Tag Archives: ธรรมะ

พุทธทาสภิกขุ ผู้เขียนคู่มือมนุษย์ บุคคลสำคัญของโลกที่องค์การยูเนสโกยกย่อง

ท่าน พุทธทาสภิกขุ คือพระภิกษุรูปสำคัญไม่ใช่แค่ในวงการศาสนาของไทย แต่ความยิ่งใหญ่ของท่านนั้นได้รับการยกย่องและยอมรับในระดับโลก มาดูกันว่าเพราะเหตุใดท่านจึงได้เป็นบุคคลสำคัญของโลกที่องค์การยูเนสโกยกย่อง ประวัติท่านพุทธทาสภิกขุ โดยสังเขป   พุทธทาสภิกขุมีนามเดิมว่า เงื่อม พานิช เกิดเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2449 เป็นชาวอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี อุปสมบทขณะอายุได้ 20 ปี ณ วัดโพธาราม อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ รับฉายาว่า “อินทปัญโญ” แปลว่าผู้มีปัญญาอันยิ่งใหญ่ เดิมที่ท่านได้ตั้งใจไว้ว่าจะบวชเพียง 3 เดือน แต่เมื่อได้ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมแล้วก็เกิดความซาบซึ้งในพระพุทธศาสนา จึงล้มเลิกความคิดที่จะลาสิกขา นี่คือเหตุแห่งการบวชตลอดชีวิตของท่าน โดยท่านได้กล่าวว่า ผมคิดว่าจะใช้ชีวิตให้เป็นประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์ให้มากที่สุด   ผลงานที่โด่ดเด่น อุดมคติในชีวิตของท่านพุทธทาสภิกขุนั้นเป็นไปเพื่อดำรงรักษาพระพุทธศาสนาและเผยแผ่พระศาสนาเพื่อผู้อื่น ดังมีปรากฏไว้ในบันทึกของท่านว่า “…ชีวิตของข้าพเจ้าสละทุกๆ อย่าง มุ่งหมายต่อความสุขนี้ และประกาศเผยแพร่ความสุขนี้เท่านั้น ไม่มีอะไรดีกว่านี้ในบรรดามีอยู่ในพระพุทธศาสนา”   ผลงานหนังสืออันเกิดจากความตั้งใจจะเผยแผ่พระศาสนานั้น ก็เช่น คู่มือมนุษย์ ธรรมะ 9 ตา ธรรมะสำหรับคนเกลียดวัด ตัวกูของกู อิทัปปัจจยตา […]

7 วิธีตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ ตอบโจทย์ทั้งทางโลกและทางธรรม

วิธี ตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ ตามแนวทางของพระพุทธเจ้า ที่ตอบโจทย์ทั้งทางโลกและทางธรรม ที่ทุกคนต้องรู้และควรทำ มีด้วยกัน 7 วิธี ดังนี้   ตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ ตามกำลัง   ท่านเลี้ยงมาแล้ว เราต้องเลี้ยงตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ ตามฐานะ ตามกำลังที่เราทำได้ ถึงเวลานำเงินใส่ซองให้ท่าน จดหาสิ่งของที่มีประโยชน์เท่าที่กำลังจะมีให้ท่าน เป็นต้น   ช่วยประหยัดรายจ่าย   พ่อแม่ลำบากทำงานหนักเพื่อหาเงินมาดูแลเลี้ยงดูเรา หากเรายังไม่สามารถหาเงินมาเลี้ยงดูท่านได้ การตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ ขั้นแรกก็อย่าทำลายล้างทรัพย์สินช่วยท่านประหยัด เพื่อให้ท่านสบายใจ   รักษาเกียรติของวงศ์ตระกูล ลูก คืออนุสาวรีย์ของพ่อแม่ คำกล่าวนี้ไม่ผิดไปจากความเป็นจริงเลย หากเราเป็นคนมีคุณธรรม ก็จะมีแต่คนชื่นชมมาถึงพ่อแม่และวงศ์ตระกูล หากเราใช้ชีวิตไร้คุณธรรม แน่นอนว่าผู้คนย่อมมองมาถึงพ่อแม่ ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูล   ไม่ทำลายทรัพย์สมบัติที่ได้มา   ไม่ทำลายทรัพย์สมบัติมรดกที่ท่านยกให้ พยายามตั้งอกตั้งใจรักษา เก็บทรัพย์สมบัติเผื่อเอาไว้ให้เป็นมรดกของลูกหลานต่อไป   ดูแลยามป่วยไข้   เมื่อพ่อแม่ป่วยไข้ หายาที่ช่วยบรรเทาอาการ หรือพาท่านไปพบแพทย์เพื่อรักษาตัว ให้สมกับที่ท่านให้ชีวิตเรามา   รักษาความสามัคคีในหมู่พี่น้อง รักษาความสามัคคีระหว่างพี่น้อง อย่าทะเลาะกัน […]

หลุมพรางของคนชอบสวดมนต์ : 5 ข้อสังเกตที่บอกว่าคุณกำลังไปผิดทาง

การ สวดมนต์ มีข้อดีหลายอย่าง เช่น ช่วยให้จิตเป็นสมาธิ ช่วยให้ใจเย็นลง มีสมาธิในการทำงานมากขึ้น ขณะที่สวดมนต์อย่างตั้งใจความทุกข์ในใจจะเบาบางลงชั่วขณะหนึ่ง หรือคนที่สวดมนต์โดยมีเจตนาอยากสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้า จิตก็จะเป็นสุขและได้บุญ แต่ก็มีคนตกหลุมพรางบางอย่างเวลาสวดมนต์ ซึ่งจะยิ่งทำให้เรายิ่งห่างไกลพระพุทธศาสนา   เร่งความเร็วเพื่อทำรอบให้ สวดมนต์ ได้เยอะๆ   บางคนเน้น สวดมนต์ ให้ได้ยาวๆ หรือสวดให้ได้หลายๆรอบ ซึ่งเป็นการสวดมนต์ด้วยใจที่รีบเร่ง แทนที่จะทำให้ใจเย็นลง การสวดมนต์แบบนี้จะยิ่งทำให้ใจร้อนมากขึ้นและโกรธง่าย โดยเฉพาะเวลาไม่ได้ดั่งใจ เราจึงควรสวดมนต์ด้วยความเร็วที่เหมาะสม และไม่ควรมุ่งเน้นไปที่ปริมาณการสวด แต่ควรเน้นไปที่ความสงบของจิตใจ   ใจลอยตลอดการสวดมนต์   บางคนจิตไม่ได้จดจ่ออยู่กับบทสวด แต่กลับฟุ้งซ่านคิดถึงเรื่องอื่น การสวดมนต์แบบนี้จะยิ่งทำให้เป็นคนเหม่อลอย ไม่มีสมาธิมากยิ่งขึ้น เราจึงควรรวบรวมสมาธิและจดจ่ออยู่กับการสวดมนต์   สวดมนต์ด้วยความคาดหวัง   บางคนสวดมนต์ด้วยความคาดหวังว่าบทสวดมนต์จะทำให้ได้สิ่งที่ต้องการ เช่น ร่ำรวย สมหวังในความรัก สุขภาพดี มีความสุข เสริมชะตา แก้กรรม สะเดาะเคราะห์ การทำไปด้วยความคาดหวังแบบนี้ก็ไม่ต่างจากความเชื่อของศาสนาอื่นที่มีกิจกรรมการสรรเสริญพระเจ้า เพื่อคาดหวังให้พระเจ้าบันดาลสิ่งที่เราต้องการ การสวดมนต์เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการนั้นไม่ใช่คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า และไม่ทำให้เราได้สิ่งที่ปรารถนา การทำด้วยความเชื่อแบบนี้จึงขัดแย้งกับสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสอน พระองค์สอนว่า หากเราต้องการอะไรให้ลงมือทาเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ […]

วิธี คุมสติ ขณะตอบอีเมล

วิธีคุมสติตอนตอบอีเมลงาน : งานไม่พัง ใจก็ไม่พัง

อีเมลเป็นเครื่องมือแสนวิเศษในการติดต่อผู้คน แต่หากไม่ใส่ใจ คุมสติ ตอนที่ใช้ มันก็อาจทำลายงาน และความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร่วมงานได้เช่นกัน   วิธี คุมสติ ข้อแรกถามตัวเองว่า “ตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะหรือไม่ที่จะตอบเมล”   คุมสติก่อนตอบอีเมลงานด้วยการสร้างนิสัยการหยุดก่อนตอบ ถามตัวเองว่า “ตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะหรือไม่ที่จะตอบ” การเขียนอีเมลขณะเดินทางมีประโยชน์ในเรื่องของการตอบที่รวดเร็วหรือการยืนยันเรื่องต่างๆ แต่การเขียนอีเมลที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อนนั้นควรทำตอนที่จิตใจคุณสงบ ซึ่งคุณสามารถมีเวลาพิจารณาว่าหัวเรื่องกับผู้รับนั้นเหมาะกันหรือไม่ ประโยชน์ของการตอบแบบรวดเร็วอาจจะกลายเป็นการแอบซ่อนปัญหาไว้ก็ได้ หากเป็นหัวข้อที่ต้องอาศัยการไตร่ตรองทบทวนมาก   หมั่นฟังเสียงกายและใจ ตอนกำลังตอบเมล   คุมสติด้วยการหมั่นฟังเสียงร่างกายและใจ ทำให้เราสามารถจับสัญญาณจากท่าทางและความรู้สึกทางกายและใจได้ วิธีนี้จะสะท้อนให้เห็นว่าเราโต้ตอบคนบางคนหรือข้อมูลอย่างหนึ่งอย่างใดแบบไหน เช่น ร่างกายเกร็งหรือไม่ ไหล่เป็นอย่างไร น้ำเสียงของความคิดแบบไหนที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกนึกคิดในขณะนั้น ถ้ากำลังพิมพ์อยู่ คุณกดแป้นพิมพ์อย่างไร กดอย่างนุ่มนวลหรือกดแรง ๆ การตระหนักรู้ร่างกายของตัวเองแบบนี้ก็เปรียบเหมือนสัญญาณกระดิ่งที่เตือนให้เราตื่นและเตรียมพร้อม หากคุณรู้สึกว่าร่างกายมีแต่ความขุ่นเคือง ความหงุดหงิด หรือความโกรธแล้วละก็ จงตั้งสติเดี๋ยวนี้! ถ้าคุณกำลังกระหน่ำพิมพ์อีเมลตอบกลับอยู่ ก็ให้ส่งมันให้ตัวเองหรือบันทึกไว้เป็นร่างก่อน เมื่อคุณกลับมาอ่านอีกทีโดยที่ไม่มีอารมณ์เข้ามาเจือปน คุณอาจจะดีใจที่คุณทำแบบนี้ก็ได้     คิดว่าจะรู้สึกอย่างไร หากได้รับอีเมลแบบเดียวกับที่กำลังเขียน   คิดถึงวิธีที่คุณติดต่อสื่อสารกับคนอื่น เอาใจเขามาใส่ใจเรา ลองคิดดูว่าตัวคุณเองจะรู้สึกอย่างไรหากได้รับอีเมลแบบเดียวกับที่คุณกำลังเขียนอยู่   คำที่คุณใช้ สามารถถ่ายทอดสิ่งที่คุณตั้งใจจะพูดได้จริงหรือไม่ […]

อาสาฬหบูชา วันพระ

อาสาฬหบูชา วันแสดงธัมมจักกัปปวัตตนสูตร

วันอาสาฬหบูชา วันแสดงธัมมจักกัปปวัตตนสูตร สำคัญอย่างไร และในวัน อาสาฬหบูชา นี้ เราควรทำบุญอะไร และอย่างไร เพื่อให้ได้บุญสูงสุด อาสาฬหบูชา สำคัญอย่างไร   หลังจากที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้และได้สัญญากับท้าวสหัมบดีพรหมว่าจะทรงสั่งสอนธรรมะแล้ว ทรงพิจารณาถึงอาฬารดาบสและอุทกดาบส พระอาจารย์ที่พระองค์เคยเรียนธรรมะด้วย ทั้งสองท่านก็เพิ่งสิ้นชีวิตไปไม่นาน จากนั้น ทรงนึกถึงปัญจวัคคีย์ที่เคยอุปการะเมื่อครั้งทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา จึงตัดสินพระทัยไปโปรดปัญจวัคคีย์ ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้เมืองพาราณสี พอปัญจวัคคีย์เห็นพระพุทธเจ้าเสด็จมาแต่ไกลก็นัดหมายกันว่าจะไม่ต้อนรับ ไม่รับบาตร แต่จะจัดอาสนะไว้ให้เผื่อพระองค์จะประทับ แต่เมื่อพระองค์ไปถึงปัญจวัคคีย์กลับต้อนรับเป็นอย่างดี     ครั้นพระพุทธองค์ตรัสกับปัญจวัคคีย์ว่าได้ทรงบรรลุอมตธรรมแล้ว และจะแสดงธรรม หากปฏิบัติตามที่พระองค์สั่งสอน ไม่นานก็แจ้งรู้ธรรมอันสูงสุดได้ แต่ปัญจวัคคีย์ก็ไม่เชื่อ แต่เมื่อพระองค์ตรัสซ้ำ ปัญจวัคคีย์ก็ทูลขอให้ทรงแสดงธรรม ในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 นี้เอง พระพุทธเจ้าจึงแสดง ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ให้แก่ปัญจวัคคีย์ หลังจบพระธรรมเทศนาบทแรกนี้ ท่านโกณฑัญญะก็ได้เกิดดวงตาเห็นธรรม บรรลุเป็นพระโสดาบัน พร้อม ๆ กับพรหมอีก 18 โกฏิ เหล่าเทวดาทั้งหลายได้กล่าวสาธุดังลั่นตั้งแต่ภุมมเทวดาบนพื้นโลกไปจนถึงพรหมโลก ทำให้จักรวาลหมื่นโลกธาตุสั่นสะเทือนเกิดแสงสว่างเหลือประมาณ เมื่อท่านโกณฑัญญะบรรลุเป็นพระอริยสงฆ์แล้ว ก็ได้กราบทูลขอบวชพระพุทธเจ้าจึงทรงบวชให้ท่านโกณฑัญญะด้วยพระองค์เอง […]

ยอมรับความจริง คือวิธีวางใจให้ไกลทุกข์ ฝึกอย่างไร

วิธีวางใจให้ไกลทุกข์ที่ได้ผลชะงัด ฝึกยอมรับความจริงกันเถอะ

ทุกข์เกิดขึ้นเพราะส่วนใหญ่ไม่ยอมรับความจริง หาก ยอมรับความจริง ได้ ชีวิตเราก็จะห่างไกลจากความทุกข์ มาดูกันว่าทำอย่างไรใจเราถึงจะไกลทุกข์ได้ แนะนำโดย พระไพศาล วิสาโล   อย่าซ้ำเติมตัวเอง   อย่างแรกที่ควรทำก็คือ เมื่อมีทุกข์เกิดขึ้น เมื่อความไม่สมหวังเกิดขึ้น อย่าซ้ำเติมตัวเอง เมื่อเจ็บป่วยก็ให้ป่วยแต่กาย อย่าปล่อยให้ใจป่วยไปด้วย เมื่อสูญเสียทรัพย์ ก็ให้เสียแค่นั้น อย่าให้ใจเสียไปด้วย หลายคนชอบซ้ำเติมตัวเอง พอสมบัติสูญหาย เงินถูกโกงไป ก็เศร้าโศกเสียใจ อาลัยอาวรณ์ เท่านั้นไม่พอ ยังไม่ยอมกิน ไม่ยอมนอน หรือกินไม่ได้ นอนไม่หลับอีกด้วย แทนที่จะเสียใจก็เลยเสียสุขภาพไปด้วย ถึงเวลาทำงานก็ทำไม่ได้ ไม่มีสมาธิ เหม่อลอย เสียงานอีก เราซ้ำเติมตัวเองเป็นประจำ แม้กระทั่งในเหตุการณ์ประจำวัน เจอรถติดแทนที่จะเสียแค่เวลา กลับเสียอารมณ์ด้วย เสียเวลานั้นเราห้ามไม่ได้เพราะรถติดเป็นเรื่องที่อยู่เหนือวิสัยของเราที่จะป้องกันแก้ไขได้ แต่เสียอารมณ์นั้นเป็นเพราะเราทำตัวเราเอง คือวางใจไม่ถูก ไม่รู้จักดูแลจิตใจของตัว เวลาถูกคนนินทา ถูกคนต่อว่า แค่นี้ก็แย่พอแล้ว ยังซ้ำเติมตัวเอง คือปล่อยให้ความโกรธ ความหงุดหงิด เข้ามาเล่นงานจิตใจ   ยอมรับความจริง   มีตัวอย่างของการยอมรับความจริงที่ดีมากคือ […]

ความซับซ้อนของกรรม วิบากกรรม

ความซับซ้อนของวิบากกรรม :คนเกิดเป็นสัตว์ สัตว์เกิดเป็นคน คนเกิดเป็นเทวดาได้หรือ

ความซับซ้อนของ วิบากกรรม นั้น เทวดาอาจมาเป็นมนุษย์ เป็นสัตว์ มนุษย์อาจไปเป็นเทวดา เป็นสัตว์ และสัตว์ก็อาจไปเป็นเทวดา เป็นมนุษย์ได้ ทั้งหมดนี้เป็นไปได้ด้วยอำนาจของกรรม วิบากกรรม ต่างๆ มีดังนี้   เทวดาไปเกิดเป็นมนุษย์   วิบากกรรม ด้านดีนี้ คนเชื่อกันมาก จึงมีคำบอกเล่าหรือสันนิษฐานกันอยู่เสมอว่า คนนั้นคนนี้เป็นเทวดามาเกิด โดยสันนิษฐานจากความประณีตงดงาม สูงส่งของผู้นั้นผู้นี้ บางรายก็มีพร้อมทุกประการ ทั้งชาติตระกูลที่สูง ฐานะที่ดี ผิวพรรณวรรณะที่งาม กิริยาวาจามารยาทที่สุภาพอ่อนโยน ไพเราะเรียบร้อย เฉลียวฉลาด บางคนแม้ไม่งามพร้อมทุกประการ ก็ยังได้รับคำพรรณนาว่าเป็นเทวดานางฟ้ามาเกิด เพราะผิวพรรณ มารยาทงดงาม อ่อนโยน นุ่มนวล นี้ก็คือการยอมรับอยู่ลึก ๆ ในใจของ คนส่วนมากว่าเทวดามาเกิดเป็นมนุษย์ได้   มนุษย์ไปเกิดเป็นสัตว์   วิบากกรรมด้านร้ายก็มี เช่นในสมัยพุทธกาล ชายผู้หนึ่งโกรธแค้นรำคาญสุนัขตัวหนึ่งที่ติดตามอยู่ตลอดเวลา พระพุทธเจ้าทรงทราบ ก็ได้ตรัสแสดงให้รู้ว่าบิดาที่สิ้นไปแล้วนั้นมาเกิดเป็นสุนัขนั่น และได้ทรงให้พิสูจน์ โดยบอกให้สุนัขนำไปหาที่ซ่อนทรัพย์ ซึ่งไม่มีผู้ใดรู้นอกจากผู้เป็นบิดาของชายผู้นั้น และสุนัขก็พาไปขุดพบสมบัติ ที่ฝังไว้ก่อนสิ้นชีวิตได้   มนุษย์ไปเกิดเป็นเทวดา […]

วิธีฝึกสติในที่ทำงาน : แค่รับโทรศัพท์ที่ออฟฟิศก็ฝึกสติได้

ที่ทำงานเป็นสถานที่ที่ทำให้เราปรี๊ดแตกได้ตลอดเวลา วิธีฝึกสติในที่ทำงาน จึงเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องรู้ ซึ่ง วิธีฝึกสติในที่ทำงาน ที่ง่ายเกินคาด ก็คือฝึกสติผ่านเสียงโทรศัพท์ เสียงโทรศัพท์ดังเป็นการส่งสัญญาณที่ดีที่สุดที่ช่วยให้เราได้ฝึกสติ ในช่วงที่กริ่งโทรศัพท์ดังหนึ่งหรือสองครั้งจะเป็นโอกาสให้เราได้หยุดนิ่ง สูดลมหายใจ และตั้งสติอยู่กับปัจจุบัน แทนที่โทรศัพท์จะเป็นสิ่งที่รบกวนเรา ก็ให้เราพร้อมรับโทรศัพท์ รวมไปถึงพร้อมสำหรับคนที่อยู่ปลายสายด้วย   วิธีฝึกสติในที่ทำงาน จับความรู้สึกตอนโทรศัพท์ดัง เมื่อโทรศัพท์ดัง ให้จับความรู้สึกของลมหายใจ รับรู้ถึงก้นที่แตะอยู่บนเก้าอี้และเท้าที่แตะพื้น สำรวจความคิดและอารมณ์ต่าง ๆ หรือความรู้สึกทางกายที่อาจเกิดขึ้นในเวลานี้ จากนั้นหายใจเข้าและหายใจออก     สังเกตความรู้สึกระหว่างและหลังคุย ลองพิจารณาดูว่าระหว่างรับโทรศัพท์แบบที่ทำตามปกตินั้น คุณมีความรู้สึกอย่างไรระหว่างคุยโทรศัพท์ และหลังจากคุยโทรศัพท์เสร็จแล้ว จากนั้นก็ทำแบบเดียวกันในการรับโทรศัพท์ครั้งต่อไปอย่างมีสติ คุณสังเกตเห็นอะไรบ้าง การมีสติส่งผลต่อปฏิสัมพันธ์ของคุณกับคนที่อยู่ปลายสายหรือไม่   ฟังปลายสายอย่างตั้งใจ ระหว่างการสนทนาให้ฟังสิ่งที่อีกฝ่ายพูดอย่างตั้งใจ สังเกตการตอบสนองที่เกิดขึ้นกับร่างกายคุณเอง ใช้ลมหายใจเพื่อช่วยให้คุณหนักแน่น รับความรู้สึกจากอีกฝ่ายว่าเขาอยากจะเล่า หรือแค่อยากพูดให้ฟัง หลีกเลี่ยงการใช้แรงกดดัน   หลีกเลี่ยงการขัดจังหวะ หลีกเลี่ยงการขัดจังหวะด้วยการพูดว่า “ฉันรู้ว่าคุณรู้สึกอย่างไร…” หรือโดยการถมด้วยเรื่องราวที่เลวร้ายกว่าซึ่งเคยเกิดขึ้นกับคุณ หากไม่แน่ใจว่าควรจะพูดอะไร ก็ให้รับรู้ แต่อย่าผลักภาระไปให้อีกฝ่ายมาทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น หันมาสนใจประสบการณ์ความรู้สึกของตัวเอง สังเกตความคิด อารมณ์ และความรู้สึก และหายใจไปพร้อมความรู้สึกนั้น   […]

ผลกรรมจากการไม่รักษาศีล 5 : ที่ชีวิตแย่ก็เพราะเคยทำแบบนี้แหละ

ที่ชีวิตเราต้องเจอเรื่องต่างๆในปัจจุบันส่วนหนึ่งเป็น ผลกรรม คือผลแห่งการกระทำจากอดีต เมื่อรู้แล้วก็หลีกเลี่ยงกรรมไม่ดี หมั่นทำกรรมดี เพื่อรับ ผลกรรม ที่ดีมาดูกันว่าถ้าไม่รักษาศีล 5 แล้วชีวิตจะเป็นอย่างไร   ผลกรรม ที่ทำให้อายุสั้น ในคัมภีร์กล่าวไว้ว่า บุคคลบางคนในโลกนี้ ที่ทำให้ชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง เป็นคนเหี้ยมโหด ไม่เอ็นดูเหล่าสัตว์มีชีวิต เมื่อตายไปจะเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ถ้ามาเกิดเป็นมนุษย์ในภายหลัง จะเป็นคนมีอายุสั้น   ผลกรรมที่ทำให้ป่วยบ่อย คนที่ชอบเบียดเบียนสัตว์ด้วยฝ่ามือ หรือก้อนดิน หรือท่อนไม้ เมื่อตายไปจะเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ถ้ามาเกิดเป็นมนุษย์ในภายหลังจะเป็นคนมีโรคมาก   ผลกรรมที่ทำให้ผิวไม่สวย คนที่เป็น คนมักโกรธ มากด้วยความแค้นเคือง ถูกเขาว่าเล็กน้อยก็ขัดใจ โกรธเคือง พยาบาท มาดร้าย ทำความโกรธ ความร้าย และความขึ้งเคียดให้ปรากฏเมื่อตายไปจะเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ถ้ามาเกิดเป็นมนุษย์ในภายหลังจะเป็นคนมีผิวพรรณทราม   ผลกรรมที่ทำให้ไม่มีคนเคารพ ศักดิ์น้อย คนที่ มีใจริษยา […]

วิธีใช้ชีวิตให้มีความสุข : เทคนิคดีๆ เริ่มต้นตั้งแต่ตื่นนอน

วิธีใช้ชีวิตให้มีความสุข ทำได้ทันทีเพียงแค่หนึ่งนาทีที่ตื่นก็จะสร้างความรู้สึกดีๆ ให้ฝังแน่นไปทั้งวัน นี่คือเทคนิคเริ่มต้นของ วิธีใช้ชีวิตให้มีความสุข   ตระหนักรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับกายใจ วิธีใช้ชีวิตให้มีความสุข ขั้นแรกคือ เมื่อตื่นขึ้นมา คุณรู้สึกอย่างไรกับร่างกายและจิตใจ ลองสำรวจและรู้ให้ชัดถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นทั่วร่างกาย และความรู้สึกที่เกิดขึ้นทางใจติดต่อกันสักหนึ่งถึงสามลมหายใจ โดยไม่ต้องพยายามไปเปลี่ยนให้มันเป็นไปตามที่เราอยากให้เป็น   ผ่อนคลายลมหายใจให้ช้าลง เริ่มต้นผ่อนคลาย ปล่อยให้ลมหายใจค่อยๆ นุ่มนวลและช้าลง ปล่อยวางจากความคิดความกังวล ปล่อยวางความตึงเครียด ลองสัมผัสถึงความเข้มแข็งและรับรู้ถึงการปกป้องคุ้มครอง เช่น การมีเพื่อนอยู่ข้างๆ สังเกตดูว่าคุณยังโอเคอยู่ในตอนนี้ พักใจอยู่ในความสงบที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น   นึกถึงสิ่งที่ทำให้รู้สึกขอบคุณ ลองนึกถึงสิ่งที่รู้สึกขอบคุณสักหนึ่งอย่างหรือมากกว่านั้นก็ได้ นึกถึงสิ่งที่ทำให้รู้สึกมีความสุข สัมผัสถึงความเติมเต็มที่มีอยู่แล้วในตอนนี้ พักใจอยู่ในความพึงพอใจที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น   นึกถึงคนที่ห่วงใยเรา ลองนึกถึงใครสักคนหรือหลายคน (หรือแม้แต่สัตว์เลี้ยงสักตัวหนึ่ง) ที่ห่วงใยเรา เปิดใจตัวเองเพื่อยอมรับว่าเราเป็นที่ชื่นชม ชื่นชอบ และเป็นที่รัก ตระหนักถึงความอบอุ่นของตัวเองและความห่วงใยที่เรามีต่อผู้อื่น พักใจอยู่ในความรักที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น   เปิดใจรับความสบายใจ จากนั้นให้สัมผัสถึงความสงบ ความพึงพอใจ และความรัก ถักทอเข้ามารวมกันในใจ หลอมรวมทั้งสามแง่มุมของประสบการณ์ที่สบายและอบอุ่นราวกับการได้กลับบ้านนี้เข้าไว้ด้วยกัน […]