[ทดลองอ่าน] ปักรักลายบุปผา บทที่ 1

ปักรักลายบุปผา 

繁花盛宴

เยว่เซี่ยเตี๋ยอิ่ง 月下蝶影 เขียน

กระต่ายน้อยของอิงอิง แปล

 

_________________________________________

 

ติดตามการวางจำหน่ายหนังสือได้ทางเพจ “บ้านอรุณ

สำนักพิมพ์อรุณ

 

_________________________________________

 

1

 

เช้าตรู่เดือนมีนาคม อากาศที่เดิมอบอุ่นเปลี่ยนเป็นหนาวเย็น เสียงมีดทำครัวหั่นฉับๆๆ เสียงแป้งทอดในกระทะน้ำมันดังฉู่ฉ่า ยังมีเสียงแหลมสูงของผู้หญิงกำลังด่าลูกดังมาจากอาคารเก่าทรุดโทรม

ฮวาจิ่นผลักประตูเปิดออก ตรงทางเดินตึกมีเด็กชายใส่ชุดนักเรียนสีน้ำเงินสะพายกระเป๋านักเรียนยืนคอตกอยู่ แม้จะได้ยินเสียงเปิดประตูก็ไม่เงยหน้าขึ้น หญิงที่กำลังตะคอกด่าลูกเห็นฮวาจิ่นออกมา เธอลูบผมที่เป็นลอนกระเซิง พลางพูดว่า “เสี่ยวฮวาไปทำงานเช้าจัง”

ฮวาจิ่นทักทายเธอเล็กน้อย พี่ฉินติดนิสัยเอามือจับผมปัดแขนเสื้อบ่อยๆ ลูกของเธอยืนเงียบอยู่ข้างๆ ทำตัวลีบเหมือนหัวมันฝรั่งที่ไม่สะดุดตา

พอพี่ฉินเห็นฮวาจิ่นมองลูกชายตัวเอง เธอก็หยุดสางผมแล้วเริ่มขุดข้อเสียของลูกออกมาด่า

“พี่ฉิน” เธอตัดบทคำพูดน้ำไหลไฟดับของอีกฝ่าย ฮวาจิ่นหยิบมือถือขึ้นมาดูเวลา “ฉันจะไม่ทันรถไฟใต้ดินแล้ว เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยคุยกันนะ” พูดจบก็รีบลงจากตึกไปอย่างรวดเร็ว จนแม้แต่เสียงฝีเท้าดังตึกตักๆ ก็ไม่ทำให้ไฟเซ็นเซอร์ตรงทางเดินตึกกะพริบเลยสักดวง

พอลงมาถึงชั้นล่าง ก็ได้ยินเสียงพี่ฉินด่าลูกต่อ

ฮวาจิ่นแวะกินมื้อเช้าที่ร้านข้างทาง ตอนเดินออกมาก็เจอลูกชายของพี่ฉินเดินก้มหน้าอยู่ข้างถนน เขาเดินช้ามาก เหมือนหอยทากที่ไม่ยอมออกมาจากเปลือก

บนถนนมีรถวิ่งขวักไขว่ ยามเช้าที่ท้องฟ้าหม่นทึม แม้จะท้อแท้ไร้เรี่ยวแรง แต่ก็ยังต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อความอยู่รอด

“เดินระวังรถด้วยสิ” ฮวาจิ่นรีบก้าวเข้าไปคว้าสายกระเป๋าสะพายของเด็กชาย ดึงเขามาข้างหลัง ชั่วพริบตานั้น รถยนต์คันหนึ่งก็เลี้ยวมา ห่างจากตัวเด็กไปไม่กี่ก้าว

เด็กชายเงยหน้ามองฮวาจิ่นอย่างอึ้งงัน เงียบไปครู่หนึ่งจึงพูดเสียงเบา “ขอบคุณครับ พี่ฮวาจิ่น”

“ไม่เป็นไรจ้ะ” ฮวาจิ่นยิ้ม มีผู้หญิงอายุยี่สิบกว่าคนไหนบ้างที่ไม่ชอบให้เด็กเรียกตัวเองว่าพี่สาว

“เวลาเดินต้องระวังรถด้วยนะรู้มั้ย ปลอดภัยไว้ก่อน” ฮวาจิ่นช่วยจัดปกเสื้อนักเรียนของเด็กชาย หลังจากมองส่งเขาเดินจากไป ก็คลึงหัวเข่าที่เจ็บนิดๆ แล้วหันเดินไปอีกทาง

ในเมืองเจริญแห่งนี้ ทุกคนล้วนไม่มีใครหยุดฝีเท้าได้ พวกเขาอยากอยู่รอด อยากตั้งรกรากที่นี่ อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น มีคนมา มีคนไป มีเพียงเมืองแห่งนี้ที่ยังตระหง่านยืนยงตลอดกาล นับวันยิ่งรุ่งเรือง กลายเป็นเมืองในฝันของผู้คนนับไม่ถ้วน

ก้าวออกจากรถไฟใต้ดินที่แน่นขนัด ฮวาจิ่นก็เห็นว่ามีคนกำลังทำการแสดงเปิดหมวกอยู่ ผู้คนเดินผ่านไปมาอย่างเร่งรีบ ไม่มีเวลาหยุดฝีเท้า หญิงสาวคลำๆ ในกระเป๋าเสื้อโค้ตของตัวเอง ล้วงเศษเหรียญออกมาหย่อนลงไปในกล่องตรงหน้านักแสดง

“ขอบคุณค่ะ” เด็กสาวนักแสดงเร่ขอบคุณเธอเสียงเบา

ใบหน้าของสาวน้อยยังเด็กมาก แววตาสดใสเปี่ยมไปด้วยความหวัง ฮวาจิ่นสอดมือลงในกระเป๋าเสื้อโค้ต ยิ้มบางๆ พลางพูดว่า “ไม่เป็นไรจ้ะ เช้าๆ แบบนี้ คนรีบไปทำงานกัน เลยไม่มีใครสนใจเรื่องอื่น”

พูดจบก็ชี้ไปยังเจ้าหน้าที่สถานีที่กำลังเดินมาทางนี้ “ดูเหมือนเขาจะไม่ให้แสดงพรสวรรค์ตรงนี้นะ เปลี่ยนที่ดีกว่ามั้ย”

ทั้งที่เป็นแค่การแสดงของนักแสดงเปิดหมวกข้างถนน แต่อีกฝ่ายกลับเรียกอย่างอ่อนโยนว่า “การแสดงพรสวรรค์” เด็กสาวหันมายิ้มขอบคุณฮวาจิ่น

ฮวาจิ่นยิ้มตอบ แล้วไหลไปตามฝูงชนออกจากสถานีรถไฟใต้ดิน

ลมหนาวข้างนอกพัดกรูมาปะทะจนหนาวสั่น เธอรีบสาวเท้าเร็วๆ ไปยังทิศทางที่จะไปทำงาน

“เสี่ยวฮวาฮวา” ถานหยวนเห็นฮวาจิ่นมาถึง ก็รีบดึงประตูเปิดออกจากด้านในให้หญิงสาวรีบเข้ามา “วันนี้ข้างนอกลมแรง หนาวรึเปล่า”

“พอไหว” ฮวาจิ่นถูมือไปมา ถอดเสื้อโค้ตพับเรียบร้อย เก็บใส่ตู้ล็อกเกอร์ แล้วจึงไปจัดของในร้าน ภายในร้านประดับประดาด้วยงานผ้าปักจีนและพวกเครื่องเขินหลายชิ้นเป็นผลงานชั้นเลิศที่พ่อแม่ของถานหยวนทำเอง ถือเป็นสินค้าหลักที่เรียกลูกค้าเข้าร้าน

ผู้สูงวัยทั้งคู่ไม่สนใจเรื่องกิจการในร้านแล้ว ถานหยวนจึงต้องเข้ามารับช่วงเป็นเจ้าของร้าน เธอกับฮวาจิ่นทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข

“เมื่อคืนฉันรับออร์เดอร์ซิ่วไป่เจี้ยน [1] ลายปลาคาร์ปมา เธอก็รู้ว่าฉันไม่ถนัดปักปลาคาร์ป งานนี้คงต้องพึ่งเธอแล้วละ” ถานหยวนฟุบที่โต๊ะพลางหาวอย่างเกียจคร้าน “หนุ่มสาวสมัยนี้หมกมุ่นอยู่แต่กับการบูชาปลาคาร์ป [2] บ้างละ เป็นทาสแพนด้าบ้างละ งานสู่ซิ่ว [3] มากมายของเรา ก็มีอยู่สองอย่างนี้แหละที่ป็อปปูลาร์สุดๆ”

พูดจบเธอก็หันไปมองฮวาจิ่น จึงเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังบรรจงเช็ดฉากลับแลลายปลาคาร์ปแหวกว่ายในสระบัว อย่างกับว่าฉากกั้นนั้นมีพลังลึกลับที่ทำให้ “ทุกวันมีโชคมีชัย เงินทองไหลมาเทมา” [4] อย่างนั้นแหละ

“ชู่” ฮวาจิ่นจัดตำแหน่งฉากลับแลเสร็จ ก็หันมาพูดกับถานหยวน “ยายทังหยวน [5] น้อย พลังลึกลับของปลาคาร์ป คนอย่างเธอไม่มีวันเข้าใจหรอก”

“จ้าๆๆ” ถานหยวนพยักหน้า “ความจริงเธอไม่น่าชื่อฮวาจิ่นนะ น่าจะชื่อฮวาจิ๋นหลี่ [6] มากกว่า”

“ถ้าไม่เกรงใจลุงตำรวจ ฉันก็อยากเปลี่ยนชื่อเป็นฮวาจิ๋นหลี่สยงเมา [7] นะ มีทั้งแมว [8] มีทั้งปลา มงคลดีออก!” ฮวาจิ่นเดินมานั่งที่เก้าอี้ ถึงร้านของพวกเธอจะเป็นร้านเล็กๆ แต่ก็ตกแต่งอย่างประณีตงดงามไม่แพ้ใคร เรียกได้ว่าเป็นร้านที่ดูดีมีสไตล์มาก

สินค้าที่สั่งทำมีราคาค่อนข้างสูง เพราะเป็นงานปักด้วยมือทั้งหมด เลือกใช้ไหมปักคุณภาพดีที่สุด และเป็นงานสูจิ่น [9] ด้วย เสียดายที่วิถีชีวิตเร่งรีบในสมัยนี้ ทำให้น้อยคนนักที่จะยอมจ่ายแพงๆ สั่งทำงานปักแฮนด์เมด เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยและดิ้นรนในสภาวะเศรษฐกิจไม่คล่องให้พอเลี้ยงตัวได้ พวกเธอจึงขายงานสู่ซิ่วที่เป็นงานแขวนเล็กๆ ถุงเครื่องรางนำโชค และพวกผ้าพันคอผ้าคลุมไหล่ด้วย

คนหนุ่มสาวที่ชื่นชอบงานศิลปะยังพอจะยอมจ่ายเงินซื้องานฝีมือดั้งเดิมทรงคุณค่าทางจิตใจมาเป็นเครื่องประดับอยู่บ้าง

สำหรับคนทั่วไป ส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจหรอกว่างานฝีมือที่ซื้อมาจะเป็นผ้าปักสู่ซิ่ว เซียงซิ่ว [10] ซูซิ่ว [11] หรือเย่ว์ซิ่ว [12] ขอแค่ดูสวย ราคาเป็นที่น่าพอใจ ก็อาจยอมควักกระเป๋าจ่าย ฮวาจิ่นกับถานหยวนเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันดี เพื่อให้กิจการเป็นไปได้ด้วยดี พวกเธอไม่เพียงต้องปรับรสนิยมให้เข้ากับยุคสมัย แต่ขณะเดียวกันก็พยายามรักษาเอกลักษณ์ของงานสู่ซิ่วเอาไว้

พ่อแม่ของถานหยวนเป็นช่างฝีมือที่ค่อนข้างหัวโบราณ ทั้งสองไม่เข้าใจสิ่งที่เรียกว่า “สอดคล้องกับยุคสมัย” แต่พอเห็นว่าที่ร้านมีลูกค้าหนุ่มสาวมากขึ้น ทั้งสองจึงไม่ว่าอะไรมากนัก

ฮวาจิ่นนั่งลงที่โต๊ะปักผ้า กำลังปักลาย “ลาภยศสรรเสริญ” [13] ที่ยังไม่เสร็จดี ถานหยวนจุดเครื่องหอมในร้าน สร้างบรรยากาศให้มีกลิ่นอายโบราณนิดๆ

การแสดงฝีมือปักให้เห็นในร้านไม่เพียงช่วยดึงดูดลูกค้าได้ แต่ยังสร้างความน่าเชื่อถือมากขึ้นว่าของในร้านเป็นสินค้าแฮนด์เมดทั้งหมด ไม่ได้ใช้เครื่องจักรช่วยปัก แล้วเอามาอ้างว่าเป็นงานแฮนด์เมดเพื่อขายให้ได้ราคาสูง

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีคนหนุ่มสาวบางส่วนหันมาสนใจงานฝีมือดั้งเดิม ทำให้มีพ่อค้าแม่ค้าขี้โกงบางคนเริ่มเอางานผ้าปักทั่วไปที่ผลิตด้วยเครื่องจักรมาหลอกขายว่าเป็นงานผ้าปักแฮนด์เมด ทำให้ลูกค้าที่ดูไม่เป็นหลงเชื่อว่าเป็นงานฝีมือจริงๆ

เกาซูหลาน เป็นแม่ของถานหยวน และเป็นอาจารย์ของฮวาจิ่นด้วย เธอมักถอนหายใจอยู่บ่อยๆ กับเรื่องนี้ แต่โลกนี้กว้างใหญ่ มีหลายเรื่องที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้เพราะความมุ่งมั่นของคนเพียงคนเดียว สิ่งเดียวที่ทำได้คือ แน่วแน่ในความตั้งใจแรกเริ่มของตัวเอง เพื่อให้ทุกสิ่งที่พวกเขาสร้างสรรค์ขึ้นมายังคงเอกลักษณ์เอาไว้

โดยปกติช่วงแปดเก้าโมงเช้าไม่ค่อยมีลูกค้า ฮวาจิ่นปักงานไปได้สักพัก ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่หน้าประตู จึงเงยหน้าขึ้นมอง ชายวัยกลางคนสวมเสื้อโค้ตสีเทาอ่อนยืนอยู่ด้านนอกประตูมองเข้ามาข้างใน เขายืนหดคอ แขนทั้งสองไพล่อยู่ข้างหลังอย่างไม่เป็นธรรมชาติ ดูเหมือนกำลังชั่งใจอะไรบางอย่าง

ฮวาจิ่นวางเข็มลง ลุกขึ้นเดินไปที่ประตู “เชิญค่ะ สนใจสินค้าชิ้นไหน เชิญค่อยๆ ชมดูก่อนได้นะคะ”

ชายวัยกลางคนพยายามฝืนยิ้มให้เธอ ฮวาจิ่นสังเกตเห็นเขาแอบถูมือกับขากางเกง ก่อนจะค่อยๆ ก้าวเข้ามาในร้าน ท่าทางของเขาค่อนข้างระมัดระวัง ราวกับกลัวจะเหยียบพื้นหรือทำสิ่งของในร้านแตกหัก

เขากวาดสายตามองในร้านรอบหนึ่ง พอหันไปเห็นว่าฮวาจิ่นไม่ได้จ้องเขาอยู่ จึงดูของในร้านต่อ ในร้านมีกระเป๋าถือทั้งแบบสมัยใหม่และแบบย้อนยุค นอกจากนี้ยังมีงานปักสู่ซิ่วที่ทำเป็นรองเท้าส้นสูง พัดกลม ของตั้งประดับ เสื้อพีเฟิง [14] หมวก มีของสารพัดอย่างให้เลือกสรร มีแม้กระทั่งชุดจำลองมงกุฎหงส์และเครื่องแต่งกายเจ้าสาวโบราณ

“ที่นี่มี…ผ้านวมปักลายขายมั้ยครับ” ชายวัยกลางคนถามด้วยน้ำเสียงแปร่งๆ ที่ไม่ใช่สำเนียงกลาง [15] พลางหันมามองฮวาจิ่น “ที่เป็นลายมังกรหงส์มงคล [16] สีแดง”

สมัยนี้ ผ้านวมมีลวดลายต่างๆ มากมาย เครื่องปักลายผ้าสามารถทำตามแบบที่ต้องการได้สารพัด ผ้านวมปักมือลายมังกรหงส์มงคล ไม่เพียงต้องพิถีพิถันทุ่มเทจิตใจ แต่หลายคนยังมองว่าล้าสมัยแล้ว สมัยนี้ห้องหอของคู่บ่าวสาวใหม่ไม่นิยมใช้ผ้านวมประเภทนี้กันแล้ว ที่ร้านจึงไม่ได้เตรียมสินค้านี้ไว้เป็นธรรมดา “ต้องขอโทษด้วยค่ะ ร้านเราไม่มีผ้านวมมังกรหงส์มงคลค่ะ”

ชายวัยกลางคนได้ยินคำตอบ ก็ดูเหมือนจะไม่แปลกใจ เขาพยักหน้าแล้วเตรียมจะออกจากร้านไป

“เดี๋ยวก่อนค่ะ” เห็นชายคนนี้มีเหงื่อออกเต็มตัวทั้งที่เป็นอากาศในเดือนมีนาคม เธอจึงไปกดน้ำจากคูลเลอร์น้ำให้เขา “คุณลูกค้าต้องการผ้านวมลายมังกรหงส์มงคลจริงๆ ใช่มั้ยคะ”

ชายวัยกลางคนที่แต่งตัวค่อนข้างมอซอ พอเข้ามาในร้านที่ตกแต่งสวยงามพิถีพิถันก็ยิ่งวางตัวไม่ถูก ยิ่งเห็นเจ้าของร้านคนสวยรินน้ำดื่มให้ ก็ยิ่งเกรงใจจนเอ่ยขอบคุณไม่หยุด เขามีสีหน้ากังวล หน้าผากคล้ำมีรอยย่นเป็นเส้นลึก มือใหญ่หยาบกร้านที่ถือถ้วยกระดาษสั่นนิดๆ

อาจเพราะกลัดกลุ้มมานาน พอเห็นหญิงสาวแปลกหน้ามีน้ำใจ จึงอยากระบายความในใจ

“ยี่สิบกว่าปีก่อน ผมแต่งงานกับแม่ของลูกสาว ตอนนั้นผมบอกเธอว่า ต่อไปถ้ามีเงิน จะซื้อผ้านวมลายมังกรหงส์สีแดงให้เธอ แต่หลายปีมานี้ ผมวิ่งรอกทำงานหาเงิน หาค่าเทอมให้ลูกสาว ค่าซ่อมบ้าน ค่ารักษาพยาบาลของพ่อแม่ ตอนนี้ภรรยาผมป่วยหนัก ผมถึงค่อยนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับเธอหลายอย่าง” ชายวัยสี่สิบทรุดลงนั่งยองๆ กับพื้น มือข้างหนึ่งปิดหน้าร้องไห้ ท่าทางร้องไห้ของเขาไม่น่าดูเลย ฟูมฟายจนน้ำหูน้ำตาเปรอะเสื้อเชิ้ตแขนยาวที่อยู่ใต้เสื้อโค้ต

“ผมมันไม่เอาไหน ไร้ประโยชน์ ไม่มีอะไรดี….” ชายผู้นั้นพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ไม่ง่ายเลยกว่าจะหาเงินพาเธอมารักษาตัวในเมืองใหญ่ได้ แต่หมอบอกว่าเธอเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย”

เขาบรรยายความดีงามของภรรยาด้วยสีหน้าทุกข์ตรม ตัดพ้อที่ตัวเองไร้ค่า เขาบอกว่าตามหาผ้านวมลายมังกรหงส์มงคลมาหลายที่ในเมืองแล้ว แต่ก็หาแบบที่ภรรยาของเขาอยากได้ไม่เจอเลย

เห็นชายวัยกลางคนร้องไห้จนเป็นแบบนี้ ถานหยวนก็เงยหน้ามองฮวาจิ่นอย่างจนปัญญา แต่อีกฝ่ายก้มหน้า จึงมองเห็นสีหน้าไม่ถนัด

“ฟังจากสำเนียงคุณ คุณน่าจะเป็นคนทางซีหนาน [17] ใช่มั้ยคะ ไม่แน่เราอาจเป็นคนบ้านเดียวกันก็ได้” ฮวาจิ่นยื่นกระดาษทิชชูไปตรงหน้าชายผู้นั้น “ถ้าคุณต้องการจริงๆ ฉันเร่งทำให้คุณได้ค่ะ”

ผ้านวมลายมังกรหงส์มงคลผืนใหญ่สีแดงก็เคยเป็นสินค้าอย่างหนึ่งของงานปักสู่ซิ่วที่ลูกค้านิยมมากมาก่อน

เรื่องร้ายๆ มากมายมักเกิดขึ้นในโลกนี้ ความคิดที่ว่าเมื่อเจ็บป่วยต้องรักษาตัว กลายเป็นเรื่องสามัญสำนึกของทุกคนอยู่แล้ว แต่คนทั่วไปไม่รู้หรอกว่า การที่ครอบครัวยากจนครอบครัวหนึ่งยอมส่งคนในบ้านที่กำลังป่วยหนักไปรักษาตัวในเมืองใหญ่ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ความรู้สึกและมนุษยธรรมบางครั้งก็สั่นคลอนได้ง่ายเมื่ออยู่ต่อหน้าเงิน และเพราะอย่างนี้เอง ความรู้สึกที่จริงแท้จึงเป็นสิ่งล้ำค่าที่หาได้ยาก

 

 

[1] งานปักจีนที่นำมาทำเป็นเครื่องประดับตั้งโชว์

[2] สัญลักษณ์รูปปลาคาร์ป หรือปลา “จิ๋นหลี่” เป็นที่นิยมในกลุ่มหนุ่มสาวชาวจีน เพราะเชื่อว่าทำให้โชคดี ประสบความสำเร็จ และสมปรารถนา

[3] งานปักขึ้นชื่อของซื่อชวน (เสฉวน) ถือเป็นหนึ่งในสำนักผ้าปักลายที่มีชื่อเสียงของจีน มีลักษณะเด่นที่การใช้ด้ายปักสีสันสดใสและเทคนิคการปักที่ประณีต

[4] มาจากวลีมงคล “รื่อจิ้นโต้วจิน” ที่ชาวจีนนิยมใช้ในการอวยพร ให้ทุกวันมีชัยชนะและมีเงินทองไหลมาเทมา ทั้งยังนิยมนำมาแขวนประดับตามบ้านหรือสำนักงาน เพราะเชื่อว่าเมื่อเห็นแล้วก็จะทำให้เกิดกำลังใจ มุมานะพยายามในการทำงานมากยิ่งขึ้น

[5] “ทังหยวน” หมายถึง ขนมบัวลอยห่อไส้ข้างใน อ่านออกเสียงคล้ายชื่อของถานหยวน เลยถูกเอามาเรียกเป็นชื่อเล่นเพื่อน

[6] แปลว่า ปลาคาร์ป

[7] แปลว่า แพนด้า

[8] อักษร “เมา” ในคำว่า “สยงเมา” ที่แปลว่า “แพนด้า” คือตัวเดียวกับ “เมา” ที่แปลว่า “แมว”

[9] เรียกผ้าไหมปักลายของซื่อชวน

[10] ผ้าปักลายของหูหนาน

[11] ผ้าปักลายของซูโจว

[12] ผ้าปักลายของมณฑลก่วงตง (กวางตุ้ง)

[13] “กงหมิงฟู่กุ้ย” เป็นลวดลายมงคลที่สื่อความหมายถึงการเลื่อนขั้น ความร่ำรวย และความสำเร็จ

[14] เสื้อคลุมจีน เป็นเสื้อสวมทับชั้นนอก มีแขนยาวกว้าง คอตั้ง ใช้สวมใส่ได้ทั้งในและนอกอาคาร

[15] หมายถึง “ผู่ทงฮว่า” คือสำเนียงมาตรฐานของภาษาจีน หรือก็คือสำเนียงจีนกลางนั่นเอง

[16] “หลงเฟิ่งเฉิงเสียง” เป็นสัญลักษณ์มงคล สื่อถึงความสุขสมปรารถนา และความอุดมสมบูรณ์

[17] แถบตะวันตกเฉียงใต้

ใส่ความเห็น