[ทดลองอ่าน] เมื่อผมเป็นเจ้าของสวนสัตว์ : ตอนที่ 11.1

เมื่อผมเป็นเจ้าของสวนสัตว์
我开动物园那些年

ลาเหมียนฮวาถังเตอะทู่จื่อ เขียน
拉棉花糖的兔子

Himazan แปล

ติดตามกำหนดการวางขายหนังสือได้ที่เพจ Rose Publishing
…XOXO…
มาดามโรส

ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์

+++++++++++++++++++

 11

ผลตอบรับจากการถ่ายทอดสดของหลิงโย่วประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการถ่ายทอดสดของลู่ยาทำให้จำนวนผู้ติดตามพุ่งสูงขึ้น ชาวเน็ตที่เข้าร่วมชมการถ่ายทอดสดแบบออนไลน์มีมากกว่าหนึ่งแสนคน และจำนวนการดูย้อนหลังก็สูงเป็นพิเศษ

ในพาร์ทการถ่ายทอดสดของลู่ยาทั้งหมดถูกตัดเป็นคลิปวิดีโอแยกออกมา โดยตั้งพาดหัวที่สะดุดตาหลากหลายรูปแบบและโพสต์ออกไปยังเว็บไซต์อื่นๆ เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ชมให้ลิงก์มายังหลิงโย่วอีกครั้ง ระดับการติดตามและการถกเถียงกันของชาวเน็ตในเรื่องนี้ก็สูงมากเช่นกัน เพราะการถ่ายทอดสดแบบนี้ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

เสี่ยวซูซึ่งเป็นผู้ดำเนินการถ่ายทอดสดก็ได้รับการตอบรับอย่างดีมากเช่นกัน สำหรับผู้ชมที่เข้ามาชมเพราะลู่ยา หลังจากที่ส่วนของลู่ยาจบแล้วก็ยังมีอีกหลายคนที่ยังคงอยู่ฟังเสี่ยวซูอธิบายถึงสัตว์ตัวอื่นๆ ต่อ

วิธีการของต้วนเจียเจ๋อสามารถเรียกได้ว่าเป็นการสร้างปรากฏการณ์ ทำให้เขาได้รับการขนานนามว่า ‘ชายที่เล่นกับนกเป็นมากที่สุด’ หลังจากที่ต้วนเจียเจ๋อรู้เข้าก็ถึงกับหมดคำพูดไปทันที

สถานการณ์ที่ไม่คาดคิดก็คือ นอกจากต้วนเจียเจ๋อและลู่ยาจะได้รับการชื่นชมจากชาวเมืองและเหล่าแฟนคลับอีกครั้งแล้ว เมืองตงไห่ที่แต่ไหนแต่ไรก็ไม่ได้เป็นเมืองที่โดดเด่นอะไรเป็นพิเศษยังได้รับความสนใจมากมายล้นหลาม

สถานที่อย่างเมืองตงไห่แห่งนี้มีทั้งภูเขา ทะเล รวมไปถึงทัศนียภาพดั้งเดิมที่ยังไม่ถูกทำลาย วิถีการดำรงชีวิตของผู้คนที่นี่ก็เนิบช้า อีกทั้งยังไม่ได้ถูกพัฒนาให้มีบรรยากาศเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ ดังนั้นแม้ว่าเมืองแห่งนี้จะไม่มีสนามบิน แต่ก็เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าความเร็วสูง จึงถือเป็นสถานที่ที่ดี เหมาะสำหรับวันหยุดพักผ่อนอย่างมาก

สื่อท้องถิ่นของเมืองตงไห่เองก็ตอบสนองต่อเรื่องนี้อย่างรวดเร็วโดยทำการพาดหัวบทความทำนองเดียวกัน และโพสต์เผยแพร่ออกไปบนโมเมนต์ของเว็บไซต์ท้องถิ่นว่า ‘รู้หรือไม่ คลิปวิดีโอนี้ทำให้เมืองตงไห่ของพวกเราโด่งดังเป็นพลุแตกแล้ว’ หลังจากที่ผู้คนมากมายได้เห็นหัวข้อดังกล่าว เมื่อกดเข้าไปดูก็พบว่าเป็นคลิปโดยนกตัวนั้นของหลิงโย่ว ทุกคนต่างก็สนอกสนใจที่จะดูคลิปนี้

ลู่ยาได้แสดงภาพลักษณ์ของตัวเองให้ผู้คนทั่วไปได้เห็นมาตั้งแต่แรก จึงไม่มีใครรู้สึกประหลาดใจกับความสัมพันธ์ระหว่างนกตัวนี้กับผู้อำนวยการสวนสัตว์ แต่พวกเขาก็คิดไม่ถึงว่าทางสวนสัตว์จะสามารถควบคุมให้นกทำอะไรแบบนี้ได้ด้วย เพราะเหตุนี้จึงทำให้คนที่ไม่เคยมาเยือนหลิงโย่วมาก่อนอยากที่จะไปเยี่ยมชมขึ้นมาจริงๆ แล้ว

นอกจากนี้ พื้นที่สวนสัตว์โซนใหม่ที่เพิ่งจะเปิดทำการของหลิงโย่วก็ยังดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวชมอีกครั้งได้เช่นกัน

หัวหน้าจ้าวจากแผนกคุ้มครองสัตว์ป่าก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย เพื่อนร่วมชั้นที่เป็นเพื่อนเก่าของเขาได้มาเที่ยวที่เมืองตงไห่ ตามธรรมเนียมการต้อนรับปกติ แน่นอนว่าหัวหน้าจ้าวจะต้องพาเขาไปเยี่ยมชมที่สำนักหลินสุ่ย จากนั้นก็ไปปีนเขาที่ภูเขาไหเจี่ยว เพราะนอกจากสถานที่พวกนี้แล้ว เมืองตงไห่ก็ไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอะไรอีก

ทว่าคราวนี้คิดไม่ถึงว่าเพื่อนร่วมชั้นของเขาจะเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาเอง “ที่เมืองตงไห่นี่มีสวนสัตว์หลิงโย่วใช่ไหม ช่วงนี้ดังมากเลยนะ ลองไปที่นั่นดูได้ไหม”

หัวหน้าจ้าวเคยติดต่อกับหลิงโย่วบ่อยครั้ง สถานการณ์โดยรวมในตอนนี้เขารู้ดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างผู้อำนวยการต้วนของสวนสัตว์หลิงโย่วกับรองผู้อำนวยการซุนนั้นแน่นแฟ้นขนาดไหน อีกทั้งผู้อำนวยการเปาก็ดูจะชื่นชมอีกฝ่ายอยู่ไม่น้อย และตัวของหัวหน้าจ้าวเองก็ยังเคยได้รับคำสั่งให้อำนวยความสะดวก ให้กับทางสวนสัตว์หลิงโย่วเช่นกัน

แต่เนื่องจากหัวหน้าจ้าวไม่ค่อยได้เล่นอินเทอร์เน็ต บนโมเมนต์อย่างมากก็แค่กดถูกใจให้กับหัวหน้าและก็ไม่ได้คลั่งไคล้ดูสิ่งต่างๆ บนโลกออนไลน์ เขาจึงไม่รู้ว่าการถ่ายทอดสดของหลิงโย่วเมื่อไม่นานมานี้โด่งดังจนเป็นกระแสขึ้นมาอีกครั้ง ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้นเขาจึงพยักหน้าอย่างค่อนข้างตกใจ “ได้สิ อยู่ที่ด้านล่างของภูเขาไหเจี่ยวนี่เอง”

เพื่อนร่วมชั้น “นายเคยไปสวนสัตว์นี้ไหม มันยอดเยี่ยมจริงๆ นะ”

แล้วเขาก็พูดถึงความสุดยอดของหลิงโย่วน้ำไหลไฟดับราวกับบรรยายสมบัติในบ้านตน [1]  ครั้งหนึ่งเขาเคยกดรีโพสต์สุนัขจิ้งจอกอาร์กติก พอกลับมาดูก็พบว่าตัวเองถูกรางวัลลอตเตอรี่สองพันหยวน

หัวหน้าจ้าวฟังแล้วก็รู้สึกเป็นเกียรติอยู่ในที “อ๋อ สัตว์ในสวนสัตว์ของที่นั่นมีบางตัวที่ส่งไปจากแผนกคุ้มครองสัตว์ป่าของพวกฉันด้วยนะ ถ้าที่นี่ไม่สุดยอดจริง พวกฉันจะส่งสัตว์ไปที่สวนสัตว์เอกชนแบบนั้นได้ยังไงกัน”

หัวหน้าจ้าวพาเพื่อนร่วมชั้นไปที่สวนสัตว์หลิงโย่ว ทั้งสองพากันเดินชมเหล่าสัตว์ที่เพื่อนร่วมชั้นของเขากล่าวชื่นชมเอาไว้

นอกจากนี้เขายังพาเพื่อนร่วมชั้นไปพบกับผู้อำนวยการสวนสัตว์ ต้วนเจียเจ๋อมีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างใกล้ชิดกับคนของสำนักงานป่าไม้ โดยเฉพาะคนของแผนกคุ้มครองสัตว์ป่า เขาเคยติดต่อกับหัวหน้าจ้าวจึงสนิทสนมกันเป็นพิเศษ ดังนั้นต้วนเจียเจ๋อจึงชวนหัวหน้าจ้าวและเพื่อนร่วมชั้นของเขาอยู่รับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน

หัวหน้าจ้าว “ผมว่านะครับ สวนสัตว์หลิงโย่วของผู้อำนวยการต้วนอะไรก็ดีไปหมด ตอนนี้มีนักท่องเที่ยวเยอะขนาดนี้ ทำไมถึงไม่มีแม้กระทั่งศูนย์อาหารเลยล่ะครับ มีแค่ร้านขายของชำเล็กๆ ที่ขายขนมปัง แถมขนมปังพวกนั้นก็เอาไว้ให้นกกระจอกอีก นี่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวได้นะครับ พวกเราสามารถรับประทานอาหารกับคุณได้ แต่นักท่องเที่ยวคนอื่นๆ พวกนั้นจะทำยังไงครับ”

ปัจจุบันนักท่องเที่ยวของสวนสัตว์ส่วนใหญ่เป็นคนท้องถิ่น ปกติแล้วขณะที่อยู่ในสวนสัตว์ พวกเขาจะแก้ปัญหาโดยการพกขนมมากินเล็กๆ น้อยๆ หรือไม่ก็ไปที่สวนสาธารณะไหเจี่ยวเพื่อปิกนิกย่างบาร์บีคิว

หัวหน้าจ้าวพูดถูก พื้นที่ของสวนสัตว์นับวันก็ยิ่งกว้างใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ระยะเวลาในการเที่ยวชมก็ต้องเพิ่มขึ้นตามมา ดังนั้นจะต้องพิจารณาถึงการบริการนักท่องเที่ยวให้มากยิ่งขึ้น สิ่งแรกก็คือการจัดการเรื่องอาหารและเครื่องดื่ม

ต้วนเจียเจ๋อพูดขึ้นอย่างจนปัญญา “เดิมทีพวกเราก็มีพนักงานไม่มากพอ ส่วนพนักงานที่รับเข้ามาใหม่สิบคนก็ยุ่งกันจนสี่ขาชี้ฟ้า [2]  จะมีเวลาที่ไหนไปสร้างร้านอาหารครับ ผมก็เคยคิดที่จะหาคนมารับเหมาไปเหมือนกัน แต่ทางเราก็มีความต้องการด้านที่พักอาศัยด้วย ตอนนี้ตัวผมเองก็ยังไม่สามารถสร้างที่พักพนักงานขึ้นมาได้เลยนะครับ”

เรื่องการสร้างร้านอาหารยังถือว่าเร็วเกินไป สวนสัตว์ก็ตั้งอยู่ห่างไกลขนาดนี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะมองข้ามเรื่องที่พักอาศัยของพนักงาน อีกทั้งร้านอาหารก็ยังต้องมีการจัดการเรื่องการจัดซื้อ ซึ่งการจัดซื้อของหลิงโย่วเป็นความลับ เพราะฉะนั้นหากถูกจับได้ขึ้นมามันก็น่าอึดอัดใจอยู่ไม่น้อย

หัวหน้าจ้าวเผลอหัวเราะ “ก็จริงครับ ตัวของผู้อำนวยการต้วนเองก็ยังอาศัยอยู่ในอาคารสองชั้นเล็กๆ อยู่เลย ที่นี่จัดเตรียมเพื่อใช้เลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะเลยนะครับเนี่ย”

“…” พอพูดถึงอาคารสำนักงาน ต้วนเจียเจ๋อก็ปวดใจขึ้นมาทันที

อันที่จริงต้วนเจียเจ๋อก็รู้สึกว่าสร้างร้านอาหารขึ้นมาก็ดีเหมือนกัน และเขาจะได้รับสมัครพนักงานเพิ่มเข้ามาเพื่อดูแลในส่วนนี้ เรื่องนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างรายได้เพิ่มขึ้น แต่ยังสามารถตบตาผู้คนเรื่องอาหารสัตว์ได้ด้วย เผื่อในอนาคตสวนสัตว์ขยายขนาดใหญ่โตแล้วมีคนนึกอยากจะไปสืบหา แต่เกิดพบว่าหลิงโย่วไม่เคยจัดซื้ออาหารจากใครเลยจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาได้

 

เนื่องจากสวีเฉิงกงเป็นคนลงมือทำอาหารมื้อเที่ยง พวกเขาจึงไม่ทันได้กินผัดหน่อไม้ ดังนั้นในขณะที่หัวหน้าจ้าวและเพื่อนร่วมชั้นกำลังจะกลับ ต้วนเจียเจ๋อก็ยัดหน่อไม้ใส่มือพวกเขาไปคนละสองสามหน่อ

หลังออกจากสวนสัตว์ เพื่อนร่วมชั้นของหัวหน้าจ้าวก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที “นี่มันหน่อไม้ที่งอกจากต้นไผ่ซึ่งปลูกไว้ในสวนสัตว์ไม่ใช่เหรอ ใช้หน่อไม้เป็นของขวัญที่ระลึก ผู้อำนวยการสวนสัตว์คนนี้น่าสนใจจริงๆ ”

หัวหน้าจ้าวหัวเราะขึ้นอย่างจนปัญญา “นายก็รู้จักพอใจในสิ่งที่ได้เถอะ นี่นับว่าเขาสุภาพมากแล้ว หรือนายจะให้เขาเอาสัตว์ให้นายหรือยังไง”

ที่นี่เป็นสวนสัตว์ ไม่ใช่ร้านขายของที่ระลึกอะไรเสียหน่อย

เพื่อนร่วมชั้นหัวเราะชอบใจ “ฉันก็แค่รู้สึกว่ามันน่าสนใจมากเท่านั้นเอง”

เพื่อนร่วมชั้นของหัวหน้าจ้าวอยู่เที่ยวที่เมืองตงไห่เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ก่อนที่เขาจะกลับหัวหน้าจ้าวก็ได้แพ็คหน่อไม้ให้เขา รวมถึงเอาส่วนของตัวเองให้ไปด้วย

เพื่อนร่วมชั้นพูดไม่ออก “นายเก็บไว้กินเถอะ ฉันยังมีส่วนของฉันที่ต้องเอากลับ แถมต้องเดินทางอีกตั้งไกล”

หัวหน้าจ้าวพูดอย่างจนปัญญา “พี่สะใภ้ทำงานจนยุ่ง ส่วนฉันกับลูกสาวกินข้าวกันนอกบ้าน ถึงจะเก็บเอาไว้ฉันก็ไม่รู้วิธีทำอยู่ดี” เพราะไม่กี่วันที่ผ่านมาเขาก็ได้แต่พาเพื่อนร่วมชั้นไปรับประทานอาหารตามร้านต่างๆ

ทันทีที่เพื่อนร่วมชั้นได้ยินก็นึกในใจ ถ้าอย่างนั้นเอากลับก็ได้

เพื่อนร่วมชั้นหอบหน่อไม้ถุงหนึ่งจากเมืองตงไห่กลับบ้านเป็นระยะทางไกลแสนไกล

หลังจากที่กลับมาถึงบ้าน ภรรยาของเขารับหน่อไม้มาแล้วถามว่า “นี่คือของพื้นเมืองขึ้นชื่อของตงไห่เหรอ”

เขายิ้ม “จะว่าใช่ก็ได้”

“ถ้าอย่างนั้นฉันจะเอาไว้ทำอาหารมื้อเย็นแล้วกันนะ” ภรรยาของเขาพูดขึ้น “คุณไปดูแม่หน่อยเถอะ ตอนเที่ยงไม่กินอะไรเลย”

เมื่อคนแก่เริ่มมีอายุมากขึ้น ความผิดปกติก็เยอะขึ้นตามไปด้วย แม่ของเพื่อนร่วมชั้นคนนี้อายุแปดสิบปีแล้ว เธอเป็นทั้งความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือดสูง ระบบย่อยอาหารไม่ดี…มีปัญหาและโรคต่างๆ รุมเร้ามากมายจึงทำให้ไม่ค่อยมีความอยากอาหาร

เพื่อนร่วมชั้นรีบเข้าไปในห้องเพื่อดูแลแม่ที่แก่ชราของตัวเอง จนกระทั่งภรรยาบอกว่าอาหารเสร็จแล้ว เขาถึงได้พยุงแม่ไปที่ห้องอาหาร

ภรรยาพูดขึ้น “แม่คะ ฉันทำซุปไก่ใส่เต้าหู้ แม่กินสักหน่อยนะคะ”

“แม่ไม่อยากกินเต้าหู้…” หญิงชรานั่งลงช้าๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความขมขื่น “เฮ้อ กินอะไรเข้าไปก็ไม่รู้รสชาติเลย”

ไม่อยากกินเต้าหู้ เนื้อสัตว์ก็ไม่อยากกิน ผักก็ยังไม่อยากกินอีก อาหารในแต่ละมื้อของหญิงชราในปัจจุบันนี้แทบจะฝืนใจกินได้แค่ครึ่งชามเท่านั้น เพราะกินอะไรก็ไม่มีรสชาติเลยสักนิด

อาหารในปากไม่มีรสชาติ อีกทั้งโรคมากมายก็รุมเร้าร่างกายเธอ ทำให้ภรรยาของเขาไม่สามารถทำอาหารที่มีน้ำมันเยอะและเค็มจัดได้

เพื่อนร่วมชั้นและภรรยามองหน้ากัน ทั้งสองต่างก็จนปัญญากับเรื่องนี้ “ยังไงก็กินสักหน่อยเถอะ”

ในตอนนี้เองภรรยาของเขาก็ลุกไปตักซุปหน่อไม้ออกมาจากห้องครัว “ถ้าไม่อย่างนั้นดื่มซุปหน่อไม้สักหน่อยไหมคะ บอกเลยว่าหน่อไม้นี้หอมจริงๆ แถมยังเป็นหน่อไม้อ่อนด้วย ได้กลิ่นแล้วน้ำลายสอเลยค่ะ”

หญิงชราขยับจมูกสูดดม “ขอฉันลองชิมหน่อย”

ภรรยาตักซุปหน่อไม้ให้เธอหนึ่งชาม แผ่นหน่อไม้สีขาวดูแล้วสดอ่อนน่ารับประทานมาก หญิงชราจิบซุปเข้าไปหนึ่งอึกและคีบแผ่นหน่อไม้ตามไป เธอกินโดยไม่ต้องใช้แรงกัดเลยสักนิด อีกทั้งความรู้สึกในการรับรสที่ต่ำลง มีแต่ความฝืดเฝื่อนอยู่ภายในปากมาเป็นเวลานาน หลังจากที่ซุปหน่อไม้ไหลผ่านลงคอ ร่างกายก็ราวกับฟื้นคืนชีวิตชีวาอีกครั้ง กระเพาะเริ่มส่งเสียงร้องดังโครกคราก

“…สดจังเลย” หญิงชรายังคงคีบหน่อไม้เข้าปากอย่างต่อเนื่อง ร่างกายเริ่มรับรู้ถึงพลังที่หายไปนาน

เพื่อนร่วมชั้นได้ยินความรู้สึกของแม่ตัวเองก็ตะลึงพรึงเพริดทันที หน่อไม้นี่อร่อยขนาดนั้นเลยหรือ

เขาและภรรยาตักซุปหน่อไม้ขึ้นมากินบ้าง รสชาติของมันอร่อยมากจริงๆ ทว่าร่างกายของทั้งสองยังนับว่าแข็งแรงอยู่ ดังนั้นพอกินเข้าไปแล้วจึงรู้สึกแค่ว่ารสชาติของซุปชามนี้อร่อยเป็นพิเศษ แต่การกระตุ้นพลังงานภายในร่างกายรวมทั้งอัตราการฟื้นตัวนั้นน้อยกว่าหญิงชราอยู่มาก

ภรรยาของเขาพูดว่า “รู้แบบนี้ฉันจะให้คุณเอากลับมาเยอะๆ คิดไม่ถึงว่าตงไห่จะมีของดีขนาดนี้อยู่ด้วย”

เมื่อเห็นแม่เจริญอาหารดีขนาดนี้ เพื่อนร่วมชั้นก็อารมณ์ดีเป็นพิเศษ เขาเกาหัวแกรกๆ เพราะไม่รู้จะพูดเรื่องของฝากพื้นเมืองห่อนี้อย่างไร

หลังจากรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยเขาก็วัดความดันโลหิตของแม่อีกครั้ง คิดไม่ถึงว่าความดันโลหิตจะลดลงไปไม่น้อย เขาดีใจมาก “ไม่เลวเลย แม่ครับ รักษาร่างกายแบบนี้ต่อไปนะ ความดันโลหิตลดลงแล้ว”

ภรรยาชะโงกหน้ามาดู “ไม่จริงใช่ไหม เมื่อวานฉันวัดยังเท่าเดิมอยู่เลย นี่ลดลงแล้วเหรอ”

“ไม่เชื่อคุณมาดูสิ” เพื่อนร่วมชั้นเอาผลจากเครื่องวัดให้เธอดู

ภรรยาครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง “เพราะหน่อไม้ทำให้ความดันโลหิตลดลงเหรอ”

เพื่อนร่วมชั้นหมดคำพูด “แม้ว่าหน่อไม้จะมีประโยชน์แต่มันก็คงจะไม่เห็นผลเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงหรอกคุณ คุณคิดว่านี่เป็นหน่อไม้ที่เจ้าแม่กวนอิมปลูกไว้หรือไง ที่ผมเห็นก็คือ แม่กินได้ดื่มดี แถมยังร่าเริงขึ้น น่าจะเป็นเพราะกินยาลดความดันโลหิตสะสมมาเรื่อยๆ ความดันก็เลยลดลงไง”

ภรรยา “ไม่ใช่เป็นเพราะว่าหน่อไม้หรือไงคะ แม่ถึงกินอาหารได้ดีขึ้น ถ้าแม่กินไม่ได้แล้วจะอารมณ์ดีได้ยังไงกัน”

จู่ๆ ทั้งสองก็มีความเห็นตรงกันขึ้นมาทันที

“คุณติดต่อไปหาเพื่อนร่วมชั้นของคุณแล้วให้เขาซื้อหน่อไม้ส่งมาอีกสิ ที่มีอยู่ในบ้านตอนนี้ทำกินได้แค่ไม่กี่มื้อ อีกอย่างแม่ก็ชอบเพราะมันอร่อย พวกเราจะได้มีวัตถุดิบเตรียมเอาไว้”

เพื่อนร่วมชั้นกลัดกลุ้มเล็กน้อย เขาก็แค่พูดติดตลกไปอย่างนั้น ไม่คิดว่าหน่อไม้นี่จะกลายเป็นของดีของตงไห่ หรือเขาจะให้เหล่าจ้าวไปซื้อที่สวนสัตว์มาให้ แต่เขาก็ไม่รู้ว่าที่สวนสัตว์จะทำธุรกิจแบบนี้ด้วยไหม

เดี๋ยวก่อน แม้ว่าหน่อไม้ของสวนสัตว์จะอร่อยมาก แต่หน่อไม้แถวนั้นก็คงจะมีรสชาติไม่ต่างกับที่อื่นเท่าไหร่ เพื่อนร่วมชั้นคิดในใจ ดินและสภาพอากาศก็เหมือนกัน สายพันธุ์ก็คงจะไม่แตกต่างกันมาก เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจเข้าอินเทอร์เน็ตค้นหาว่ามีเกษตรกรในพื้นที่ขายหน่อไม้บ้างหรือไม่ คิดว่าซื้อเอาแถวนี้รสชาติก็คงจะไม่ต่างกันมาก

หรือจะให้ภรรยาลงประกาศถึงรสชาติความอร่อยของหน่อไม้ที่เป็นสินค้าของเมืองตงไห่ลงในกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรท้องถิ่นดีล่ะ จะได้เป็นทางออกอีกทางหนึ่ง

 

 


[1] 如数家珍 เปรียบเปรยว่า คล่องแคล่วชำนาญ

[2] 四脚朝天 หมายความว่า หกล้ม หกคะเมนตีลังกา ในที่นี้หมายถึง ยุ่งมากอยู่ตลอดเวลา

ใส่ความเห็น