสิ่งมีชีวิตอื่น เขายังไปไม่ถึงระดับที่สามารถล่วงล้ำเข้าไปในเส้นประสาทของทารันทูล่าสองหัวพร้อมกันฝูงใหญ่ หรือแม้กระทั่งทำลายพวกมันได้ในคราวเดียว

บอดี้การ์ดของไอแซกไปคุ้มกันอยู่ข้างตัวเขาแล้ว อู๋อวิ้นนำเจ้าหน้าที่ภาคสนามคนอื่นไปเตรียมบาซูก้าเอาไว้ให้พร้อม

ทันใดนั้น ทารันทูล่าสองหัวประมาณสี่ถึงห้าตัวก็วิ่งตะบึงออกมา ก่อนจะกระโดดสูงขึ้นไปเป็นสิบเมตร พวกมันอ้าปากและพ่นเมือกเหนียวที่เป็นเอกลักษณ์ออกมา กระแสความคิดของโจวอวี้คว้าหนึ่งในพวกมันไว้อย่างรวดเร็ว

มันทิ้งตัวลงอย่างกะทันหันและครอบคลุมศีรษะของไอแซกไว้อย่างมิดชิด ขาที่เป็นข้อปล้องของมันงอขึ้น กันเมือกทั้งหมดไว้โดยสมบูรณ์

ไอแซกยืนล้วงกระเป๋า เขารับรู้ได้เพียงกระแสลมที่วิ่งผ่านข้างตัว พร้อมกับใบหน้าที่ยังคงดูไม่ใส่ใจเช่นเดิม

ทารันทูล่าสองหัวตัวนั้นยกขาขึ้น เมือกที่แข็งตัวแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ก่อนจะเข้าต่อสู้กับทารันทูล่าสองหัวที่ล้อมเข้ามา

ทารันทูล่าสองหัวเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ

อู๋อวิ้นนำคนอื่น ๆ ยิงจรวด เสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระลอก

ทารันทูล่าสองหัวกระโดดหลบไม่ขาดสาย หนึ่งในนั้นพุ่งตัวไปทางพวกอู๋อวิ้น

หากยิงจรวดอีกครั้งในตอนนี้ ตัวเขาเองจะต้องได้รับบาดเจ็บแน่

อู๋อวิ้นหมอบลงทันควัน ขาที่เป็นข้อปล้องของทารันทูล่าสองหัวกระแทกลงท่ามกลางก้อนกรวดที่อยู่ข้างศีรษะเขา เสียงที่ดังขึ้นทำเอาแก้วหูของอู๋อวิ้นแทบแตก

ชั่วขณะนั้น อู๋อวิ้นชักปืนพกออกมายิงเข้าที่ช่องว่างระหว่างข้อต่อของทารันทูล่าสองหัว นิวโรท็อกซินทำให้มันทรุดลงอย่างรวดเร็ว อู๋อวิ้นจึงกลิ้งหลบจากการถูกทับได้อย่างเฉียดฉิว

ทว่าเพียงแค่เขาลุกขึ้นมา ทารันทูล่าสองหัวอีกตัวหนึ่งก็เงื้อขาตั้งใจจะเฉาะศีรษะเขา!

โจวอวี้ไถลไปตรงหน้าอู๋อวิ้น สองมือจับขาปล้องที่กระแทกลงมาอย่างว่องไว

“ฮึบ—” โจวอวี้ออกแรง วินาทีที่ดันมันออกไปได้ เขาก็ชักปืนออกมายิงที่ดวงตาของมัน

เวลานี้ไอแซกถูกล้อมรอบไปด้วยทารันทูล่าสองหัวสามตัว ส่วนตัวที่โจวอวี้ควบคุมได้ถูกฆ่าตายไปแล้ว

บอดี้การ์ดทั้งสองคนของเขายังคงมีสติ เพราะได้รับการชี้นำจากโจวอวี้ พวกเขาจึงชักปืนพกออกมายิงเข้าที่ดวงตาของทารันทูล่าสองหัว

ทว่าพวกมันเคลื่อนไหวเร็วเกินไปจึงยิงไม่โดนเลยสักนัด แต่เป็นเพราะพวกมันหลบกระสุนที่ยิงมา พวกมันจึงไม่อาจขึ้นมาข้างหน้าได้เช่นกัน

ในตอนที่บอดี้การ์ดคนหนึ่งกำลังเปลี่ยนซองกระสุน ทารันทูล่าสองหัวตัวหนึ่งก็กระโดดมาตรงหน้าไอแซกและกำลังจะแทงเขา

ใจของอู๋อวิ้นกระตุกวูบ โจวอวี้ชักปืนพกออกมาและเล็งไปที่ช่องว่างระหว่างข้อต่อของมัน แต่ถูกโม่เย่กดปากกระบอกปืนลง “มาดูกันว่าคุณอีตั้นมีฝีมือแค่ไหน”

แล้วสายตาก็มองเห็นไอแซกที่อยู่ในช่วงเวลาที่วิกฤตที่สุด เหยียบเท้าข้างหนึ่งลงบนขาข้อปล้องที่จู่โจมเข้ามา เขาออกแรงส่งตัวขึ้นไปจับช่องว่างที่เปลือกข้างตัวของมัน ก่อนจะเหวี่ยงตัวขึ้นไปบนหัว

“ว้าว…” อู๋อวิ้นตะลึง

การเคลื่อนไหวของไอแซกรวดเร็วจนมองตามแทบไม่ทัน

โจวอวี้แค่นเสียงหึออกมาเบา ๆ มือคว้าบาซูก้าของอู๋อวิ้นมาจัดการกับทารันทูล่าสองหัวตัวอื่น ๆ

ทารันทูล่าสองหัวตัวนั้นสะบัดตัวไปมาอย่างเกรี้ยวกราด ผมสีเกาลัดของไอแซกปลิวขึ้น เขาจับตัวมันด้วยมือข้างเดียวและนั่งอยู่อย่างมั่นคง ขณะที่มืออีกข้างชักปืนออกมายิงผ่านช่องว่างตรงหัวของมัน

ตัวมันราวกับถูกตัดไฟกะทันหัน มันส่งเสียงกรีดร้องออกมาก่อนจะล้มลงกับพื้น

ทว่าโจวอวี้กลับสัมผัสได้ถึงทารันทูล่าสองหัวที่ถาโถมเข้ามาไม่ขาดสาย แถมยังมีเพอริตอนและไป๋เหมิ่งที่วิ่งกรูกันเข้ามาเพิ่มอีก

“แน่ใจนะว่าไม่อยากให้ผมจัดการพวกมัน” โม่เย่กอดอกพลางพูดยิ้ม ๆ

ทว่าโม่เย่รู้ดีว่าผู้ชายคนนี้ต้องการโอกาสที่จะฝึกฝนตัวเองให้มากขึ้น

การควบคุมความสามารถจำเป็นต้องผ่านการใช้งานจริง

“แน่ใจ” โจวอวี้ตอบ

เขากระจายความคิดของตัวเองอีกครั้ง การจะแย่งการควบคุมทารันทูล่าสองหัวพวกนี้มาจากทัวริ่งสำหรับเขาแล้วเป็นเรื่องยากมาก ในเมื่อเป็นแบบนั้นไม่สู้มองหาสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังยิ่งกว่าทารันทูล่าสองหัวดีกว่า

“คุณแน่ใจนะว่าจะคุมไหว” โม่เย่ยกยิ้มมุมปาก เห็นได้ชัดว่าอะไรก็ตามที่โจวอวี้คิดอยู่ในหัวไปกระตุ้นความสนุกของโม่เย่เข้าแล้ว

โจวอวี้แค่นเสียงหึ

ครั้งที่แล้วเขาควบคุมมังกรเกล็ดย้อนให้ทำร้ายเถิงเสอจนบาดเจ็บสาหัสได้ แม้จะเป็นระยะเวลาสั้น ๆ แต่โจวอวี้เชื่อว่าครั้งนี้ตัวเองจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม พลังของเขาแผ่ขยายออกไปในอากาศอย่างไร้รูปร่าง พุ่งกระจายไปทั่วทุกทิศ

เขารับรู้ได้ถึงสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างของพวกมัน ความรู้สึกหรือการเคลื่อนไหว ก่อนที่ความคิดของเขาจะเข้าครอบคลุมสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ยักษ์ตัวหนึ่ง

‘ฉันเลือกนาย!’

ทารันทูล่าสองหัวที่ล้อมเข้ามาเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ และอีกไม่นานจรวดก็จะหมดลง

อู๋อวิ้นดึงไอแซกกลับขึ้นเฮลิคอปเตอร์และปล่อยระเบิดคลื่นเสียงไปทุกทิศทาง สั่นประสาททารันทูล่าสองหัวที่เข้ามาใกล้

ขาของพวกมันหักงอ แรงสั่นสะเทือนรุนแรงที่เกิดขึ้นในอากาศทำให้พวกมันพลิกคว่ำเช่นเดียวกับเปลือกของพวกมันที่แตกเป็นเสี่ยง ๆ

ระเบิดคลื่นเสียงที่ติดมากับเฮลิคอปเตอร์ถูกใช้หมดอย่างรวดเร็ว นักบินบังคับเครื่องให้บินขึ้น ทว่าขึ้นสูงจากพื้นได้ไม่ถึงห้าเมตร ทารันทูล่าสองหัวตัวหนึ่งก็กระโจนเข้าใส่ ใบพัดส่งเสียงดังแสบแก้วหูก่อนจะถูกทำลาย เฮลิคอปเตอร์ร่วงลงพื้นทันที ทุกคนที่อยู่ในห้องโดยสารถูกกระเทือนอย่างแรง ทารันทูล่าสองหัวตัวที่ถูกใบพัดเฉือนล้มใส่เฮลิคอปเตอร์ เพดานยุบลงเกือบจะกระแทกไอแซก

อู๋อวิ้นกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายและถามเสียงเย็น “นี่คือผลลัพธ์ที่คุณต้องการใช่ไหม”

เสียคนไปเกือบหมด แต่ทัวริ่งก็ยังไม่โผล่หัวออกมา!

ทารันทูล่าสองหัวเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งยังมีไป๋เหมิ่งพรวดพราดเข้ามา สถานการณ์ถือว่าเข้าขั้นวิกฤตและคนที่ติดอยู่ในเฮลิคอปเตอร์ก็ตกอยู่ในอันตราย!

ชั่วขณะนั้น อะไรบางอย่างพลันวิ่งห้อเข้ามาท่ามกลางต้นไม้โบราณสูงตระหง่าน กวาดเอาสิ่งมีชีวิตที่ขวางอยู่ด้านหน้าทั้งหมดด้วยพลังที่สามารถทำลายล้างได้ทั้งกองทัพ ก่อนที่เงาขนาดใหญ่จะเข้าปกคลุมเฮลิคอปเตอร์

อู๋อวิ้นมองออกไปนอกหน้าต่างที่แตกร้าว แล้วเขาก็ต้องตะลึงเมื่อเงยหน้าขึ้นไปเจอกับสัตว์ร้ายขนาดมหึมาที่ยืนคร่อมอยู่เหนือศีรษะของพวกเขา

“พระเจ้าช่วย…”

นั่นมันเจ้าแมงมุมเงิน!

เจ้าแมงมุมเงินแกว่งขา กวาดเอาทารันทูล่าสองหัวและไป๋เหมิ่งที่อยู่ห่างเฮลิคอปเตอร์ไม่กี่เมตรออกไปจนหมด

ขาที่เป็นข้อปล้องของมันเหยียบกระแทกพื้น บดทารันทูล่าสองหัวสองตัวจนตายสนิท เส้นใยทรงพลังที่มันพ่นออกมาเจาะทะลุทารันทูล่าสองหัวและไป๋เหมิ่งไปหลายสิบตัว ก่อนจะแทงเข้าไปในลำต้นของต้นไม้โบราณที่อยู่ห่างออกไป

อำนาจเด็ดขาดของมันทำให้สิ่งมีชีวิตที่ล้อมวงเข้ามาหวาดกลัว

“แม่ง…โคตรเจ๋ง!” อู๋อวิ้นมองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างตื่นตะลึง

ริมฝีปากของไอแซกค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม

เม็ดเหงื่อไหลลงจากหน้าผากของโจวอวี้

การควบคุมสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่เช่นนี้ทำให้โจวอวี้ได้สัมผัสกับความรู้สึกที่เส้นประสาทสมองถูกดึงจนตึงเปรี๊ยะและอาจฉีกขาดได้ตลอดเวลาเป็นครั้งแรก มันเหมือนกับเขาเข้าไปอยู่ในเจ้าแมงมุมเงินตัวนี้ หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับมัน สัมผัสทุกการกระทำและทุกการตัดสินใจ

ไอแซกก้าวออกมาจากเฮลิคอปเตอร์ที่เสียรูปจนใช้การไม่ได้แล้ว เขาปรบมือพลางเดินไปตรงหน้าโจวอวี้ “น่าประทับใจมากจริง ๆ”

ขณะที่นิ้วของเขากำลังจะเช็ดเหงื่อบนหน้าผากของโจวอวี้ โม่เย่ก็จับข้อมือของไอแซกเอาไว้ แววตาที่เคยยิ้มแย้มแปรเปลี่ยนเป็นใบมีดนับพันและฉายประกายเย็นเยียบ

“เขาไม่ใช่คนที่นายจะแตะต้องได้”

แรงของโม่เย่ที่กำรอบข้อมือนั้นช่างมหาศาล มันบดขยี้กระดูกของไอแซกจนแหลกละเอียด

เขาชักมือตัวเองกลับและสะบัดไปมาอย่างไม่ใส่ใจ บนใบหน้าไม่มีร่องรอยของความเจ็บปวดแม้แต่นิดเดียว

เจ้าแมงมุมเงินงอขาตัวเองก่อนจะคลานมาตรงหน้าโม่เย่กับโจวอวี้

โจวอวี้สูดลมหายใจเข้า รู้สึกได้เลยว่าพลังของตัวเองที่กระจัดกระจายไปกำลังกลับคืนมา

เขายังไม่สามารถทำแบบเดียวกับโม่เย่ที่มีสติรู้ตัวในขณะที่ควบคุมสิ่งมีชีวิตอื่นไปด้วยได้ และมันก็เป็นอะไรที่ร้ายแรงถึงชีวิต เพราะตอนที่จิตใจตัวเอง ‘ล่องลอย’ อยู่อาจจะถูกสิ่งมีชีวิตอื่นฆ่าเอาได้

“คุณแข็งแกร่งเกินไป ทัวริ่งคงไม่กล้าปรากฏตัวออกมาแล้วล่ะ” ไอแซกหมุนตัวไปด้านข้าง สายตาทอดมองออกไปไกล

ชั่วขณะนั้น กระสุนนัดหนึ่งพลันวิ่งตัดผ่านอากาศเข้ามา สีหน้าของโจวอวี้แปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง เขาคว้าคอเสื้อของไอแซกกระชากอีกฝ่ายเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว

จังหวะที่กระสุนเฉียดผ่านแก้มของโจวอวี้ไป ไอแซกก็ชนเข้ากับหน้าอกของโจวอวี้ ทว่าโจวอวี้ยกมือประคองเขาก่อนจะผลักไปให้บอดี้การ์ดทั้งสองคน

“ทัวริ่ง!” โจวอวี้ว่าจบก็พุ่งตัวไปยังทิศที่กระสุนถูกยิงออกมาทันที

“โม่เย่—”

โม่เย่ตามหลังไปติด ๆ

เจ้าแมงมุมเงินวิ่งตามมา โจวอวี้กับโม่เย่จับเปลือกของมันคนละข้าง ก่อนจะกระโดดขึ้นไปนั่งบนหลังของมันและไล่กวดไปอย่างรวดเร็ว

ไอแซกยืนอยู่ที่เดิม ยกยิ้มอย่างจนใจ “พวกเขาไม่ห่วงว่าผมจะตายบ้างเหรอ”

อู๋อวิ้นโยนปืนที่เจอในเฮลิคอปเตอร์ให้ไอแซก “ผมเชื่อว่าคุณอีตั้นสามารถปกป้องตัวเองได้ ปล่อยงานไล่ล่าทัวริ่งที่มากฝีมือและยากเย็นแสนเข็ญให้พวกเขาจัดการเถอะครับ”

การเคลื่อนที่ของเจ้าแมงมุมเงินว่องไวมาก หากพบอุปสรรคขวางอยู่ตรงหน้า มันจะกระโดดขึ้นสูงหรือไม่ก็กระแทกเปิดทางไปเลย

โจวอวี้นั่งหัวสั่นหัวคลอนไปตลอดทาง หากเป็นคนธรรมดาสามัญ อวัยวะภายในคงจะกระเด็นออกมาแล้ว แต่โจวอวี้กลับหน้าไม่เปลี่ยนสีเลยสักนิด

โม่เย่นั่งซ้อนอยู่ข้างหลังโจวอวี้ เขายึดเอวอีกฝ่ายไว้ด้วยมือข้างเดียวและซุกหน้าเข้าที่ข้างหู “คุณอีตั้นมองด้านหลังของคุณตลอดเลย”

“จากจุดที่เขายืนอยู่ เขาจะเห็นแต่แผ่นหลังของนาย” โจวอวี้ตอบกลับเสียงเย็น

ตัวเขาในตอนนี้สัมผัสได้ว่าทัวริ่งกำลังขี่เทอโรซอร์หลังดำอยู่บนท้องฟ้า

เทอโรซอร์หลังดำเป็นสิ่งมีชีวิตประเภทมังกรที่บินเร็วที่สุดในนีเบอลุงเงิน มันมีขนาดตัวแค่ครึ่งเดียวของเจ้าแมงมุมเงิน แต่ก็มีพลังโจมตีรุนแรงมาก จากความทรงจำที่โจวอวี้ได้รับมาจากเอลพิส เทอโรซอร์หลังดำตัวนี้สามารถชนทะลุภูเขาได้ทั้งลูก ดังนั้นโจวอวี้ที่คิดจะอาศัยเจ้าแมงมุมเงินไล่ตามมันจึงแทบเป็นไปไม่ได้เลย

โจวอวี้ปล่อยพลังของตัวเองไล่ตามทัวริ่ง พยายามที่จะควบคุมเทอโรซอร์หลังดำตัวนั้น

ทว่าเพียงแค่แทรกเข้าไปในร่างกายของมัน เขาก็ถูกพลังสายหนึ่งที่มีอำนาจมากกว่าขับไล่ออกมา

โจวอวี้ผงะถอยไปพิงกับอกของโม่เย่อย่างพอดิบพอดี

“อึก…” สมองเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส หูได้ยินเสียงวี้ดดังก้อง ร่างทั้งร่างคล้ายกับจะลอยออกนอกโลก

โม่เย่กอดโจวอวี้ไว้แน่นและว่าเสียงเย็น “ผมจัดการเอง!”

โจวอวี้รู้สึกได้ถึงความคิดของโม่เย่ที่กระจายออกไปเหมือนกับการระเบิดของจักรวาล วินาทีที่เจอเทอโรซอร์หลังดำตัวนั้น คลื่นความคิดก็รวมตัวกันอย่างรวดเร็ว กลายเป็นพลังมหาศาลและกดข่มมันในชั่วพริบตา

พลังที่ควบคุมมันไว้ถูกบดขยี้ออกไปอย่างไร้ปรานี

เทอโรซอร์หลังดำส่งเสียงร้องแหลมออกมา ก่อนจะเปลี่ยนทิศทางบินตรงไปหาโจวอวี้กับโม่เย่

ทัวริ่งที่นั่งอยู่บนหลังของมันเผยสีหน้าตื่น ๆ เขาไม่คาดคิดเลยว่าตัวเองที่อาศัยความเร็วของเทอโรซอร์หลังดำบินออกมาไกลขนาดนี้ จะยังหนีไม่พ้นระยะความสามารถของโม่เย่

โม่เย่ในตอนนี้มีสมาธิจดจ่อ พลังสายนั้นพยายามแย่งการควบคุมเทอโรซอร์หลังดำคืนไปจากโม่เย่ พลังสองสายพัวพันกันยุ่งเหยิงชิงความเป็นหนึ่งอยู่ภายในร่างของสิ่งมีชีวิตตัวนี้

สุดท้ายเทอโรซอร์หลังดำตัวนั้นก็ทนรับแรงกดดันไม่ไหวและทิ้งดิ่งลงมาด้วยความเร็วสูง ทัวริ่งกระโดดออกจากหลังของมันในช่วงเวลาที่วิกฤตที่สุด ตัวมันตกกระแทกพื้นอย่างแรง เกิดเสียงดังตูมพร้อมกับหลุมใหญ่ยักษ์ราวกับอุกกาบาตพุ่งชน ก้อนหินแหลกละเอียด ฝุ่นควันฟุ้งกระจาย ทว่าโจวอวี้ก็ยังเห็นทัวริ่งพยายามวิ่งหนีสุดฝีเท้า

เจ้าแมงมุมเงินวิ่งตามไป โม่เย่จ้องแผ่นหลังของทัวริ่งเขม็ง

ทัวริ่งเสียหลักล้มลงก่อนจะรู้สึกว่าแขนขาของตัวเองไม่สามารถขยับได้

เจ้าแมงมุมเงินของโจวอวี้วิ่งมาถึงตรงหน้าทัวริ่งแล้ว เขามองอีกฝ่ายลงมาจากมุมสูง

ทัวริ่งพยายามขัดขืน แต่ก็ไม่อาจหลุดพ้นจากพันธนาการของโม่เย่ได้

โม่เย่กำหมัดแน่น พลังของดิซินที่อยู่ในร่างกายของทัวริ่งโจมตีเขาอย่างต่อเนื่อง โจวอวี้ที่รับรู้ถึงสงครามที่ปราศจากควันปืนและรู้ว่าโม่เย่ไม่อาจยันไว้ได้นานนัก ยกปืนขึ้นเล็งไปทางศีรษะของทัวริ่งและเหนี่ยวไกทันที

ชั่วขณะที่กระสุนถูกยิงออกไป เงาสีดำร่างหนึ่งพลันพุ่งเข้ามากระแทกทัวริ่งไปอีกด้าน

เป็นเทอโรซอร์หลังดำที่ตกลงมาเมื่อครู่นี้ มันถูกดิซินควบคุมและใช้ลมหายใจเฮือกสุดท้ายช่วยชีวิตทัวริ่งเอาไว้ขณะที่กระสุนของโจวอวี้ยิงโดนตัวมัน

มันมองไปทางทัวริ่ง ภายในแววตาคือความไม่ยินยอมที่จะตาย

โจวอวี้พลันหันกระบอกปืนและยิงไปที่ทัวริ่งอีกสองนัด ทว่าจู่ ๆ เจ้าแมงมุมเงินที่อยู่ใต้ร่างกลับสะบัดตัวอย่างแรง เหวี่ยงโจวอวี้กับโม่เย่ลงไป

“เกิดอะไรขึ้น!”

โจวอวี้กับโม่เย่ลงพื้นพร้อมกัน เจ้าแมงมุมเงินเหวี่ยงขาของมันโจมตีพวกเขา ต้นไม้โบราณถูกฟาดจนหักโค่นลงมา โชคดีที่โจวอวี้กับโม่เย่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ไม่อย่างนั้นคงถูกทับแบนไปแล้ว

โจวอวี้พลันเข้าใจทันที ดิซินฉวยโอกาสในขณะที่โม่เย่ควบคุมร่างกายของทัวริ่งเข้าควบคุมเจ้าแมงมุมเงินที่พวกเขาขี่อยู่

โจวอวี้พยายามควบคุมมันอีกครั้ง แต่ดิซินกลับไม่เปิดโอกาสให้เขา

ต่อหน้าพลังอันยิ่งใหญ่ของดิซิน โจวอวี้ก็เหมือนกับเด็กน้อยคนหนึ่งที่ไม่อาจทำอะไรได้

ทว่าโม่เย่ก้าวไปหาทัวริ่งทีละก้าว ทุกฝีเท้าของเขาทำให้อาการปวดหัวของทัวริ่งทวีความรุนแรงขึ้น

เขาขดตัว สองมือกุมศีรษะตัวเองแน่น แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจหยุดยั้งพลังของโม่เย่ไม่ให้พรั่งพรูออกมาจากส่วนลึกของสมองได้ ราวกับมันต้องการจะหลุดออกจากการคุมขังของกะโหลกศีรษะและกระจายออกไปทุกทิศทาง

“อ๊าก—” ทัวริ่งยังคงขัดขืนไม่เลิก ทว่าโม่เย่กลับบีบคอเขาอย่างไร้ความปรานี

สายตามองเห็นเจ้าแมงมุมเงินพ่นใยไหมที่แข็งแกร่งออกมาและกำลังจะแทงร่างของโม่เย่ โจวอวี้จึงถีบตัวขึ้น ดึงใยไหมที่เหมือนกับลวดสลิงเอาไว้ ใยไหมพุ่งเฉียดผ่านเอวของโม่เย่และแทงเข้าไปในพื้นดินจนเกิดเสียงดังสนั่น

ชั่วขณะที่โม่เย่กำลังจะทำลายทัวริ่งให้ย่อยยับในครั้งเดียว ดวงตาของเขาก็กลายเป็นสีดำ ร่างกายโซเซถอยไปด้านหลังและล้มลงกับพื้น

ในช่วงวินาทีเป็นตาย ดิซินก็หันกลับมาตอบโต้พลังของโม่เย่

โม่เย่ได้ยินเสียงชวนฟังทอดยาวอยู่ในส่วนลึกของสมอง

มันฟังดูนุ่มนวล ทั้งหนาและหนัก แต่ก็สัมผัสได้ถึงความโหดเหี้ยมและเฉยชาต่อชีวิต

‘เด็กน้อย นายยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉัน’

เมื่อเห็นเจ้าแมงมุมเงินยกขาที่เป็นข้อปล้องขึ้นหมายจะทุบโม่เย่ โจวอวี้ก็ถีบตัวไปทันที หัวใจของเขาบีบรัดและรีบพุ่งไปอย่างสุดชีวิต พลังของเขาบุกแทรกเข้าไปในเส้นประสาทของเจ้าแมงมุมเงิน ผสานเข้ากับพลังอีกสาย ช่วงชิงการควบคุมมาจากดิซินและเข้าไปแทนที่อย่างแข็งกร้าว!

เจ้าแมงมุมเงินหยุดชะงักก่อนจะเซถอยหลังไป

โจวอวี้ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าการร่วมมือของตัวเองกับโม่เย่จะกดข่มดิซินได้!

ชั่วขณะที่พวกเขาเปิดศึกกับพลังของดิซิน ทัวริ่งก็ตะเกียกตะกายลุกขึ้นและวิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต

มังกรน้ำเอลนีโญตัวหนึ่งบินโฉบมาในอากาศ ก่อนจะคว้าไหล่ของทัวริ่งและพาเขาบินออกไป

ยามที่ทัวริ่งบินจากไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ พลังของดิซินก็ถอนออกไปจากร่างของเจ้าแมงมุมเงินจนหมด พลังของโม่เย่กับโจวอวี้พุ่งออกไปดุจดั่งน้ำหลาก ร่างกายของเจ้าแมงมุมเงินพลันทนรับไม่ไหวและสั่นสะท้านขึ้นมาราวกับจะระเบิด

โจวอวี้สูดหายใจเข้าปอด นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้สัมผัสกับความแข็งแกร่งของดิซิน หลังจากที่ได้รับพลังของสิ่งมีชีวิตระดับเอสมา

โม่เย่ยกมือขึ้นเสยผมไปด้านหลัง กุมหน้าผากและเงยหน้าขึ้น

“คุณรู้สึกยังไงบ้าง” โม่เย่ถาม

“เหมือนตายแล้วเกิดใหม่” โจวอวี้ตอบ

“ปล่อยให้ทัวริ่งหนีไปได้อีกแล้ว” โม่เย่ก้าวถอยหลังไปพิงต้นไม้ที่หักล้ม

โจวอวี้หลุบสายตาลงมอง “นอกจากเราจะเอาชนะดิซินได้ ไม่อย่างนั้นก็ฆ่าทัวริ่งไม่ได้ง่าย ๆ หรอก แต่เทียบกับครั้งก่อนแล้ว ครั้งนี้เขาตกที่นั่งลำบากอย่างเห็นได้ชัด นั่นหมายความว่าเราเกือบจะก้าวข้ามดิซินได้แล้ว”

โม่เย่ลดมือลงและเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างช้า ๆ ดวงตาของเขาแดงก่ำ เห็นได้ชัดเลยว่าอวัยวะภายในและเซลล์ของเขาต้องได้รับความเสียหายแน่นอน ถ้าหากยังฝืนทำต่อไปละก็ โจวอวี้ไม่อยากจะคิดถึงผลที่ตามมาเลย

“คุณดูมั่นใจเหลือเกินนะโจวอวี้” โม่เย่เอียงศีรษะพูดยิ้ม ๆ เมื่อเทียบกับความเด็ดขาดที่ต้องการจะฆ่าทัวริ่งเมื่อสักครู่แล้ว ตัวเขาในตอนนี้ช่างไร้เดียงสาเหมือนกับเด็กคนหนึ่ง

“เพราะสิ่งที่ฉันได้รับคือพลังของนาย ฉันก็เลยมั่นใจ”

ตอนที่ผสานพลังของเขาเข้ากับพลังของโม่เย่ โจวอวี้ก็รู้สึกมีชีวิตชีวาอย่างกับได้พิชิตโลกทั้งใบ

โม่เย่ส่งมือไปทางโจวอวี้อย่างเกียจคร้าน

โจวอวี้โน้มตัวลง วินาทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกันเขาก็ถูกอีกฝ่ายกระชากลงไป

เรี่ยวแรงมหาศาลทำให้โจวอวี้เซวูบ มืออีกข้างของโม่เย่คว้าเข้าที่เอวของโจวอวี้และกดอีกฝ่ายให้นั่งลงบนตักของตัวเอง

โม่เย่เงยหน้าขึ้นมองโจวอวี้

“ทุกสิ่งที่ผมให้คุณเป็นเพียงแค่เม็ดทราย แต่คุณเป็นคนทำให้มันกลายเป็นโลกใบหนึ่ง”

เจ้าแมงมุมเงินที่อยู่ข้างหลังพวกเขาขยับตัว โจวอวี้สะดุ้งตกใจ เขาตั้งใจจะหันหน้าไปดูแต่โม่เย่กลับดึงคอเสื้อ กระชากให้เขาก้มหน้าลงและจูบเขาโดยไม่มีการเอ่ยเตือนใด ๆ ทั้งสิ้น

แรงที่ปะทะกับโพรงปากของโจวอวี้นั้นราวกับต้องการครอบครองเซลล์ทุกเซลล์ในร่างของเขา

การจูบและดูดดึงของโม่เย่คือการช่วงชิงอำนาจอย่างบ้าคลั่ง

โจวอวี้ต้องการจะปล่อยพลังของตัวเองไปควบคุมเจ้าแมงมุมเงินตัวนั้น แต่โม่เย่กลับไม่อนุญาตให้จิตใจของเขาว่อกแว่ก ขาทั้งสองข้างออกแรงดัน มือข้างหนึ่งกดท้ายทอยของเขาบังคับให้รองรับแรงอารมณ์ของโม่เย่ ทว่าโจวอวี้กลับกดไหล่อีกฝ่าย จากที่เป็นฝ่ายถูกกระทำก็เริ่มที่จะเป็นฝ่ายรุกกลับบ้าง

ชั่วขณะที่โจวอวี้ดันลิ้นของโม่เย่ออก พักหายใจหายคอได้ไม่ถึงแปดวินาที ลมหายใจอันร้อนระอุของทั้งสองก็ประสานเข้าหากันอีกครั้ง โจวอวี้บดจูบโม่เย่อย่างดุดัน กวาดวนไปทั่วโพรงปาก ไล่เลาะไปตามฟันกราม อารมณ์ของโม่เย่ลุกโชนยิ่งกว่าเก่า เขาจับเอวของโจวอวี้หมายจะยืนขึ้น แต่ก็ถูกโจวอวี้กดไว้

ใช่ว่าเขาจะบังคับโจวอวี้ไม่ได้ เพียงแต่เขาไม่อยากจะทำอย่างนั้นในตอนนี้

มันเป็นสิทธิพิเศษที่เขามอบให้กับโจวอวี้ สิทธิ์ในการเอาชนะตัวเอง

พวกเขาปรารถนาซึ่งกันและกัน แม้โม่เย่จะรับรู้ถึงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของที่อยู่ภายในหัวของโจวอวี้อย่างชัดเจน เขาก็ไม่รู้สึกโกรธ กลับกันมันทำให้เขารู้สึกหลงใหล และเขาก็จูบตอบอีกฝ่ายอย่างลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม

ความปรารถนาที่พลุ่งพล่านทำให้โม่เย่ควบคุมตัวเองไม่ได้มากขึ้นทุกที เขาพลิกร่างของโจวอวี้ กดลงกับพื้นและจูบอีกฝ่ายอย่างหนักหน่วง

เขาไม่เข้าใจว่าทำไมมนุษย์ถึงใช้วิธีนี้มาแสดงความรู้สึกในใจ

แต่เพราะเขาอยากจะให้โจวอวี้รู้สึกไปไกลมากกว่านี้ ในครั้งนี้ไม่ว่าโจวอวี้จะโต้ตอบอย่างไรก็ถูกโม่เย่กำราบไว้ทุกทาง

‘คุณเป็นของผม

‘เป็นของผมคนเดียว

‘ผมไม่มีทางมอบโอกาสให้คุณได้ไปจากผม!

‘ผมจะทำลายคุณ บดขยี้คุณให้กลายเป็นฝุ่นผงที่เล็กที่สุดและฝังเข้าไปในทุกซอกทุกมุมของร่างกายคุณ!’

จวบจนกระทั่งพลบค่ำใกล้เข้ามา โจวอวี้กับโม่เย่ถึงได้ผละออกจากกัน

โจวอวี้หันไปมองด้านหลังก่อนจะพบว่าเจ้าแมงมุมเงินตัวนั้นถูกโม่เย่ไล่ไปนานแล้ว

“คุณรู้ว่าผมจะทำเรื่องอย่างว่ากับคุณที่นี่ล่ะสิ” โม่เย่พูดหยอกเย้า

“คิดไม่ถึงว่านายจะมีรสนิยมโรคจิตแบบนี้” โจวอวี้พูด

“รสนิยมโรคจิตยังไง”

“ทำโชว์เจ้าแมงมุมเงินตัวนั้น”

“มันไปตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ที่คุณรุกจูบผม”

ใส่ความเห็น