fbpx

[ทดลองอ่าน] โอตาคุวันสิ้นโลก บทที่ 6 : ปากไม่ตรงกับใจ

โอตาคุวันสิ้นโลก
重生宅男的末世守则

 

暖荷 หน่วนเหอ เขียน
เมิ่งเหวิน เเปล

 

นิยาย 7 เล่มจบ

 

ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์

 

____________________________________

 

บทที่ 6 ปากไม่ตรงกับใจ

 

บ้านมีของกองเต็มพื้นที่แล้ว…

หลังจากบ้านนี้ถูกหลัวซวินแปลงโฉมใหม่ เมื่อผ่านประตูใหญ่เข้ามาที่โถงทางเข้าจะเจอกับประตูอีกชั้นที่กั้นพื้นที่ไว้ หากอยากเข้าไปในห้องรับแขกต้องเปิดประตูชั้นในนี้ก่อน นี่เพื่อป้องกันหากมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น หลังวันสิ้นโลก ถ้ามีคนมาหาเขาที่บ้าน เมื่อเปิดประตูใหญ่เข้ามา ผู้มาเยือนจะยังไม่เห็นสภาพต่างๆ ภายในห้องเขาในทันที

เวลานี้เขานั่งเปลี่ยนรองเท้าอยู่ตรงข้างชั้นวางรองเท้าในโถงทางเข้า ระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงครางหงิงๆ แสนน่าสงสารดังมาจากห้องรับแขก ครางครั้งที่หนึ่ง ครั้งที่สอง ครั้งที่สาม…มันส่งเสียงจนเขาใจสั่นไหว

“ให้ตายเถอะ! แกช่วยทำตัวน่าสงสารให้น้อยกว่านี้หน่อยได้ไหม!”

หลัวซวินเส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบๆ สาวเท้ายาวๆ กลับเข้าไปในห้องรับแขก เปิดกรงแล้วคว้าหลังคอเจ้าตัวเล็กขึ้นมาอุ้ม เขายกมันขึ้นมาตรงหน้าด้วยสองมือโดยไม่กล้าทำรุนแรง “แกอยากออกไปข้างนอกกับฉันงั้นเหรอ!”

แฮ่ๆๆ … ลิ้นเล็กๆ แลบออกมาครึ่งหนึ่ง หางน้อยๆ กระดิกส่ายไปมา

“ข้างนอกหนาวจะตาย แกเพิ่งอายุเท่าไหร่เอง! อยู่เฝ้าบ้านดีๆ อย่าดื้อ เข้าใจไหม”

พั่บๆๆ หางเล็กยังคงกระดิกส่ายไปมา

หลัวซวินก้มลงใส่เจ้าตัวเล็กกลับเข้าไปในกรง

หงิง… เสียงร้องหงอยๆ ชวนสงสารดังขึ้นอีกครั้ง หางเล็กราวกับแท่งดินสอลู่ลง

หลัวซวินคลึงขมับนวดเส้นเลือดที่ปูดขึ้นมาลงไปทีละเส้น ก่อนยื่นมือไปลูบหัวเจ้าตัวเล็กเบาๆ พลางปลอบด้วยเสียงอ่อนโยน “แป๊บเดียวฉันก็กลับมาแล้ว จะเอาของดีกลับมาฝากแกด้วย เด็กดีอยู่บ้านนะ แล้วอย่าเห่าล่ะ” ถ้าอากาศเป็นใจ ไม่แน่หลัวซวินอาจอุ้มเจ้าตัวเล็กขี้อ้อนน่ารักน่าชังตัวนี้ไปเดินเล่นข้างนอกด้วยก็ได้

แต่เจ้าตัวเล็กยังเล็กเกินไป และวันนี้อากาศก็หนาวเหลือเกิน…

บางทีเจ้าตัวเล็กอาจจะฉลาดมากจริงๆ เหมือนมันรู้ว่า ไม่ว่าจะออดอ้อนหรือตื๊อยังไง หลัวซวินก็ไม่ยอมพามันไปด้วยแน่ จึงกลับไปนอนหมอบอยู่บนเบาะหนานุ่ม จ้องมองเขาตาละห้อยด้วยดวงตากลมแป๋วคู่นั้น แต่ไม่ร้องหงิงๆ แล้ว

หลัวซวินถอนหายใจเฮือกหนึ่ง รู้สึกเหมือนตัวเองซื้อตัวยุ่งยากกลับมายังไงก็ไม่รู้ ต่อให้เจ้าตัวเล็กไม่กลายเป็นซอมบี้ แต่ถ้ามันโตกว่านี้ แล้วโลกภายนอกเต็มไปด้วยซอมบี้ เขาจะพามันออกไปเดินเล่นได้ยังไง!

หลัวซวินเปลี่ยนรองเท้า เปิดประตู ล็อกประตู ทอดถอนใจพลางเดินไปที่ลิฟต์ กดลงไปที่ชั้นหนึ่ง ทันทีที่เดินพ้นประตูลิฟต์ก็เหลือบไปเห็นแผ่นป้ายประกาศตรงประตูทางเข้าสองสามใบ

ในนั้นระบุว่า วันที่ 10 ธันวาคม สำนักงานนิติบุคคลจะเปิดทำการ ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าแก๊สหุงต้มจะเปลี่ยนอัตราหลังจากวันปีใหม่ เมื่อถึงเวลาจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

ห้องในเขตที่พักอาศัยแห่งนี้ยังไม่เปิดให้เข้าอยู่อย่างเป็นทางการ ดังนั้นค่าน้ำ ค่าไฟ และแก๊สหุงต้มที่ใช้อยู่จึงเป็นอัตราชั่วคราว พูดอีกอย่างก็คือ…ไม่ว่าตอนนี้จะใช้ไปเท่าไรก็ไม่ต้องจ่ายเงิน! รอให้ถึงวันกำหนดใช้อัตราที่เป็นระบบแน่ชัดก่อน บริษัทน้ำ ไฟฟ้า และแก๊สจึงจะมาตามเก็บ

หลัวซวินอ่านทวนเนื้อหาในประกาศซ้ำไปซ้ำมาจนแน่ใจ ก่อนจะถอนหายใจพลางส่ายหน้า แล้วเดินไปตามโถงทางเดิน…ถือว่าประหยัดเงินตรงส่วนนี้ไปได้เยอะเลย

แต่เพราะเขตที่พักอาศัยยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ ดังนั้นระยะนี้จึงมีเหตุน้ำไม่ไหลบ้างเป็นบางครั้ง ไว้รอให้สองวันนี้จัดการธุระเรียบร้อยก่อน แล้วค่อยดำเนินการวางแผนกักตุนน้ำ

เมื่อเขาขับรถจินเปยมือสองกลับมาถึงเขตชุมชนหงจิ่งอีกครั้ง ก็เท่ากับว่าการจับจ่ายซื้อของครั้งสุดท้ายของหลัวซวินได้สิ้นสุดลงแล้ว

หลายวันมานี้เขาเริ่มจากไปตลาดสินค้าเกษตร ซื้อของจำพวกข้าวสาร แป้ง น้ำมัน ธัญพืช และอาหารแห้งอื่นๆ ทั้งแบบที่ตักแบ่งใส่ถุงขายและแบบแพ็คสุญญากาศ จากนั้นก็ขับรถตระเวนตามร้านยาเกือบรอบเขตตะวันตกเฉียงใต้ทั้งร้านเล็กร้านใหญ่

ยาและเวชภัณฑ์สั่งซื้อทางออนไลน์ไม่สะดวก โดยเฉพาะบางชนิดที่ต้องมีใบสั่งยา

แม้หลัวซวินจะสั่งซื้อของจำพวกชุดปฐมพยาบาลทางออนไลน์มาบ้างแล้ว แต่ยาแก้อักเสบกับยาลดไข้แก้หวัดต้องไปซื้อที่ร้านขายยา

เวลาไปซื้อยาแต่ละร้าน หลัวซวินจะไม่ซื้อทีละมากๆ เต็มที่แค่อย่างละสองกล่อง แต่ร้านขายยาน้อยใหญ่ทั่วเขตตะวันตกเฉียงใต้รวมๆ แล้วมีเป็นร้อยร้าน เขาตระเวนไปรอบหนึ่งก็ซื้อมาได้ตั้งเท่าไรแล้ว

หลัวซวินใช้เงินก้อนสุดท้ายซื้อยาที่จำเป็นต้องใช้และหาซื้อได้ยากตอนหลังเกิดวันสิ้นโลก บวกกับยาสามัญประจำบ้าน และข้าวสารอาหารแห้งมาอีกล็อต

สินค้ายาและเวชภัณฑ์พวกนี้หาซื้อได้ทั่วไปเป็นปกติ ต่อให้ตอนนี้เขากว้านซื้อหมื่นสองหมื่นหยวนในคราวเดียวก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ และที่โชคดีก็คือ เมืองเอมีขนาดใหญ่มาก ขอเพียงมีเงินพอจ่ายก็ไม่ต้องกลัวว่าจะหาซื้อของไม่ได้ เขายังเตรียมใช้วิธีการเดิมไปกว้านซื้อของจากในเขตกลางเมืองอีกด้วย

เขาแบกของถุงเล็กถุงใหญ่เข้าบ้าน

พอเปิดกรง เจ้าตัวเล็กก็วิ่งส่ายหางระรี้ระริกต้อนรับการกลับมาของเขา มันวิ่งวนอยู่บนพื้นจนรอบห้อง… วันนี้เจ้านายกลับมาเร็วจัง! รีบปล่อยผมออกไปเร็วๆ สิ!

นับจากวันนั้นที่มันออดอ้อนขอตามเขาออกไปนอกบ้าน แต่ไม่ได้ผล พอหลัวซวินกลับมาก็เอาใจใส่มันมากขึ้น

“อย่าวิ่งซนสิ ไปตรงโน้นเลย เดี๋ยวก็โดนเหยียบหรอก!” หลัวซวินใช้เท้าเขี่ยเจ้าตัวเล็กที่นอนเกลือกกลิ้งสี่ขาชี้ฟ้าอยู่บนพื้นไปอีกด้าน แล้วค่อยวางดินกระสอบสุดท้ายลงบนพื้น ก่อนพรูลมหายใจยาวๆ เฮือกหนึ่ง

หลัวซวินมองข้าวของที่กองเต็มห้องรับแขก พลันเกิดความคิดสะท้อนใจ… ของเยอะไปแล้ว ต้องจัดกี่ชาติถึงจะเป็นระเบียบเนี่ย

แต่ถ้าไม่จัดไม่เก็บกวาด ห้องก็จะรกอยู่อย่างนี้ไปตลอดกาล!

ก่อนหน้านี้หลัวซวินสั่งซื้อถังน้ำ ลัง และตู้ปลาทางออนไลน์มาล็อตใหญ่ ไว้รอให้ของมาส่งก่อนแล้วค่อยคำนวณดูอีกที ถ้ารื้อทุกอย่างออกมาใช้ทีเดียวหมด มีหวังบ้านเขาไม่มีที่ให้เดินแน่

ยังดีที่พวกลังและถังน้ำวางซ้อนๆ กันได้จึงไม่กินพื้นที่มากนัก เอาไว้ใช้เก็บของไปก่อนก็ไม่เลว

หลัวซวินถกแขนเสื้อขึ้น พลางลากเจ้าตัวแสบที่นอนกลิ้งงับขากางเกงเขาอย่างสนุกสนานไม่ยอมปล่อยไปด้วย ก่อนที่เขาจะกลับเข้ามาในห้องรับแขกอีกครั้งด้วยสภาพเหงื่อท่วมตัว

กระสอบดินกับเศษไม้ถูกทยอยขนไปกองไว้บนเฉลียงดาดฟ้าก่อนชั่วคราว

ส่วนข้าวสาร แป้งประกอบอาหาร ธัญพืช และน้ำมัน ก็ขนไปเก็บไว้ในครัว รวมถึงกองเรียงไว้บนพื้นหน้าประตูห้องครัวทั้งหมด

ห้องเก็บของที่อยู่ติดกับห้องครัวถูกใช้เป็นห้องเพาะต้นกล้า อุณหภูมิในห้องค่อนข้างสูง สามารถใช้ปลูกพืชในร่มบางชนิดได้ ทั้งยังลองเพาะเห็ดได้ด้วย ส่วนพื้นที่ตรงระเบียงใช้ปลูกผลไม้เป็นหลัก ห้องว่างที่เหลือก็ใช้เป็นห้องทำงาน เครื่องมือ อุปกรณ์ช่างต่างๆ ก็เอามาเก็บไว้ในนี้

ห้องรับแขกถูกใช้เป็นห้องเก็บของ หลัวซวินซื้อตู้แช่มาสามตู้และตั้งไว้ในห้องรับแขกทั้งหมด นอกจากนี้ก็มีเตาไมโครเวฟ เตาไฟฟ้า หินโม่แป้งชุดเล็ก เครื่องสีข้าว เครื่องบดเนื้อแบบมือหมุน เครื่องทำไส้กรอกและกุนเชียงแบบมือหมุน เครื่องกลั่น ถังพลาสติก ตะกร้าพลาสติก นอกจากนี้ยังมีข้าวสารและแป้งที่แบ่งใส่ถุงเล็กไว้อีกเพียบ ทั้งหมดนี้ถูกวางกองไว้ในห้องซึ่งเดิมทีเป็นห้องเปล่าขนาดกลางชั่วคราว

ส่วนห้องเล็กบนชั้นลอยใช้เก็บบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ข้าวสาร แป้ง และธัญพืชแบบแพ็คสุญญากาศปริมาณมาก ยังมีน้ำมันและเครื่องปรุงรสต่างๆ อีกหลายแกลลอน อีกทั้งเมล็ดพันธุ์พืชสารพัดชนิดปิดผนึกไว้ในบรรจุภัณฑ์อย่างมิดชิด แล้วก็มีท่อพีวีซีและถ่านไม้อีกเป็นจำนวนมาก

ห้องนอนใหญ่บนชั้นลอยนอกจากจะมีตู้ชั้นเก็บของอเนกประสงค์ เตียงคิงไซส์หนึ่งหลัง โต๊ะลิ้นชักหัวเตียง โต๊ะหนังสือขนาดเล็กและแล็ปท็อปแล้ว ยังมีกล่องเก็บยาสารพัดชนิดอยู่ด้วย

ในตู้เสื้อผ้า นอกจากเครื่องแต่งกายครบทั้งสี่ฤดูกับชุดเครื่องนอนสำรองอีกไม่กี่ชุดแล้ว ยังมีผ้าฝ้ายและผ้าที่เนื้อทนทาน สามารถใช้ได้นาน ที่เขาสั่งซื้อทางออนไลน์มาอีกจำนวนมาก ส่วนใหญ่ใส่ไว้ในถุงสุญญากาศเพื่อประหยัดพื้นที่

ของเหล่านี้เป็นของมีประโยชน์ทั้งนั้น หลัวซวินจำได้ว่า กว่าฐานที่มั่นจะเปิดโรงงานทอผ้าขึ้นมาใหม่ได้ก็หลังเหตุการณ์วันสิ้นโลกผ่านไปสามสี่ปี ตอนนั้นทั้งต้นฝ้ายและต้นแฟลกซ์ที่ใช้ทำผ้าลินินต่างก็เกิดการกลายพันธุ์ขนานใหญ่ วัตถุดิบที่ใช้ผลิตมีอยู่เพียงน้อยนิด ผู้คนภายในฐานที่มั่นต่างหวนคืนสู่สภาพ ‘กางเกงตัวเดียวใส่วนกันทั้งบ้าน’

พื้นที่ใต้บันไดยังมีน้ำมันเบนซินและดีเซลเก็บไว้อีกหลายแกลลอน ของพวกนี้หลัวซวินค่อยๆ ทยอยซื้อกลับมาในระยะหลัง ถึงอย่างไรสินค้าประเภทนี้ก็จำกัดปริมาณการซื้อ อีกทั้งเขาเองก็คิดไว้แต่แรกแล้วว่าจะไม่ร่วมทีมสำรวจค้นหาหรือทีมอาสาเสี่ยงภัย จึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้น้ำมันเบนซินในปริมาณมาก แค่มีสำรองไว้เฉยๆ เผื่อต้องใช้

สุดท้ายคือเฉลียงดาดฟ้าบนชั้นลอย บนนั้นมีชั้นปลูกผักท่อพีวีซีที่ประกอบเสร็จแล้วตั้งอยู่หลายชั้น เขาเริ่มย้ายต้นกล้ามาลงไว้บ้างแล้ว แต่ส่วนใหญ่ที่ยังไม่ได้ใช้เขาเอาไปตั้งไว้ตรงมุมเฉลียงดาดฟ้าเพื่อเตรียมไว้ใช้ในอนาคต

นอกจากชั้นปลูกผักพวกนี้แล้ว ด้านข้างเฉลียงดาดฟ้ายังมีลังพลาสติกขนาดเล็กที่เจาะรูไว้แล้วตั้งอยู่ หลัวซวินตั้งใจว่าจะรอไว้ใช้ปลูกพืชต่างๆ ในฤดูใบไม้ผลิปีหน้า

ตรงกลางเฉลียงมีเตาย่างทรงกลมตั้งอยู่ เมื่อเปิดฝาครอบเตา ข้างในจะมีตะแกรงเหล็ก ข้างล่างเป็นที่สำหรับใส่ถ่านไม้ ส่วนข้างบนสำหรับวางอาหารที่ต้องการย่าง หากปิดฝาครอบก็จะช่วยให้อาหารสุกเร็วขึ้น ถ้าที่บ้านไฟฟ้าไม่พอใช้ หรือสภาพอากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนติดต่อกันหลายวัน หลัวซวินก็เตรียมถ่านไม้ไว้ใช้จุดไฟหุงหาอาหาร ถ้าใช้ถ่านไม้หมดแล้ว เขายังมีฟืนเก็บสำรองไว้ใช้เป็นเชื้อเพลิงแทนได้

หลังตระเตรียมทุกอย่างภายในบ้านไว้พร้อมสรรพ เวลาก็ล่วงเลยมาถึงกลางเดือนพฤศจิกายนแล้ว

รุ่งเช้าของวันนี้ หลัวซวินเปิดก๊อกน้ำ…เริ่มกักตุนน้ำ

ก่อนหน้านี้ไม่นาน หลัวซวินจ้างคนให้ขึ้นมาติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาห้อง นอกจากนี้เขายังแอบติดตั้งแท็งก์น้ำขนาดใหญ่ไว้บนหลังคาอีกสองใบ ตามปกติแล้วเมื่อถึงเดือนธันวาคม ถ้านิติบุคคลตรวจเจอจะต้องถูกร้องเรียน ไม่ใช่แค่เพราะน้ำหนักมาก แต่หลังคาตึกเป็นพื้นที่ส่วนรวม จะยึดครองไว้ใช้ส่วนตัวโดยพลการไม่ได้

นั่นเป็นเรื่องของยุคก่อนวันสิ้นโลกนี่นะ… ถ้าถึงเวลาวันสิ้นโลกไม่มา แต่ฝ่ายนิติบุคคลมาเจอเสียก่อน คนที่หลีกหนีความยุ่งยากอย่างหลัวซวินย่อมยอมถอดแท็งก์น้ำออกให้อยู่แล้ว แต่หากถึงวันสิ้นโลกขึ้นมาจริงๆ เจ้านี่แหละคือสิ่งที่จะช่วยชีวิต

ทั้งห้องครัว เคาน์เตอร์ พื้นห้อง และตู้เก็บของ แทบทุกที่เต็มไปด้วยข้าวของสารพัดอย่าง หลัวซวินพับแขนเสื้อขึ้นอย่างอารมณ์ดี มือทั้งสองข้างเปรอะเปื้อนคราบแป้งประกอบอาหาร ตอนนี้เขากำลังสู้รบตบมือกับเจ้าแป้งประกอบอาหารในมือ หลัวซวินไม่ได้ทำอะไรแบบนี้มากี่ปีแล้วน่ะเหรอ ดูเหมือนว่าตลอดชีวิตของเขาในชาติที่แล้วจะไม่เคยทำอะไรพวกนี้มาก่อนด้วยซ้ำ

ก่อนเกิดยุควันสิ้นโลก อาหารทุกอย่างก็ซื้อเขากินทั้งนั้น นอกจากต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หลัวซวินทำเป็นแค่ไข่ดาวกับไข่เจียวเท่านั้นแหละ

แต่หลังจากยุควันสิ้นโลกมาเยือน เขาเลยถูกสถานการณ์บีบบังคับให้ต้องหัดทำอาหาร แต่ในสมัยนั้น คนธรรมดาอย่างเขา แม้แต่ข้าวสารกับแป้งสาลีก็ยังหาซื้อไม่ได้ ต่อให้อยากทำก็คงไม่มีโอกาสอยู่ดี

เวลานี้วัตถุดิบมากมายวางกองอยู่ตรงหน้า ถ้าไม่ใช้โอกาสตอนที่ยังมีน้ำมีไฟฟ้าพรั่งพร้อมรีบฝึกทำตั้งแต่ตอนนี้แล้วจะรอให้ถึงเมื่อไร

เจ้าตัวเล็กที่กำลังหลับใหลทำจมูกฟุดฟิด หัวโตๆ ของมันวางพาดอยู่บนขาหน้า มันเพิ่งกินอิ่มแปล้ แม้นมผงที่ใช้ชงจะอร่อยสู้นมสดๆ จากเต้าแม่หมาไม่ได้ แต่อย่างน้อยอยู่ที่นี่ก็ไม่มีพี่ๆ น้องๆ มาแย่งมันกิน

มีกลิ่นหอมของข้าวสาลีโชยมาจากด้านนั้นเป็นระลอกๆ พร้อมกับเสียงฮัมเพลงของเจ้านาย ได้ยินแล้วให้ความรู้สึกสบายใจมาก ถึงไม่ได้นอนอยู่ในอ้อมอกแม่อย่างพี่น้องตัวอื่นๆ แต่วันก่อนเจ้านายกลับมาพร้อมกับซื้อตุ๊กตาหมาตัวโตมาให้มันด้วย! ขนปุกปุยนุ่มนิ่มสุดๆ! นอนซุกเจ้าหมาตัวโตนี่ก็หลับปุ๋ยแล้ว!!

ใส่ความเห็น