fbpx

[ทดลองอ่าน] ทิงทิงไม่ใช่คนน่ารักจริงๆ นะ ตอนที่ 2

ทิงทิงไม่ใช่คนน่ารักจริงๆ นะ

น่งชิงเฟิง เขียน
นิศารัตน์ แปล

 

โปรย

เฉินทิง หรือ ทิงทิง หนุ่มมหาวิทยาลัยที่บรรดาสาวๆ ต่างเอ็นดู ชีวิตเขามีแต่คนมองว่าน่ารัก
ใครเลยจะรู้ว่าเขาก็เป็นคนคูลๆ ได้เหมือนกันนะ
แต่ทำไมเปลี่ยนภาพลักษณ์เป็นคนเท่ๆ คูลๆ แล้ว
แทนที่จะต้องตาโดนใจสาวๆ ดาวมหาวิทยาลัย กลับไปถูกใจหนุ่มฮ็อตแทนซะได้

เผยอี่เหยา ทั้งเรียนเก่ง หล่อ ล่ำ สูง รวย เท่และเย็นชา
ครบสูตรหนุ่มที่สาวๆ ทั้งมหาวิทยาลัยใฝ่ฝัน
หนุ่มฮ็อตรุ่นน้องคนนี้จะมาชอบทิงทิงจริงๆ เหรอ!

มาพบกับเรื่องราวความรักระหว่างหนุ่มน้อยน่ารักกับหนุ่มฮ็อต
และตอนพิเศษอีก 3 ตอนกันเลย

 

นิยายเล่มเดียวจบ

 

———————————————————–

 

ติดตามกำหนดการวางจำหน่ายหนังสือได้ที่เพจ Rose Publishing

…XOXO…

มาดามโรส

 

ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์

 

2

 

หลังจากนั้นเมื่อใดก็ตามที่เฉินทิงนึกภาพตอนเจอกับเผยอี่เหยาครั้งแรก หน้าของเขาจะร้อนผ่าวด้วยความเขินอายไปอีกนาน ยิ่งคิดก็ยิ่งเขิน ยิ่งเขินก็ยิ่งประทับใจ

เฉินทิงรู้สึกว่าเผยอี่เหยาเป็นคนดีมาก เพราะเขาไม่มีสีหน้าแปลกๆ เลยแม้แต่น้อย เขาทำเหมือนว่าคนที่ใส่เสื้อยืดพร้อมขาขาวใหญ่ๆ เปลือยเปล่าตรงหน้าเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งในห้องทดลอง เฉินทิงจึงลดความกระอักกระอ่วนลงไปได้บ้าง

ถึงตอนนี้หร่วนซินก็ตามมาจวนจะถึงพอดี

เผยอี่เหยามอง…ไปที่ขาของเฉินทิง แล้วออกจากห้อง ปิดประตูให้แบบนิ่งๆ เฉินทิงได้ยินทั้งคู่คุยกันอยู่ข้างนอก คร่าวๆ ว่า เผยอี่เหยาไม่เจอแม่ตอนกลับมา จึงไม่รู้เลยว่าเฉินทิงอยู่ในบ้าน

เฉินทิงถือโอกาสนี้รีบใส่กางเกง แต่เอวใหญ่เกินไปอีกเท่าตามคาด เขาจึงต้องใช้มือดึงเอาไว้ด้วย

ผ่านไปไม่นานประตูห้องก็เปิดออกอีกครั้ง คนที่เข้ามายังคงเป็นเผยอี่เหยา

หน้าของเฉินทิงยังคงแดงก่ำ เขายิ้มแห้งๆ และหัวเราะแหะๆ สองที “เอ่อ ขอบคุณนะสำหรับเสื้อผ้า ได้ยินว่านายก็เรียนที่มหาวิทยาลัย N เหมือนกัน เดี๋ยวฉันกลับไปซักแล้วจะเอามาคืนให้นะ…”

เผยอี่เหยามองเขาด้วยสายตาว่างเปล่าเงียบๆ จากนั้นก็หันหลังเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า

เฉินทิงยืนค้างอยู่ตรงนั้น คิดว่าเขาคงโกรธซะแล้ว ขณะที่ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี เขาก็เห็นเผยอี่เหยาเปิดตู้เสื้อผ้าตู้ที่อยู่ในสุด แล้วหยิบชุดกีฬาสีน้ำเงินออกมา

“เปลี่ยนเป็นชุดนี้สิ” เขายื่นชุดให้เฉินทิง

“หืม?” เฉินทิงยังไม่ค่อยเข้าใจ

เผยอี่เหยาไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงหันหลังเดินออกจากห้องไปอีกครั้ง

เฉินทิงพินิจพิเคราะห์ชุดที่อยู่ในมือ แม้ว่าจะดูเก่า แต่เนื้อผ้าดีและนุ่มมาก เมื่อสะบัดเสื้อออกก็จะเห็นคำว่า [King Edward’s School] ตัวเล็กๆ ปักอยู่บนนั้นหนึ่งแถว

ทำให้นึกถึงเรื่องที่อีกฝ่ายเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ ทั้งนี้เฉินทิงยังงุนงงอยู่ว่าทำไมตัวเองที่สูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบสามเซนติเมตรถึงสวมชุดมัธยมปลายของเผยอี่เหยาได้พอดี

ไม่สิ บางทีอาจจะไม่ใช่มัธยมปลาย น่าจะเป็นชุดตอนอยู่มัธยมต้นมากกว่า เพราะเท่าที่ประเมินจากสายตา ความสูงของเผยอี่เหยาอย่างต่ำก็น่าจะหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร มากสุดชุดนี้คงเป็นชุดสมัยเรียนมัธยมศึกษาปีที่สามสินะ

เฉินทิงคิดอยู่เงียบๆ ใบหน้าที่เคยร้อนผ่าวดีขึ้นมากแล้ว เมื่อเขาเปลี่ยนชุดเสร็จเรียบร้อยก็ลงมาข้างล่าง แต่เผยอี่เหยากลับออกจากบ้านไปก่อน ดูเหมือนว่าเขารีบกลับมาเอาของบางอย่างและไม่ได้กลับไปที่มหาวิทยาลัย

หร่วนซินกำลังขำลูกตัวเองที่คิดจะมาก็มาคิดจะไปก็ไป เมื่อหันมาเห็นเฉินทิง แววตาก็ฉายความประหลาดใจ “โอ้โฮ ชุดนี้เหมาะกับทิงทิงมากเลยจ้ะ”

เฉินทิงที่สวมชุดกีฬาสีน้ำเงินดูเด็กมาก คราวนี้ไม่ใช่เพราะส่วนสูง แต่เขาดูอ่อนวัยมากจริงๆ ประกอบกับเลือดฝาดอ่อนๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่บนใบหน้า ยิ่งทำให้น่าเอ็นดูเป็นพิเศษ

ถ้าเผยอี่เหยาใส่ชุดนี้แล้วเปรียบเป็นก้อนน้ำแข็งสีฟ้าก้อนหนึ่ง เฉินทิงก็คงเป็นบิงซูสตรอว์เบอร์รี่ชามหนึ่งนั่นเอง

เฉินทิงรู้สึกได้ถึงความใส่ใจที่หร่วนซินมีให้ แม้แต่เจ้าบะหมี่เนื้อเองก็มาดมๆ อยู่รอบตัวเขาไม่ห่าง ตามที่หร่วนซินเล่า มันถูกนำตัวขึ้นเครื่องบินกลับมาจากต่างประเทศ จึงถือว่าเป็นสุนัขไฮโซตัวหนึ่ง

มันเองก็ทำตัวไฮโซสมฐานะ โดยชอบทำท่าทางเย่อหยิ่งเหมือนนางพญา เมื่อดมกลิ่นจนแน่ใจแล้วว่าเฉินทิงปลอดภัย มันก็ขึ้นมานั่งอยู่ข้างๆ มือของเขา หันบั้นท้ายใหญ่นุ่มฟูให้ ก่อนจะหันมามองอย่างสง่างาม

เฉินทิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงใช้มือลูบไปที่บั้นท้ายนุ่มๆ ของมัน ช่างเป็นสัมผัสที่รู้สึกดีมากๆ เลย

“โฮ่ง!” เจ้าบะหมี่เนื้อกระตุกบั้นท้าย แล้ววิ่งปรู๊ดไปหลบหลังหร่วนซิน จากนั้นก็ค่อยๆ โผล่หัวออกมามองประหนึ่งหญิงสาวผู้ดีที่จะโดนทำมิดีมิร้าย

หร่วนซินไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “เล่นตัวจริงๆ”

หร่วนซินยังคงนึกเสียดายที่เผยอี่เหยารีบออกไปก่อนโดยที่ไม่ได้ทำความรู้จักและผูกมิตรกับเฉินทิงอีกสักหน่อย เธอเลยชวนเฉินทิงกินข้าวเย็นด้วยกัน ก่อนจะให้คนขับรถไปส่งที่มหาวิทยาลัย

“นอกจากเรื่องเรียนแล้ว อาเหยาก็ไม่สนใจเรื่องอื่นเลย น้ากลัวว่าเขาจะเครียดเกินไป ไม่รู้ว่านิสัยเหมือนใคร ยังไงก็ฝากน้องด้วยนะทิงทิง ครั้งหน้ามาบ้านน้าพร้อมน้องนะ เดี๋ยวน้าจะทำซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานให้กิน”

ก่อนจะกลับ หร่วนซินไม่ลืมฝากฝังเผยอี่เหยาให้เฉินทิงช่วยดูแล แม้เฉินทิงจะรู้สึกว่าคนที่ตัวสูงหนึ่งร้อยแปดสิบห้าขึ้นไปนั้นไม่จำเป็นต้องพึ่งเขาหรอก แต่ก็ตอบรับโดยดี

 

*******

 

กว่าจะกลับถึงหอพักก็ทุ่มครึ่งเข้าไปแล้ว

เฉินทิงมัวแต่คิดว่าเคยเห็นเผยอี่เหยาที่ไหนมาตลอดทาง ขนาดหยางซู่หลินเดินมาอยู่ตรงหน้า เขายังไม่ทันรู้สึกตัวด้วยซ้ำ

หยางซู่หลินยกมือขึ้นมาโบกไปมาตรงหน้าเฉินทิง “นี่ ทิงทิงน้อย?”

เฉินทิงจึงได้สติกลับมา พอมองซ้ายมองขวาเห็นห้องโล่งๆ ก็ถามขึ้นว่า “อีกสองคนไปห้องแล็บกันอีกแล้วเหรอ ทำไมนายอยู่หอคนเดียวล่ะ”

หยางซู่หลินอยู่ฝ่ายข่าวของมหาวิทยาลัย และเป็นพวกอยู่เฉยไม่เป็น ฆ่าเขาให้ตายยังง่ายกว่าการปล่อยเขาให้อยู่คนเดียว

“ฉันรอนายอยู่เนี่ย!” หยางซู่หลินรีบดึงเฉินทิงให้นั่งลง น้ำเสียงฟังดูหงุดหงิด “นายไม่รู้อะไร ตอนบ่ายนะมีเรื่องเด็ดๆ เยอะเลย ทุกคนดูว่างกันซะเหลือเกิน ถ้านายขวนขวายและมีจินตนาการขนาดนั้น คงเข้าวงการบันเทิงไปแล้ว”

“ถ้าฉันเข้าวงการบันเทิง ดีที่สุดก็คงเป็นได้แค่ตัวประกอบ” เฉินทิงครุ่นคิด

“จะเป็นแบบนั้นได้ยังไงเล่า!”

“ทำไมจะไม่ได้ ภาพลักษณ์ของฉันเป็นได้แค่บทน้องชายข้างบ้าน ไม่ก็ตัวสำรองตลอดไปนั่นแหละ” เฉินทิงครุ่นคิดแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “บางทีฉันอาจจะรับบทเป็นฆาตกรโรคจิตก็ได้นะ ยิ่งบทต่างกับตัวจริงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งน่าสนุก นายรู้ไหม หนังสืบสวนสอบสวนที่ฉันแนะนำให้นายดูครั้งที่แล้วน่ะ สุดท้ายแล้วตัวบอสใหญ่สุดก็คือคนที่ยิ้มแบบจริงใจที่สุดนั่นแหละ…”

“พอๆๆ ขอร้องละ ไม่ต้องพูดแล้ว…” หยางซู่หลินมองดวงตาที่ระยิบระยับด้วยความตื่นเต้นของเฉินทิง และคิดว่าไม่ควรคุยเรื่องนี้กับเขา

สุดท้ายเขาก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ “ซูลั่วให้คนมาหานาย แต่ไม่ได้มาหาตรงๆ นะ เขาฝากให้ฉันมาบอกว่าอยากนัดเจอกับนาย”

เฉินทิงนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วถามว่า “นายหมายความว่าเธอให้คนมาหานาย เพื่อให้นายมาบอกฉันว่าอยากนัดเจอฉันงั้นเหรอ”

หยางซู่หลินพยักหน้า

เฉินทิงพูดออกมาซื่อๆ “ถ้าเธอไม่ได้ตั้งใจจะข้องเกี่ยวกับฉันแล้วยังทำแบบนี้ แล้วถ้าเราอยู่ในหนังสืบสวนสอบสวนแบบที่ฉันเพิ่งพูดถึง เธออยู่รอดไม่ถึงสามนาทีหรอก”

หยางซู่หลิน “แล้ว…นายจะตอบไปว่าไง”

“ฉันไม่ไป”

“จะปล่อยเบลอจริงเหรอ ไม่ไปฟังหน่อยเหรอว่าเธอจะพูดอะไร”

“ทิงทิงไม่อยากฟังจริงๆ”[1]

“ที่จริงจะไม่สนใจเธอก็ได้แหละ คิดๆ ดูแล้วในข่าวลือพวกนั้นนายคือคนที่ถูกสารภาพรัก ไม่ได้เสียหายอะไรสักหน่อย…อืม เรื่องนี้ยังไงก็ได้เปรียบ!”

เฉินทิงพูดเพียงไม่กี่คำ หยางซู่หลินก็คล้อยตามเขาแล้ว อีกทั้งเฉินทิงก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องซุบซิบนินทานี้อีกแล้ว ดังนั้นถ้ามีคนส่งข้อความมาถาม เขาก็จะตอบแค่ห้าพยางค์ว่า [ฉันไม่รู้เรื่องเลย]

คำว่า “เลย” นั้นสำคัญมาก เพราะถ้าไม่มีก็จะดูเย็นชาเกินไป แต่พอมีแล้วกลับแสดงให้เห็นว่าเฉินทิงทั้งแปลกใจและไม่รู้เรื่องจริงๆ

หยางซู่หลินเพิ่งสังเกตว่าเฉินทิงเปลี่ยนชุด เขาคิดไปเองว่าในที่สุดเฉินทิงก็ตาสว่างและหัดสนใจเรื่องการแต่งตัวสักที

เฉินทิงเลยเล่าเรื่องน้ำผลไม้ให้ฟังคร่าวๆ แต่ไม่ได้พูดชื่อของเผยอี่เหยา บอกแค่ว่าเป็นชุดของรุ่นน้อง เพราะเมื่อไรที่นึกถึงเผยอี่เหยา ก็จะอดคิดถึงช่วงเวลาน่าอายตอนนั้นไม่ได้ ราวกับว่าเขายังจดจำความรู้สึกที่ลมจากหน้าต่างพัดมาโดนต้นขาที่เปลือยเปล่าของตัวเองได้อยู่เลย

ลมเย็นยะเยือก

ยิ่งไปกว่านั้นคือ ถึงแม้ว่าจะอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่ด้วยความที่เผยอี่เหยาเป็นคนนิ่งๆ เฉินทิงจึงคิดว่าคงไม่ต้องข้องเกี่ยวกันสักเท่าไร

หยางซู่หลินไม่ได้สนใจรุ่นน้องที่พูดถึงมากนัก จึงไม่ได้ถามอะไรมาก แล้วใจจดใจจ่อจะคุยเรื่องซุบซิบกับเฉินทิงต่อ

แต่เฉินทิงคิดไม่ถึงเลยว่าผ่านไปเพียงแค่คืนเดียว เขาจะได้ยินชื่อเผยอี่เหยาอีกครั้ง แบบพุ่งเข้าสู่สายตาเขาอย่างจังเสียด้วย

 

*******

 

“เฉินทิง! ตื่นเร็ว มีข่าวใหญ่แล้ว!”

ตอนเช้า เวลาเก้าโมงครึ่งในวันสุดสัปดาห์ ยังไม่ถึงเวลาตื่นของเฉินทิง หยางซู่หลินก็ตะโกนปลุกเขาเสียงดังโหวกเหวก เจ้าตัวลืมตาขึ้นมาด้วยความงัวเงีย ยังไม่ทันลุกขึ้นนั่งก็มีโทรศัพท์ยื่นมาตรงหน้า

“นายดูสิ มีข่าวใหม่มาอีกแล้ว กระแสขึ้นลงง่ายจริงๆ…”

เฉินทิงไม่ขยับเขยื้อน สายตาจับจ้องไปที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือ ดูกระทู้ยอดนิยมล่าสุด [หนุ่มหล่อที่สุดในมหาวิทยาลัยเปลี่ยนคนแล้ว? โจวเฉิงโดนโค่นตำแหน่ง?]

เดี๋ยวนะ ชื่อนี้ทำไมคุ้นๆ

เผยอี่เหยา!?

จู่ๆ เฉินทิงก็ลุกพรวดขึ้นนั่ง ทำเอาหยางซู่หลินสะดุ้งโหยง “ทำไม มีอะไรเหรอ”

เฉินทิงยังไม่ทันพูดอะไร เขาดึงโทรศัพท์มือถือเข้ามาดูเนื้อหาข้างในอย่างละเอียด จึงค่อยๆ รู้ว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ กระทู้เกี่ยวกับเผยอี่เหยาแซงกระทู้เรื่องอื่นๆ ขาดลอย จนกลบเรื่องรักสามเส้าไปเลย

เพียงชั่วข้ามคืน หนุ่มฮ็อตของมหาวิทยาลัยก็ถูกจัดอันดับใหม่เสียแล้ว ทั้งเท่และมีเสน่ห์ขนาดนี้ก็เหมาะสมแล้วละ

ด้วยความที่โจวเฉิงเป็นหนุ่มฮ็อตของมหาวิทยาลัยมาสองปีซ้อน ความนิยมของเขาย่อมไม่ตกลงมาง่ายๆ ในกระทู้จึงยังมีคนเชียร์อยู่

ตอนนี้เองที่เฉินทิงเริ่มจำได้ว่าเคยเห็นเผยอี่เหยาที่ไหน มันเป็นช่วงปลายเดือนกันยายน ระหว่างการฝึกทหารของนักศึกษาใหม่ มีภาพถ่ายบางภาพหลุดมาในเว็บเพจของมหาวิทยาลัยและในโมเมนต์[2]

พระเอกของภาพคือเผยอี่เหยา

เฉินทิงครุ่นคิด ในขณะที่มือก็สไลด์หน้าจอโทรศัพท์มือถือไปด้วย ไม่นานเขาก็เห็นกระทู้หนึ่งเด้งขึ้นมาอยู่ด้านบนสุด โดยมีหัวข้อว่า [น้องใหม่ถือปืนออกลาดตระเวนมาแล้วจ้า อกผายไหล่ผึ่งเท่ไม่ไหวล้าวววว!]

คนตั้งกระทู้ดูท่าจะตื่นเต้นมาก ข้อความจึงแทบจะอยู่ในหัวข้อทั้งหมดแล้ว เนื้อหาข้างในมีแต่เซตภาพน่ากรี๊ดรัวๆ รูปเผยอี่เหยาใส่ชุดลายพรางท่าทางขึงขัง ยืนบ้าง หมอบบ้าง ถือปืนมือเดียว แอบซุ่ม หมอบคลาน เล็งปืน และเข้าซองกระสุน หากเอาภาพนิ่งทั้งหมดมาเชื่อมต่อกันก็แทบจะเหมือนภาพเคลื่อนไหว

เฉินทิงนึกถึงครั้งแรกที่ตัวเองได้เห็นรูปเซตนี้ของเผยอี่เหยา ตัวเขาเองก็ตะลึงเหมือนกัน เพราะพวกเด็กผู้ชายไม่มากก็น้อยต่างต้องมีประสบการณ์ในค่ายทหารทั้งนั้น แต่เผยอี่เหยาทั้งหล่อและเท่กว่าใคร เครื่องหน้าดูดีได้รูปไปหมด แม้จะดูเย็นชาไปสักหน่อยแต่ก็เหมาะกับฉากแบบนี้ ทั้งแววตาตอนเล็งปืนที่หนักแน่นมั่นคง และคราบเหงื่อที่ไหลตามสันกรามของใบหน้าอันเคร่งขรึม เซ็กซี่เป็นบ้าเลย

ยิ่งขาคู่นั้นนะ ไม่ต้องพูดถึง ยาวจนรูปถ่ายยังเก็บไม่หมด

เฉินทิงแอบอิจฉานิดหน่อยเป็นธรรมดาของมนุษย์

ท่าทางการเล่าเรื่องที่ออกรสออกชาติของหยางซู่หลินขัดจังหวะความคิดของเฉินทิง “ฉันได้ยินมาจากเพื่อนฝ่ายข่าวว่าเผยอี่เหยาขี่บิ๊กไบค์กลับมาเมื่อคืนตอนประมาณสี่ทุ่ม เจ๋งมาก รุ่นใหม่ซะด้วย ตัวรถทำจากโลหะ ดีไซน์ก็ปราดเปรียว สวยแบบดิบๆ เถื่อนๆ เท่กว่ารถสปอร์ตอีก! เสียงตอนสตาร์ตเครื่องดังไกลเป็นกิโล คนเขาได้ยินกันหมด! ที่สำคัญนายนั่นตัวสูงชะมัด ขนาดขึ้นนั่งบนรถแล้วเท้ายังถึงพื้น พอพี่ยามที่หน้าประตูขวางไว้ บอกให้ถอดหมวกกันน็อกนะ แม่เอ๊ยยยย!…จุ๊ๆๆ ถ้าวันไหนฉันหล่อได้แบบนั้นก็คงดี ไม่ต้องห่วงว่าจะหาแฟนไม่ได้เลย! สาวๆ คงต่อแถวตั้งแต่ตรงนี้จนถึงย่าน 1912[3]!”

ตอนแรกเฉินทิงจะบอกว่าเว่อร์เกินไปหรือเปล่า แต่พอได้ยินประโยคที่ว่า “ขึ้นนั่งบนรถแล้วเท้ายังถึงพื้น” เขาก็หุบปากเงียบ

หยางซู่หลินสรุป “อย่างนี้สิถึงจะเรียกว่าเท่ของจริง! โจวเฉิงเทียบไม่ติดเลย อ่อนชะมัด!”

เฉินทิงยิ้ม ในใจนึกขอบคุณเผยอี่เหยา พอมีเรื่องอีกฝ่ายเข้ามา ไปเรียนวันพรุ่งนี้คงมีคนเข้ามาถามเรื่องของเฉินทิงน้อยลงไปมาก ตัวเขาเองก็ไม่อยากให้ความสำคัญกับข่าวซุบซิบพวกนั้น มันเสียทั้งเวลาและพลังชีวิต ตรงกับที่ใจเขาคิดเลย

จะว่าไป เผยอี่เหยานี่เป็นคนดีจริงๆ นะ

 

[1] ทิง (听) แปลว่าฟัง ในที่นี้ทิงทิงกำลังพูดว่า “ทิงทิงไม่อยากทิง” เป็นการเล่นเสียงกับชื่อตัวเอง

[2] Moments คือฟีเจอร์หนึ่งในโปรแกรมวีแชต ใช้เพื่อแบ่งปันรูปภาพและความรู้สึกในแต่ละวันคล้ายโพสต์ในเฟซบุ๊ก

[3] ย่าน 1912 เป็นย่านการค้าและบันเทิงที่มีชื่อเสียงของเมืองหนานจิงหรือนานกิง ซึ่งมีการผสมผสานสถาปัตยกรรมทั้งสไตล์จีนและตะวันตกเข้าด้วยกัน

ใส่ความเห็น

แจ้งเตือนการใช้งานคุกกี้ เว็บไซต์ของเรามีการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดการประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้ดีที่สุด ได้แก่ คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ประสิทธิภาพ คุกกี้เพื่อการทำงานของเว็บไซต์ และคุกกี้กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ศึกษารายละเอียดและการตั้งค่าคุกกี้เพิ่มเติมเพื่อความเป็นส่วนตัวของท่านได้ใน นโยบายคุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า