ระยะห่าง ระหว่างเรา (So Close yet So Far) หนังสือที่ทำให้คุณเข้าใจ ‘ความสัมพันธ์’ มากขึ้น

ระยะห่าง ระหว่างเรา (So Close yet So Far) เป็นเรื่องราวของชาย-หญิงคู่หนึ่ง ที่จิมมี่ เลี่ยว คงค้างคาใจไปอีกนาน หากไม่ได้เขียนเรื่องราวความสัมพันธ์ของคู่นี้ออกมา

การเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก อาจทำให้ทั้งสองสนิทกันมากกว่าเพื่อนคนไหน บ้านที่อยู่ตรงข้ามกันที่เพียงเดินเท้าข้ามฟากไปไม่กี่นาทีก็ถึง แถมยังเรียนโรงเรียนอนุบาลและประถมที่เดียวกัน ยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่แน่นแฟ้นมากขึ้น

เรื่องของความสัมพันธ์ไม่มีอะไรแน่นอน วันนี้เป็นอย่าง พรุ่งนี้อาจเป็นอีกอย่าง มันเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องเรียนรู้ไปเรื่อยๆ ไม่มีวันจบสิ้น

เรื่องราวที่เกิดขึ้นในหนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณเข้าใจว่า “การเรียนรู้เรื่องความสัมพันธ์ ไม่มีวันสิ้นสุด”

เพื่อนสนิทในวัยเยาว์

และร่องรอยแห่งการเติบโต

ที่สร้างช่องโหว่ในจิตใจ

เขาและเธอเกิดที่โรงพยาบาลเดียวกัน เรียนโรงเรียนอนุบาลเดียวกัน เขาและเธอมีความชอบและไม่ชอบที่เหมือนกันหลายอย่าง แถมบ้านก็ยังอยู่ตรงข้ามกันด้วย บางครั้งเขาก็ลงมือปกป้องเธอด้วยมืออันน้อยๆ ที่ชกต่อยกับเพื่อนเพื่อเธอ

เขาและเธอไปเที่ยวเล่นที่บ้านของอีกฝ่ายบ่อยๆ ตามประสาเด็กที่อยากเล่น อยากซนตลอดเวลา แต่แล้วก็มีเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้เธอและเขา ไม่กล้าไปมาหาสู่กันเหมือนเดิม ปัญหาเล็กๆ ที่สร้างช่องโหว่ในจิตใจ และสั่นคลอนความสัมพันธ์ของเขาและเธอให้เปลี่ยนไปจากเดิม

 

แรงกระทบจากปัญหาของผู้ใหญ่ สั่นสะเทือนถึงความสัมพันธ์ของเด็ก

หลายคนพบปัญหาผู้ปกครองของตัวเอง ทะเลาะกับผู้ปกครองของอีกฝ่าย จนทำให้ความสัมพันธ์ของตัวเองกับเพื่อนไม่เหมือนเดิม ไม่ใช่เรื่องไกลตัว

หลายคนตัดขาดความสัมพันธ์กับเพื่อนเพราะเรื่องของผู้ใหญ่มาก็มาก เขาและเธอก็เช่นกัน พ่อแม่ของเขาและเธอทะเลาะกันอย่างโกรธกริ้ว แม้ต้นตอจะมาจากบางสิ่งที่พวกเขาไม่อยากให้เกิด แต่นั่นละ เรื่องมันเกิดขึ้น และดูเหมือนว่าจะไม่มีใครยอมกัน

เมื่อความสัมพันธ์ของผู้ใหญ่มีรอยร้าว มันจะส่งผลมาถึงเขาและเธอด้วย แม้จะคิดถึง ห่วงหากันเพียงใด ก็ได้เพียงแอบลอบมองความเป็นไปของอีกฝ่าย โดยที่ไม่มีใครกล่าวอะไรออกมา

 

คำสัญญา “ฉันจะไม่มีวันลืมเธอ” มีอยู่จริงหรือ

เมื่อต้องจากกันเป็นครั้งแรก คำพูดง่ายๆ เหมือนจะเป็นประโยคแสนธรรมดาที่หลายคนใช้พูดกันว่า “ฉันจะไม่ลืมเธอ” มันเป็นคำพูดที่น่าเชื่อถือขนาดไหนกันนะ

ความรู้สึกในเวลานั้นทำให้ทั้งคนพูดและคนฟัง ต่างยึดถือคำนี้ไว้มั่นอย่างไม่เคลือบแคลงใจ เป็นเหมือนคำสัญญากลายๆ ว่าเราทั้งสองคนจะรู้สึกเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

แต่โลกมันก็ไม่ได้ดำเนินไปอย่างราบเรียบขนาดนั้น…

เมื่อพบคนใหม่ ความสนใจก็เปลี่ยนแปลง

แม้จะห่วงหาอาทรกับเพื่อนสนิทคนเก่าที่สัญญากันเป็นมั่นเป็นเหมาะอย่างดี แต่ชีวิตเราก็ต้องเดินไปข้าง มีความชอบใหม่ ไปพบเจอผู้คนใหม่ๆ เพื่อนใหม่ ความสัมพันธ์ใหม่ก็ก่อตัวขึ้น

ทั้งเขาและเธอต่างเจอเส้นทางที่ตัวเองชอบ เจอเพื่อนกลุ่มใหม่ที่สร้างสีสันอันแสนตื่นเต้น ความบังเอิญมีจริงเมื่อเขาและเธอต้องมาพบกันอีกครั้งในเวทีการแข่งขัน เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นการแข่งขันแล้ว มักจะต้องมีผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว

ซึ่งไม่ว่าจะเป็นใคร ก็ต้องมีอีกฝ่ายที่ผิดหวังช้ำชอก และอีกฝ่ายที่โทษตัวเอง แม้จะไม่ใช่ความผิดเลยสักนิด

 

แม้จะมีผู้คนเข้ามาทำให้หัวใจวูบไหว แต่ก็ยังยึดติดกับความรู้สึกเดิมๆ

ระยะทางที่ไกลห่าง อาจทำให้ความรู้สึกเปลี่ยนไป ผู้คนมากหน้าหลายตาผ่านเข้ามาในชีวิต และมีบางคนดีกับเธอเป็นพิเศษ เธอเกิดความลังเลใจและเกิดความย้อนแยงในตัวเอง

ควรเปิดใจให้กับผู้คนใหม่ๆ หรือเฝ้านึกถึงบางคนที่สนิทกัน แต่ไม่มีอะไรการันตีเลยว่าเธอและเขาจะได้พบกันอีกหรือได้ลงเอยคบหาเป็นแฟนกันหรือไม่

แม้สุดท้ายแล้วทั้งสองคนจะได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง แต่ความกระอักกระอ่วน ไม่มั่นคงในความรู้สึก กลับทำให้เธอและเขาไม่ได้บอกความในใจออกไป

 

เหมือนจะใจตรงกัน แต่กลับมีเหตุผลมากมายที่เป็นไปอย่างใจคิดไม่ได้

เขาและเธอบังเอิญได้พบกันอีกครั้งในละแวกบ้าง ทั้งสองคนพูดคุยอย่างมีความสุขราวกับคู่รักที่พลัดพราก แม้จะมีฝนซัดกระหน่ำ พวกเขาก็ยินดีที่จะเปียกฝนไปด้วยกัน

ค่ำคืนผ่านไปใจระส่ำ ทั้งสองนอนไม่หลับ ไม่แน่ใจว่าความรู้สึกนี้คืออะไร การกระทำบ่งบอกว่ามันอาจลงเอยด้วยดีก็ได้ กระทั่งอีกฝ่ายเอ่ยขึ้นมาว่า “ขอโทษนะ ฉันมีแฟนแล้ว”

เหมือนโลกหยุดหมุน หากไม่ปากหนัก บอกความรู้สึกออกไปให้เร็วกว่านี้ คงไม่ต้องพบเจอกับความเสียใจเช่นนี้

 

ความสัมพันธ์ คล้ายกับขบวนรถไฟที่แล่นสวนทางกัน

เหมือนกัน แต่ไม่มีทางบรรจบ

หลังจากรู้ว่าอีกฝ่ายมีแฟนอยู่แล้ว ทั้งสองคนหลบหน้ากัน กลัวว่าหากพบกันอีกจะกระอักกระอ่วนทำตัวไม่ถูก จากเคยชิดสนิทใกล้ กลับกลายเป็นห่างเหิน

แม้ว่าอีกปีถัดมา ชายหนุ่มจะเลิกรากับแฟนแล้ว แต่เธอกลับพบกับหนุ่มคนใหม่ที่ทำให้หัวใจเต้นแรง ทั้งสองคนเหมือนรถไฟที่วิ่งสวนทางกันไปมา ไม่มีทางบรรจบกัน

 

บางที…การเป็นแบบนี้อาจดีที่สุดแล้ว

เมื่อถึงจุดหนึ่งของความสัมพันธ์ที่เหมือนจะแย่ แม้ไม่ได้ลงเอยกัน แต่เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นล้วนเป็นสิ่งที่คนสองคนเลือกให้มันเกิดขึ้นและดำเนินไปแบบนั้น ความรู้สึกเสียดาย ถาโถม หากตอนนั้น… ถ้าย้อนเวลากลับไป… คำพูดทำนองนี้วนเวียนเข้ามาในหัวอยู่เรื่อยๆ

เมื่อค่อยๆ โตขึ้นด้วยประสบการณ์ที่โลกสอนเรา เราจะเรียนรู้ได้เองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต มักเป็นสิ่งที่เราไม่ต้องการให้มันเกิดเสมอ และที่สุดแล้ว บางความสัมพันธ์ ไม่ต้องลงเอยแบบที่เราสองคนได้รักกันเสมอไปก็ได้

เพราะความสัมพันธ์มันเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องเรียนรู้ไปเรื่อยๆ ตลอดชีวิต…

 

ระยะห่าง ระหว่างเรา (So Close yet So Far)

เรื่องและภาพโดย จิมมี่ เลี่ยว นักวาดชาวไต้หวันชื่อดังระดับโลก

วางจำหน่ายแล้วที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

สั่งซื้อออนไลน์ คลิก

 


บทความอื่นๆ

สัมภาษณ์พิเศษ เบียร์-อนุรักษ์ กิจไพบูลทวี ผู้แปล ระยะห่าง ระหว่างเรา (So Close yet So Far) ผลงานของจิมมี่ เลี่ยว

ใส่ความเห็น