Soft Skills ทักษะที่ทำให้คุณมีความสามารถเหนือหุ่นยนต์

คนทำงานต้องมี Hard Skills หรือความรู้ความสามารถ และทักษะเฉพาะทางที่เกี่ยวข้องกับสายงานอยู่แล้ว แต่ในอนาคตหุ่นยนต์จะเข้ามาแทนที่อาชีพที่ใช้ทักษะทางด้าน Hard Skills ส่วนใหญ่ได้ องค์กรต่างๆ จึงต้องการคนทำงานที่มี Soft Skills ซึ่งเป็นทักษะที่ค่อยๆ พัฒนาจากการใช้ชีวิต การเข้าสังคม การทำงาน และสามารถเอาไปปรับใช้ได้กับทุกสายงาน ซึ่งทักษะ Soft Skills บางทักษะจะทำให้คุณโดดเด่น มีความสามารถเหนือหุ่นยนต์ ดังนั้นหากเราหยุดพัฒนาตัวเอง อาจทำให้ก้าวถอยหลัง ในขณะที่คนอื่นกำลังก้าวแซงหน้าไป ถ้าคุณอยากเป็นผู้อยู่รอดในโลกของการทำงานในอนาคต ขอให้เริ่มพัฒนาทักษะ Soft Skills ตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อไม่ให้มนุษย์และหุ่นยนต์แซงหน้าคุณได้! Soft Skills ทักษะที่ทำให้คุณมีความสามารถเหนือหุ่นยนต์ จะมีอะไรบ้าง เราไปติดตามกัน!

1. ความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence)

คนที่มีความฉลาดทางอารมณ์จะสามารถสังเกต ทำความเข้าใจ จัดการ และแสดงอารมณ์ของตัวเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม ซึ่งช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพ รวมถึงบริหารจัดการกับความเครียดที่จะส่งผลต่อการสร้างสรรค์ผลงานได้ บริษัทจะให้ความสำคัญในการเลือกคนเข้าทำงาน โดยใช้ปัจจัยด้านความฉลาดทางอารมณ์เข้ามาพิจารณา โดยเฉพาะคนที่เข้าใจในความแตกต่างของเพื่อนร่วมงาน และมีทักษะในการจัดการความแตกต่างนั้น

2. ทักษะการปรับตัว (Adaptability)

เราอาศัยอยู่บนโลกที่ผู้คนแตกต่างกันทั้งความคิด ความเชื่อ จึงจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นทางความคิดเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ เพื่อนำมาปรับใช้ในการทำงานได้ หรือหากต้องทำงานเป็นทีมที่แต่ละคนมีแนวคิด หรือวิธีทำงานแตกต่างกัน เราก็จะไม่ยึดติดว่าความคิดหรือวิธีของเราดีที่สุด แต่จะหาข้อดีข้อเสีย จุดแข็ง และจุดอ่อนของแต่ละคน เพื่อนำมาปรับใช้ด้วยกัน

3. ทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น (Collaboration)

การทำงานร่วมกันยังเป็นสิ่งที่มนุษย์ทำได้ดีกว่าหุ่นยนต์ ทั้งด้านความรู้สึกและการมีปฏิสัมพันธ์ มนุษย์ยังมีจุดเด่นตรงที่ตอบสนองต่อเรื่องราวต่างๆ ซึ่งมักไม่มีแบบแผนตายตัวอย่างหุ่นยนต์ ทุกวันนี้เราต้องทำงานร่วมกับคนที่หลากหลาย องค์กรต่างๆ จึงต้องการคนทำงานที่มีทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงทักษะการบริหารคนที่จำเป็นสำหรับคนทำงานในทุกระดับ

4. ทักษะการสื่อสาร (Communication)

ในยุคที่หุ่นยนต์ถูกนำเข้ามาใช้ทำงานอย่างเต็มที่ ทักษะด้านสังคมอย่างการเจรจาต่อรองจะกลายมาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในออฟฟิศ มนุษย์ยังคงได้เปรียบหุ่นยนต์ในการเจรจากับลูกค้าด้วยกันได้ ไม่ว่าจะเป็นสายงานการตลาด งานขาย โดยเฉพาะสายงานทางด้านเทคโนโลยี หากสามารถทำระบบที่เกี่ยวกับหุ่นยนต์หรือซอฟต์แวร์ได้ แล้วมีทักษะด้านการเจรจาต่อรองด้วย จะยิ่งเป็นสิ่งที่เพิ่มมูลค่าในการทำงานของเรา คำแนะนำก็คือ หากต้องการให้การสื่อสารเป็นไปอย่างราบรื่นเราต้องรู้ว่า ใจความสำคัญของเรื่องคืออะไร ใครเป็นผู้รับสาร และควรใช้วิธีไหน ภาษาแบบไหนในการสื่อสารให้เขาเข้าใจ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงทักษะการประสานงานและการเจรจาต่อรองให้มีทางออกแบบ Win-Win ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย

5. การคิดเชิงวิเคราะห์และเลือกตัดสินใจ (Critical Thinking andDecision-making)

โลกที่เต็มไปด้วยข้อมูลมหาศาล หรือ Big Data แบบทุกวันนี้ บริษัทย่อมต้องการคนที่สามารถย่อยข้อมูลเหล่านั้นด้วยการเอามาวิเคราะห์ ตีความ แล้วนำมาใช้ได้ เพราะแม้ว่าเราจะใช้หุ่นยนต์ทำสิ่งต่างๆ มากขึ้น แต่การคิดวิเคราะห์และตัดสินใจยังเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญที่มนุษย์ต้องทำด้วยตัวเอง ถึงแม้AI จะสามารถวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Big Data ได้แม่นยำและเร็วกว่ามนุษย์ แต่สถานการณ์ต่างๆ มักมีความซับซ้อน ปัญหามีหลายแง่มุม แค่ข้อเท็จจริงและความน่าจะเป็นจึงไม่เพียงพอ ยังต้องอาศัยความเข้าใจบริบทของปัญหา และความเหมาะสมในการแก้ปัญหาของแต่ละสถานการณ์ ซึ่งหุ่นยนต์ไม่สามารถเข้าใจบริบทเหล่านี้ได้ดีเท่ามนุษย์

6. ทักษะการแก้ไขปัญหาที่มีความซับซ้อน (Complex Problem Solving)

ยุคนี้แค่ทักษะการแก้ไขปัญหาธรรมดาๆ คิดแค่ชั้นเดียวมันไม่พอแล้ว เพราะเทคโนโลยีทำให้องค์กรต่างๆ มีระบบการทำงานที่ซับซ้อนมากขึ้น คนที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้จึงต้องมีกระบวนการคิดอย่างรอบคอบ มองหลายด้าน และต้องหาวิธีแก้ปัญหาหลายรูปแบบ เมื่อรู้แล้วว่ามีปัญหาเกิดขึ้น ก็ต้องเก็บข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาวิเคราะห์ เพื่อระบุว่ามีปัญหาอะไรบ้าง และอยากจะให้ผลลัพธ์เป็นแบบไหน จากนั้นก็หาวิธีแก้ปัญหา โดยแยกปัญหาออกเป็นข้อย่อยก่อน แล้วแก้ไปทีละจุดพร้อมกับประเมินว่า วิธีที่คิดนี้ได้ผลลัพธ์ออกมาประมาณไหน จากนั้นก็ต้องติดตามผลการแก้ไขปัญหาด้วย

7. ทักษะความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)

AI ที่สามารถวาดภาพแนว Abstract ได้ไม่แตกต่างจากฝีมือของมนุษย์ น่าจะเป็นเครื่องยืนยันได้ดีว่า แม้แต่งานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นจุดเด่นของมนุษย์ ก็อาจถูกทดแทนได้ด้วยหุ่นยนต์ในอนาคต การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์จึงยิ่งสำคัญมากขึ้น ความคิดสร้างสรรค์ที่พูดถึงนี้ไม่ใช่แค่การสร้างสรรค์งานศิลปะเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่จะช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้า และความสามารถในการหยิบเทคโนโลยีหรือความรู้ใหม่ๆ มาพลิกแพลง ต่อยอด ทำให้ผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัทแปลกใหม่ โดดเด่น และน่าสนใจได้ทำ ความคิดสร้างสรรค์ถือเป็นทักษะที่มีคุณค่ามากที่สุด เพราะไม่มีหลักสูตรตายตัว เราต้องช่างสังเกต อยากรู้อยากเห็น เปิดใจกว้าง เสพข้อมูลหลากหลาย รวมทั้งมีไหวพริบที่จะแก้ไขปัญหา หรือสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ด้วย หากเราพัฒนาทักษะด้านนี้ได้ดีก็จะได้เปรียบหุ่นยนต์ เพราะหุ่นยนต์ถูกโปรแกรมมาเพื่อแก้ไขปัญหาเดิมซ้ำๆ จากข้อมูลที่ได้รับ ต่างจากมนุษย์ที่สามารถสร้างวิธีการแก้ปัญหาใหม่ได้เสมอ

8. ทักษะการบริหารเวลา (Time Management)

คนทำงานในยุคนี้ต้องทำงานแข่งกับเวลา และต้องทำอะไรหลายอย่างพร้อมกัน เราจึงต้องมีทักษะในการวางแผน ควบคุมกำหนดระยะเวลา และจัดลำดับความสำคัญของงานให้ชัดเจนรวมถึงควบคุมตัวเองให้มีวินัยจนทำตามแผนที่วางไว้ เทคนิคที่จะช่วยได้คือ คุณอาจวางแผนการทำงานต่างๆ ด้วยวิธีจัดการแบบ Eisenhower Box และ 1-3-5 เริ่มจากลิสต์งานที่อยู่ในความรับผิดชอบของเราทั้งหมด ดูว่าแต่ละงานมีเดดไลน์เมื่อไร อาจจะเขียนลง Post-it แปะไว้ให้เห็นชัด ๆ หรือเขียนลงปฏิทิน จากนั้นก็วางแผนเป็นภาพรวมว่า งานไหนต้องทำก่อนทำหลัง ตั้งเป้าไว้ว่าในแต่ละวันจะทำอะไรบ้าง ทำแต่ละอย่างใช้เวลากี่นาที และพยายามทำตามกำหนดให้ได้มากที่สุด

Soft Skills ทักษะที่ทำให้คุณมีความสามารถเหนือหุ่นยนต์

หนังสือ โปรดหยิบเล่มนี้อ่าน เพราะ “ไม่มีงาน” มันน่ากลัว

เขียนโดย Jobthai

วางจำหน่ายแล้วที่ร้านหนังสือทั่วประเทศ
สั่งซื้อออนไลน์
คลิก

ใส่ความเห็น