[ทดลองอ่าน] ปักรักลายบุปผา บทที่ 5

ปักรักลายบุปผา 

繁花盛宴

เยว่เซี่ยเตี๋ยอิ่ง 月下蝶影 เขียน

กระต่ายน้อยของอิงอิง แปล

 

_________________________________________

 

ติดตามการวางจำหน่ายหนังสือได้ทางเพจ “บ้านอรุณ

สำนักพิมพ์อรุณ

 

_________________________________________

 

5

 

ไวท์ช็อกโกแลตสีครีมเข้มข้นค่อยๆ วางลงบนฝ่ามือ กลิ่นหวานจนชวนเลี่ยน

“คุณ ผู้หญิงอย่างคุณนี่ไม่รู้จักคำว่าสงวนตัวหรือไง!” หนุ่มตาดอกท้อรับช็อกโกแลตเอาไว้ด้วยมือสั่นเทาเหมือนถือลูกระเบิด

แสงไฟสลัวตรงทางหนีไฟทำให้ฮวาจิ่นเห็นว่าอีกฝ่ายแก้มแดงหูแดงนิดๆ ฉันพูดแค่ไม่กี่คำก็โกรธจนหัวหูแดงแล้วเหรอ เป็นผู้ใหญ่อะไร ไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ตัวเอง

ฮวาจิ่นกลัวว่าเขาจะโกรธจนอาละวาดทำร้ายคนขึ้นมา จึงค่อยๆ ถอยหลังทีละนิด ฉวยโอกาสตอนที่เขายังไม่ตอบโต้ รีบลงบันไดไป ขณะที่ใกล้จะถึงประตูออกจากทางหนีไฟ

“เดี๋ยวก่อน”

ฮวาจิ่นลังเลอยู่ครู่หนึ่งว่าจะเดินต่อดีหรือหันกลับไปดี ในที่สุดก็หันกลับไปมองหนุ่มตาดอกท้อที่เรียกเธอไว้ “ไม่ทราบว่ามีอะไรอีกรึเปล่าคะ”

“ช็อกโกแลตหมดอายุรึยัง” หนุ่มตาดอกท้อหันหน้าไปทางกำแพง ภาพที่เขายืนย้อนแสงนั้นราวกับภาพวาดสีน้ำมันของชนชั้นสูง ดูดีมีชาติตระกูลสุดๆ และแปลกแยกจากคนทั่วไป

ฮวาจิ่นกะพริบตาปริบๆ “เพิ่งซื้อมา ยังไม่หมดอายุค่ะ”

หนุ่มตาดอกท้อจ้องเธออยู่ครู่ใหญ่ แล้วจึงเล็มช็อกโกแลตไปเล็กน้อย ก่อนจะทำหน้าเบ้อย่างรังเกียจ “หวานเลี่ยนแบบนี้ กินเข้าไปได้ยังไง”

พูดจบก็เตรียมจะโยนทิ้ง แต่หันไปหันมาก็หาถังขยะไม่เจอ สีหน้าบึ้งตึงขึ้นมาทันที เขาหันไปมองหญิงสาวซึ่งกำลังเดินไปที่ประตูทางออก

“คุณเผย ทำไมมาอยู่ตรงนี้ล่ะครับ” ชายร่างอ้วนยืนอยู่ที่ทางออกฉุกเฉินชั้นสอง เหงื่อซกไปทั้งตัวทั้งที่เป็นช่วงเดือนสามเดือนสี่ เขาดูโล่งอกเมื่อเห็นหนุ่มตาดอกท้อยืนอยู่ที่ประตู

“โชคดีที่คุณไม่ได้อยู่ในลิฟต์ เมื่อครู่ลิฟต์ชั้นสองมีปัญหานิดหน่อย คุณหยางเซ่าติดอยู่ในลิฟต์ ช่างกำลังรีบซ่อมลิฟต์อยู่ครับ” ชายอ้วนเห็นคุณเผยสีหน้าไม่ค่อยดี คิดว่าเป็นเพราะเดินหลงในโรงพยาบาล อารมณ์จึงไม่ดี “คุณเฉินพักอยู่ห้องชั้นแปดครับ เชิญตามผมมาครับ”

“คุณมีทิชชูมั้ย” เผยเยี่ยนถาม

“ฮะ?” ชายอ้วนอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มแหยๆ “ขอโทษครับ ผมรีบลงมาเลยไม่ได้เอามาครับ”

“ช่างเถอะ” คุณเผยล้วงผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท ห่อช็อกโกแลตในมือ จากนั้นก็สอดกลับเข้าไปในกระเป๋าดังเดิม

“นี่คุณ…” ชายอ้วนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความงุนงง เมื่อกี้ที่เอาผ้าเช็ดหน้าห่อคือช็อกโกแลตที่กินเหลือเหรอ

ใครๆ ก็บอกว่าคุณเผยคนนี้ใช้เงินเป็นเบี้ย คนมากมายชอบชวนเขาร่วมลงทุนด้วย สองปีก่อนมีคนตั้งฉายาเขาว่า “เศรษฐีสมองกลวง” ใครจะไปคิดว่าเขาจะมีโชคถึงขนาดลงทุนมั่วซั่วก็ยังได้กำไรกลับมามหาศาล ทำให้คนมากมายต้องประหลาดใจ

ไม่นึกว่าคุณเผยที่ร่ำลือกันจะเป็นคนประหยัดแบบนี้ ที่แท้คนเรายิ่งรวยก็ยิ่งขี้เหนียวสินะ แม้แต่ช็อกโกแลตที่กินเหลือครึ่งเดียวยังตัดใจทิ้งไม่ลง ต้องห่อเก็บไว้

“ไปเถอะ” คุณเผยหันไปมองฮวาจิ่นที่ยืนอยู่ด้านล่าง เธอยิ้มพลางโบกมือให้เขานิดๆ ก่อนจะเดินออกไป

“คุณเผย?” ชายอ้วนเดินไปสองสามก้าวแต่กลับไม่มีคนเดินตามมา เขากลัวว่าตัวเองจะทำอะไรผิดหรือเปล่า จึงหยุดแล้วหันไปมองอีกฝ่ายอย่างเป็นกังวล

“คุณว่า…ผู้หญิงที่ท่าทางเศร้าๆ ตาแดงก่ำ ไปเดินอยู่ริมทะเลสาบ ดูแล้วเหมือนคนที่คิดจะฆ่าตัวตาย อยู่ๆ จะมาทำอะไรที่โรงพยาบาล” อยู่ๆ คุณเผยก็ถามขึ้นมา

“อาจจะป่วยหนัก และมีปัญหาการเงินรึเปล่าครับ” ชายอ้วนคิดสักครู่จึงเสริมว่า “สมัยนี้การใช้ชีวิตมีความกดดันสูง อาจไม่มีทางออก”

คุณเผยคิดในใจ ผู้หญิงคนนั้นยังมีอารมณ์กวนประสาทฉันได้ ไม่น่าจะคิดสั้นมั้ง

“ไม่กี่ปีก่อน ผมมีเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง อยู่ดีๆ เขาก็ฆ่าตัวตายแบบไม่เคยมีวี่แววอะไรเลย ปกติก็ดูเป็นคนร่าเริงดี หลังจากเขาตายไปแล้วผมถึงได้รู้ว่า ที่แท้พ่อแม่ของเขาเสียชีวิตทั้งคู่ จากนั้นไม่นาน ภรรยาเขาก็เสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุไปอีกคน” เขาส่ายหน้าถอนหายใจ ผายมือเชิญคุณเผยเข้าลิฟต์ “ไม่มีใครดูออกว่าเขาเจอเรื่องเจ็บปวดขนาดนี้ ถ้าเรารู้เร็วกว่านี้ ใส่ใจเขาให้มากกว่านี้ เขาก็คงไม่เลือกทางออกแบบนั้น”

พูดจบ ชายอ้วนก็เพิ่งรู้ตัวว่าพูดมากเกินไป พอหันไปเห็นคุณเผยมีสีหน้าเรียบเฉย ก็แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ฮวาจิ่นไม่ได้ไปที่ร้าน แต่กลับไปนอนที่บ้านตลอดทั้งบ่าย พอตื่นขึ้นอีกครั้ง ท้องฟ้าด้านนอกก็มืดแล้ว เธอลุกขึ้นมาต้มบะหมี่ เปิดมือถือเข้าอินเทอร์เน็ตได้สักพัก ก็เห็นยอดเงินโอนจากหยางหลิน

ยอดเงินโอนเข้ามา 1,200 หยวน เธอมองดูตัวเลขสักพักจึงยิ้มออกมา ส่งข้อความไปขอบคุณอีกฝ่าย

หยางหลินตอบกลับ

หยางหลิน : [ไม่ต้องขอบคุณหรอก วันนี้ฉันเพิ่งรู้ว่าตัวเองมีน้อง เลยส่งซองแดง [1] ให้เธอรับสิริมงคลด้วย]

ฮวาจิ่นอมยิ้ม ตอบกลับว่า

บุปผาตระการ : [ขอบคุณค่ะ]

หยางหลิน : [ฉันจำได้ว่าดูเหมือนเธอจะชอบรับพลังมงคล มีครั้งหนึ่งในงานแต่งงาน คู่บ่าวสาวแจกลูกกวาดให้พวกเราที่เป็นพนักงาน เธอกินลูกกวาดทั้งหมดอย่างดีใจ บอกว่ากินแล้วจะได้เป็นมงคล]

ฮวาจิ่นวางมือถือ กินบะหมี่ที่เส้นเริ่มจะอืด แล้วจึงเอาชามไปล้างในครัว ห้องนี้เก่ามากแล้ว ถ้วยชามที่ใช้เสร็จถ้าไม่ล้างทันทีจะล่อมดแมลงได้ง่าย

หลังจากเก็บกวาดบ้านเรียบร้อย เธอก็เอารูปผลงานผ้าปักจีนโพสต์ลงเวยปั๋ว [2] บัญชีเวยปั๋วของเธอไม่ค่อยมีคนติดตามเท่าใดนัก นานๆ จะมีคนกดไลก์หรือคอมเมนต์ให้ แต่ส่วนใหญ่เธอแค่เอาไว้เล่นสนุกๆ

สองวันต่อมา หลังจากฮวาจิ่นทำงานปักลายปลาคาร์ปเสร็จเรียบร้อย เธอก็ได้รับข้อความหนึ่ง

[คุณฮวาจิ่น ขอบคุณนะครับ วันนี้ภรรยาผมได้จากไปแล้ว เธอชอบผ้านวมที่คุณปักมาก ขอบคุณมากๆ นะครับ]

เห็นข้อความนี้ ฮวาจิ่นก็รู้สึกตีบตันในลำคอ จึงลุกไปรินน้ำแก้วหนึ่ง ดื่มอึกใหญ่หลายอึกกว่าจะข่มความรู้สึกนั้นลงไปได้ มองผ่านบานกระจกหน้าต่างออกไป มองผู้คนที่เดินผ่านไปมาหน้าร้าน สูดหายใจลึกๆ สองสามครั้ง

“ว้าว ไม่นึกเลยว่ากระเป๋าผ้าปักจีนจะสวยขนาดนี้”

ฮวาจิ่นมองไปที่ประตู เห็นชายหญิงคู่หนึ่งเดินเข้ามาในร้าน หญิงสาวคนที่พูดใส่เดรสจั๊มเอว ที่คอพันผ้าพันคอ เวลายิ้ม ดวงตาหยีโค้ง เป็นความสวยที่เจือความขี้เล่นอยู่ด้วย

พอเธอเห็นฮวาจิ่นก็ชี้ไปที่กระเป๋าบนชั้นวาง “ฉันขอดูกระเป๋าใบนั้นได้มั้ยคะ”

“ได้ค่ะ” ฮวาจิ่นหยิบกระเป๋าจากชั้นวางมาส่งให้ลูกค้าสาว

ลูกค้าสาวรับมาลองหิ้วดู ส่องกระจกดูตัวเองแล้วพูดว่า “กระเป๋าใบนี้สวยจังเลย ลายปักนี่เป็นลายอะไรเหรอคะ ปักได้ประณีตมาก แถมไม่ดูล้าสมัยด้วย ไม่ค่อยได้เห็นอะไรแบบนี้เลย”

“หลักๆ เป็นลายลูกท้อ ดอกบัว และค้างคาวค่ะ รวมกันเป็นสัญลักษณ์ของความสุขและอายุยืนยาว นอกจากจะมีความหมายดีแล้ว ลายยังสวยด้วยค่ะ” ฮวาจิ่นมองผิวขาวใสของลูกค้าพลางพูดว่า “แต่สำหรับคนสวยที่มีผิวขาวใสอย่างคุณลูกค้า ถือกระเป๋าแบบไหน กระเป๋าใบนั้นก็คงเป็นได้แค่เครื่องประดับ เพราะคุณสวยอยู่แล้ว”

ลูกค้าสาวได้ฟังก็ชอบใจ อดไม่ได้ที่จะเลือกผ้าคลุมไหล่อีกผืน และกล่องเครื่องเขินสำหรับใส่เครื่องประดับอีกกล่อง ก่อนจะออกจากร้านไปพร้อมร้อยยิ้ม ก่อนจากไป เธอยังได้รู้ว่าฮวาจิ่นทำงานผ้าปักจีนได้อีกหลายอย่าง จึงขอแอดวีแชตของฮวาจิ่นเอาไว้ด้วย

ไม่มีใครปฏิเสธของสวยๆ งามๆ ได้หรอก นี่เป็นธรรมชาติของมนุษย์

ชายวัยกลางคนเอาผ้านวมลายมังกรหงส์มงคลที่ภรรยาของเขาเคยใช้ตอนยังมีชีวิต ค่อยๆ ห่ออัฐิของเธอ หลายคนบอกเขาว่า ต่อให้เขาพาภรรยามารักษาตัวในโรงพยาบาลในเมืองใหญ่ ก็เปลืองเงินเปล่าๆ แม้แต่ภรรยาของเขาเองก็ยังไม่อยากมา

แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีโอกาสรักษา ถ้าไม่มาเลย ก็เท่ากับรอความตายเท่านั้น

เขากับภรรยาแต่งงานกันมายี่สิบกว่าปี ไม่เคยให้เธอได้กินดีๆ ใช้ชีวิตสบายๆ เลย จะปล่อยให้เธอทนทุกข์ทรมานกับความเจ็บป่วยทั้งวันทั้งคืนจนถึงวันสุดท้าย เพียงเพื่อจะประหยัดเงินได้อย่างไร

อย่างน้อยในโรงพยาบาลก็ยังมียาแก้ปวดทั้งแบบกินและแบบฉีด อย่างน้อยก็ทำให้เธอได้เห็นเมืองหลวงที่เจริญรุ่งเรือง ยังมีผ้านวมลายมังกรหงส์มงคลที่เขาเคยสัญญาเอาไว้กับเธอเมื่อหลายปีก่อนด้วย

“พี่ชาย หักห้ามใจด้วยนะครับ” ชายหนุ่มที่มาส่งเขาที่สถานีรถไฟเป็นคนที่อ้างตัวว่าเป็นคนดังในโลกโซเชียล ไม่รู้ว่าไปได้ยินเรื่องภรรยาของชายวัยกลางคนป่วยมาจากไหน และยืนกรานจะบริจาคเงินให้อีกฝ่าย แต่พอเห็นว่าชายวัยกลางคนไม่ยอมรับเงิน จึงแวะมาเยี่ยมบ่อยๆ ครั้งนี้ยังจองตั๋วรถไฟให้ชายวัยกลางคนผ่านทางมือถือด้วย

ชายวัยกลางคนส่ายหน้า กอดโถใส่อัฐิไว้แน่น “แบบนี้ก็ดี เธอจะได้ไม่ต้องทรมานอีก”

ชายหนุ่มเห็นสีหน้าร่วงโรยที่ผ่านความลำบากของชายคนนี้ ก็รู้สึกสะเทือนใจ จึงถามเขาว่า “ผมเอาเรื่องของคุณและภรรยาไปเล่าให้คนอื่นฟังได้มั้ยครับ”

“คนอย่างเราจะไปมีเรื่องอะไรให้เอาไปเล่าล่ะ” สีหน้าของชายวัยกลางคนทั้งเหนื่อยล้าทั้งโศกเศร้า แต่แววตากลับสดใส เพราะการได้พาภรรยากลับบ้านเป็นแรงฮึดที่ทำให้เขาก้าวเดินต่อไปได้

“คุณยอมใช้เงินทั้งหมดเพื่อภรรยา ทุกวันกินแต่หมั่นโถวกับน้ำเปล่า ถ้าคนอื่นๆ ได้รับรู้เรื่องราวเหล่านี้ คงจะประทับใจมาก”

“มันไม่ใช่เรื่องน่าประทับใจอะไรหรอก เราเป็นสามีภรรยากัน ก็ต้องดูแลกันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” ชายวัยกลางคนค่อยๆ เช็ดโถอัฐิอย่างเบามือ แม้จะไม่มีฝุ่นเลยสักนิด “เมื่อเป็นคู่ชีวิตกันแล้ว ก็ต้องอยู่ด้วยกันตลอดไป ดูแลกันและกันให้ดี มีอะไรน่าเล่าตรงไหน

“อีกอย่างการนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล ถึงจะต้องใช้เงินเยอะ แต่ก็เบิกประกันสุขภาพได้ส่วนหนึ่ง ผมทำงานอีกสักสองสามปี ก็ใช้หนี้ได้หมดแล้ว ส่วนบ้านช่องก็ยังอยู่ ไม่ได้ขาย อย่างนี้จะเรียกว่าใช้ทรัพย์สินทั้งหมดได้ยังไง”

ชายวัยกลางคนอุ้มโถอัฐิของภรรยาเดินจากไป ชายหนุ่มมองตามหลังที่คุ้มงอนิดๆ ของเขา ในใจสับสนจนยากจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้

คืนนั้น เมื่อเขากลับถึงบ้านก็โพสต์เรื่องราวทั้งหมดลงเวยปั๋ว

เขาเล่าเรื่องตามจริง ไม่ได้ปรุงแต่งเกินเลยเพื่อกระตุ้นอารมณ์ เพราะเรื่องราวทั้งหมดล้วนบอกเล่าความรู้สึกได้อย่างครบถ้วนแล้ว

ในชีวิตจริง เขาเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่ง ส่วนในโลกโซเชียล เขาเป็นบล็อกเกอร์ผู้เขียนเรื่องราวซาบซึ้งสะเทือนอารมณ์ มีแฟนคลับติดตามสองสามแสนคน พอเขาโพสต์เรื่องนี้ลงเวยปั๋ว ก็มีหลายคนรีโพสต์และคอมเมนต์กันมากมาย

ทุกตัวละครในเรื่องนี้ล้วนน่ารักและอบอุ่น…

สามีที่แม้จะยากจน แต่กลับทุ่มเงินทั้งหมดเพื่อภรรยา ทั้งที่ตัวเองไม่มีเงิน แต่ก็ไม่ยอมรับเงินที่คนอื่นหยิบยื่นให้มาเปล่าๆ หมอและพยาบาลที่ดูแลภรรยาของเขา บล็อกเกอร์ที่อยากจะช่วยสองสามีภรรยาคู่นี้ ยังมีเจ้าของร้านปักผ้านวมลายมังกรหงส์มงคลที่เร่งงานให้จนถึงเช้า แต่กลับรับเงินเพียงเล็กน้อย

ชาวเน็ตบางคนบอกว่า นี่ไม่ใช่เรื่องราวความรัก แต่เป็นเรื่องราวสะเทือนอารมณ์ และอบอุ่นใจอย่างมากในโลกนี้

 

[1] การแจกซองแดงหรืออั่งเปาอิเล็กทรอนิกส์ผ่านแอปพลิเคชันข้อความและโซเชียลมีเดียวีแชต คือบริการ Red Packet ซึ่งเป็นรูปแบบของ WeChat Pay เป็นรูปแบบการจ่ายและโอนเงินที่สะดวกง่ายดาย และใช้กันแพร่หลายในประเทศจีน รวมทั้งคนจีนในปัจจุบันยังนิยมมอบอั่งเปาอิเล็กทรอนิกส์ผ่านทางช่องทางนี้ด้วย จึงมีชื่อเรียกดังกล่าว

[2] Weibo เว็บไซต์ไมโครบล็อกของจีนที่มีลักษณะคล้ายกับทวิตเตอร์และเฟซบุ๊กรวมกัน

ใส่ความเห็น