fbpx

[ทดลองอ่าน] อุ่นหัวใจด้วยไฟรัก 1.5

他从火光中走来
อุ่นหัวใจด้วยไฟรัก

 

เอ่อร์ตงทู่จื่อ 耳东兔子 เขียน
มู่หลินเซิน แปล

 

จากกันครั้งก่อน เขายังเป็นแค่ผู้ชายที่ไม่พร้อมรับผิดชอบชีวิตใคร
พบกันครั้งนี้ เธอตั้งใจทำทุกอย่างเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเขา
ความประทับใจที่ดาราสาวอย่างหนานชู มีต่อ หลินลู่เซียว นายทหารสังกัดกองกำลังดับเพลิง
ไม่เคยแปรเปลี่ยนไปเลยแม้แต่นิดเดียว
เธอจะทำให้เขารู้ว่า ความรักของเธอนั้น
ร้อนแรงและไม่มีทางดับลงได้ เหมือนเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่เขาเคยพบเจอ

_______________________________

 

ติดตามการวางจำหน่ายหนังสือได้ทางเพจ “บ้านอรุณ

สำนักพิมพ์อรุณ

 

(ทดลองอ่านนี้ไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์)

บทที่ 1.5

 

เซี่ยหว่านยืนขึ้นอย่างสง่างาม “ไปสิ ฉันดื่มเยอะมากเหมือนกัน”

ทั้งสองคนเดินออกไปพร้อมกัน หลินฉี่มองแผ่นหลังของพวกเธอแล้วเอ่ยพึมพำ “บ้าหรือเปล่า ไปห้องน้ำยังต้องไปด้วยกัน”

หนานชูไม่ได้เดินไปห้องน้ำพร้อมกับคนอื่นแบบนี้นานแล้ว

พอเดินมาถึงประตูก็เห็นหลินลู่เซียวยืนสูบบุหรี่อยู่ แผ่นหลังเหยียดตรง ทุกครั้งที่เขายืน แผ่นหลังมักจะยืดตรงเสมอ ลมระลอกหนึ่งพัดผ่านเสื้อยืดตัวนั้นที่เขาสวมใส่ ช่วงเวลาที่เสื้อแนบกับแผ่นหลังก็ยิ่งทำให้มองเห็นรูปร่างชัดเจนยิ่งขึ้น

หุ่นของเขาไม่ใช่หุ่นแบบนักเพาะกาย แต่สมส่วนได้รูป จุดไหนควรมีกล้ามก็มีครบไม่ขาด

เหมือนอย่างคำที่กล่าวไว้ว่า…

ใส่เสื้อดูผอม แต่ถอดแล้วมีกล้าม

เซี่ยหว่านมองหนานชู เธอเป็นคนความรู้สึกไว เป็นเด็กดีเชื่อฟังตั้งแต่เล็ก ได้รับโควต้าให้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยแพทย์ทหาร พ่อแม่เป็นพนักงานเงินเดือนทั้งคู่ อดออมทุ่มเทความพยายามทั้งแรงกายและแรงใจ ผูกมิตรเชื่อมสัมพันธ์ไปทั่วเพื่อให้เธอได้อยู่ในโรงพยาบาลที่ทำงานอยู่ตอนนี้

เซี่ยหว่านรู้ดีว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอได้มานั้นมาจากน้ำพักน้ำแรงล้วนๆ

เธอจึงเข้มงวดกับตัวเองตั้งแต่ยังเล็ก ทุกสิ่งทุกอย่างห้ามผิดพลาดแม้แต่ก้าวเดียว ความรักก็เช่นกัน เธอรู้ดีว่าตัวเองต้องการอะไร รู้ดีมาตลอด

เธอจะสมหวังกับหลินลู่เซียวไม่ช้าก็เร็ว เธอคิดแบบนั้น บนโลกนี้ไม่มีใครคู่ควรกับหลินลู่เซียวเท่าเธออีกแล้ว

แต่หนานชูไม่คิดแบบนั้น

ทั้งสองคนยืนขนาบข้างอยู่หน้าอ่างล้างมือ เซี่ยหว่านทำทีเป็นถาม “คุณสนิทกับนักพรตหญิงวัดชิงฉานเหรอคะ”

หนานชูหมุนก๊อกน้ำ “เคยไปฝึกสมาธิภาวนามาช่วงหนึ่งน่ะค่ะ”

“บทสวดภาวนาของที่นั่นยอดเยี่ยมมากเลยค่ะ ท่านนักพรตหญิงแห่งวัดชิงฉานเป็นคนมองคนเก่ง” เซี่ยหว่านเห็นด้วย

หนานชูเงียบ รออีกฝ่ายพูดต่อ

“ท่านนักพรตหญิงบอกว่า ดวงชะตาของฉันมีผู้ช่วยเหลืออุปถัมภ์ ซึ่งคนคนนั้นเป็นทหาร”

งี่เง่า นักพรตหญิงไม่เคยกล่าวคำพูดแบบนั้น แต่หนานชูไม่เปิดโปงอีกฝ่าย เธอหมุนปิดก๊อกน้ำ ดึงกระดาษออกมาเช็ดมือเงียบๆ

เซี่ยหว่านมองหนานชู “ฉันได้ยินมาว่าคุณมีข่าวลือเยอะเลยนี่คะ”

หนานชูเหลือบมองเธอครั้งหนึ่ง ยืนพิงเคาน์เตอร์แต่งหน้า ล้วงกล่องบุหรี่และไฟแช็กออกมาจากกระเป๋า หยิบออกมาหนึ่งมวน “อย่างเช่น…”

เซี่ยหว่านมึนงง รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่อาจต่อกรง่ายๆ

“สื่อบันเทิงเขาเมาท์กันเต็มเลยว่าพ่อของคุณเป็นมาเฟีย”

หนานชูคาบบุหรี่ไว้ในปาก ก้มหน้าแล้วจุดไฟจนควันบุหรี่ลอยอวล เธอหรี่ตา พูดต่อด้วยเสียงเย็นชาถึงขั้นสุดว่า “พูดต่อสิ…”

เซี่ยหว่านรู้สึกกลัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก “บอกว่าคุณมีแฟนหลายคน”

หนานชูคาบบุหรี่ไว้แล้วหัวเราะเยาะ ห้องน้ำเต็มไปด้วยควันบุหรี่คละคลุ้ง เมื่อเซี่ยหว่านมองทะลุผ่านควันสีขาวนั้นก็รู้สึกว่าหนานชูเหมือนปีศาจสาว

หญิงสาวสองคนจ้องหน้าอีกฝ่ายผ่านกระจกตรงหน้า เซี่ยหว่านพูดเปิดประเด็นตรงไปตรงมา

“หลินลู่เซียวหน้าตาดี นิสัยตรงไปตรงมา ผู้หญิงหลายคนชอบเขา แต่พวกคุณไม่มีทางครอบครองเขาได้ เพราะฉะนั้น ห้ามคิดอะไรกับเขาทั้งนั้น”

หนานชูคีบบุหรี่ออก จ้องเซี่ยหว่านแล้วพ่นควันออกมาเป็นวงใส่หน้าเธอ

“แล้วถ้าคิดไปแล้วล่ะ จะทำยังไง หืม”

เซี่ยหว่านสะอึก เธอประเมินหนานชูในใจ ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ต่อกรได้ง่ายๆเหมือนหน้าตาที่อ่อนหวานนั่นแน่ๆ

เวลาทำอะไรเธอจะวางแผนเสมอ เมื่อเผชิญหน้ากับคู่แข่งแบบนี้ เธอต้องการเวลาคิดวิเคราะห์ ควันบุหรี่จางลง ใบหน้าของหญิงสาวเริ่มชัดเจนขึ้น หน้าตาของหนานชูไม่ใช่คนที่จะหาเรื่องใครได้เลย

ในวงการบันเทิงมีนักแสดงหญิงหลายคนที่มีหน้าตาหาเรื่อง โดยเฉพาะเวลาแต่งหน้าเสร็จยิ่งแล้วใหญ่ แต่นิสัยท่าทางกลับง้องแง้งเหมือนเด็กน้อย

ส่วนหนานชูนั้นกลับกัน คิ้วและตาของเธอสวยเป็นธรรมชาติ ผิวพรรณเนียนนุ่ม รูปหน้าสวยดูแล้วเป็นมิตร เป็นความสวยแบบธรรมชาติ จะรู้สึกว่าถูกเธอโจมตีก็ต่อเมื่อเธอแสดงอำนาจออกมาเท่านั้น

เหมือนอย่างเมื่อครู่…

ขนาดเซี่ยหว่านมองผ่านควันขาวที่คั่นกลางอยู่ยังรู้สึกได้ถึงสายตาของหนานชู แววตานั้นคล้ายนักล่าที่เห็นเหยื่ออยู่ก็ไม่ปาน ทั้งเย็นชา เจ้าเล่ห์ และกระหายชัยชนะ

“พวกคุณรู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอ” ปีศาจสาวหนานชูถาม

“ปีที่แล้ว” เซี่ยหว่านไม่คิดปิดบัง แถมยังพูดด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ ถึงแม้หนานชูจะสวยหุ่นดี แต่อย่างน้อยเธอก็ชนะในเรื่องเวลา เธอมาก่อน

บรรยากาศเงียบงันไปชั่วครู่ เซี่ยหว่านมองท่าทีหนานชู เห็นอีกฝ่ายนั่งอยู่บนโต๊ะแต่งหน้าอย่างสบายใจเฉิบ นิ้วเรียวยาวคีบบุหรี่ ดวงตาและคิ้วอ่อนโยน มุมปากยกขึ้นเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ได้ยิ้ม

มีเสียงตะโกนดังเข้ามาจากภายนอก “พวกพี่สองคนตกส้วมแล้วหรือไง!”

หลินฉี่นั่นเอง

หนานชูสูบบุหรี่อีกเฮือกแล้วขยี้กับเคาน์เตอร์ล้างมือ ก่อนจะโยนลงถังขยะด้านข้างแล้วหันมาล้างมือ หนานชูพูดกับเซี่ยหว่านในกระจกว่า “คุณหมอเซี่ยคะ ฉันรู้จักเขาตั้งแต่อายุสิบหกแล้ว”

พูดจบก็ดึงกระดาษทิชชู่มาเช็ดมือให้สะอาดแล้วเดินจากไป ปล่อยให้อีกฝ่ายที่ยืนอยู่ด้านหลัง อึ้งราวกับโดนสายฟ้าฟาด

เมื่อหนานชูเดินออกมาก็เห็นว่าด้านนอกมีคนยืนอยู่สองคน

หลินลู่เซียวยืนกอดอกพิงผนัง งอขาข้างหนึ่ง หันข้างมองเธอแล้วหันกลับอย่างรวดเร็ว

หลินฉี่ปรี่เข้ามาอยู่ตรงหน้าเธอภายในก้าวเดียว ท่าทางซนอย่างกับลิง ทำจมูกฟุดฟิดซ้ายทีขวาที “สิงห์อมควันเข้าสิงอีกแล้วเหรอ”

หนานชูผลักเขาออก พูดอย่างเหลืออด “นายจู้จี้ยิ่งกว่าเสิ่นกวงจงอีกนะเนี่ย”

หลินฉี่พูดใส่หูเธอต่อไม่หยุด “ครั้งก่อนที่มิลานก็บอกเธอแล้วนี่ เธอลืมอีกแล้วเหรอ! เธอน่ะร่างกายไม่แข็งแรง ยังจะสูบบุหรี่อีก!”

หนานชูขมวดคิ้ว “…”

“ผู้หญิงอย่างเธอเนี่ยนะ! จะไปมีเรื่องอะไรให้ปวดหัวเยอะแยะกันเชียว!”

“…”

“หรือว่าไปอ่านเวยปั๋วอีกแล้ว”

“เปล่า”

“คนพวกนั้นพูดอะไรก็ปล่อยพวกเขาพูดไปเถอะ สนใจเรื่องพวกนั้นจนโมโหแบบนี้ มันคุ้มกันที่ไหน รีบเลิกบุหรี่ซะ!”

หนานชูอยากเอาสก๊อตช์เทปปิดปากเขาซะจริงๆ “เสิ่นกวงจงสิงร่างนายอยู่หรือไงฮะ!”

หลินฉี่หวังให้หนานชูเลิกบุหรี่จริงๆ เขาหยิกแขนเธอหนึ่งที “ถ้าเธอไม่เลิก ฉันไม่ให้เธอกินเค้กวันเกิดฉันนะ!”

หลินฉี่รักเค้กเยี่ยงชีวิต คนที่มีสิทธิ์กินเค้กของเขามีแค่ไม่กี่คน หนานชูคือหนึ่งในนั้น เด็กน้อยตรงหน้าจึงลงไม้ลงมือไม่ยั้ง เขาหยิกอีกครั้ง “จะเลิกหรือเปล่า!”

หนานชูปัดมือเขาออก นิ่งเงียบสีหน้าไม่สบอารมณ์

หลินฉี่รู้จักหนานชูดี เวลาปกติพูดอะไรก็ได้หมด เป็นคนโกรธยาก แต่ถ้าทำให้เธอโมโหละก็ ความเย็นชาไร้เสียงจะแผ่ซ่าน ภายในระยะเวลาอย่างน้อยสิบห้าวันอย่าริอ่านไปหาเธอเลยทีเดียว

หนุ่มน้อยกลัวจนหยุดมือ แต่ปากบ่น “แค่นี้เองจะโมโหทำไม”

เซี่ยหว่านเดินตามมาด้านหลังสุด หลินฉี่เดินนำอยู่ข้างหน้ากับหนานชู หลินลู่เซียวเอาสองมือล้วงกระเป๋าเดินตามอยู่ด้านหลัง เขาตัวสูงใหญ่ สูงกว่าสองคนนั้นมากนัก แผ่นหลังตรง ขายาว แต่ไม่เรียวเล็ก กางเกงสีดำตัวยาวตัวนั้นที่เขาสวมใส่ดูเข้ากันพอดิบพอดี ดูแข็งแรงแต่ไม่บึกบึน

ตอนที่หลินฉี่คุยกับหนานชู สายตาของเขาดูผ่อนคลาย มุมปากยกขึ้น เธอจึงรีบเดินตามเข้าไป เรียกเขาเสียงเบา “หลินลู่เซียว”

เขาตอบอย่างไม่ใส่ใจ “อืม”

“คุณรู้จักกับหนานชูมาก่อนงั้นเหรอคะ” ตอนเซี่ยหว่านถาม เธอเหล่มองด้วยหางตา สังเกตสีหน้าของเขา หลินลู่เซียวที่ก้มหน้าอยู่ เมื่อได้ยินคำพูดนั้นรอยยิ้มบนหน้าก็ค่อยๆหายไป แล้วตอบอืมหนึ่งคำ

เซี่ยหว่านถามต่อ “รู้จักกันได้ยังไงเหรอคะ”

“เหตุการณ์บังเอิญน่ะ” หลินลู่เซียวไม่อยากต่อความยาว

“อ้อ” เซี่ยหว่านถอนหายใจ

ใส่ความเห็น

แจ้งเตือนการใช้งานคุกกี้ เว็บไซต์ของเรามีการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดการประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้ดีที่สุด ได้แก่ คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ประสิทธิภาพ คุกกี้เพื่อการทำงานของเว็บไซต์ และคุกกี้กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ศึกษารายละเอียดและการตั้งค่าคุกกี้เพิ่มเติมเพื่อความเป็นส่วนตัวของท่านได้ใน นโยบายคุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า