fbpx

[ทดลองอ่าน] หวังทง องครักษ์เสื้อแพร เล่ม 1 ตอนที่ 5

หวังทง องครักษ์เสื้อแพร
เล่ม 1

 

特别白 เท่อเปี๋ยไป๋ เขียน
ซิวเสียนอวี๋เล่อ แปล

 

— โปรย —
ชีวิตก่อนต้องตายอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลเพียงลำพังตั้งแต่ยังหนุ่ม
ชีวิตนี้ได้เกิดใหม่อีกครั้งพร้อมความทรงจำจากยุคสมัยปัจจุบัน
หากใช้คำพูดของคนโบราณคงเรียกว่าเกิดมาพร้อมพรสวรรค์และความเฉียบแหลม
แต่สำหรับตัว ‘หวังทง’ เองแล้ว นี่จะเรียกว่า ‘สูตรโกง’ เล็ก ๆ ก็ไม่ผิด
รัชสมัยว่านลี่แห่งต้าหมิง หวังทง ลูกหลานองครักษ์เสื้อแพรประสบกับจุดหักเหในชีวิต
ทำให้หนทางสู่อำนาจวาสนาและความมั่งคั่งได้เปิดออกตรงหน้า
หนุ่มน้อยขอสาบานกับตัวเอง ชีวิตในครั้งนี้ของตนจะต้องไม่เรียบ ๆ ง่าย ๆ
แต่เขาจะพยายามไต่ขึ้นไปให้สูงที่สุดเท่าที่โชคชะตาจะพาไปถึง!

 

ต้นฉบับนี้ยังไม่ใช่ฉบับสมบูรณ์

 

ตอนที่ 5

มีภารกิจก็เหมือนไม่มี

 

หวังทงจำคนผู้นี้ได้ เขาคือผู้ติดตามบิดาตนไปเอ้าเหมินมาด้วยกัน เป็นเพียงแค่หัวหน้าหน่วยที่ตำแหน่งต่ำที่สุด ชื่อว่าจางซื่อเฉียง

ตระกูลของจางซื่อเฉียงเป็นคหบดีที่เมืองทงโจว ใช้เงินซื้อตำแหน่งองครักษ์เสื้อแพรให้เขา เดิมคิดว่าจางซื่อเฉียงจะสามารถช่วยเหลือคุ้มครองครอบครัวได้ คิดไม่ถึงว่าตอนเข้ารับตำแหน่งนั้น บ้านตระกูลจางถูกโจรบุกในยามวิกาล ผู้คนในบ้านถูกสังหารสิ้น ล่มสลายไปในพริบตา

เมื่อไร้เงินทองไร้อำนาจ จางซื่อเฉียงก็ได้แต่ต้องเลี้ยงชีพด้วยการเป็นองครักษ์เสื้อแพร และมักจะทำอะไรอย่างระแวดระวังเสมอ ไม่กล้าล่วงเกินผู้ใด ถึงกับยอมแบกรับฉายาว่า ‘ไอ้ขี้ขลาด’

อันที่จริงจางซื่อเฉียงร่างกายสูงใหญ่แข็งแรง แต่เมื่อตอนอายุราวสามสิบบั้นเอวก็ดูเหมือนจะเริ่มงองุ้มลง น่าจะเป็นเพราะมักจะก้มหน้าโค้งคำนับรับคำมากไปจึงได้เป็นเช่นนี้

เมื่อเห็นหวังทงเดินมา จางซื่อเฉียงก็มีท่าทีลังเลอยู่ชั่วครู่หนึ่งอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะเดินเข้าไปกระซิบว่า

“น้องหวัง เมื่อเช้าใต้เท้าเถียนได้จัดสรรตำแหน่งให้เจ้า ให้เจ้าสังกัดกองธงใต้เท้าหลิว…”

“ใต้เท้าหลิว หรือจะเป็นนายกองธงใหญ่หลิวซินหย่ง!?”

นอกประตูจวนมีแค่เขาสองคน เมื่อได้ยินเช่นนี้หวังทงพลันรู้สึกร้อนใจขึ้นมา นายกองธงใหญ่หลิวซินหย่งแย่งเอาทรัพย์สมบัติตนไปไม่สำเร็จย่อมต้องโกรธแค้น มีผู้บังคับบัญชาเช่นนี้ ภายภาคหน้าจะเป็นเช่นไรก็คงไม่ต้องเอ่ยแล้ว

เมื่อได้ยินหวังทงเรียกชื่อออกมาตรง ๆ ด้วยน้ำเสียงไม่ดีนัก จางซื่อเฉียงก็ตกใจ ยกมือขึ้นโบกไปมา ลากหวังทงชิดข้างทางพลางเอ่ยต่อว่า

“น้องหวัง ชื่อใต้เท้าหลิวจะมาเรียกสุ่มสี่สุ่มห้าได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้น ว่ากันตามธรรมเนียม น้องหวังเข้าแทนตำแหน่งบิดา ในปีนั้นใต้เท้าหวังก็เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาใต้เท้าหลิว สมควรจะ…”

เมื่อเห็นจางซื่อเฉียงท่าทางกังวลใจอย่างที่สุดเช่นนี้ หวังทงพลันรู้สึกสิ้นไร้เรี่ยวแรง ยังพอจำตอนไปเอ้าเหมินได้ ตนยังเรียกเขาว่าท่านอา ตอนนี้คนผู้นี้กลับเรียกเขาว่าน้องชาย ท่าทีระมัดระวังถึงเพียงนี้ยังจะโทษผู้ใดได้

ในเรื่องการงานไม่อาจเห็นแก่ความสัมพันธ์ส่วนตัว หวังทงผู้เข้าใจในแวดวงการทำงานมาก่อนย่อมเข้าใจได้เองในทันที เขาสูดลมหายใจลึก ๆ สองสามที ประสานมือคารวะจางซื่อเฉียง กล่าวว่า

“ขอบคุณพี่จางที่ตักเตือน ไม่ทราบว่าน้องชายเช่นข้าควรไปประจำการที่ใดหรือ”

เมื่อหวังทงถามขึ้น จางซื่อเฉียงก็ยกสองมือถูกันไปมา อึก ๆ อัก ๆ อยู่นานก่อนจะตอบกระท่อนกระแท่นว่า

“ใต้เท้าหลิวสั่งให้น้องหวังกับข้าอยู่เฝ้าฐาน เตรียมพร้อมสำหรับเรียกกำลังพล ไม่ต้องไปประจำการ”

ฟังจบสีหน้าหวังทงพลันนิ่งไป ในใจย่อมโกรธเคือง เจ้าหลิวซินหย่งผู้นี้กับตนไม่มีความแค้นเคืองต่อกัน ทำเช่นนี้ก็เหมือนกับปิดทางกันหมดสิ้น

การอยู่เฝ้าฐานฟังดูเหมือนเป็นงานสบาย หากแท้จริงแล้วเป็นการตัดเส้นทางหากิน หวังทงมีความรู้มากมายและยังมีประสบการณ์ยุคปัจจุบัน แน่นอนย่อมรู้กลนัยที่ซ่อนอยู่นี้

เบี้ยหวัดขององครักษ์เสื้อแพรก็ใช้มาตรฐานเดียวกับองครักษ์หน่วยอื่น เสบียงอาหารที่ได้รับก็มาตรฐานเดียวกัน นั่นคือปีหนึ่งได้เบี้ยหวัดเก้าถึงสิบเดือน ยังต้องถูกหักตามลำดับจากเบื้องบนลงมา เบี้ยหวัดและเสบียงอาหารจึงไม่พอจะประทังชีวิต แต่องครักษ์เสื้อแพรมีอำนาจร้ายกาจหลายอย่าง เช่น สามารถจับกุมคนกระทำผิดเข้าคุกได้โดยไม่จำเป็นต้องไปผ่านที่ว่าการเมืองตามขั้นตอน ขุนนางและราษฎรล้วนหวาดกลัวอยู่มากพอสมควร

ตั้งแต่รัชสมัยจิ่งไท่เป็นต้นมา องครักษ์เสื้อแพรเมืองหลวงก็เริ่มส่งนายกองธงเล็ก หัวหน้าหน่วย พลทหาร ผลัดกันไปประจำการบนถนนสายต่าง ๆ ทั่วเมืองหลวง อ้างว่าเพื่อสืบข่าวตามจับคนร้าย ช่วยที่ว่าการเมืองซุ่นเทียน[1] และสำนักทหารรักษาเมือง

ทว่าแท้จริงแล้วก็เพื่อเก็บเงินทองค่าธรรมเนียมจากร้านค้า ร้านแผงลอย และกิจการต่าง ๆ ก็คือสิ่งที่เรียกว่าค่าคุ้มครองในโลกสมัยต่อมานั่นเอง ค่าธรรมเนียมที่มูลค่ามากพอตัวนี้จึงจัดได้ว่าเป็นแหล่งที่มาของทรัพย์สินเงินทองพื้นฐานที่สุดขององครักษ์เสื้อแพร

การได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติภารกิจนอกพื้นที่ ไม่ว่านายกองธงใหญ่หรือนายกองร้อย กระทั่งนายกองพันที่ตำแหน่งสูงกว่า ล้วนแย่งกันเสนอตัวรับใช้ หรือไม่ก็นำส่งในสัดส่วนที่สมควร ซึ่งแน่นอนว่าเป็นค่าแรงที่ไม่ต้องออกหน้าเอง

จางซื่อเฉียงนับว่าอายุมากกว่าหวังทงหลายเท่าตัว เมื่อก่อนไม่เคยไปมาหาสู่กัน จึงมักคิดว่าหวังทงเป็นแค่เด็กน้อย แต่วันนี้พบว่าไม่ใช่เช่นนั้นแล้ว

การกระทำและคำพูดเหมือนผู้ใหญ่เต็มตัว ยามเจรจากันนี้ตนเองมักรู้สึกเหมือนถูกข่ม

กับเรื่องนี้เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี หวังทงคลายมือที่ประสานกันออก ใบหน้าแต่งแต้มรอยยิ้ม นายกองร้อยเถียนหรงหาวรับเงินทองจากเขาไปเป็นเรื่องจริง แต่ก็จัดเขาให้เข้าสู่สำนักองครักษ์เสื้อแพร ส่วนที่ส่งจางซื่อเฉียงมารออยู่ด้านนอก ไม่จัดคนของตนเองมา ก็แสดงให้เห็นชัดว่าสองฝ่ายไม่เกี่ยวข้องกันอีก

ลูกหลานเข้าแทนตำแหน่งบิดานับเป็นธรรมเนียม นายกองธงใหญ่หลิวซินหย่งผู้นั้นคิดอย่างไรยังไม่ต้องเอ่ยถึง เพียงเท่านี้ก็นับว่าทำการอย่างไร้จุดบกพร่อง หากตนไม่ยอมปฏิบัติตาม ต้องการให้จัดการเป็นอื่น ดีไม่ดีอาจตกหลุมพรางคนที่ตั้งใจขุดล่อก็เป็นได้

ในเมื่อเข้าสู่ระบบนี้แล้วก็อยู่ไปก่อนแล้วกันเพื่อรอคอยโอกาส

คนที่เคยเข้าสู่สนามการทำงาน แน่นอนย่อมรู้หลักการเหตุผลข้อนี้ดี หวังทงตอนนี้จิตใจสงบลงแล้ว อย่างน้อยก็ภายนอกที่แสดงออก เขาประสานมือขึ้นคารวะ กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า

“พี่จาง ผู้น้อยเพิ่งเข้ารับหน้าที่องครักษ์เสื้อแพร ไม่ทราบว่าการอยู่เฝ้าฐานนี้ต้องปฏิบัติงานอย่างไร รบกวนแนะนำผู้น้อยได้หรือไม่ขอรับ”

“จะมีขั้นตอนปฏิบัติอะไรได้ ก็แค่มารายงานตัวที่นี่ทุกวัน มีงานก็ทำ ไม่มีงานก็กลับไป”

ในใจหวังทงพลันรู้สึกไร้เรี่ยวแรง นี่คือการถูกแช่แข็งไว้ไม่ใช่หรือ หากสีหน้าท่าทางเขายังคงไม่เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด ทำเพียงพยักหน้ายิ้มรับ

 

บริเวณลานด้านหน้าของจวนนายกองร้อยเงียบสงบและเย็นยะเยือกมาก องครักษ์เสื้อแพรนายอื่นออกไปปฏิบัติหน้าที่แล้ว คนทั่วไปก็มักจะยอมเดินอ้อมไกลขึ้น แต่มิยอมเข้าใกล้ที่แห่งนี้

จวนพักของนายกองร้อยเถียนนั้นก็เข้าไปไม่ได้ สองคนจึงได้แต่ประจำอยู่ที่ลานด้านนอกอย่างนั้นจนฟ้ามืด ตอนเช้าเข้างานต้องรายงานตัว แต่ตกเย็นไม่เห็นใครกลับมา จนจางซื่อเฉียงเรียกเขากลับด้วยกัน

ปีนั้นที่เพิ่งเข้าทำงาน หัวหน้าที่ไม่ค่อยถูกชะตากับเขาก็ไม่ได้ให้ทำงานอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน ดังนั้นเขาจึงได้แต่ใช้ความสามารถไปกับการนั่งหลบมุมอยู่ทั้งวัน ตอนนี้กับตอนนั้นช่างเหมือนกันเสียจริง หวังทงคิดพลางแค่นยิ้ม

แม้ว่าจะถูกทิ้งให้แกร่วอยู่ที่หน้าจวนนายกองร้อย แต่วันต่อมาเขาก็ยังคงรีบไปรายงานตัวแต่เช้าตรู่ ทว่ายามเดินไปบนถนนนั้นกลับรู้สึกว่าต่างจากทุกวัน

หวังทงสวมชุดคลุมยาวแบบองครักษ์เสื้อแพร เหน็บดาบปักวสันต์ไว้ที่เอว แต่งกายไม่ให้สะดุดตาเกินไป แต่คนที่เคยเดินผ่านไปมาทุกเช้าต่างพากันหวาดกลัวและพยายามหลบหลีก

นี่ก็คือความน่าเกรงขามขององครักษ์เสื้อแพร ตั้งแต่รัชสมัยหงอู่ก็เริ่มสั่งสมบารมี แผ่รังสีความน่าเกรงขามไปยังบรรดาขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นฝ่ายบู๊ ตลอดจนราษฎร ผู้คนถึงขั้นไม่กล้าจ้องมองตรง ๆ

ไม่ว่าหวังทงจะอยู่ในยุคปัจจุบันหรือยุคสมัยนี้ แต่ไรมาก็ไม่เคยสัมผัสประสบการณ์เช่นนี้ ยามเดินไปบนถนนจึงเงยหน้ายืดอกขึ้นอย่างไม่ทันรู้ตัว รู้สึกตัวลอย ๆ

ครั้งนี้เขาก็ยังคงไปถึงแต่เช้า หน้าจวนนายกองร้อยเถียนไร้วี่แววผู้คน จึงยืนรอที่นั่นครู่หนึ่ง เห็นบ่าวรับใช้คนเมื่อวานเดินออกมา

แม้ว่าเคยพบกัน แต่บ่าวรับใช้ผู้นั้นก็ไม่เอ่ยทักทาย ก้มหน้าก้มตายกถังน้ำหยิบไม้กวาดออกมากวาดมาราดน้ำหน้าประตู

บ่าวรับใช้สวมชุดสีครามและสวมหมวกใบเล็ก มองดูก็รู้ว่าเป็นการแต่งกายของชนชั้นระดับล่าง ผมเผ้าหงอกขาว เอวงองุ้ม อายุค่อนข้างมาก ในมือมีไม้กวาดอันหนึ่ง อีกมือถือถังน้ำใบหนึ่ง เดินสาดส่ายไปมา

หวังทงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็ตัดสินใจยิ้มพลางกล่าวว่า “ท่านลุง ข้าช่วยท่าน”

บ่าวรับใช้ชราเอียงหน้าเหลือบมองหวังทง เมื่อเห็นใบหน้าเด็กน้อยก็กล่าวน้ำเสียงเย็นชาว่า

“ต้องการให้ผู้น้อยไปเรียนใต้เท้าให้กระนั้นหรือ นั่นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ นายท่านเป็นใคร ผู้น้อยจะพูดกระไรได้

 

[1] ที่ทำการเมืองหลวงในสมัยนั้น (ซุ่นเทียนเป็นชื่อเดิมอีกชื่อของเมืองหลวง) เจ้าเมืองมีอำนาจทั้งการทหารและการยุติธรรม คอยตัดสินคดีความให้ชาวบ้านและดูแลความสงบเรียบร้อยของเมืองหลวง

ใส่ความเห็น

แจ้งเตือนการใช้งานคุกกี้ เว็บไซต์ของเรามีการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดการประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้ดีที่สุด ได้แก่ คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ประสิทธิภาพ คุกกี้เพื่อการทำงานของเว็บไซต์ และคุกกี้กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ศึกษารายละเอียดและการตั้งค่าคุกกี้เพิ่มเติมเพื่อความเป็นส่วนตัวของท่านได้ใน นโยบายคุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า